‹ กลับ
ปุราเภทสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 397 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๔๖๑๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๙๗] เรื่องความหลอกลวง ในคำว่า ไม่หลอกลวง มี ๓ อย่าง คือ เรื่องความ หลอกลวงกล่าวด้วยการซ่องเสพปัจจัย ๑ เรื่องความหลอกลวงกล่าวด้วยอิริยาบถ ๑ เรื่องความ หลอกลวงกล่าวด้วยการพูดเลียบเคียง ๑. เรื่องความหลอกลวงกล่าวด้วยการซ่องเสพปัจจัยเป็นไฉน? พวกคฤหบดีในโลกนี้ ย่อมนิมนต์ภิกษุด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร. ภิกษุนั้น มีความ ปรารถนาลามก อันความปรารถนาครอบงำ มีความต้องการด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และ คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร อาศัยความเป็นผู้อยากได้มาก ย่อมบอกคืนจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร. เธอย่อมพูดอย่างนี้ว่า ประโยชน์อะไรแก่สมณะด้วยจีวรมีค่ามาก สมณะควรเที่ยวเลือกเก็บผ้าเก่าจากป่าช้า กองหยากเยื่อ หรือร้านตลาด แล้วทำสังฆาฏิใช้ ข้อนั้น เป็นการสมควร ประโยชน์อะไรแก่สมณะด้วยบิณฑบาตอันมีค่ามาก สมณะควรสำเร็จความ เป็นอยู่ด้วยก้อนข้าวที่ได้มาด้วยปลีแข้ง โดยความประพฤติแสงหา ข้อนั้นเป็นการสมควร ประโยชน์อะไรแก่สมณะด้วยเสนาสนะมีค่ามาก สมณะควรอยู่ที่โคนต้นไม้ อยู่ที่ป่าช้า หรืออยู่ ในที่แจ้ง ข้อนั้นเป็นการสมควร ประโยชน์อะไรแก่สมณะด้วยคิลานปัจจัยเภสัชบริขารมีค่ามาก สมณะพึงทำยาด้วยมูตรเน่าหรือชิ้นลูกเสมอ ข้อนั้นเป็นการสมควร เธออาศัยความเป็นผู้อยาก ได้มากนั้น จึงทรงจีวรที่เศร้าหมอง ฉันบิณฑบาตที่เศร้าหมอง ซ่องเสพเสนาสนะที่เศร้าหมอง และฉันคิลานปัจจัยเภสัชบริขารที่เศร้าหมอง. พวกคฤหบดีเห็นภิกษุนั้นแล้ว ย่อมทราบอย่างนี้ ว่า สมณะนี้มีความปรารถนาน้อย เป็นผู้สันโดษ สงัด ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ ปรารภความ เพียร มีวาทะกำจัดกิเลส ก็ยิ่งนิมนต์เธอด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัช- *บริขาร. เธอก็กล่าวอย่างนี้ว่า เพราะประจวบด้วยเหตุ ๓ ประการ กุลบุตรผู้มีศรัทธาย่อมประสบ บุญมาก คือ เพราะประจวบด้วยศรัทธา กุลบุตรผู้มีศรัทธาก็ประสบบุญมาก เพราะประจวบด้วย ไทยธรรม กุลบุตรผู้มีศรัทธาย่อมประสบบุญมาก เพราะประจวบด้วยพระทักขิไณยบุคคล กุลบุตร ผู้มีศรัทธาย่อมประสบบุญมาก พวกท่านมีศรัทธานี้อยู่ มีไทยธรรมนี้อยู่ ทั้งอาตมาก็เป็นปฏิคาหก ถ้าอาตมาจักไม่รับ พวกท่านก็จักเสื่อมจากบุญไป อาตมาไม่มีความต้องการด้วยปัจจัยนี้ แต่อาตมา จะรับด้วยความอนุเคราะห์พวกท่าน จำเดิมแต่นั้น เธอก็รับจีวรมาก รับบิณฑบาตมาก รับ เสนาสนะมาก รับคิลานปัจจัยเภสัชบริขารมาก. ความทำหน้ายู่ยี่ ความเป็นผู้มีหน้ายู่ยี่ ความ หลอกลวง กิริยาที่หลอกลวง ความเป็นผู้หลอกลวง เห็นปานนี้ นี้เรียกว่า เรื่องความ หลอกลวงกล่าวด้วยการซ่องเสพปัจจัย. เรื่องความหลอกลวงกล่าวด้วยอิริยาบถเป็นไฉน? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ มีความ ปรารถนาลามก อันความปรารถนาครอบงำ มีความประสงค์ในการยกย่อง คิดว่า ประชุมชน จักยกย่องเราด้วยอุบายอย่างนี้ จึงสำรวมการเดิน สำรวมการยืน สำรวมการนั่ง สำรวมการนอน ย่อมตั้งสติเดิน ตั้งสติยืน ตั้งสตินั่ง ตั้งสตินอน ทำเหมือนภิกษุมีสมาธิเดิน ทำเหมือนภิกษุ มีสมาธิยืน ทำเหมือนภิกษุมีสมาธินั่ง ทำเหมือนภิกษุมีสมาธินอน และทำเหมือนภิกษุที่เจริญ อาปาถกฌาน (เจริญฌานต่อหน้าพวกมนุษย์) การตั้งใจ ตั้งการดำรงอิริยาบถ ความทำหน้ายู่ยี่ ความเป็นผู้มีหน้ายู่ยี่ ความหลอกลวง กิริยาที่หลอกลวง ความเป็นผู้หลอกลวง เห็นปานนี้ นี้ เรียกว่า เรื่องความหลอกลวงกล่าวด้วยอิริยาบถ. เรื่องความหลอกลวงกล่าวด้วยการพูดเลียบเคียงเป็นไฉน? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ มีความปรารถนาลามก อันความปรารถนาครอบงำ มีความประสงค์ในการยกย่อง คิดว่า ประชุม ชนจักยกย่องเราด้วยอุบายอย่างนี้ จึงกล่าววาจาอิงอริยธรรม คือ พูดว่า สมณะใดทรงจีวรอย่างนี้ สมณะนั้นมีศักดิ์มาก สมณะใดทรงบาตรอย่างนี้ สมณะนั้นมีศักดิ์มาก สมณะใดทรงภาชนะ- *โลหะ ทรงธรรมกรก ทรงผ้าสำหรับกรองน้ำ ถือลูกกุญแจ สวมรองเท้า ใช้ประคตเอว ใช้ สายโยคบาตรอย่างนี้ สมณะนั้นมีศักดิ์มาก พูดว่า สมณะใดมีอุปัชฌายะอย่างนี้ มีอาจารย์อย่างนี้ มีพวกร่วมอุปัชฌายะอย่างนี้ มีพวกร่วมอาจารย์อย่างนี้ มีมิตรอย่างนี้ มีพวกอย่างนี้ มีพวกที่คบ กันมาอย่างนี้ มีสหายอย่างนี้ สมณะนั้นมีศักดิ์มาก สมณะใดอยู่ในเรือนมีหลังคาแถบเดียว อย่างนี้ อยู่ในปราสาทอย่างนี้ อยู่ในเรือนมีหลังคาโล้นอย่างนี้ อยู่ในถ้ำอย่างนี้ อยู่ในที่หลีกเร้น อย่างนี้ อยู่ในกุฎีอย่างนี้ อยู่ในเรือนยอดอย่างนี้ อยู่ในป้อมอย่างนี้ อยู่ในโรงกลมอย่างนี้ อยู่ ในเรือนที่พักอย่างนี้ อยู่ในศาลาที่ประชุมอย่างนี้ อยู่ในมณฑปอย่างนี้ อยู่ที่โคนต้นไม้อย่างนี้ สมณะนั้นมีศักดิ์มาก. อีกอย่างหนึ่ง ภิกษุเป็นผู้วางหน้าเฉยเมย ทำหน้าย่นยู่ยี่ หลอกลวง ปลิ้นปล้อน ตลบตะเลง อันผู้อื่นสรรเสริญด้วยความที่ตนวางหน้าว่า สมณะนี้ได้วิหารสมาบัติ อันมีอยู่เห็นปานนี้ ภิกษุนั้นย่อมกล่าวถ้อยคำเช่นนั้น อันปฏิสังยุตด้วยโลกุตตรธรรม และนิพพาน อันลึกลับ สุขุม ละเอียด ปิดบังความทำหน้ายู่ยี่. ความเป็นผู้มีหน้ายู่ยี่ ความหลอกลวง กิริยาที่หลอกลวง ความเป็นผู้หลอกลวง เห็นปานนี้ นี้เรียกว่า เรื่องความหลอกลวงกล่าวด้วย การพูดเลียบเคียง. เรื่องความหลอกลวง ๓ อย่างนี้ อันบุคคลใดละ ตัดขาด สงบ ระงับแล้ว ทำไม่ให้ ควรเกิดขึ้น เผาเสียแล้วด้วยไฟคือญาณ บุคคลนั้นเรียกว่า ผู้ไม่หลอกลวง เพราะฉะนั้น จึง ชื่อว่า ผู้หลีกเร้นไม่หลอกลวง.
เทียบรายประโยค (68 ประโยค)
mnd10:41.1 #
อกุหโกติ ตีณิ กุหนวตฺถูนิ✎ ร่าง
Akuhakoti tīṇi kuhanavatthūni—
mnd10:41.2 #
ปจฺจยปฏิเสวนสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ อิริยาปถสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ สามนฺตชปฺปนสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ ฯ✎ ร่าง
paccayapaṭisevanasaṅkhātaṁ kuhanavatthu, iriyāpathasaṅkhātaṁ kuhanavatthu, sāmantajappanasaṅkhātaṁ kuhanavatthu.
mnd10:42.1 #
กตมํ ปจฺจยปฏิเสวนสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ paccayapaṭisevanasaṅkhātaṁ kuhanavatthu?
อ้างอิงPTS 225 · สยามรัฐ 29.269 · ฉัฏฐสังคายนา 77.164
mnd10:42.2 #
อิธ คหปติกา ภิกฺขุํ นิมนฺเตนฺติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรหิ ฯ✎ ร่าง
Idha gahapatikā bhikkhuṁ nimantenti cīvarapiṇḍapātasenāsanagilānapaccayabhesajjaparikkhārehi.
mnd10:44.25 #
leṇe vasati …
mnd10:44.26 #
kuṭiyā vasati …
mnd10:42.3 #
โส ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อตฺถิโก จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจย- เภสชฺชปริกฺขารานํ ภิยฺโยกมฺยตํ อุปาทาย จีวรํ ปจฺจกฺขาติ ปิณฺฑปาตํ ปจฺจกฺขาติ เสนาสนํ ปจฺจกฺขาติ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ปจฺจกฺขาติ ฯ✎ ร่าง
So pāpiccho icchāpakato atthiko cīvarapiṇḍapātasenāsanagilānapaccayabhesajjaparikkhārānaṁ bhiyyokamyataṁ upādāya cīvaraṁ paccakkhāti, piṇḍapātaṁ paccakkhāti, senāsanaṁ paccakkhāti, gilānapaccayabhesajjaparikkhāraṁ paccakkhāti.
mnd10:42.4 #
โส เอวมาห✎ ร่าง
So evamāha—
mnd10:42.5 #
กึ สมณสฺส มหคฺเฆน จีวเรน✎ ร่าง
“kiṁ samaṇassa mahagghena cīvarena.
mnd10:42.6 #
เอตํ สารุปฺปํ ยํ สมโณ สุสานา วา สงฺการกูฏา วา ปาปณิกา วา นนฺตกานิ อุจฺจินิตฺวา สงฺฆาฏึ กตฺวา ธาเรยฺย✎ ร่าง
Etaṁ sāruppaṁ yaṁ samaṇo susānā vā saṅkārakūṭā vā pāpaṇikā vā nantakāni uccinitvā saṅghāṭiṁ katvā dhāreyya.
mnd10:42.7 #
กึ สมณสฺส มหคฺเฆน ปิณฺฑปาเตน✎ ร่าง
Kiṁ samaṇassa mahagghena piṇḍapātena.
mnd10:42.8 #
เอตํ สารุปฺปํ ยํ สมโณ อุญฺฉาจริยาย ปิณฺฑิยาโลเปน ชีวิกํ กปฺเปยฺย✎ ร่าง
Etaṁ sāruppaṁ yaṁ samaṇo uñchācariyāya piṇḍiyālopena jīvikaṁ kappeyya.
mnd10:42.9 #
กึ สมณสฺส มหคฺเฆน เสนาสเนน✎ ร่าง
Kiṁ samaṇassa mahagghena senāsanena.
mnd10:42.10 #
เอตํ สารุปฺปํ ยํ สมโณ รุกฺขมูลิโก วา อสฺส โสสานิโก วา อพฺโภกาสิโก วา✎ ร่าง
Etaṁ sāruppaṁ yaṁ samaṇo rukkhamūliko vā assa sosāniko vā abbhokāsiko vā.
mnd10:42.11 #
กึ สมณสฺส มหคฺเฆน คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรน✎ ร่าง
Kiṁ samaṇassa mahagghena gilānapaccayabhesajjaparikkhārena.
mnd10:42.12 #
เอตํ สารุปฺปํ ยํ สมโณ ปูติมุตฺเตน วา หรีตกีขณฺเฑน วา โอสถํ กเรยฺยาติ✎ ร่าง
Etaṁ sāruppaṁ yaṁ samaṇo pūtimuttena vā haritakīkhaṇḍena vā osadhaṁ kareyyā”ti.
mnd10:42.13 #
ตทุปาทาย ลูขํ จีวรํ ธาเรติ ลูขํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชติ ลูขํ เสนาสนํ ปฏิเสวติ ลูขํ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ปฏิเสวติ ฯ✎ ร่าง
Tadupādāya lūkhaṁ cīvaraṁ dhāreti, lūkhaṁ piṇḍapātaṁ paribhuñjati, lūkhaṁ senāsanaṁ paṭisevati, lūkhaṁ gilānapaccayabhesajjaparikkhāraṁ paṭisevati.
mnd10:42.14 #
ตเมนํ คหปติกา เอวํ ชานนฺติ✎ ร่าง
Tamenaṁ gahapatikā evaṁ jānanti—
mnd10:42.15 #
อยํ สมโณ อปฺปิจฺโฉ สนฺตุฏฺโฐ ปวิวิตฺโต อสํสฏฺโฐ อารทฺธวิริโย ธุตวาโทติ ภิยฺโย ภิยฺโย นิมนฺเตนฺติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรหิ ฯ✎ ร่าง
“ayaṁ samaṇo appiccho santuṭṭho pavivitto asaṁsaṭṭho āraddhavīriyo dhutavādo”ti bhiyyo bhiyyo nimantenti cīvarapiṇḍapātasenāsanagilānapaccayabhesajjaparikkhārehi.
mnd10:42.16 #
โส เอวมาห✎ ร่าง
So evamāha—
mnd10:42.17 #
ติณฺณํ สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหุํ ปุญฺญํ ปสวติ✎ ร่าง
“tiṇṇaṁ sammukhībhāvā saddho kulaputto bahuṁ puññaṁ pasavati.
mnd10:42.18 #
สทฺธาย สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหุํ ปุญฺญํ ปสวติ เทยฺยธมฺมสฺส สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหุํ ปุญฺญํ ปสวติ ทกฺขิเณยฺยานํ สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหุํ ปุญฺญํ ปสวติ✎ ร่าง
Saddhāya sammukhībhāvā saddho kulaputto bahuṁ puññaṁ pasavati, deyyadhammassa sammukhībhāvā saddho kulaputto bahuṁ puññaṁ pasavati, dakkhiṇeyyānaṁ sammukhībhāvā saddho kulaputto bahuṁ puññaṁ pasavati.
