เนื้อความทั้งข้อ
[๒๙๙] ได้ยินว่า สมัยต่อมา โดยกาลล่วงไปไม่นานนัก อาพาธอันแรงกล้าเกิดขึ้นแก่
พระยานกปุณณมุขะ คือ ลงเป็นโลหิต เกิดเวทนากล้าแข็ง จวนจะตาย ครั้งนั้น พวกนางนก
ดุเหว่า ผู้เป็นบริจาริกาของพระยานกปุณณมุขะ เกิดความปริวิตกว่า พระยานกปุณณมุขะนี้ อาพาธ
หนักนักแล ไฉนจะพึงหายจากอาพาธนี้หนอ นางนกดุเหว่าเหล่านั้น ละทิ้งพระยานกปุณณ-
*มุขะไว้แต่ผู้เดียว ไม่มีเพื่อนสอง พากันเข้าไปหาพระยานกกุณาละ พระยานกกุณาละได้เห็นนาง
นกดุเหว่าเหล่านั้นพากันมาแต่ไกล ครั้นแล้วได้กล่าวกะนางนกดุเหว่าเหล่านั้นว่า พวกอีถ่อย ผัวของ
เจ้าไปไหนเสียเล่า นางนกดุเหว่าเหล่านั้นจึงตอบว่า ท่านสหายกุณาละ พระยานกปุณณมุขะ
อาพาธหนักนักแล ไฉนจะพึงหายจากอาพาธหนักนั้น เมื่อนางนกดุเหว่าเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้
แล้ว พระยานกกุณาละได้รุกรานนางนกดุเหว่าเหล่านั้นอย่างนี้ว่า อีถ่อยฉิบหาย อีถ่อยละลาย
อีนางโจร อีนางนักเลง อีเผลอเลอ อีใจง่าย อีไม่รู้จักคุณคน อีไปตามใจเหมือนลม ครั้น
กล่าวรุกรานแล้ว ได้เข้าไปหาพระยานกปุณณมุขะ แล้วร้องเรียกว่า เฮ้ยสหายปุณณมุขะ
พระยานกปุณณมุขะขานรับว่า หาสหายกุณาละ ได้ยินว่า พระยานกกุณาละเข้าไปประคบ
ประหงมพระยานกปุณณมุขะด้วยปีกและจะงอยปาก พอให้ลุกขึ้นได้แล้วให้ดื่มยาต่างๆ อาพาธ
ของพระยานกปุณณมุขะก็สงบระงับ.
อถ ขลุ โภ ปุณฺณมุขสฺส ปุสฺสโกกิลสฺส อปเรน สมเยน อจิรสฺเสว
อจฺจเยน ขโร อาพาโธ อุปฺปชฺชิ ฯ โลหิตปกฺขนฺทิกา พาฬฺหา เวทนา วตฺตนฺติ
มรณนฺติกา ฯ✎ ร่าง
Atha khalu, bho, puṇṇamukhassa phussakokilassa aparena samayena nacirasseva kharo ābādho uppajji lohitapakkhandikā bāḷhā vedanā vattanti māraṇantikā.
อ้างอิงสยามรัฐ 28.112 · พุทธชยันตี 31.386
อถ ขลุ โภ ปุณฺณมุขสฺส ปุสฺสโกกิลสฺส ปริจาริกานํ ทิชกญฺญานํ
เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha khalu, bho, puṇṇamukhassa phussakokilassa paricārikānaṁ dijakaññānaṁ etadahosi—
อาพาธิโก โข อยํ ปุณฺณมุโข ปุสฺสโกกิโล อปฺเปวนาม อิมมฺหา
อาพาธา วุฏฺฐเหยฺยาติ ฯ ตํ ๑- เอกกํ ๒- อทุติยํ โอหาย เยน กุณาโล สกุโณ
เตนุปสงฺกมึสุ ฯ✎ ร่าง
“ābādhiko kho ayaṁ puṇṇamukho phussakokilo, appevanāma imamhā ābādhā vuṭṭhaheyyā”ti ekaṁ adutiyaṁ ohāya yena kuṇālo sakuṇo tenupasaṅkamiṁsu.
อทฺทสา โข กุณาโล สกุโณ ตา ทิชกญฺญาโย ทูรโตว
อาคจฺฉนฺติโย ทิสฺวาน ตา ทิชกญฺญาโย เอตทโวจ✎ ร่าง
Addasā kho kuṇālo sakuṇo tā dijakaññāyo dūratova āgacchantiyo, disvāna tā dijakaññāyo etadavoca—
กหํ ปน ตุมฺหํ วสลิโย
ภตฺตาติ ฯ✎ ร่าง
“kahaṁ pana tumhaṁ vasaliyo bhattā”ti?
อาพาธิโก โข สมฺม กุณาล ปุณฺณมุโข ปุสฺสโกกิโล อปฺเปวนาม
ตมฺหา อาพาธา วุฏฺฐเหยฺยาติ ฯ✎ ร่าง
“Ābādhiko kho, samma kuṇāla, puṇṇamukho phussakokilo appevanāma tamhā ābādhā vuṭṭhaheyyā”ti.
เอวํ วุตฺเต กุณาโล สกุโณ ตา ทิชกญฺญาโย เอวํ อปสาเทสิ✎ ร่าง
Evaṁ vutte, kuṇālo sakuṇo tā dijakaññāyo evaṁ apasādesi—
นสฺสถ ตุเมฺห วสลิโย วินสฺสถ ตุเมฺห วสลิโย โจริโย ธุตฺติโย อสติโย
ลหุจิตฺตาโย กตสฺส อปฺปฏิการิกาโย อนิโล วิย เยนกามงฺคมาโยติ✎ ร่าง
“nassatha tumhe vasaliyo, vinassatha tumhe vasaliyo, coriyo dhuttiyo asatiyo lahucittāyo katassa appaṭikārikāyo anilo viya yenakāmaṅgamāyo”ti;
วตฺวา เยน ปุณฺณมุโข ปุสฺสโกกิโล เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ตนฺติสทฺโท นตฺถิ ฯ ๒ ม. เอกํ ฯ
ตํ ปุณฺณมุขํ ปุสฺสโกกิลํ เอตทโวจ✎ ร่าง
vatvā yena puṇṇamukho phussakokilo tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā taṁ puṇṇamukhaṁ phussakokilaṁ etadavoca—
หํ สมฺม ปุณฺณมุขาติ ฯ✎ ร่าง
“haṁ, samma, puṇṇamukhā”ti.
หํ สมฺม กุณาลาติ ฯ✎ ร่าง
“Haṁ, samma, kuṇālā”ti.
อถ ขลุ โภ กุณาโล สกุโณ ตํ ปุณฺณมุขํ ปุสฺสโกกิลํ ปกฺเขหิ จ มุขตุณฺเฑน จ
ปริคฺคเหตฺวา วุฏฺฐาเปตฺวา นานาเภสชฺชานิ ปายาเปสิ ฯ✎ ร่าง
Atha khalu, bho kuṇālo sakuṇo taṁ puṇṇamukhaṁ phussakokilaṁ pakkhehi ca mukhatuṇḍakena ca pariggahetvā vuṭṭhāpetvā nānābhesajjāni pāyāpesi.
อ้างอิงPTS 5.424 · ฉัฏฐสังคายนา 69.84
อถ ขลุ โภ
ปุณฺณมุขสฺส ปุสฺสโกกิลสฺส โส อาพาโธ ปฏิปสฺสมฺภีติ ฯ✎ ร่าง
Atha khalu, bho, puṇṇamukhassa phussakokilassa so ābādho paṭippassambhīti.