เนื้อความทั้งข้อ
[๒๔๖๖] ผู้ใดในโลกนี้ เป็นผู้สำรวมด้วยกาย วาจาและใจ ไม่ทำบาปกรรมอะไรๆ
ไม่พูดพล่อยๆ เพราะเหตุแห่งตน บัณฑิตเรียกคนเช่นนั้นว่ามีศีล. ผู้ใด
คิดปัญหาอันลึกซึ้งได้ด้วยใจ ไม่ทำกรรมอันหยาบช้าอันหาประโยชน์มิได้
ไม่ละทิ้งทางแห่งประโยชน์อันมาถึงตามกาล บัณฑิตเรียกคนเช่นนั้นว่ามี
ปัญญา. ผู้ใดแล เป็นคนกตัญญูกตเวที มีปัญญา มีกัลยาณมิตร และมี
ความภักดีมั่นคง ช่วยทำกิจของมิตรผู้ตกยากโดยเต็มใจ บัณฑิตเรียก
คนเช่นนั้นว่าสัตบุรุษ. ผู้ใดประกอบด้วยคุณธรรมทั้งปวงเหล่านี้ คือ
เป็นผู้มีศรัทธา อ่อนโยน แจกทานด้วยดี รู้ความประสงค์ ศิริย่อมไม่
ละคนเช่นนั้น ผู้สงเคราะห์ มีวาจาอ่อนหวาน สละสลวย.
กาเยน วาจาย จ โยธ ๒- สญฺญโต✎ ร่าง
“Kāyena vācāya ca yodha saññato,
มนสา จ กิญฺจิ น กโรติ ปาปํ✎ ร่าง
Manasā ca kiñci na karoti pāpaṁ;
น อตฺตเหตุ อลิกํ ภณาติ✎ ร่าง
Na attahetū alikaṁ bhaṇeti,
ตถาวิธํ สีลวนฺตํ วทนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tathāvidhaṁ sīlavantaṁ vadanti.
คมฺภีรปญฺหํ มนสาภิจินฺตยํ✎ ร่าง
Gambhīrapañhaṁ manasābhicintayaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 27.541
นจฺจาหิตํ กมฺม กโรติ ลุทฺทํ✎ ร่าง
Nāccāhitaṁ kamma karoti luddaṁ;
กาลาคตํ ๑- อตฺถปทํ น ริญฺจติ✎ ร่าง
Kālāgataṁ atthapadaṁ na riñcati,
ตถาวิธํ ปญฺญวนฺตํ วทนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tathāvidhaṁ paññavantaṁ vadanti.
โย เว กตญฺญู กตเวทิ ธีโร✎ ร่าง
Yo ve kataññū katavedi dhīro,
อ้างอิงพุทธชยันตี 31.182
กลฺยาณมิตฺโต ทฬฺหภตฺติ จ โหติ✎ ร่าง
Kalyāṇamitto daḷhabhatti ca hoti;
ทุกฺขิตสฺส สกฺกจฺจ กโรติ กิจฺจํ✎ ร่าง
Dukhitassa sakkacca karoti kiccaṁ,
ตถาวิธํ สปฺปุริสํ วทนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tathāvidhaṁ sappurisaṁ vadanti.
เอเตหิ สพฺเพหิ คุเณหุเปโต✎ ร่าง
Etehi sabbehi guṇehupeto,
สทฺโธ มุทุ ๒- สํวิภาคี วทญฺญู✎ ร่าง
Saddho mudū saṁvibhāgī vadaññū;
สงฺคาหกํ สขิลํ สณฺหวาจํ✎ ร่าง
Saṅgāhakaṁ sakhilaṁ saṇhavācaṁ,
ตถาวิธํ โน สิริ โน ชหาติ ฯ✎ ร่าง
Tathāvidhaṁ no siri no jahāti”.