mnd10:42.19 #
ตุมฺหากญฺเจวายํ สทฺธา อตฺถิ เทยฺยธมฺโม จายํ สํวิชฺชติ อหญฺจ ปฏิคฺคาหโก✎ ร่าง
‘Tumhākañcevāyaṁ saddhā atthi, deyyadhammo ca saṁvijjati, ahañca paṭiggāhako.
mnd10:42.20 #
สจาหํ น ปฏิคฺคเหสฺสามิ เอวํ ตุเมฺห ปุญฺเญน ปริหีนา ภวิสฺสถ✎ ร่าง
Sacehaṁ na paṭiggahessāmi, evaṁ tumhe puññena paribāhirā bhavissatha.
mnd10:42.21 #
น มยฺหํ อิมินา อตฺโถ✎ ร่าง
Na mayhaṁ iminā attho.
mnd10:42.22 #
อปิจ ตุมฺหากญฺเญว อนุกมฺปาย ปฏิคฺคณฺหามีติ✎ ร่าง
Api ca tumhākaṁyeva anukampāya paṭiggaṇhāmī’”ti.
mnd10:42.23 #
ตทุปาทาย พหุมฺปิ จีวรํ ปฏิคฺคณฺหาติ พหุมฺปิ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหาติ พหุมฺปิ เสนาสนํ ปฏิคฺคณฺหาติ พหุมฺปิ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ปฏิคฺคณฺหาติ ฯ✎ ร่าง
Tadupādāya bahumpi cīvaraṁ paṭiggaṇhāti, bahumpi piṇḍapātaṁ paṭiggaṇhāti, bahumpi senāsanaṁ paṭiggaṇhāti, bahumpi gilānapaccayabhesajjaparikkhāraṁ paṭiggaṇhāti.
mnd10:42.24 #
ยา เอวรูปา ภากุฏิกา ภากุฏิยํ กุหนา กุหายนา กุหิตตฺตํ✎ ร่าง
Yā evarūpā bhākuṭikā bhākuṭiyaṁ kuhanā kuhāyanā kuhitattaṁ—
mnd10:42.25 #
อิทํ วุจฺจติ ปฏิเสวนสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ ฯ✎ ร่าง
idaṁ paccayapaṭisevanasaṅkhātaṁ kuhanavatthu.
mnd10:43.1 #
กตมํ อิริยาปถสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ iriyāpathasaṅkhātaṁ kuhanavatthu?
อ้างอิงPTS 226 · สยามรัฐ 29.270 · พุทธชยันตี 33.306
mnd10:43.2 #
อิเธกจฺโจ ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต สมฺภาวนาธิปฺปาโย เอวํ มํ ชโน สมฺภาเวสฺสตีติ คมนํ สณฺฐเปติ ฐานํ สณฺฐเปติ นิสชฺชํ สณฺฐเปติ สยนํ สณฺฐเปติ ปณิธาย คจฺฉติ ปณิธาย ติฏฺฐติ ปณิธาย นิสีทติ ปณิธาย เสยฺยํ กปฺเปติ สมาหิโต วิย คจฺฉติ สมาหิโต วิย ติฏฺฐติ สมาหิโต วิย นิสีทติ สมาหิโต วิย เสยฺยํ กปฺเปติ อาปาถกชฺฌายีว โหติ ฯ✎ ร่าง
Idhekacco pāpiccho icchāpakato sambhāvanādhippāyo, “evaṁ maṁ jano sambhāvessatī”ti, gamanaṁ saṇṭhapeti ṭhānaṁ saṇṭhapeti nisajjaṁ saṇṭhapeti sayanaṁ saṇṭhapeti, paṇidhāya gacchati paṇidhāya tiṭṭhati paṇidhāya nisīdati paṇidhāya seyyaṁ kappeti, samāhito viya gacchati samāhito viya tiṭṭhati samāhito viya nisīdati samāhito viya seyyaṁ kappeti, āpāthakajjhāyīva hoti.
mnd10:43.3 #
ยา เอวรูปา อิริยาปถสฺส อาฐปนา ฐปนา สณฺฐปนา ภากุฏิกา ภากุฏิยํ กุหนา กุหายนา กุหิตตฺตํ✎ ร่าง
Yā evarūpā iriyāpathassa āṭhapanā ṭhapanā saṇṭhapanā bhākuṭikā bhākuṭiyaṁ kuhanā kuhāyanā kuhitattaṁ—
mnd10:43.4 #
อิทํ วุจฺจติ อิริยาปถสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ ฯ✎ ร่าง
idaṁ iriyāpathasaṅkhātaṁ kuhanavatthu.
mnd10:44.1 #
กตมํ สามนฺตชปฺปนสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ sāmantajappanasaṅkhātaṁ kuhanavatthu?
อ้างอิงสยามรัฐ 29.271 · ฉัฏฐสังคายนา 77.165
mnd10:44.2 #
อิเธกจฺโจ ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต สมฺภาวนาธิปฺปาโย เอวํ มํ ชโน สมฺภาเวสฺสตีติ อริยธมฺมสนฺนิสฺสิตํ วาจํ ภาสติ✎ ร่าง
Idhekacco pāpiccho icchāpakato sambhāvanādhippāyo, “evaṁ maṁ jano sambhāvessatī”ti, ariyadhammasannissitaṁ vācaṁ bhāsati.
mnd10:44.3 #
โย เอวรูปํ จีวรํ ธาเรติ โส สมโณ มเหสกฺโขติ ภณติ✎ ร่าง
“Yo evarūpaṁ cīvaraṁ dhāreti so samaṇo mahesakkho”ti bhaṇati;
mnd10:44.4 #
โย เอวรูปํ ปตฺตํ ธาเรติ✎ ร่าง
“yo evarūpaṁ pattaṁ dhāreti …
mnd10:44.5 #
โลหถาลกํ ธาเรติ✎ ร่าง
lohathālakaṁ dhāreti …
mnd10:44.6 #
ธมฺมกรกํ ธาเรติ✎ ร่าง
dhammakaraṇaṁ dhāreti …
mnd10:44.7 #
ปริสาวนํ ธาเรติ✎ ร่าง
parisāvanaṁ dhāreti …
mnd10:44.8 #
กุญฺจิกํ ธาเรติ✎ ร่าง
kuñcikaṁ dhāreti …
mnd10:44.9 #
อุปาหนํ ธาเรติ✎ ร่าง
upāhanaṁ dhāreti …
mnd10:44.10 #
กายพนฺธนํ ธาเรติ✎ ร่าง
kāyabandhanaṁ dhāreti …
mnd10:44.11 #
อาโยคํ ธาเรติ โส สมโณ มเหสกฺโขติ ภณติ ฯ✎ ร่าง
āyogaṁ dhāreti so samaṇo mahesakkho”ti bhaṇati;
mnd10:44.12 #
ยสฺส เอวรูโป อุปชฺฌาโย โส สมโณ มเหสกฺโขติ ภณติ ฯ✎ ร่าง
“yassa evarūpo upajjhāyo so samaṇo mahesakkho”ti bhaṇati;
mnd10:44.13 #
ยสฺส เอวรูโป อาจริโย✎ ร่าง
“yassa evarūpo ācariyo …
mnd10:44.14 #
เอวรูปา สมานุปชฺฌายกา✎ ร่าง
evarūpā samānupajjhāyakā …
mnd10:44.15 #
สมานาจริยกา✎ ร่าง
samānācariyakā …
mnd10:44.16 #
มิตฺตา✎ ร่าง
mittā …
mnd10:44.17 #
สนฺทิฏฺฐา✎ ร่าง
sandiṭṭhā …
mnd10:44.18 #
สมฺภตฺตา✎ ร่าง
sambhattā …
mnd10:44.19 #
สหายา โส สมโณ มเหสกฺโขติ ภณติ ฯ✎ ร่าง
sahāyā so samaṇo mahesakkho”ti bhaṇati;
mnd10:44.20 #
โย เอวรูเป วิหาเร วสติ โส สมโณ มเหสกฺโขติ ภณติ ฯ✎ ร่าง
“yo evarūpe vihāre vasati so samaṇo mahesakkho”ti bhaṇati;
mnd10:44.21 #
โย เอวรูเป อฑฺฒโยเค วสติ✎ ร่าง
“yo evarūpe aḍḍhayoge vasati …
mnd10:44.22 #
ปาสาเท วสติ✎ ร่าง
pāsāde vasati …
mnd10:44.23 #
หมฺมิเย วสติ คุหายํ วสติ เลเณ วสติ กุฏิยา วสติ✎ ร่าง
hammiye vasati …
mnd10:44.27 #
กูฏาคาเร วสติ✎ ร่าง
kūṭāgāre vasati …
mnd10:44.28 #
อฏฺเฏ วสติ✎ ร่าง
aṭṭe vasati …
mnd10:44.29 #
มาเฬ วสติ✎ ร่าง
māḷe vasati …
mnd10:44.30 #
อุทฺทณฺเฑ วสติ✎ ร่าง
uddaṇḍe vasati …
mnd10:44.31 #
อุปฏฺฐานสาลายํ วสติ✎ ร่าง
upaṭṭhānasālāyaṁ vasati …
mnd10:44.32 #
มณฺฑเป วสติ✎ ร่าง
maṇḍape vasati …
mnd10:44.33 #
รุกฺขมูเล วสติ โส สมโณ มเหสกฺโขติ ภณติ ฯ✎ ร่าง
rukkhamūle vasati, so samaṇo mahesakkho”ti bhaṇati.
mnd10:45.1 #
อถวา โกรชิกโกรชิโก ภากุฏิกภากุฏิโก กุหกกุหโก ลปกลปโก มุขสมฺภาวิโต อยํ สมโณ อิมาสํ เอวรูปานํ สนฺตานํ วิหารสมาปตฺตีนํ ลาภีติ ตาทิสํ คมฺภีรํ คูฬฺหํ นิปุณํ ปฏิจฺฉนฺนํ โลกุตฺตรสุญฺญตปฏิสญฺญุตฺตํ กถํ กเถติ ฯ✎ ร่าง
Atha vā korajikakorajiko bhākuṭikabhākuṭiko kuhakakuhako lapakalapako mukhasambhāviko, “ayaṁ samaṇo imāsaṁ evarūpānaṁ santānaṁ vihārasamāpattīnaṁ lābhī”ti tādisaṁ gambhīraṁ gūḷhaṁ nipuṇaṁ paṭicchannaṁ lokuttaraṁ suññatāpaṭisaṁyuttaṁ kathaṁ kathesi.
อ้างอิงPTS 227
mnd10:45.2 #
ยา เอวรูปา ภากุฏิกา ภากุฏิยํ กุหนา กุหายนา กุหายิตตฺตํ✎ ร่าง
Yā evarūpā bhākuṭikā bhākuṭiyaṁ kuhanā kuhāyanā kuhitattaṁ—
mnd10:45.3 #
อิทํ วุจฺจติ สามนฺตชปฺปนสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ ฯ✎ ร่าง
idaṁ sāmantajappanasaṅkhātaṁ kuhanavatthu.
mnd10:45.4 #
ยสฺสิมานิ ตีณิ กุหนวตฺถูนิ ปหีนานิ สมุจฺฉินฺนานิ วูปสนฺตานิ ปฏิปฺปสฺสทฺธานิ อภพฺพุปฺปตฺติกานิ ญาณคฺคินา ทฑฺฒานิ โส วุจฺจติ อกุหโกติ✎ ร่าง
Yassimāni tīṇi kuhanavatthūni pahīnāni samucchinnāni vūpasantāni paṭipassaddhāni abhabbuppattikāni ñāṇagginā daḍḍhāni, so vuccati akuhakoti—
mnd10:45.5 #
ปฏิลีโน อกุหโก ฯ✎ ร่าง
patilīno akuhako.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน