‹ กลับ
ตุวฏกสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 707 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๗๖๓๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๗๐๗] คำว่า ในกาลทุกเมื่อ ในคำว่า ภิกษุพึงเป็นผู้มีสติศึกษาเพื่อกำจัดซึ่งตัณหา เหล่านั้นในกาลทุกเมื่อ ความว่า ในกาลทุกเมื่อ ในกาลทั้งปวง ตลอดกาลทั้งปวง ตลอดกาล เป็นนิตย์ ตลอดกาลยั่งยืน ตลอดกาลนิรันดร์ ตลอดกาลเป็นอันเดียว ตลอดกาลติดต่อ ตลอด กาลเป็นลำดับ ตลอดกาลไม่ขาดระยะ ตลอดกาลไม่มีระหว่าง ตลอดกาลสืบเนื่อง ตลอดกาล ไม่ขาดสาย ตลอดกาลกระชั้นชิด ในกาลก่อนภัต ในกาลหลังภัต ในยามต้น ในยามกลาง ในยามหลัง ในข้างแรม ในข้างขึ้น ในฤดูฝน ในฤดูหนาว ในฤดูร้อน ในตอนวัยต้น ใน ตอนวัยกลาง ในตอนวัยหลัง. คำว่า ผู้มีสติ ได้แก่เป็นผู้มีสติโดยเหตุ ๔ อย่าง คือ เมื่อเจริญ กายานุปัสสนาสติปัฏฐานในกาย ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เมื่อเจริญเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐานในเวทนา ทั้งหลาย ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เมื่อเจริญจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐานในจิต ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เมื่อเจริญ ธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐานในธรรมทั้งหลาย ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ. เป็นผู้มีสติโดยเหตุ ๔ อีกประการ หนึ่ง คือ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะเว้นจากความเป็นผู้ไม่มีสติ เพราะเป็นผู้กระทำธรรมทั้งหลาย ที่ควรทำด้วยสติ เพราะเป็นผู้กำจัดธรรมอันเป็นปฏิปักษ์ต่อสติ เพราะเป็นผู้ไม่หลงลืมธรรมอัน เป็นนิมิตแห่งสติ. เป็นผู้มีสติโดยเหตุ ๔ อีกประการหนึ่ง คือ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะเป็นผู้ ประกอบด้วยสติ เป็นผู้อยู่ด้วยสติ เพราะเป็นผู้คล่องแคล่วด้วยสติ เพราะเป็นผู้ไม่หวนกลับ จากสติ. เป็นผู้มีสติ โดยเหตุ ๔ อีกประการหนึ่ง คือ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะเป็นผู้ระลึกได้ เพราะเป็นผู้สงบ เพราะเป็นผู้ระงับ เพราะเป็นผู้ประกอบด้วยธรรมของสัตบุรุษ. ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะพุทธานุสสติ ธรรมานุสสติ สังฆานุสสติ สีลานุสสติ จาคานุสสติ เทวตานุสสติ อานาปาณ- *สติ มรณสติ กายคตาสติ อุปสมานุสสติ. ความระลึก ความระลึกถึง ความระลึกเฉพาะ ความ ระลึก กิริยาที่ระลึก ความทรงจำ ความไม่เลื่อนลอย ความไม่หลงลืม สติ สตินทรีย์ สติพละ สัมมาสติ สติสัมโพชฌงค์ เอกายนมรรค นี้เรียกว่าสติ. บุคคลเป็นผู้เข้าใกล้ เข้าชิด เข้าถึง เข้าถึงพร้อม เข้าไปถึง เข้าไปถึงพร้อม ประกอบด้วยสตินี้ บุคคลนั้นเรียกว่า เป็นผู้มีสติ. คำว่า พึงศึกษา ได้แก่สิกขา ๓ คือ อธิศีลสิกขา อธิจิตตสิกขา อธิปัญญาสิกขา อธิศีลสิกขาเป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศีล เป็นผู้สำรวมด้วยปาติโมกขสังวร ถึงพร้อม ด้วยอาจาระและโคจร เห็นภัยในโทษมีประมาณเล็กน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ศีลขันธ์น้อย ศีลขันธ์ใหญ่ ศีลเป็นที่ตั้ง เป็นเบื้องต้น เป็นเบื้องบาท เป็นความสำรวม เป็นความระวัง เป็นปาก เป็นประธาน แห่งความถึงพร้อมด้วยกุศลธรรมทั้งหลาย นี้ชื่อว่า อธิศีลสิกขา. อธิจิตตสิกขาเป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม บรรลุปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่ บรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่งจิต ณ ภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตกและวิจารสงบไป มีปีติและสุข เกิดแต่สมาธิอยู่ เพราะปีติสิ้นไป จึงมีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย บรรลุ- *ตติยฌาน ที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติอยู่เป็นสุข บรรลุจตุตถฌาน ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุขละทุกข์และดับโสมนัส โทมนัสก่อนๆ ได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ นี้ชื่อว่า อธิจิตตสิกขา. อธิปัญญาสิกขาเป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีปัญญา ประกอบด้วยปัญญา อันให้ถึงความเกิดและความดับ เป็นอริยะ ชำแรกกิเลส ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ ภิกษุนั้น ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้เหตุให้เกิดทุกข์ นี้ความดับทุกข์ นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความ ดับทุกข์ เหล่านี้อาสวะ นี้เหตุให้เกิดอาสวะ นี้ความดับอาสวะ นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับอาสวะ นี้ชื่อว่า อธิปัญญาสิกขา. คำว่า ภิกษุพึงเป็นผู้มีสติศึกษาเพื่อกำจัดซึ่งตัณหาเหล่านั้น ในกาลทุกเมื่อ ความว่า ภิกษุพึงศึกษาอธิศีลบ้าง อธิจิตบ้าง อธิปัญญาบ้าง คือ เมื่อนึกถึงสิกขาทั้ง ๓ นี้ ก็พึงศึกษา เมื่อรู้ก็พึงศึกษา เมื่อเห็นก็พึงศึกษา เมื่อพิจารณาก็พึงศึกษา เมื่อตั้งจิตก็พึงศึกษา เมื่อน้อมใจ เชื่อด้วยศรัทธาก็พึงศึกษา เมื่อประกอบความเพียรก็พึงศึกษา เมื่อเข้าไปตั้งสติก็พึง ศึกษา เมื่อตั้งจิตก็พึงศึกษา เมื่อรู้ชัดด้วยปัญญาก็พึงศึกษา เมื่อรู้ยิ่งซึ่งธรรมที่ ควรรู้ยิ่งก็พึงศึกษา เมื่อกำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้ก็พึงศึกษา เมื่อละธรรมที่ควรละก็พึงศึกษา เมื่อเจริญธรรมที่ควรเจริญก็พึงศึกษา เมื่อทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งก็พึงศึกษา คือ ประพฤติ ประพฤติเอื้อเฟื้อ ประพฤติด้วยดี สมาทานประพฤติ เพื่อกำจัด กำจัดเฉพาะ ละ สงบ สละคืน ระงับ ซึ่งตัณหาเหล่านั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ภิกษุพึงเป็นผู้มีสติศึกษาเพื่อกำจัดซึ่ง ตัณหาเหล่านั้นในกาลทุกเมื่อ. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุพึงกำจัดบาปธรรมทั้งปวง คือกิเลสที่เป็น รากเหง้าแห่งส่วนธรรมเครื่องเนิ่นช้า และอัสมิมานะ ด้วยปัญญา ก็ตัณหาอย่างใดอย่างหนึ่งที่มี ณ ภายใน ภิกษุพึงเป็นผู้มีสติศึกษา เพื่อกำจัดซึ่งตัณหาเหล่านั้นในกาลทุกเมื่อ.
เทียบรายประโยค (54 ประโยค)
mnd14:22.1 #
ตาสํ วินยา สทา สโต สิกฺเขติ✎ ร่าง
Tāsaṁ vinayā sadā sato sikkheti.
อ้างอิงPTS 347 · สยามรัฐ 29.419
mnd14:22.2 #
สทาติ สทา สพฺพทา สพฺพกาลํ นิจฺจกาลํ ธุวกาลํ สตตํ สมิตํ อพฺโพกิณฺณํ โปขานุโปขํ อุทกุมฺมิกชาตํ อวิจิ สนฺตติ สหิตํ ผุสิตํ ปุเรภตฺตํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานา วา ฯ ปจฺฉาภตฺตํ ปุริมยามํ มชฺฌิมยามํ ปจฺฉิมยามํ กาเฬ ชุเณฺห วสฺเส เหมนฺเต คิเมฺห ปุริเม วโยขนฺเธ มชฺฌิเม วโยขนฺเธ ปจฺฉิเม วโยขนฺเธ ฯ✎ ร่าง
Sadāti sadā sabbadā sabbakālaṁ niccakālaṁ dhuvakālaṁ, satataṁ samitaṁ abbokiṇṇaṁ poṅkhānupoṅkhaṁ udakūmigajātaṁ avīcisantatisahitaṁ phusitaṁ, purebhattaṁ pacchābhattaṁ, purimaṁ yāmaṁ majjhimaṁ yāmaṁ pacchimaṁ yāmaṁ, kāḷe juṇhe, vasse hemante gimhe, purime vayokhandhe majjhime vayokhandhe pacchime vayokhandhe.
mnd14:22.3 #
สโตติ จตูหิ การเณหิ สโต✎ ร่าง
Satoti catūhi kāraṇehi sato—
mnd14:22.4 #
กาเย กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ ภาเวนฺโต สโต✎ ร่าง
kāye kāyānupassanāsatipaṭṭhānaṁ bhāvento sato,
mnd14:22.5 #
เวทนาสุ✎ ร่าง
vedanāsu …pe…
mnd14:22.6 #
จิตฺเต✎ ร่าง
citte …pe…
mnd14:22.7 #
ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ ภาเวนฺโต สโต ฯ✎ ร่าง
dhammesu dhammānupassanāsatipaṭṭhānaṁ bhāvento sato.
mnd14:22.8 #
อปเรหิปิ จตูหิ การเณหิ สโต✎ ร่าง
Aparehipi catūhi kāraṇehi sato—
mnd14:22.9 #
อสติปริวชฺชนาย สโต สติกรณียานํ ธมฺมานํ กตตฺตา สโต สติปฏิปกฺขานํ ธมฺมานํ หตตฺตา สโต สตินิมิตฺตานํ ธมฺมานํ อสมฺมุฏฺฐตฺตา สโต ฯ✎ ร่าง
asati parivajjanāya sato, satikaraṇīyānaṁ dhammānaṁ katattā sato, satipaṭipakkhānaṁ dhammānaṁ hatattā sato, satinimittānaṁ asammuṭṭhattā sato.
mnd14:22.10 #
อปเรหิปิ จตูหิ การเณหิ สโต✎ ร่าง
Aparehipi catūhi kāraṇehi sato—
mnd14:22.11 #
สติยา สมนฺนาคตตฺตา สโต สติยา วิสิตตฺตา ๑- สโต สติยา ปาคุญฺญตาย สโต สติยา อปจฺโจโรหณตาย สโต ฯ✎ ร่าง
satiyā samannāgatattā sato, satiyā vasitattā sato, satiyā pāguññatāya sato, satiyā apaccorohaṇatāya sato.
mnd14:22.12 #
อปเรหิปิ จตูหิ การเณหิ สโต✎ ร่าง
Aparehipi catūhi kāraṇehi sato—
mnd14:22.13 #
สตตฺตา สโต สนฺตตฺตา สโต สมิตตฺตา สโต สนฺตธมฺมสมนฺนาคตตฺตา สโต ฯ✎ ร่าง
sattattā sato, santattā sato, samitattā sato, santadhammasamannāgatattā sato.
mnd14:22.14 #
พุทฺธานุสฺสติยา สโต ธมฺมานุสฺสติยา สโต สงฺฆานุสฺสติยา สโต สีลานุสฺสติยา สโต จาคานุสฺสติยา สโต เทวตานุสฺสติยา สโต อานาปานสฺสติยา สโต มรณสฺสติยา สโต กายคตาสติยา สโต อุปสมานุสฺสติยา สโต ฯ✎ ร่าง
Buddhānussatiyā sato, dhammānussatiyā sato, saṅghānussatiyā sato, sīlānussatiyā sato, cāgānussatiyā sato, devatānussatiyā sato, ānāpānassatiyā sato, maraṇassatiyā sato, kāyagatāsatiyā sato, upasamānussatiyā sato.
mnd14:22.15 #
ยา สติ อนุสฺสติ ปฏิสฺสติ สติ สรณตา ธารณตา อปิลาปนตา อสมฺมุสฺสนตา สติ สตินฺทฺริยํ สติพลํ สมฺมาสติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค เอกายนมคฺโค✎ ร่าง
Yā sati anussati paṭissati, sati saraṇatā dhāraṇatā apilāpanatā asammussanatā, sati satindriyaṁ satibalaṁ sammāsati satisambojjhaṅgo ekāyanamaggo—
mnd14:22.16 #
อยํ วุจฺจติ สติ ฯ อิมาย สติยา อุเปโต โหติ สมุเปโต อุปคโต สมุปคโต อุปปนฺโน สมุปปนฺโน สมนฺนาคโต โส วุจฺจติ สโต ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. วสิตตฺตา ฯ {๗๐๗.๒} สิกฺเขติ ติสฺโส สิกฺขา อธิสีลสิกฺขา อธิจิตฺตสิกฺขา อธิปญฺญาสิกฺขา ฯ กตมา อธิสีลสิกฺขา ฯ อิธ ภิกฺขุ สีลวา โหติ ปาฏิโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati sati.
mnd14:23.5 #
ขุทฺทโก สีลกฺขนฺโธ✎ ร่าง
khuddako sīlakkhandho …
mnd14:23.6 #
มหนฺโต สีลกฺขนฺโธ สีลํ ปติฏฺฐา อาทิ จรณํ สํยโม สํวโร มุขํ ปมุขํ กุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา✎ ร่าง
mahanto sīlakkhandho, sīlaṁ patiṭṭhā ādi caraṇaṁ saṁyamo saṁvaro mukhaṁ pamukhaṁ kusalānaṁ dhammānaṁ samāpattiyā—
mnd14:23.7 #
อยํ อธิสีลสิกฺขา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ adhisīlasikkhā.
mnd14:24.1 #
กตมา อธิจิตฺตสิกฺขา ฯ✎ ร่าง
Katamā adhicittasikkhā?
mnd14:24.2 #
อิธ ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ✎ ร่าง
Idha bhikkhu vivicceva kāmehi vivicca akusalehi dhammehi savitakkaṁ savicāraṁ vivekajaṁ pītisukhaṁ paṭhamaṁ jhānaṁ upasampajja viharati.
mnd14:24.3 #
วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา อชฺฌตฺตํ สมฺปสาทนํ เจตโส เอโกทิภาวํ อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธิชํ ปีติสุขํ ทุติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ✎ ร่าง
Vitakkavicārānaṁ vūpasamā ajjhattaṁ sampasādanaṁ cetaso ekodibhāvaṁ avitakkaṁ avicāraṁ samādhijaṁ pītisukhaṁ dutiyaṁ jhānaṁ upasampajja viharati.
mnd14:24.4 #
ปีติยา จ วิราคา อุเปกฺขโก จ วิหรติ สโต จ สมฺปชาโน สุขญฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทติ ยนฺตํ อริยา อาจิกฺขนฺติ อุเปกฺขโก สติมา สุขวิหารีติ ตติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ✎ ร่าง
Pītiyā ca virāgā upekkhako ca viharati sato ca sampajāno sukhañca kāyena paṭisaṁvedeti, yaṁ taṁ ariyā ācikkhanti “upekkhako satimā sukhavihārī”ti tatiyaṁ jhānaṁ upasampajja viharati.
mnd14:24.5 #
สุขสฺส จ ปหานา ทุกฺขสฺส จ ปหานา ปุพฺเพว โสมนสฺสโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมา อทุกฺขมสุขํ อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธึ จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ✎ ร่าง
Sukhassa ca pahānā dukkhassa ca pahānā pubbeva somanassadomanassānaṁ atthaṅgamā adukkhamasukhaṁ upekkhāsatipārisuddhiṁ catutthaṁ jhānaṁ upasampajja viharati—
mnd14:24.6 #
อยํ อธิจิตฺตสิกฺขา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ adhicittasikkhā.
mnd14:25.1 #
กตมา อธิปญฺญาสิกฺขา ฯ✎ ร่าง
Katamā adhipaññāsikkhā?
อ้างอิงสยามรัฐ 29.421
mnd14:25.2 #
อิธ ภิกฺขุ ปญฺญวา โหติ อุทยตฺถคามินิยา ปญฺญาย สมนฺนาคโต อริยาย นิพฺเพธิกาย สมฺมาทุกฺขกฺขยคามินิยา✎ ร่าง
Idha bhikkhu paññavā hoti, udayatthagāminiyā paññāya samannāgato ariyāya nibbedhikāya sammādukkhakkhayagāminiyā.
mnd14:25.3 #
โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ✎ ร่าง
So “idaṁ dukkhan”ti yathābhūtaṁ pajānāti, “ayaṁ dukkhasamudayo”ti yathābhūtaṁ pajānāti, “ayaṁ dukkhanirodho”ti yathābhūtaṁ pajānāti, “ayaṁ dukkhanirodhagāminī paṭipadā”ti yathābhūtaṁ pajānāti,
mnd14:25.4 #
อิเม อาสวาติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ อาสวสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ อาสวนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ อาสวนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ✎ ร่าง
“ime āsavā”ti yathābhūtaṁ pajānāti, “ayaṁ āsavasamudayo”ti yathābhūtaṁ pajānāti, “ayaṁ āsavanirodho”ti yathābhūtaṁ pajānāti, “ayaṁ āsavanirodhagāminī paṭipadā”ti yathābhūtaṁ pajānāti—
mnd14:25.5 #
อยํ อธิปญฺญาสิกฺขา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ adhipaññāsikkhā.
mnd14:26.1 #
ตาสํ วินยา สทา สโต สิกฺเขติ✎ ร่าง
Tāsaṁ vinayā sadā sato sikkheti.
อ้างอิงPTS 349
mnd14:26.2 #
ตาสํ ตณฺหานํ วินยาย ปฏิวินยาย ปหานาย วูปสมาย ปฏินิสฺสคฺคาย ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา อธิสีลมฺปิ สิกฺเขยฺย อธิจิตฺตมฺปิ สิกฺเขยฺย อธิปญฺญมฺปิ สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
Tāsaṁ taṇhānaṁ vinayāya paṭivinayāya pahānāya vūpasamāya paṭinissaggāya paṭipassaddhiyā adhisīlampi sikkheyya, adhicittampi sikkheyya, adhipaññampi sikkheyya;
mnd14:26.3 #
อิมา ติสฺโส สิกฺขา อาวชฺเชนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
imā tisso sikkhāyo āvajjanto sikkheyya,
mnd14:26.4 #
ชานนฺโต ๑- สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
pajānanto sikkheyya,
mnd14:26.5 #
ปสฺสนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
passanto sikkheyya,
mnd14:26.6 #
ปจฺจเวกฺขนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
paccavekkhanto sikkheyya,
mnd14:26.7 #
จิตฺตํ อธิฏฺฐหนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
cittaṁ adhiṭṭhahanto sikkheyya,
mnd14:26.8 #
สทฺธาย อธิมุจฺจนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
saddhāya adhimuccanto sikkheyya,
mnd14:26.9 #
วิริยํ ปคฺคณฺหนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
vīriyaṁ paggaṇhanto sikkheyya,
mnd14:26.10 #
สตึ อุปฏฺฐเปนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
satiṁ upaṭṭhapento sikkheyya,
mnd14:26.11 #
จิตฺตํ สมาทหนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
cittaṁ samādahanto sikkheyya,
mnd14:26.12 #
ปญฺญาย ปชานนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
paññāya pajānanto sikkheyya,
mnd14:26.13 #
อภิญฺเญยฺยํ อภิชานนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
abhiññeyyaṁ abhijānanto sikkheyya,
mnd14:26.14 #
ปริญฺเญยฺยํ ปริชานนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
pariññeyyaṁ parijānanto sikkheyya,
mnd14:26.15 #
ปหาตพฺพํ ปชหนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
pahātabbaṁ pajahanto sikkheyya,
mnd14:26.16 #
ภาเวตพฺพํ ภาเวนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
bhāvetabbaṁ bhāvento sikkheyya,
mnd14:26.17 #
สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกโรนฺโต สิกฺเขยฺย อาจเรยฺย สมาจเรยฺย สมาทาย วตฺเตยฺยาติ✎ ร่าง
sacchikātabbaṁ sacchikaronto sikkheyya ācareyya samācareyya samādāya vatteyyāti—
mnd14:26.18 #
ตาสํ วินยา สทา สโต สิกฺเข ฯ✎ ร่าง
tāsaṁ vinayā sadā sato sikkhe.
mnd14:27.1 #
เตนาห ภควา✎ ร่าง
Tenāha bhagavā—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.257
mnd14:28.1 #
มูลํ ปปญฺจสงฺขายาติ ภควา✎ ร่าง
“Mūlaṁ papañcasaṅkhāya,
mnd14:28.2 #
(iti bhagavā)
mnd14:28.3 #
มนฺตา อสฺมีติ สพฺพมุปรุทฺเธ✎ ร่าง
Mantā asmīti sabbamuparundhe;
mnd14:28.4 #
ยากาจิ ตณฺหา อชฺฌตฺตํ✎ ร่าง
Yā kāci taṇhā ajjhattaṁ,
mnd14:28.5 #
ตาสํ วินยา สทา สโต สิกฺเขติ ฯ✎ ร่าง
Tāsaṁ vinayā sadā sato sikkhe”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน