‹ กลับ
มาคันทิยสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 337 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๔๐๒๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๓๗] พึงทราบอธิบายในคำว่า บุคคลย่อมถึงความสงบภายใน ด้วยความไม่มีทิฏฐิ ด้วยความไม่มีสุตะ ด้วยความไม่มีญาณ ด้วยความไม่มีศีล ด้วยความไม่มีพรต ก็หามิได้ ดัง ต่อไปนี้ แม้ทิฏฐิพึงประสงค์เอาสัมมาทิฏฐิมีวัตถุ ๑๐ คือ ทานที่ให้แล้วย่อมมีผล การบูชาย่อม มีผล การเซ่นสรวงย่อมมีผล ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีและกรรมที่ทำชั่วมีอยู่ โลกนี้มีอยู่ โลก หน้ามีอยู่ มารดามีอยู่ บิดามีอยู่ สัตว์ทั้งหลายที่เป็นอุปปาติกะ [ผุดเกิด] มีอยู่ สมณพราหมณ์ ที่ดำเนินชอบ ปฏิบัติชอบ ผู้ทำให้แจ้งซึ่งโลกนี้และโลกหน้าด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วประกาศ มีอยู่ในโลก. แม้สุตะพึงประสงค์เอาเสียงแต่บุคคล คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ. แม้ญาณพึงประสงค์เอากัมมัสสกตาญาณ สัจจานุโลมิกญาณ อภิญญาญาณ สมาปัตติญาณ. แม้ศีลพึงประสงค์เอาปาติโมกขสังวรศีล. แม้ วัตรพึงประสงค์เอาธุดงค์ ๘ คือ อารัญญิกังคธุดงค์ ปิณฑปาติกังคธุดงค์ ปังสุกูลิกังคธุดงค์ เตจีวริกังคธุดงค์ สปทานจาริกังคธุดงค์ ขลุปัจฉาภัตติกังคธุดงค์ เนสัชชิกังคธุดงค์ ยถาสันถ- *ติกังคธุดงค์. คำว่า บุคคลย่อมถึงความสงบภายใน ด้วยความไม่มีทิฏฐิ ด้วยความไม่มีสุตะ ด้วย ความไม่มีญาณ ด้วยความไม่มีศีล ด้วยความไม่มีพรต ก็หามิได้ ความว่า บุคคลเป็นผู้บรรลุ ถึงความสงบภายในด้วยธรรมสักว่าสัมมาทิฏฐิก็หามิได้ ด้วยธรรมสักว่าการฟังก็หามิได้ ด้วยธรรม สักว่าญาณก็หามิได้ ด้วยธรรมสักว่าศีลก็หามิได้ ด้วยธรรมสักว่าพรตก็หามิได้ ย่อมบรรลุถึง ความสงบภายในเว้นจากธรรมเหล่านี้ก็หามิได้ ก็เพราะธรรมเหล่านี้เป็นองค์เครื่องอุดหนุนเพื่อถึง บรรลุ ถูกต้อง ทำให้แจ้ง ซึ่งความสงบภายใน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า บุคคลย่อมถึงความสงบ ภายในด้วยความไม่มีทิฏฐิ ด้วยความไม่มีสุตะ ด้วยความไม่มีญาณ ด้วยความไม่มีศีล ด้วยความ ไม่มีพรต ก็หามิได้.
เทียบรายประโยค (18 ประโยค)
mnd9:32.1 #
อทิฏฺฐิยา อสฺสุติยา อญาณา อสีลตา อพฺพตา โนปิ เตนาติ✎ ร่าง
Adiṭṭhiyā assutiyā añāṇā, asīlatā abbatā nopi tenāti.
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.258
mnd9:32.2 #
ทิฏฺฐิปิ อิจฺฉิตพฺพา✎ ร่าง
Diṭṭhipi icchitabbā.
mnd9:32.3 #
ทสวตฺถุกา สมฺมาทิฏฺฐิ✎ ร่าง
Dasavatthukā sammādiṭṭhi—
mnd9:32.4 #
อตฺถิ ทินฺนํ อตฺถิ ยิฏฺฐํ อตฺถิ หุตํ อตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก อตฺถิ อยํ โลโก อตฺถิ ปโร โลโก อตฺถิ มาตา อตฺถิ ปิตา อตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา อตฺถิ โลเก สมณพฺราหฺมณา สมฺมคฺคตา สมฺมาปฏิปนฺนา เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
atthi dinnaṁ, atthi yiṭṭhaṁ, atthi hutaṁ, atthi sukatadukkaṭānaṁ kammānaṁ phalaṁ vipāko, atthi ayaṁ loko, atthi paro loko, atthi mātā, atthi pitā, atthi sattā opapātikā, atthi loke samaṇabrāhmaṇā sammaggatā sammāpaṭipannā ye imañca lokaṁ parañca lokaṁ sayaṁ abhiññā sacchikatvā pavedentīti;
mnd9:32.5 #
สวนมฺปิ อิจฺฉิตพฺพํ✎ ร่าง
savanampi icchitabbaṁ—
mnd9:32.6 #
ปรโต โฆโส สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถา อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภูตธมฺมํ เวทลฺลํ ฯ✎ ร่าง
parato ghoso, suttaṁ, geyyaṁ, veyyākaraṇaṁ, gāthā, udānaṁ, itivuttakaṁ, jātakaṁ, abbhutadhammaṁ, vedallaṁ;
mnd9:32.7 #
ญาณมฺปิ อิจฺฉิตพฺพํ✎ ร่าง
ñāṇampi icchitabbaṁ—
mnd9:32.8 #
กมฺมสฺสกตญาณํ สจฺจานุโลมิกญาณํ อภิญฺญาญาณํ สมาปตฺติญาณํ ฯ✎ ร่าง
kammassakatañāṇaṁ, saccānulomikañāṇaṁ, abhiññāñāṇaṁ, samāpattiñāṇaṁ;
mnd9:32.9 #
สีลมฺปิ อิจฺฉิตพฺพํ✎ ร่าง
sīlampi icchitabbaṁ—
mnd9:32.10 #
ปาฏิโมกฺขสํวโร ฯ✎ ร่าง
pātimokkhasaṁvaro;
mnd9:32.11 #
วตฺตมฺปิ อิจฺฉิตพฺพํ✎ ร่าง
vatampi icchitabbaṁ—
mnd9:32.12 #
อฏฺฐ ธุตงฺคานิ✎ ร่าง
aṭṭha dhutaṅgāni—
mnd9:68.1 #
“Saccanti so brāhmaṇo kiṁ vadeyya,
mnd9:32.13 #
อารญฺญิกงฺคํ ปิณฺฑปาติกงฺคํ ปํสุกูลิกงฺคํ เตจีวริกงฺคํ สปทานจาริกงฺคํ ขลุปจฺฉาภตฺติกงฺคํ เนสชฺชิกงฺคํ ยถาสนฺถติกงฺคํ ฯ✎ ร่าง
āraññikaṅgaṁ, piṇḍapātikaṅgaṁ, paṁsukūlikaṅgaṁ, tecīvarikaṅgaṁ, sapadānacārikaṅgaṁ, khalupacchābhattikaṅgaṁ, nesajjikaṅgaṁ, yathāsanthatikaṅganti.
mnd9:33.1 #
อทิฏฺฐิยา อสฺสุติยา อญาณา อสีลตา อพฺพตา โนปิ เตนาติ✎ ร่าง
Adiṭṭhiyā assutiyā añāṇā, asīlatā abbatā nopi tenāti.
อ้างอิงPTS 189 · สยามรัฐ 29.228
mnd9:33.2 #
นปิ สมฺมาทิฏฺฐิมตฺเตน นปิ สวนมตฺเตน นปิ ญาณมตฺเตน นปิ สีลมตฺเตน นปิ วตฺตมตฺเตน อชฺฌตฺตสนฺติปฺปตฺโต โหติ นปิ วินา เอเตหิ ธมฺเมหิ อชฺฌตฺตสนฺตึ ปาปุณาติ✎ ร่าง
Nāpi sammādiṭṭhimattena, nāpi savanamattena, nāpi ñāṇamattena, nāpi sīlamattena, nāpi vatamattena ajjhattasantiṁ patto hoti, nāpi vinā etehi dhammehi ajjhattasantiṁ pāpuṇāti.
mnd9:33.3 #
อปิจ สมฺภารา อิเม ธมฺมา โหนฺติ อชฺฌตฺตสนฺตึ ปาปุณิตุํ อธิคนฺตุํ ผุสิตุํ สจฺฉิกาตุนฺติ✎ ร่าง
Api ca sambhārā ime dhammā honti ajjhattasantiṁ pāpuṇituṁ adhigantuṁ phassituṁ sacchikātunti—
mnd9:33.4 #
อทิฏฺฐิยา อสฺสุติยา อญาณา อสีลตา อพฺพตา โนปิ เตน ฯ✎ ร่าง
adiṭṭhiyā assutiyā añāṇā asīlatā abbatā nopi tena.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน