‹ กลับ
ติสสเมตเตยยสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 238 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๓๐๘๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๓๘] คำว่า บุคคลนั้น ... ในโลก เหมือนยวดยานที่หมุนไป ฉะนั้น มีความว่า ยาน คือ ยานช้าง ยานม้า ยานโค ยานแพะ ยานแกะ ยานอูฐ ยานลา ที่หมุนไป คือ ที่เขามิได้ฝึกหัด มิได้ฝึกฝน มิได้อบรม ย่อมแล่นไปผิดทาง ย่อมขึ้นบนตอไม้บ้าง กองหินบ้าง ที่ไม่เรียบร้อย ทำลายอวัยวะผู้ขึ้นขับขี่บ้าง ตกไปในเหวบ้าง ยานนั้นที่หมุนไป คือ ที่เขามิได้ฝึกหัด มิได้ฝึกฝน มิได้อบรม ย่อมแล่นไปผิดทาง ฉันใด บุคคลนั้น หมุนไปผิด เปรียบเหมือนยานที่หมุนไป ย่อมถือทางผิด คือ ถือมิจฉาทิฏฐิ ฯลฯ ถือมิจฉาสมาธิ ก็ฉันนั้น. ยานนั้นที่หมุนไป คือ ที่เขามิได้ ฝึกหัด มิได้ฝึกฝน มิได้อบรม ย่อมขึ้นไปบนตอไม้บ้าง กองหินบ้าง ที่ไม่เรียบร้อย ฉันใด บุคคลนั้นหมุนไปผิดเปรียบเหมือนยานที่หมุนไป ย่อมขึ้นสู่กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท ปิสุณาวาจา ผรุสวาจา สัมผัปปลาปะ อภิชฌา พยาบาท มิจฉาทิฏฐิ สังขาร กามคุณ ๕ นิวรณ์ อันไม่เสมอ ฉะนั้น. ยานนั้นที่หมุนไป คือ ที่เขามิได้ฝึกหัด มิได้ฝึกฝน มิได้อบรม ย่อมทำลายอวัยวะผู้ขับขี่บ้าง ฉันใด บุคคลนั้นหมุนไปผิด เปรียบเหมือน ยานที่หมุนไป ย่อมทำลายตนในนรก ทำลายตนในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ทำลายตนในวิสัยแห่งเปรต ทำลายตนในมนุษยโลก ทำลายตนในเทวโลก ฉันนั้น. ยานนั้นที่หมุนไป คือ ที่เขามิได้ฝึกฝน มิได้ฝึกหัด มิได้อบรม ย่อมตกเหวบ้าง ฉันใด บุคคลนั้นหมุนไปผิด เปรียบเหมือนยานที่หมุนไป ย่อมตกไปสู่เหวคือชาติบ้าง ตกไปสู่เหวคือชราบ้าง ตกไปสู่เหวคือพยาธิบ้าง ตกไปสู่เหวคือ มรณะบ้าง ตกไปสู่เหวคือโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสบ้าง ฉันนั้น. คำว่า ในโลก คือ ในอบายโลก ฯลฯ มนุษยโลก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ซึ่งบุคคลนั้น ... ในโลก เหมือนยานที่หมุนไป ฉะนั้น.
เทียบรายประโยค (12 ประโยค)
mnd7:27.1 #
ยานํ ภนฺตํว ตํ โลเกติ✎ ร่าง
Yānaṁ bhantaṁva taṁ loketi.
อ้างอิงPTS 146 · สยามรัฐ 29.178 · ฉัฏฐสังคายนา 77.107 · พุทธชยันตี 33.202
mnd7:27.2 #
ยานนฺติ หตฺถิยานํ อสฺสยานํ โคยานํ อชยานํ เมณฺฑกยานํ โอฏฺฐยานํ ขรยานํ ภนฺตํ อทนฺตํ อการิตํ อวินีตํ อุปฺปถํ คณฺหาติ วิสมํ ขาณุมฺปิ ปาสาณมฺปิ อภิรูหติ ยานมฺปิ อาโรหกมฺปิ ภญฺชติ ปปาเตปิ ปปตติ ฯ✎ ร่าง
Yānanti hatthiyānaṁ assayānaṁ goyānaṁ ajayānaṁ meṇḍayānaṁ oṭṭhayānaṁ kharayānaṁ bhantaṁ adantaṁ akāritaṁ avinītaṁ uppathaṁ gaṇhāti, visamaṁ khāṇumpi pāsāṇampi abhiruhati, yānampi ārohanakampi bhañjati, papātepi papatati.
mnd7:27.3 #
ยถา ตํ ภนฺตํ ยานํ อทนฺตํ อการิตํ อวินีตํ อุปฺปถํ คณฺหาติ✎ ร่าง
Yathā taṁ bhantaṁ yānaṁ adantaṁ akāritaṁ avinītaṁ uppathaṁ gaṇhāti;
mnd7:27.4 #
เอวเมว โส วิพฺภนฺตโก ภนฺตยานปฏิภาโค อุปฺปถํ คณฺหาติ มิจฺฉาทิฏฺฐึ คณฺหาติ ฯเปฯ มิจฺฉาสมาธึ คณฺหาติ ฯ✎ ร่าง
evamevaṁ so vibbhantako bhantayānapaṭibhāgo uppathaṁ gaṇhāti, micchādiṭṭhiṁ gaṇhāti …pe… micchāsamādhiṁ gaṇhāti.
mnd7:27.5 #
ยถา ตํ ภนฺตํ ยานํ อทนฺตํ อการิตํ อวินีตํ วิสมํ ขาณุมฺปิ ปาสาณมฺปิ อภิรูหติ✎ ร่าง
Yathā taṁ bhantaṁ yānaṁ adantaṁ akāritaṁ avinītaṁ visamaṁ khāṇumpi pāsāṇampi abhiruhati;
mnd7:27.6 #
เอวเมว โส วิพฺภนฺตโก ภนฺตยานปฏิภาโค วิสมํ กายกมฺมํ อภิรูหติ วิสมํ วจีกมฺมํ อภิรูหติ วิสมํ มโนกมฺมํ อภิรูหติ วิสมํ ปาณาติปาตํ อภิรูหติ วิสมํ อทินฺนาทานํ อภิรูหติ วิสมํ กาเมสุมิจฺฉาจารํ อภิรูหติ วิสมํ มุสาวาทํ อภิรูหติ วิสมํ ปิสุณํ วาจํ อภิรูหติ วิสมํ ผรุสํ วาจํ อภิรูหติ วิสมํ สมฺผปฺปลาปํ อภิรูหติ วิสมํ อภิชฺฌํ อภิรูหติ วิสมํ พฺยาปาทํ อภิรูหติ วิสมํ มิจฺฉาทิฏฺฐึ อภิรูหติ วิสเม สงฺขาเร อภิรูหติ วิสเม ปญฺจ กามคุเณ อภิรูหติ วิสเม นีวรเณ อภิรูหติ ฯ✎ ร่าง
evamevaṁ so vibbhantako bhantayānapaṭibhāgo visamaṁ kāyakammaṁ abhiruhati, visamaṁ vacīkammaṁ abhiruhati, visamaṁ manokammaṁ abhiruhati, visamaṁ pāṇātipātaṁ abhiruhati, visamaṁ adinnādānaṁ abhiruhati, visamaṁ kāmesumicchācāraṁ abhiruhati, visamaṁ musāvādaṁ abhiruhati, visamaṁ pisuṇavācaṁ abhiruhati, visamaṁ pharusavācaṁ abhiruhati, visamaṁ samphappalāpaṁ abhiruhati, visamaṁ abhijjhaṁ abhiruhati, visamaṁ byāpādaṁ abhiruhati, visamaṁ micchādiṭṭhiṁ abhiruhati, visame saṅkhāre abhiruhati, visame pañca kāmaguṇe abhiruhati, visame nīvaraṇe abhiruhati.
mnd7:27.7 #
ยถา ตํ ภนฺตํ ยานํ อทนฺตํ อการิตํ อวินีตํ อาโรหกมฺปิ ภญฺชติ✎ ร่าง
Yathā taṁ bhantaṁ yānaṁ adantaṁ akāritaṁ avinītaṁ yānampi ārohanakampi bhañjati;
mnd7:27.8 #
เอวเมว โส วิพฺภนฺตโก ภนฺตยานปฏิภาโค นิรเย อตฺตานํ ภญฺชติ ติรจฺฉานโยนิยา อตฺตานํ ภญฺชติ ปิตฺติวิสเย อตฺตานํ ภญฺชติ มนุสฺสโลเก อตฺตานํ ภญฺชติ เทวโลเก อตฺตานํ ภญฺชติ ฯ✎ ร่าง
evamevaṁ so vibbhantako bhantayānapaṭibhāgo niraye attānaṁ bhañjati, tiracchānayoniyaṁ attānaṁ bhañjati, pettivisaye attānaṁ bhañjati, manussaloke attānaṁ bhañjati, devaloke attānaṁ bhañjati.
mnd7:27.9 #
ยถา ตํ ภนฺตํ ยานํ อทนฺตํ อการิตํ อวินีตํ ปปาเตปิ ปปตติ✎ ร่าง
Yathā taṁ bhantaṁ yānaṁ adantaṁ akāritaṁ avinītaṁ papāte papatati;
mnd7:27.10 #
เอวเมว โส วิพฺภนฺตโก ภนฺตยานปฏิภาโค ชาติปปาตมฺหิปิ ๑- ปปตติ ชราปปาตมฺหิปิ ปปตติ พฺยาธิปปาตมฺหิปิ ปปตติ มรณปปาตมฺหิปิ ปปตติ โสกปริเทวทุกฺข- โทมนสฺสุปายาสปปาตมฺหิปิ ปปตติ ฯ✎ ร่าง
evamevaṁ so vibbhantako bhantayānapaṭibhāgo jātipapātampi papatati, jarāpapātampi papatati, byādhipapātampi papatati, maraṇapapātampi papatati, sokaparidevadukkhadomanassupāyāsapapātampi papatati.
mnd7:27.11 #
โลเกติ อปายโลเก ฯเปฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ชาติ ... ชรา ... พฺยาธิ ... มรณ ... โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสปปาตมฺปิ ฯ มนุสฺสโลเกติ✎ ร่าง
Loketi apāyaloke manussaloketi—
mnd7:27.12 #
ยานํ ภนฺตํว ตํ โลเก ฯ✎ ร่าง
yānaṁ bhantaṁva taṁ loke.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน