‹ กลับ
สุทธัฏฐกสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 120 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๑๘๒๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๒๐] คำว่า พราหมณ์ไม่กล่าวความหมดจดในอารมณ์ที่เห็น อารมณ์ที่ได้ยิน ศีล และวัตร หรืออารมณ์ที่ทราบ โดยมรรคอื่น มีความว่า ศัพท์ว่า น เป็นปฏิเสธ คำว่า พราหมณ์ มีความว่า บุคคลชื่อว่าเป็นพราหมณ์ เพราะลอยเสียแล้วซึ่งธรรม ๗ ประการ คือ เป็นผู้ลอย สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ราคะ โทสะ โมหะ มานะ. และบุคคลผู้เป็นพราหมณ์ นั้นลอยเสียแล้วซึ่งอกุศลธรรมอันลามกทั้งหลาย อันเป็นปัจจัยแห่งความเศร้าหมอง ให้เกิดใน ภพใหม่ มีความกระวนกระวาย มีวิบากเป็นทุกข์ เป็นปัจจัยแห่งชาติ ชรา และมรณะต่อไป. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรสภิยะ บุคคลใดลอยบาปทั้งปวงเสียแล้ว ปราศจากมลทิน มีจิตตั้งมั่น ด้วยดี มีตนตั้งอยู่แล้ว บุคคลนั้นเรียกว่า เป็นผู้สำเร็จกิจเพราะล่วง สงสารได้แล้ว อันตัณหาทิฏฐิไม่อาศัย เป็นผู้คงที่ เรียกว่าเป็นพราหมณ์. คำว่า พราหมณ์ไม่กล่าวความหมดจด ... โดยมรรคอื่น มีความว่า พราหมณ์ไม่กล่าว ไม่บอก ไม่พูด ไม่แสดง ไม่แถลง ซึ่งความหมดจด ความหมดจดพิเศษ ความหมดจดรอบ ความพ้น ความพ้นวิเศษ ความพ้นรอบ โดยมรรคอื่น คือ โดยมรรคอันไม่หมดจด ปฏิปทาผิด ทางอันไม่นำออกนอกจากสติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ อริยมรรค มีองค์ ๘ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พราหมณ์ไม่กล่าวความหมดจด ... โดยมรรคอื่น. คำว่า ในอารมณ์ที่เห็น อารมณ์ที่ได้ยิน ศีลและวัตร หรืออารมณ์ที่ทราบ มีความว่า สมณพราหมณ์ บางพวก ปรารถนาความหมดจดด้วยการเห็นรูป สมณพราหมณ์เหล่านั้นย่อมเชื่อถือการเห็นรูป บางอย่างว่า เป็นมงคล ย่อมเชื่อถือการเห็นรูปบางอย่างว่า ไม่เป็นมงคล. สมณพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมเชื่อถือการเห็นรูปเหล่าไหนว่าเป็นมงคล? สมณพราหมณ์ เหล่านั้น ลุกขึ้นแต่เช้า ย่อมเห็นรูปทั้งหลายที่ถึงเหตุเป็นมงคลยิ่งคือ เห็นนกแอ่นลม เห็นผล มะตูมอ่อนที่เกิดขึ้นโดยปุสสฤกษ์ เห็นหญิงมีครรภ์ เห็นคนที่ให้เด็กหญิงขึ้นคอเดินไป เห็น หม้อน้ำเต็ม เห็นปลาตะเพียน เห็นม้าอาชาไนย เห็นรถที่เทียมด้วยม้าอาชาไนย เห็นโคตัวผู้ เห็นนางโคด่าง ย่อมเชื่อถือการเห็นรูปเห็นปานนี้ว่าเป็นมงคล. สมณพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมเชื่อถือว่าความเห็นรูปเหล่าไหนว่าไม่เป็นมงคล? สมณ- *พราหมณ์เหล่านั้น เห็นกองฟาง เห็นหม้อเปรียง เห็นหม้อเปล่า เห็นนักฟ้อน เห็นสมณะ เปลือย เห็นลา เห็นยานที่เทียมด้วยลา เห็นยานที่เทียมด้วยพาหนะตัวเดียว เห็นคนตาบอด เห็นคนง่อย เป็นคนกระจอก เป็นคนเปลี้ย เห็นคนแก่ เห็นคนเจ็บ เห็นคนตาย ย่อมเชื่อ ถือการเห็นรูปเห็นปานนี้ว่าไม่เป็นมงคล. สมณพราหมณ์เหล่านั้น ปรารถนาความหมดจดด้วย การเห็นรูป ย่อมเชื่อถือความหมดจด ความหมดจดวิเศษ ความหมดจดรอบ ความพ้น ความ พ้นวิเศษ ความพ้นรอบ ด้วยการเห็นรูป. มีสมณพราหมณ์บางพวก ปรารถนาความหมดจดด้วยการได้ยินเสียง สมณพราหมณ์ เหล่านั้น ย่อมเชื่อถือการได้ยินเสียงบางอย่างว่าเป็นมงคล ย่อมเชื่อถือการได้ยินเสียงบางอย่าง ว่าไม่เป็นมงคล. สมณพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมเชื่อถือการได้ยินเสียงเหล่าไหนว่าเป็นมงคล? สมณ- *พราหมณ์เหล่านั้นลุกขึ้นแต่เช้า ย่อมได้ยินเสียงทั้งหลายที่ถึงเหตุเป็นมงคลยิ่ง คือ ย่อมได้ยิน เสียงว่าเจริญ เสียงว่าเจริญอยู่ เสียงว่าเต็มแล้ว เสียงว่าขาว เสียงไม่เศร้าโศก เสียงว่ามีใจดี เสียงว่าฤกษ์ดี เสียงว่ามงคลดี เสียงว่ามีศิริ หรือเสียงว่าเจริญด้วยศิริ ย่อมเชื่อถือการได้ยิน เสียงเห็นปานนี้ว่าเป็นมงคล. สมณพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมเชื่อถือการได้ยินเสียงเหล่าไหนว่าไม่เป็นมงคล? สมณ- *พราหมณ์เหล่านั้น ย่อมได้ยินเสียงว่าคนบอด เสียงว่าคนง่อย เสียงว่าคนกระจอก เสียงว่า คนเปลี้ย เสียงว่าคนแก่ เสียงว่าคนเจ็บ เสียงว่าคนตาย เสียงว่าถูกตัด เสียงว่าถูกทำลาย เสียงว่าไฟไหม้ เสียงว่าของหาย หรือเสียงว่าของไม่มี ย่อมเชื่อถือการได้ยินเสียงเห็นปานนี้ ว่าไม่เป็นมงคล. สมณพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมปรารถนาความหมดจดด้วยการได้ยินเสียง ย่อมเชื่อถือความหมดจด ความหมดจดวิเศษ ความหมดจดรอบ ความพ้น ความพ้นวิเศษ ความพ้นรอบ ด้วยการได้ยินเสียง. มีสมณพราหมณ์บางพวก ปรารถนาความหมดจดด้วยศีล สมณพราหมณ์เหล่านั้นย่อม เชื่อถือความหมดจด ความหมดจดวิเศษ ความหมดจดรอบ ความพ้น ความพ้นวิเศษ ความ พ้นรอบ ด้วยเหตุสักว่าศีล เหตุสักว่าความสำรวม เหตุสักว่าความระวัง เหตุสักว่าความไม่ ละเมิดศีล. ปริพาชกผู้เป็นบุตรนางปริพาชิกา ชื่อสมณมุณฑิกา กล่าวอย่างนี้ว่า ดูกรช่างไม้ เรา ย่อมบัญญัติปุริสบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลว่า เป็นผู้มีกุศลถึงพร้อมแล้ว มีกุศล เป็นอย่างยิ่ง เป็นผู้ถึงอรหัตอันอุดมที่ควรถึง เป็นสมณะ เป็นผู้อันใครๆ ต่อสู้ไม่ได้ ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน? ดูกรช่างไม้ ปุริสบุคคลในโลกนี้ ย่อมไม่ทำบาปกรรมด้วยกาย ๑ ย่อมไม่ กล่าววาจาอันลามก ๑ ย่อมไม่ดำริถึงเหตุที่พึงดำริอันลามก ๑ ย่อมไม่อาศัยอาชีพอันลามกเป็นอยู่ ๑ ดูกรช่างไม้ เราย่อมบัญญัติ ปุริสบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล ว่าเป็นผู้มีกุศลถึง พร้อมแล้ว มีกุศลเป็นอย่างยิ่ง เป็นผู้ถึงอรหัตอันอุดมที่ควรถึง เป็นสมณะ เป็นผู้อันใครๆ ต่อสู้ ไม่ได้. สมณพราหมณ์บางพวกปรารถนาความหมดจดด้วยศีล สมณพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมเชื่อ ถือความหมดจด ความหมดจดวิเศษ ความหมดจดรอบ ความพ้น ความพ้นวิเศษ ความพ้น รอบ ด้วยเหตุสักว่าศีล เหตุสักว่าความสำรวม เหตุสักว่าความระวัง เหตุสักว่าความไม่ละเมิด ศีล อย่างนี้เทียว. มีสมณพราหมณ์บางพวก ปรารถนาความหมดจดด้วยวัตร สมณพราหมณ์เหล่านั้นเป็น ผู้ประพฤติหัตถีวัตร (ประพฤติอย่างกิริยาช้าง) บ้าง ประพฤติอัสสวัตรบ้าง ประพฤติโควัตรบ้าง ประพฤติกุกกุรวัตรบ้าง ประพฤติกากวัตรบ้าง ประพฤติวาสุเทววัตรบ้าง ประพฤติพลเทววัตรบ้าง ประพฤติปุณณภัททวัตรบ้าง ประพฤติมณีภัททวัตรบ้าง ประพฤติอัคคิวัตรบ้าง ประพฤตินาควัตรบ้าง ประพฤติสุปัณณวัตรบ้าง ประพฤติยักขวัตรบ้าง ประพฤติอสุรวัตรบ้าง ประพฤติคันธัพพวัตรบ้าง ประพฤติมหาราชวัตรบ้าง ประพฤติจันทวัตรบ้าง ประพฤติสุริยวัตรบ้าง ประพฤติอินทวัตรบ้าง ประพฤติพรหมวัตรบ้าง ประพฤติเทววัตรบ้าง ประพฤติทิสวัตรบ้าง. สมณพราหมณ์เหล่านั้น ปรารถนาความหมดจดด้วยวัตร ย่อมเชื่อถือความหมดจด ความหมดจดวิเศษ ความหมดจดรอบ ความพ้น ความพ้นวิเศษ ความพ้นรอบด้วยวัตร. มีสมณพราหมณ์บางพวกปรารถนาความหมดจดด้วยอารมณ์ที่ทราบ. สมณพราหมณ์ เหล่านั้น ลุกขึ้นแต่เช้าแล้ว ย่อมจับต้องแผ่นดิน จับต้องของสดเขียว จับต้องโคมัย จับต้องเต่า เหยียบข่าย จับต้องเกวียนบรรทุกงา เคี้ยวกินงาสีขาว ทาน้ำมันงาสีขาว เคี้ยวไม้สีฟันขาว อาบน้ำด้วยดินสอพอง นุ่งขาว โพกผ้าโพกสีขาว. สมณพราหมณ์เหล่านั้น ปรารถนาความหมดจด ด้วยอารมณ์ที่ทราบ ย่อมเชื่อถือความหมดจด ความหมดจดวิเศษ ความหมดจดรอบ ความพ้น ความพ้นวิเศษ ความพ้นรอบ ด้วยอารมณ์ที่ทราบ. คำว่า พราหมณ์ไม่กล่าวความหมดจดในอารมณ์ที่เห็น อารมณ์ที่ได้ยิน ศีลและวัตร หรืออารมณ์ที่ทราบ โดยมรรคอื่น คือ พราหมณ์ไม่กล่าว ไม่บอก ไม่พูด ไม่แสดง ไม่แถลง ความหมดจดโดยความหมดจดด้วยการเห็นรูปบ้าง โดยความหมดจดด้วยการได้ยินเสียงบ้าง โดย ความหมดจดด้วยศีลบ้าง โดยความหมดจดด้วยวัตรบ้าง โดยความหมดจดด้วยอารมณ์ที่ทราบบ้าง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าพราหมณ์ไม่กล่าวความหมดจดในอารมณ์ที่เห็น อารมณ์ที่ได้ยิน ศีลและ วัตร หรืออารมณ์ที่ทราบโดยมรรคอื่น.
เทียบรายประโยค (58 ประโยค)
mnd4:17.1 #
น พฺราหฺมโณ อญฺญโต สุทฺธิมาห ทิฏฺเฐ สุเต สีลวเต มุเต วาติ✎ ร่าง
Na brāhmaṇo aññato suddhimāha diṭṭhe sute sīlavate mute vāti.
อ้างอิงPTS 87
mnd4:17.2 #
นาติ ปฏิกฺเขโป ฯ✎ ร่าง
ti paṭikkhepo.
mnd4:17.3 #
พฺราหฺมโณติ สตฺตนฺนํ ธมฺมานํ พาหิตตฺตา พฺราหฺมโณ ฯ✎ ร่าง
Brāhmaṇoti sattannaṁ dhammānaṁ bāhitattā brāhmaṇo—
mnd4:17.4 #
สกฺกายทิฏฺฐิ พาหิตา โหติ วิจิกิจฺฉา พาหิตา โหติ สีลพฺพตปรามาโส พาหิโต โหติ ราโค พาหิโต โหติ โทโส พาหิโต โหติ โมโห พาหิโต โหติ มาโน พาหิโต โหติ ฯ✎ ร่าง
sakkāyadiṭṭhi bāhitā hoti, vicikicchā bāhitā hoti, sīlabbataparāmāso bāhito hoti, rāgo bāhito hoti, doso bāhito hoti, moho bāhito hoti, māno bāhito hoti.
mnd4:17.5 #
พาหิตสฺส โหนฺติ ปาปกา อกุสลา ธมฺมา สงฺกิเลสิกา โปโนพฺภวิกา สทรา ทุกฺขวิปากา อายตึ ชาติชรามรณียา ฯ✎ ร่าง
Bāhitāssa honti pāpakā akusalā dhammā saṅkilesikā ponobhavikā sadarā dukkhavipākā āyatiṁ jātijarāmaraṇiyā.
mnd4:18.1 #
พาเหตฺวา สพฺพปาปกานิ (สภิยาติ ภควา✎ ร่าง
Bāhitvā sabbapāpakāni,
mnd4:18.2 #
(sabhiyāti bhagavā)
mnd4:18.3 #
วิมโล สาธุสมาหิโต ฐิตตฺโต✎ ร่าง
Vimalo sādhusamāhito ṭhitatto;
mnd4:18.4 #
สํสารมติจฺจ เกวลี โส✎ ร่าง
Saṁsāramaticca kevalī so,
mnd4:18.5 #
อนิสฺสิโต ตาทิ ปวุจฺจเต ส พฺรหฺมา ฯ✎ ร่าง
Asito tādi pavuccate sa brahmā.
mnd4:19.1 #
น พฺราหฺมโณ อญฺญโต สุทฺธิมาหาติ✎ ร่าง
Na brāhmaṇo aññato suddhimāhāti.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.103
mnd4:19.2 #
พฺราหฺมโณ อญฺเญน อสุทฺธิมคฺเคน มิจฺฉาปฏิปทาย อนิยฺยานปเถน อญฺญตฺร สติปฏฺฐาเนหิ อญฺญตฺร สมฺมปฺปธาเนหิ อญฺญตฺร อิทฺธิปฺปาเทหิ อญฺญตฺร อินฺทฺริเยหิ อญฺญตฺร พเลหิ อญฺญตฺร โพชฺฌงฺเคหิ อญฺญตฺร อริยา ๑- อฏฺฐงฺคิกา มคฺคา สุทฺธึ วิสุทฺธึ ปริสุทฺธึ มุตฺตึ วิมุตฺตึ ปริมุตฺตึ นาห น กเถติ น ภณติ น ทีปยติ น โวหรตีติ✎ ร่าง
Brāhmaṇo aññena asuddhimaggena micchāpaṭipadāya aniyyānikapathena aññatra satipaṭṭhānehi aññatra sammappadhānehi aññatra iddhipādehi aññatra indriyehi aññatra balehi aññatra bojjhaṅgehi aññatra ariyena aṭṭhaṅgikena maggena suddhiṁ visuddhiṁ parisuddhiṁ, muttiṁ vimuttiṁ parimuttiṁ, nāha na katheti na bhaṇati na dīpayati na voharatīti—
mnd4:19.3 #
น พฺราหฺมโณ อญฺญโต สุทฺธิมาห ฯ✎ ร่าง
na brāhmaṇo aññato suddhimāha.
mnd4:20.1 #
ทิฏฺเฐ สุเต สีลวเต มุเต วาติ✎ ร่าง
Diṭṭhe sute sīlavate mute vāti.
อ้างอิงPTS 88 · สยามรัฐ 29.104 · ฉัฏฐสังคายนา 77.63
mnd4:20.2 #
สนฺเตเก สมณพฺราหฺมณา ทิฏฺฐสุทฺธิกา✎ ร่าง
Santeke samaṇabrāhmaṇā diṭṭhisuddhikā.
mnd4:20.3 #
เต เอกจฺจานํ รูปานํ ทสฺสนํ มงฺคลํ ปจฺเจนฺติ เอกจฺจานํ รูปานํ ทสฺสนํ อมงฺคลํ ปจฺเจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Te ekaccānaṁ rūpānaṁ dassanaṁ maṅgalaṁ paccenti, ekaccānaṁ rūpānaṁ dassanaṁ amaṅgalaṁ paccenti.
mnd4:20.4 #
กตเมสํ รูปานํ ทสฺสนํ มงฺคลํ ปจฺเจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Katamesaṁ rūpānaṁ dassanaṁ maṅgalaṁ paccenti?
mnd4:20.5 #
เต กาลโต วุฏฺฐหิตฺวา อภิมงฺคลคตานิ รูปานิ ปสฺสนฺติ ว✎ ร่าง
Te kālato vuṭṭhahitvā abhimaṅgalagatāni rūpāni passanti—
mnd4:20.6 #
าตสกุณํ ปสฺสนฺติ ปุสฺสเวฬุวลฏฺฐึ ปสฺสนฺติ คพฺภินิตฺถึ ปสฺสนฺติ กุมาริกํ ขนฺเธ อาโรเปตฺวา คจฺฉนฺตํ ปสฺสนฺติ ปุณฺณฆฏํ ปสฺสนฺติ โรหิตมจฺฉํ ปสฺสนฺติ อาชญฺญํ ปสฺสนฺติ อาชญฺญรถํ ปสฺสนฺติ อุสภํ ปสฺสนฺติ โคกปิลํ ปสฺสนฺติ✎ ร่าง
cāṭakasakuṇaṁ passanti, phussaveḷuvalaṭṭhiṁ passanti, gabbhinitthiṁ passanti, kumārakaṁ khandhe āropetvā gacchantaṁ passanti, puṇṇaghaṭaṁ passanti, rohitamacchaṁ passanti, ājaññaṁ passanti, ājaññarathaṁ passanti, usabhaṁ passanti, gokapilaṁ passanti.
mnd4:20.7 #
เอวรูปานํ รูปานํ ทสฺสนํ มงฺคลํ ปจฺเจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Evarūpānaṁ rūpānaṁ dassanaṁ maṅgalaṁ paccenti.
mnd4:20.8 #
กตเมสํ รูปานํ ทสฺสนํ อมงฺคลํ ปจฺเจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Katamesaṁ rūpānaṁ dassanaṁ amaṅgalaṁ paccenti?
mnd4:20.9 #
ปลาลปุญฺชํ ปสฺสนฺติ ตกฺกฆฏํ ปสฺสนฺติ ริตฺตฆฏํ ปสฺสนฺติ นฏํ ปสฺสนฺติ นคฺคสมณํ ปสฺสนฺติ ขรํ ปสฺสนฺติ ขรยานํ ปสฺสนฺติ เอกยุตฺตยานํ @เชิงอรรถ: ๑ โป. ยุ. อริยฏฺฐงฺคิกมคฺเคน ฯ ม. อริเยน อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคน ฯ@๒ โป. ม. ทิฏฺฐิสุทฺธิกา ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ปสฺสนฺติ กาณํ ปสฺสนฺติ กุณึ ปสฺสนฺติ ขญฺชํ ปสฺสนฺติ ปกฺขหตํ ปสฺสนฺติ ชิณฺณกํ ปสฺสนฺติ พฺยาธิกํ ปสฺสนฺติ มตํ ปสฺสนฺติ✎ ร่าง
Palālapuñjaṁ passanti, takkaghaṭaṁ passanti, rittaghaṭaṁ passanti, naṭaṁ passanti, naggasamaṇakaṁ passanti, kharaṁ passanti, kharayānaṁ passanti, ekayuttayānaṁ passanti, kāṇaṁ passanti, kuṇiṁ passanti, khañjaṁ passanti, pakkhahataṁ passanti, jiṇṇakaṁ passanti, byādhikaṁ passanti, mataṁ passanti.
mnd4:20.10 #
เอวรูปานํ รูปานํ ทสฺสนํ อมงฺคลํ ปจฺเจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Evarūpānaṁ rūpānaṁ dassanaṁ amaṅgalaṁ paccenti.
mnd4:20.11 #
อิเม เต สมณพฺราหฺมณา ทิฏฺฐสุทฺธิกา✎ ร่าง
Ime te samaṇabrāhmaṇā diṭṭhisuddhikā.
mnd4:20.12 #
เต ทิฏฺเฐน สุทฺธึ วิสุทฺธึ ปริสุทฺธึ มุตฺตึ วิมุตฺตึ ปริมุตฺตึ ปจฺเจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Te diṭṭhena suddhiṁ visuddhiṁ parisuddhiṁ muttiṁ vimuttiṁ parimuttiṁ paccenti.
mnd4:21.1 #
สนฺเตเก สมณพฺราหฺมณา สุตสุทฺธิกา✎ ร่าง
Santeke samaṇabrāhmaṇā sutasuddhikā.
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.122
mnd4:21.2 #
เต เอกจฺจานํ สทฺทานํ สวนํ มงฺคลํ ปจฺเจนฺติ เอกจฺจานํ สทฺทานํ สวนํ อมงฺคลํ ปจฺเจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Te ekaccānaṁ saddānaṁ savanaṁ maṅgalaṁ paccenti, ekaccānaṁ saddānaṁ savanaṁ amaṅgalaṁ paccenti.
mnd4:21.3 #
กตเมสํ สทฺทานํ สวนํ มงฺคลํ ปจฺเจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Katamesaṁ saddānaṁ savanaṁ maṅgalaṁ paccenti?
mnd4:21.4 #
เต กาลโต วุฏฺฐหิตฺวา อภิมงฺคลคตานิ สทฺทานิ สุณนฺติ✎ ร่าง
Te kālato vuṭṭhahitvā abhimaṅgalagatāni saddāni suṇanti—
mnd4:21.5 #
วฑฺฒาติ วา วฑฺฒมานาติ วา ปุณฺณาติ วา ปุสฺสาติ วา อสฺโสกาติ วา สุมนาติ วา สุนกฺขตฺตาติ วา สุมงฺคลาติ วา สิรีติ วา สิรีวฑฺฒาติ วา✎ ร่าง
vaḍḍhāti vā vaḍḍhamānāti vā puṇṇāti vā phussāti vā asokāti vā sumanāti vā sunakkhattāti vā sumaṅgalāti vā sirīti vā sirīvaḍḍhāti vā.
mnd4:21.6 #
เอวรูปานํ สทฺทานํ สวนํ มงฺคลํ ปจฺเจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Evarūpānaṁ saddānaṁ savanaṁ maṅgalaṁ paccenti.
mnd4:21.7 #
กตเมสํ สทฺทานํ สวนํ อมงฺคลํ ปจฺเจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Katamesaṁ saddānaṁ savanaṁ amaṅgalaṁ paccenti?
mnd4:21.8 #
กาโณติ วา กุณีติ วา ขญฺโชติ วา ปกฺขหโตติ วา ชิณฺณโกติ วา พฺยาธิโกติ วา มโตติ วา ฉินฺนนฺติ วา ภินฺนนฺติ วา ทฑฺฒนฺติ วา นฏฺฐนฺติ วา นตฺถีติ วา✎ ร่าง
Kāṇoti vā kuṇīti vā khañjoti vā pakkhahatoti vā jiṇṇakoti vā byādhikoti vā matoti vā chindanti vā bhindanti vā daḍḍhanti vā naṭṭhanti vā natthīti vā.
mnd4:21.9 #
เอวรูปานํ สทฺทานํ สวนํ อมงฺคลํ ปจฺเจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Evarūpānaṁ saddānaṁ savanaṁ amaṅgalaṁ paccenti.
mnd4:21.10 #
อิเม เต สมณพฺราหฺมณา สุตสุทฺธิกา✎ ร่าง
Ime te samaṇabrāhmaṇā sutasuddhikā.
mnd4:21.11 #
เต สุเตน สุทฺธึ วิสุทฺธึ ปริสุทฺธึ มุตฺตึ วิมุตฺตึ ปริมุตฺตึ ปจฺเจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Te sutena suddhiṁ visuddhiṁ parisuddhiṁ muttiṁ vimuttiṁ parimuttiṁ paccenti.
mnd4:22.1 #
สนฺเตเก สมณพฺราหฺมณา สีลสุทฺธิกา✎ ร่าง
Santeke samaṇabrāhmaṇā sīlasuddhikā.
อ้างอิงPTS 89 · สยามรัฐ 29.105
mnd4:22.2 #
เต สีลมตฺเตน สญฺญมมตฺเตน สํวรมตฺเตน อวีติกฺกมมตฺเตน สุทฺธึ วิสุทฺธึ ปริสุทฺธึ มุตฺตึ วิมุตฺตึ ปริมุตฺตึ ปจฺเจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Te sīlamattena saṁyamamattena saṁvaramattena avītikkamamattena suddhiṁ visuddhiṁ parisuddhiṁ muttiṁ vimuttiṁ parimuttiṁ paccenti.
mnd4:22.3 #
สมณมุณฺฑิกาปุตฺโต ๑- เอวมาห✎ ร่าง
Samaṇamuṇḍikāputto evamāha—
mnd4:22.4 #
จตูหิ โข อหํ ถปติ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ ปุริสปุคฺคลํ ปญฺญาเปมิ สมฺปนฺนกุสลํ ปรมกุสลํ อุตฺตมปฺปตฺติปฺปตฺตํ สมณํ อโยชฺฌํ✎ ร่าง
“catūhi kho ahaṁ, gahapati, dhammehi samannāgataṁ purisapuggalaṁ paññāpemi sampannakusalaṁ paramakusalaṁ uttamapattippattaṁ samaṇaṁ ayojjaṁ.
mnd4:22.5 #
กตเมหิ จตูหิ✎ ร่าง
Katamehi catūhi?
mnd4:22.6 #
อิธ ถปติ น กาเยน ปาปกมฺมํ กโรติ น ปาปิกํ วาจํ ภาสติ น ปาปกํ สงฺกปฺปํ สงฺกปฺเปติ น ปาปกํ อาชีวํ อาชีวติ✎ ร่าง
Idha, gahapati, na kāyena pāpakaṁ kammaṁ karoti, na pāpikaṁ vācaṁ bhāsati, na pāpakaṁ saṅkappaṁ saṅkappati, na pāpakaṁ ājīvaṁ ājīvati.
mnd4:22.7 #
อิเมหิ โข อหํ ถปติ จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ ปุริสปุคฺคลํ ปญฺญาเปมิ สมฺปนฺนกุสลํ ปรมกุสลํ อุตฺตมปฺปตฺติปฺปตฺตํ สมณํ อโยชฺฌํ ฯ✎ ร่าง
Imehi kho ahaṁ, gahapati, catūhi dhammehi samannāgataṁ purisapuggalaṁ paññāpemi sampannakusalaṁ paramakusalaṁ uttamapattippattaṁ samaṇaṁ ayojjaṁ”.
mnd4:22.8 #
เอวเมว สนฺเตเก สมณพฺราหฺมณา สีลสุทฺธิกา เต สีลมตฺเตน สญฺญมมตฺเตน สํวรมตฺเตน อวีติกฺกมมตฺเตน สุทฺธึ วิสุทฺธึ ปริสุทฺธึ มุตฺตึ วิมุตฺตึ ปริมุตฺตึ ปจฺเจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Evamevaṁ santeke samaṇabrāhmaṇā sīlasuddhikā, te sīlamattena saṁyamamattena saṁvaramattena avītikkamamattena suddhiṁ visuddhiṁ parisuddhiṁ muttiṁ vimuttiṁ parimuttiṁ paccenti.
mnd4:23.1 #
สนฺเตเก สมณพฺราหฺมณา วตฺตสุทฺธิกา✎ ร่าง
Santeke samaṇabrāhmaṇā vatasuddhikā.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.106 · ฉัฏฐสังคายนา 77.64
mnd4:33.3 #
gaṇaṁ gaṇhanti, taṁ muñcitvā aññaṁ gaṇaṁ gaṇhanti;
mnd4:33.4 #
diṭṭhiṁ gaṇhanti, taṁ muñcitvā aññaṁ diṭṭhiṁ gaṇhanti;
mnd4:23.2 #
เต หตฺถิวตฺติกา ๒- วา โหนฺติ อสฺสวตฺติกา วา โหนฺติ โควตฺติกา วา โหนฺติ กุกฺกุรวตฺติกา วา โหนฺติ กากวตฺติกา วา โหนฺติ วาสุเทววตฺติกา วา โหนฺติ พลเทววตฺติกา วา โหนฺติ ปุณฺณภทฺทวตฺติกา วา โหนฺติ มณิภทฺทวตฺติกา วา โหนฺติ อคฺคิวตฺติกา วา โหนฺติ นาควตฺติกา วา โหนฺติ สุปณฺณวตฺติกา วา โหนฺติ ยกฺขวตฺติกา วา โหนฺติ อสุรวตฺติกา วา โหนฺติ คนฺธพฺพวตฺติกา วา โหนฺติ มหาราชวตฺติกา วา โหนฺติ จนฺทวตฺติกา วา โหนฺติ สุริยวตฺติกา @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. สมโณ มุณฺฑิกาปุตฺโต ฯ ๒ โป. ม. ...วติกา ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ วา โหนฺติ อินฺทวตฺติกา วา โหนฺติ พฺรหฺมวตฺติกา วา โหนฺติ เทววตฺติกา วา โหนฺติ ทิสวตฺติกา ๑- วา โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Te hatthivatikā vā honti, assavatikā vā honti, govatikā vā honti, kukkuravatikā vā honti, kākavatikā vā honti, vāsudevavatikā vā honti, baladevavatikā vā honti, puṇṇabhaddavatikā vā honti, maṇibhaddavatikā vā honti, aggivatikā vā honti, nāgavatikā vā honti, supaṇṇavatikā vā honti, yakkhavatikā vā honti, asuravatikā vā honti, gandhabbavatikā vā honti, mahārājavatikā vā honti, candavatikā vā honti, sūriyavatikā vā honti, indavatikā vā honti, brahmavatikā vā honti, devavatikā vā honti, disāvatikā vā honti.
mnd4:23.3 #
อิเม เต สมณพฺราหฺมณา วตฺตสุทฺธิกา✎ ร่าง
Ime te samaṇabrāhmaṇā vatasuddhikā.
mnd4:23.4 #
เต วตฺเตน สุทฺธึ วิสุทฺธึ ปริสุทฺธึ มุตฺตึ วิมุตฺตึ ปริมุตฺตึ ปจฺเจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Te vatena suddhiṁ visuddhiṁ parisuddhiṁ muttiṁ vimuttiṁ parimuttiṁ paccenti.
mnd4:24.1 #
สนฺเตเก สมณพฺราหฺมณา มุตสุทฺธิกา ฯ✎ ร่าง
Santeke samaṇabrāhmaṇā mutasuddhikā.
อ้างอิงPTS 90 · พุทธชยันตี 33.124
mnd4:24.2 #
เต กาลโต วุฏฺฐหิตฺวา ปฐวึ อามสนฺติ หริตํ อามสนฺติ โคมยํ อามสนฺติ กจฺฉปํ อามสนฺติ ชาลํ ๒- อกฺกมนฺติ ติลวาหํ อามสนฺติ ปุสฺสติลํ ขาทนฺติ ปุสฺสเตลํ มกฺเขนฺติ ปุสฺสทนฺตกฏฺฐํ ๓- ขาทนฺติ ปุสฺสมตฺติกาย นหายนฺติ ปุสฺสสาฏกํ นิวาเสนฺติ ปุสฺสเวฏฺฐนํ เวฏฺฐนฺติ ฯ✎ ร่าง
Te kālato uṭṭhahitvā pathaviṁ āmasanti, haritaṁ āmasanti, gomayaṁ āmasanti, kacchapaṁ āmasanti, phālaṁ akkamanti, tilavāhaṁ āmasanti, phussatilaṁ khādanti, phussatelaṁ makkhenti, phussadantakaṭṭhaṁ khādanti, phussamattikāya nhāyanti, phussasāṭakaṁ nivāsenti, phussaveṭhanaṁ veṭhenti.
mnd4:24.3 #
อิเม เต สมณพฺราหฺมณา มุตสุทฺธิกา✎ ร่าง
Ime te samaṇabrāhmaṇā mutasuddhikā.
mnd4:24.4 #
เต มุเตน สุทฺธึ วิสุทฺธึ ปริสุทฺธึ มุตฺตึ วิมุตฺตึ ปริมุตฺตึ ปจฺเจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Te mutena suddhiṁ visuddhiṁ parisuddhiṁ muttiṁ vimuttiṁ parimuttiṁ paccenti.
mnd4:24.5 #
น พฺราหฺมโณ อญฺญโต สุทฺธิมาห✎ ร่าง
Na brāhmaṇo aññato suddhimāha.
mnd4:25.1 #
ทิฏฺเฐ สุเต สีลวเต มุเต วาติ✎ ร่าง
Diṭṭhe sute sīlavate mute vāti.
mnd4:25.2 #
พฺราหฺมโณ ทิฏฺฐสุทฺธิยาปิ สุทฺธึ นาห สุตสุทฺธิยาปิ สุทฺธึ นาห สีลสุทฺธิยาปิ สุทฺธึ นาห วตฺตสุทฺธิยาปิ สุทฺธึ นาห มุตสุทฺธิยาปิ สุทฺธึ นาห น กเถติ น ภณติ น ทีปยติ น โวหรตีติ✎ ร่าง
Brāhmaṇo diṭṭhasuddhiyāpi suddhiṁ nāha, sutasuddhiyāpi suddhiṁ nāha, sīlasuddhiyāpi suddhiṁ nāha, vatasuddhiyāpi suddhiṁ nāha, mutasuddhiyāpi suddhiṁ nāha na katheti na bhaṇati na dīpayati na voharatīti—
mnd4:25.3 #
น พฺราหฺมโณ อญฺญโต สุทฺธิมาห ทิฏฺเฐ สุเต สีลวเต มุเต วา ฯ✎ ร่าง
na brāhmaṇo aññato suddhimāha diṭṭhe sute sīlavate mute vā.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน