‹ กลับ
คุหัฏฐกสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 33 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๔๘๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๓] คำว่า นรชนเช่นนั้น ย่อมอยู่ไกลจากวิเวก มีความว่า วิเวก ได้แก่ วิเวก ๓ อย่าง คือ กายวิเวก จิตตวิเวก อุปธิวิเวก. กายวิเวกเป็นไฉน? ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ย่อมซ่องเสพเสนาสนะอันสงัด คือ ป่า โคนต้นไม้ ภูเขา ซอกเขา ถ้ำ ป่าช้า ป่าชัฏ ที่แจ้ง ลอมฟาง และเป็นผู้สงัดด้วยกายอยู่ คือ เดินผู้เดียว ยืนผู้เดียว นั่งผู้เดียว นอนผู้เดียว เข้าบ้านเพื่อบิณฑบาตผู้เดียว กลับผู้เดียว นั่ง อยู่ในที่เร้นลับผู้เดียว อธิษฐานจงกรมผู้เดียว เป็นผู้เดียว เที่ยว อยู่ เปลี่ยนอริยาบถ ประพฤติ รักษาเป็นไป ให้เป็นไป นี้ชื่อว่า กายวิเวก. จิตตวิเวกเป็นไฉน? ภิกษุผู้บรรลุปฐมฌาน มีจิตสงัดจากนิวรณ์ บรรลุทุติยฌาน มีจิต สงัดจากวิตกและวิจาร บรรลุตติยฌาน มีจิตสงัดจากปีติ บรรลุจตุตตถฌาน มีจิตสงัดจากสุขและ ทุกข์ บรรลุอากาสานัญจายตนฌาน มีจิตสงัดจากรูปสัญญา ปฏิฆสัญญา นานัตตสัญญา บรรลุ วิญญาณัญจายตนฌาน มีจิตสงัดจากอากาสานัญจายตนสัญญา บรรลุอากิญจัญญายตนฌาน มีจิต สงัดจากวิญญาณัญจายตนสัญญา บรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน มีจิตสงัดจากอากิญจัญญายตน สัญญา (เมื่อภิกษุนั้น) เป็นโสดาบันบุคคล มีจิตสงัดจากสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพัตตปรามาส ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และจากกิเลสที่ตั้งอยู่ในเหล่าเดียวกันกับสักกายทิฏฐิเป็นต้น เป็นสกทาคามีบุคคล มีจิตสงัดจากกามราคสังโยชน์ ปฏิฆสังโยชน์ อย่างหยาบ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย อย่างหยาบ และจากกิเลสที่ตั้งอยู่ในเหล่าเดียวกันกันกามราคสังโยชน์อย่างหยาบ เป็นต้นนั้น เป็นอนาคามีบุคคล มีจิตสงัดจากกามราคสังโยชน์ ปฏิฆสังโยชน์อย่างละเอียด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย อย่างละเอียด และจากกิเลสที่ตั้งอยู่ในเหล่าเดียวกันกับกามราค- *สังโยชน์อย่างละเอียดเป็นต้นนั้น เป็นอรหันตบุคคลมีจิตสงัดจากรูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา มานานุสัย ภวราคานุสัย อวิชชานุสัย กิเลสที่ตั้งอยู่ในเหล่าเดียวกันกับ รูปราคะเป็นต้นนั้น และจากสังขารนิมิตทั้งปวงในภายนอก นี้ชื่อว่าจิตตวิเวก. อุปธิวิเวกเป็นไฉน? กิเลสก็ดี ขันธ์ก็ดี อภิสังขารก็ดี เรียกว่าอุปธิ. อมตะ นิพพาน เรียกว่าอุปธิวิเวก ได้แก่ธรรมเป็นที่ระงับสังขารทั้งปวง เป็นที่สละคืนอุปธิทั้งปวง เป็นที่สิ้น ตัณหา เป็นที่สำรอก เป็นที่ดับ เป็นที่ออกไปจากตัณหาเป็นเครื่องร้อยรัด นี้ชื่อว่าอุปธิวิเวก. ก็กายวิเวก ย่อมมีแก่บุคคลผู้มีกายหลีกออกแล้ว ยินดียิ่งในเนกขัมมะ จิตตวิเวก ย่อมมีแก่บุคคลผู้มีจิตบริสุทธิ์ ถึงซึ่งความเป็นผู้มีจิตผ่องแผ้วอย่างยิ่ง อุปธิวิเวก ย่อมมีแก่ บุคคลผู้หมดอุปธิถึงซึ่งนิพพานอันเป็นวิสังขาร. คำว่า ไกลจากวิเวก มีความว่า นรชนนั้นใด เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำอย่างนี้ อันกิเลส มากปิดบังไว้อย่างนี้ หยั่งลงในที่หลงอย่างนี้ นรชนนั้นย่อมอยู่ไกลแม้จากกายวิเวก ย่อมอยู่ ไกลแม้จากจิตตวิเวก ย่อมอยู่ไกลแม้จากอุปธิวิเวก คืออยู่ในที่ห่างไกลแสนไกล มิใช่ใกล้ มิใช่ใกล้ชิด มิใช่เคียง มิใช่ใกล้เคียง. คำว่า อย่างนั้น คือ ผู้หยั่งลงในที่หลง ชนิดนั้น เช่นนั้น ดำรงอยู่ดังนั้น แบบนั้น เหมือนเช่นนั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนเช่นนั้น ย่อมอยู่ไกลจากวิเวก.
เทียบรายประโยค (32 ประโยค)
mnd2:11.1 #
ทูเร วิเวกา หิ ตถาวิโธ โสติ✎ ร่าง
Dūre vivekā hi tathāvidho soti.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.30 · พุทธชยันตี 33.38
mnd2:11.2 #
วิเวกาติ ตโย วิเวกา✎ ร่าง
Vivekāti tayo vivekā—
mnd2:11.3 #
กายวิเวโก จิตฺตวิเวโก อุปธิวิเวโก ฯ✎ ร่าง
kāyaviveko, cittaviveko, upadhiviveko.
mnd2:11.4 #
กตโม กายวิเวโก ฯ✎ ร่าง
Katamo kāyaviveko?
mnd2:11.5 #
อิธ ภิกฺขุ วิวิตฺตํ เสนาสนํ ภชติ อรญฺญํ รุกฺขมูลํ ปพฺพตํ กนฺทรํ คิริคุหํ สุสานํ วนปตฺถํ อพฺโภกาสํ ปลาลปุญฺชํ✎ ร่าง
Idha bhikkhu vivittaṁ senāsanaṁ bhajati araññaṁ rukkhamūlaṁ pabbataṁ kandaraṁ giriguhaṁ susānaṁ vanapatthaṁ abbhokāsaṁ palālapuñjaṁ.
mnd2:11.6 #
กาเยน จ วิวิตฺโต วิหรติ✎ ร่าง
Kāyena vivitto viharati.
mnd2:11.7 #
โส เอโก คจฺฉติ เอโก ติฏฺฐติ เอโก นิสีทติ เอโก เสยฺยํ กปฺเปติ เอโก คามํ ปิณฺฑาย ปวิสติ เอโก ปฏิกฺกมติ เอโก รโห นิสีทติ เอโก จงฺกมํ อธิฏฺฐาติ เอโก จรติ วิหรติ อิริยติ วตฺตติ ปาเลติ ยเปติ ยาเปติ✎ ร่าง
So eko gacchati, eko tiṭṭhati, eko nisīdati, eko seyyaṁ kappeti, eko gāmaṁ piṇḍāya pavisati, eko paṭikkamati, eko raho nisīdati, eko caṅkamaṁ adhiṭṭhāti, eko carati viharati iriyati vattati pāleti yapeti yāpeti.
mnd2:11.8 #
อยํ กายวิเวโก ฯ✎ ร่าง
Ayaṁ kāyaviveko.
mnd2:12.1 #
กตโม จิตฺตวิเวโก ฯ✎ ร่าง
Katamo cittaviveko?
อ้างอิงPTS 27 · สยามรัฐ 29.31 · ฉัฏฐสังคายนา 77.20
mnd2:12.2 #
ปฐมํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส นีวรเณหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
Paṭhamaṁ jhānaṁ samāpannassa nīvaraṇehi cittaṁ vivittaṁ hoti.
mnd2:12.3 #
ทุติยํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
Dutiyaṁ jhānaṁ samāpannassa vitakkavicārehi cittaṁ vivittaṁ hoti.
mnd2:12.4 #
ตติยํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส ปีติยา จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
Tatiyaṁ jhānaṁ samāpannassa pītiyā cittaṁ vivittaṁ hoti.
mnd2:12.5 #
จตุตฺถํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส สุขทุกฺเขหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
Catutthaṁ jhānaṁ samāpannassa sukhadukkhehi cittaṁ vivittaṁ hoti.
mnd2:12.6 #
อากาสานญฺจายตนํ สมาปนฺนสฺส รูปสญฺญาย ปฏิฆสญฺญาย นานตฺตสญฺญาย จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
Ākāsānañcāyatanaṁ samāpannassa rūpasaññāya paṭighasaññāya nānattasaññāya cittaṁ vivittaṁ hoti.
mnd2:12.7 #
วิญฺญาณญฺจายตนํ สมาปนฺนสฺส อากาสานญฺจายตน- สญฺญาย จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
Viññāṇañcāyatanaṁ samāpannassa ākāsānañcāyatanasaññāya cittaṁ vivittaṁ hoti.
mnd2:12.8 #
อากิญฺจญฺญายตนํ สมาปนฺนสฺส วิญฺญาณญฺจายตนสญฺญาย จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
Ākiñcaññāyatanaṁ samāpannassa viññāṇañcāyatanasaññāya cittaṁ vivittaṁ hoti.
mnd2:12.9 #
เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมาปนฺนสฺส อากิญฺจญฺญายตนสญฺญาย จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
Nevasaññānāsaññāyatanaṁ samāpannassa ākiñcaññāyatanasaññāya cittaṁ vivittaṁ hoti.
mnd2:12.10 #
โสตาปนฺนสฺส สกฺกายทิฏฺฐิยา วิจิกิจฺฉาย สีลพฺพตฺตปรามาสา ทิฏฺฐานุสยา วิจิกิจฺฉานุสยา ตเทกฏฺเฐหิ จ กิเลเสหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
Sotāpannassa sakkāyadiṭṭhiyā vicikicchāya sīlabbataparāmāsā diṭṭhānusayā vicikicchānusayā, tadekaṭṭhehi ca kilesehi cittaṁ vivittaṁ hoti.
mnd2:12.11 #
สกทาคามิสฺส โอฬาริกา กามราคสญฺโญชนา ปฏิฆสญฺโญชนา โอฬาริกา กามราคานุสยา ปฏิฆานุสยา ตเทกฏฺเฐหิ จ กิเลเสหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
Sakadāgāmissa oḷārikā kāmarāgasaṁyojanā paṭighasaṁyojanā oḷārikā kāmarāgānusayā paṭighānusayā, tadekaṭṭhehi ca kilesehi cittaṁ vivittaṁ hoti.
mnd2:12.12 #
อนาคามิสฺส อณุสหคตา กามราคสญฺโญชนา ปฏิฆสญฺโญชนา อณุสหคตา กามราคานุสยา ปฏิฆานุสยา ตเทกฏฺเฐหิ จ กิเลเสหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
Anāgāmissa anusahagatā kāmarāgasaṁyojanā paṭighasaṁyojanā anusahagatā kāmarāgānusayā paṭighānusayā, tadekaṭṭhehi ca kilesehi cittaṁ vivittaṁ hoti.
mnd2:12.13 #
อรหโต รูปราคา อรูปราคา มานา อุทฺธจฺจา อวิชฺชาย มานานุสยา ภวราคานุสยา อวิชฺชานุสยา ตเทกฏฺเฐหิ จ กิเลเสหิ พหิทฺธา จ สพฺพนิมิตฺเตหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
Arahato rūpārūparāgā mānā uddhaccā avijjāya mānānusayā bhavarāgānusayā avijjānusayā, tadekaṭṭhehi ca kilesehi bahiddhā ca sabbanimittehi cittaṁ vivittaṁ hoti.
mnd2:12.14 #
อยํ จิตฺตวิเวโก ฯ✎ ร่าง
Ayaṁ cittaviveko.
mnd2:13.1 #
กตโม อุปธิวิเวโก ฯ✎ ร่าง
Katamo upadhiviveko?
mnd2:13.2 #
อุปธิ วุจฺจนฺติ กิเลสา จ ขนฺธา จ อภิสงฺขารา จ ฯ✎ ร่าง
Upadhi vuccanti kilesā ca khandhā ca abhisaṅkhārā ca.
mnd2:13.3 #
อุปธิวิเวโก วุจฺจติ อมตํ นิพฺพานํ✎ ร่าง
Upadhiviveko vuccati amataṁ nibbānaṁ.
mnd2:13.4 #
โย โส ๑- สพฺพสงฺขารสมโถ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหกฺขโย วิราโค นิโรโธ นิพฺพานํ✎ ร่าง
Yo sabbasaṅkhārasamatho sabbūpadhipaṭinissaggo taṇhakkhayo virāgo nirodho nibbānaṁ.
mnd2:13.5 #
อยํ อุปธิวิเวโก ฯ✎ ร่าง
Ayaṁ upadhiviveko.
mnd2:13.6 #
กายวิเวโก จ วูปกฏฺฐกายานํ ๒- เนกฺขมฺมาภิรตานํ จิตฺตวิเวโก จ ปริสุทฺธจิตฺตานํ ปรมโวทานปฺปตฺตานํ อุปธิวิเวโก จ นิรูปธีนํ ปุคฺคลานํ วิสงฺขารคตานํ ฯ✎ ร่าง
Kāyaviveko ca vivekaṭṭhakāyānaṁ nekkhammābhiratānaṁ, cittaviveko ca parisuddhacittānaṁ paramavodānappattānaṁ, upadhiviveko ca nirūpadhīnaṁ puggalānaṁ visaṅkhāragatānaṁ.
mnd2:14.1 #
ทูเร วิเวกา หีติ✎ ร่าง
Dūre vivekā hīti.
อ้างอิงPTS 28 · พุทธชยันตี 33.40
mnd2:14.2 #
โย โส เอวํ คุหายํ สตฺโต เอวํ พหุเกหิ กิเลเสหิ ฉนฺโน เอวํ โมหนสฺมึ ปคาโฬฺห โส กายวิเวกาปิ ทูเร จิตฺตวิเวกาปิ ทูเร อุปธิวิเวกาปิ ทูเร วิทูเร สุวิทูเร น สนฺติเก น สามนฺตา อนาสนฺเน อนุปกฏฺเฐ ๓- ฯ✎ ร่าง
Yo so evaṁ guhāyaṁ satto, evaṁ bahukehi kilesehi channo, evaṁ mohanasmiṁ pagāḷho, so kāyavivekāpi dūre, cittavivekāpi dūre, upadhivivekāpi dūre vidūre suvidūre na santike na sāmantā anāsanne vivekaṭṭhe.
mnd2:14.3 #
ตถาวิโธติ ตถาวิโธ ๔- ตาทิโส ตสฺสณฺฐิโต ตปฺปกาโร ตปฺปฏิภาโค โย โส โมหนสฺมึ ปคาโฬฺหติ✎ ร่าง
Tathāvidhoti tādiso tassaṇṭhito tappakāro tappaṭibhāgo yo so mohanasmiṁ pagāḷhoti—
mnd2:14.4 #
ทูเร วิเวกา หิ ตถาวิโธ โส ฯ✎ ร่าง
dūre vivekā hi tathāvidho so.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน