เนื้อความทั้งข้อ
[๑๓] พระมหาโมคคัลลานะถามว่า
ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณงาม มีรัศมีสว่างไสวฉายแสงไปทั่วทุกทิศ
เหมือนกับดาวประกายพฤกษ์ เพราะทำบุญอะไรไว้ ท่านจึงมีผิวพรรณ
งามถึงอย่างนี้ เพราะทำบุญอะไรไว้ อิฐผลจึงสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้
และโภคทรัพย์อันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง จึงเกิดขึ้นแก่ท่าน ดูกร
นางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ อาตมาขอถามท่าน ครั้งท่านยังเป็น
มนุษย์อยู่ ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ ท่านจึงมีอานุภาพอันรุ่งเรืองถึงอย่างนี้ อนึ่ง
รัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะทำบุญอะไรไว้?
นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะซักถามแล้วมีใจยินดีได้พยากรณ์
ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า
ครั้นดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เป็นบุตรสะใภ้อยู่ในตระกูล
แห่งพ่อผัว ได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสธุลีมีอินทรีย์ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว
ดิฉันเลื่อมใสได้ถวายขนมแก่ภิกษุรูปนั้นด้วยมือทั้งสองของตน ครั้น
ถวายส่วนขนมกึ่งส่วนแล้ว ดิฉันจึงมาบันเทิงใจอยู่ในสวนนันทวันที่
ท่านเห็นอยู่นี้ ด้วยการทำบุญเช่นนั้น ดิฉันจึงมีผิวพรรณเช่นนี้ ด้วยการ
ทำบุญเช่นนั้น อิฐผลจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ อนึ่ง เพราะบุญนั้น
โภคทรัพย์อันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง จึงเกิดแก่ดิฉัน เพราะบุญ
นั้น ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของดิฉันจึงสว่างไสว
ไปทั่วทุกทิศ.
[๑๓] พระมหาโมคคัลลานะถามว่า
ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณงาม มีรัศมีสว่างไสวฉายแสงไปทั่วทุกทิศ
เหมือนกับดาวประกายพฤกษ์ เพราะทำบุญอะไรไว้ ท่านจึงมีผิวพรรณ
งามถึงอย่างนี้ เพราะทำบุญอะไรไว้ อิฐผลจึงสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้
และโภคทรัพย์อันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง จึงเกิดขึ้นแก่ท่าน ดูกร
นางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ อาตมาขอถามท่าน ครั้งท่านยังเป็น
มนุษย์อยู่ ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ ท่านจึงมีอานุภาพอันรุ่งเรืองถึงอย่างนี้ อนึ่ง
รัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะทำบุญอะไรไว้?
นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะซักถามแล้วมีใจยินดีได้พยากรณ์
ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า
ครั้นดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เป็นบุตรสะใภ้อยู่ในตระกูล
แห่งพ่อผัว ได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสธุลีมีอินทรีย์ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว
ดิฉันเลื่อมใสได้ถวายขนมแก่ภิกษุรูปนั้นด้วยมือทั้งสองของตน ครั้น
ถวายส่วนขนมกึ่งส่วนแล้ว ดิฉันจึงมาบันเทิงใจอยู่ในสวนนันทวันที่
ท่านเห็นอยู่นี้ ด้วยการทำบุญเช่นนั้น ดิฉันจึงมีผิวพรรณเช่นนี้ ด้วยการ
ทำบุญเช่นนั้น อิฐผลจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ อนึ่ง เพราะบุญนั้น
โภคทรัพย์อันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง จึงเกิดแก่ดิฉัน เพราะบุญ
นั้น ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของดิฉันจึงสว่างไสว
ไปทั่วทุกทิศ.
[๑๓] พระมหาโมคคัลลานะถามว่า
ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณงาม มีรัศมีสว่างไสวฉายแสงไปทั่วทุกทิศ
เหมือนกับดาวประกายพฤกษ์ เพราะทำบุญอะไรไว้ ท่านจึงมีผิวพรรณ
งามถึงอย่างนี้ เพราะทำบุญอะไรไว้ อิฐผลจึงสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้
และโภคทรัพย์อันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง จึงเกิดขึ้นแก่ท่าน ดูกร
นางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ อาตมาขอถามท่าน ครั้งท่านยังเป็น
มนุษย์อยู่ ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ ท่านจึงมีอานุภาพอันรุ่งเรืองถึงอย่างนี้ อนึ่ง
รัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะทำบุญอะไรไว้?
นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะซักถามแล้วมีใจยินดีได้พยากรณ์
ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า
ครั้นดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เป็นบุตรสะใภ้อยู่ในตระกูล
แห่งพ่อผัว ได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสธุลีมีอินทรีย์ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว
ดิฉันเลื่อมใสได้ถวายขนมแก่ภิกษุรูปนั้นด้วยมือทั้งสองของตน ครั้น
ถวายส่วนขนมกึ่งส่วนแล้ว ดิฉันจึงมาบันเทิงใจอยู่ในสวนนันทวันที่
ท่านเห็นอยู่นี้ ด้วยการทำบุญเช่นนั้น ดิฉันจึงมีผิวพรรณเช่นนี้ ด้วยการ
ทำบุญเช่นนั้น อิฐผลจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ อนึ่ง เพราะบุญนั้น
โภคทรัพย์อันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง จึงเกิดแก่ดิฉัน เพราะบุญ
นั้น ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของดิฉันจึงสว่างไสว
ไปทั่วทุกทิศ.
—
13. Paṭhamasuṇisāvimānavatthu
อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน✎ ร่าง
“Abhikkantena vaṇṇena,
อ้างอิงพุทธชยันตี 26.24
ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต✎ ร่าง
yā tvaṁ tiṭṭhasi devate;
โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา✎ ร่าง
Obhāsentī disā sabbā,
โอสธี วิย ตารกา✎ ร่าง
osadhī viya tārakā.
เกน เตตาทิโส วณฺโณ✎ ร่าง
Kena tetādiso vaṇṇo,
เกน เต อิธมิชฺฌติ✎ ร่าง
kena te idha mijjhati;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา✎ ร่าง
Uppajjanti ca te bhogā,
เย เกจิ มนโส ปิยา✎ ร่าง
ye keci manaso piyā.
ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว✎ ร่าง
Pucchāmi taṁ devi mahānubhāve,
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ✎ ร่าง
Manussabhūtā kimakāsi puññaṁ;
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา✎ ร่าง
Kenāsi evaṁ jalitānubhāvā,
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ✎ ร่าง
Vaṇṇo ca te sabbadisā pabhāsatī”ti.
สา เทวตา อตฺตมนา✎ ร่าง
Sā devatā attamanā,
โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา✎ ร่าง
moggallānena pucchitā;
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ✎ ร่าง
Pañhaṁ puṭṭhā viyākāsi,
ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ✎ ร่าง
yassa kammassidaṁ phalaṁ.
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา✎ ร่าง
“Ahaṁ manussesu manussabhūtā,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.19
สุณิสา อโหสึ สสุรสฺส ฆเร✎ ร่าง
Suṇisā ahosiṁ sasurassa gehe.
อทฺทสํ วิรชํ ภิกฺขุํ✎ ร่าง
Addasaṁ virajaṁ bhikkhuṁ,
วิปฺปสนฺนมนาวิลํ✎ ร่าง
vippasannamanāvilaṁ;
ตสฺส อทาสิหํ ปูวํ✎ ร่าง
Tassa adāsahaṁ pūvaṁ,
ปสนฺนา สเกหิ ๒- ปาณิหิ✎ ร่าง
pasannā sehi pāṇibhi;
ภาคฑฺฒภาคํ ทตฺวาน✎ ร่าง
Bhāgaḍḍhabhāgaṁ datvāna,
โมทามิ นนฺทเน วเน✎ ร่าง
modāmi nandane vane.
เตน เมตาทิโส วณฺโณ✎ ร่าง
Tena metādiso vaṇṇo,
เตน เม อิธมิชฺฌติ✎ ร่าง
tena me idha mijjhati;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา✎ ร่าง
Uppajjanti ca me bhogā,
เย เกจิ มนโส ปิยา✎ ร่าง
ye keci manaso piyā.
—
Akkhāmi te bhikkhu mahānubhāva,
—
Manussabhūtā yamakāsi puññaṁ;
เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา✎ ร่าง
Tenamhi evaṁ jalitānubhāvā,
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ✎ ร่าง
Vaṇṇo ca me sabbadisā pabhāsatī”ti.
สุณิสาวิมานํ เตรสมํ ฯ✎ ร่าง
Paṭhamasuṇisāvimānaṁ terasamaṁ.