เนื้อความทั้งข้อ
แปลไทย ฉบับหลวง
บาลีอักษรไทย
[๗๓] คำว่า แต่มุนีย่อมไม่เข้าถึงวาทะติเตียนที่เกิดแล้ว มีความว่า วาทะนั้นเป็น
วาทะเกิดแล้ว เป็นวาทะเกิดพร้อม เกิดแล้ว เกิดเฉพาะแล้ว ปรากฏแล้ว คือ
เสียงประกาศแต่บุคคลอื่น คำด่า คำเข้าไปติเตียนพระผู้มีพระภาค และภิกษุสงฆ์ ด้วยคำอัน
ไม่จริง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า วาทะติเตียนที่เกิดแล้ว. คำว่า มุนี ในคำว่า มุนีย่อมไม่เข้าถึง
มีความว่า ญาณเรียกว่าโมนะ ได้แก่ ปัญญา ความรู้ทั่ว ฯลฯ ความไม่หลง ความเลือกเฟ้น
ธรรม ความเห็นชอบ บุคคลประกอบด้วยญาณนั้น ชื่อว่ามุนี คือผู้ถึงญาณที่ชื่อว่าโมนะ ฯลฯ
บุคคลใดรู้ธรรมของอสัตบุรุษและธรรมของสัตบุรุษในโลกทั้งปวง ทั้งภายในภายนอก ก้าวล่วง
ธรรมเป็นเครื่องข้องและตัณหาเพียงดังว่าข่าย ดำรงอยู่ เป็นผู้อันเทวดา และมนุษย์บูชาแล้ว
บุคคลนั้นชื่อว่ามุนี. บุคคลใดจะเข้าถึงวาทะติเตียน บุคคลนั้น ย่อมเข้าถึงวาทะติเตียนด้วยเหตุ
๒ ประการ คือ เป็นผู้กระทำ ย่อมเข้าถึงวาทะ ติเตียนด้วยความเป็นผู้กระทำ (ผู้กล่าวหา) ๑
เป็นผู้ถูกเขาว่า เขาติเตียน ย่อมโกรธ ขัดเคือง โต้ตอบ ทำความโกรธ ความเคือง ความชัง
ให้ปรากฏว่า เราไม่เป็นผู้กระทำ ๑. บุคคลใดจะเข้าถึงวาทะติเตียน บุคคลนั้นย่อมเข้าถึงวาทะ
ติเตียนด้วยเหตุ ๒ ประการนี้. มุนีไม่เข้าถึงวาทะติเตียนด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ เป็นผู้ไม่
กระทำ ย่อมไม่เข้าถึงวาทะติเตียนด้วยความเป็นผู้ไม่กระทำ ๑ เป็นผู้ถูกเขาว่า เขาติเตียน ย่อม
ไม่โกรธ ไม่เคือง ไม่ได้ตอบ ไม่ทำความโกรธ ความเคือง ความชังให้ปรากฏว่า เราไม่เป็น
ผู้กระทำ ๑. มุนีย่อมไม่เข้าถึง ไม่เข้าไปถึง ไม่ถือ ไม่ยึดมั่น ไม่ถือมั่นวาทะติเตียนด้วยเหตุ ๒
ประการนี้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า แต่มุนีย่อมไม่เข้าถึงวาทะติเตียนที่เกิดแล้ว.
▴ ย่อ
วาทญฺจ ชาตํ มุนิ โน อุเปตีติ✎ ร่าง
Vādañca jātaṁ muni no upetī ti.
อ้างอิง PTS 63 · สยามรัฐ 29.73 · ฉัฏฐสังคายนา 77.45 · พุทธชยันตี 33.88
—
Evarūpampi vīriyasamādānaṁ vuccati vataṁ, na sīlaṁ.
โส วาโท ชาโต โหติ
สญฺชาโต นิพฺพตฺโต อภินิพฺพตฺโต ปาตุภูโต ปรโต โฆโส
อกฺโกโส อุปวาโท ภควโต จ ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ อภูเตนาติ✎ ร่าง
So vādo jāto hoti sañjāto nibbatto abhinibbatto pātubhūto paratoghoso akkoso upavādo bhagavato ca bhikkhusaṅghassa ca abhūtenāti—
วาทญฺจ ชาตํ ฯ✎ ร่าง
vādañca jātaṁ.
มุนิ โน อุเปตีติ✎ ร่าง
Muni no upetī ti.
โมนํ วุจฺจติ ญาณํ✎ ร่าง
Monaṁ vuccati ñāṇaṁ.
ยา ปญฺญา ปชานนา ฯเปฯ อโมโห ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏฺฐิ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. อโตปิ ฯ
เตน ญาเณน สมนฺนาคโต มุนิ โมนปฺปตฺโต ฯเปฯ✎ ร่าง
Yā paññā pajānanā amoho dhammavicayo sammādiṭṭhi, tena ñāṇena samannāgato muni monappatto …pe…
สงฺคชาลมติจฺจ
โส มุนีติ ฯ✎ ร่าง
saṅgajālamaticca so muni.
โย วาทํ อุเปติ โส ทฺวีหิ การเณหิ วาทํ อุเปติ ฯ✎ ร่าง
Yo vādaṁ upeti so dvīhi kāraṇehi vādaṁ upeti—
การโก
การกตาย วาทํ อุเปติ ฯ อถวา วุจฺจมาโน อุปวทิยมาโน กุปฺปติ
พฺยาปชฺชติ ปติฏฺฐิยติ โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ✎ ร่าง
kārako kārakatāya vādaṁ upeti, atha vā vuccamāno upavadiyamāno kuppati byāpajjati patitthīyati kopañca dosañca appaccayañca pātukaroti.
อการโกมฺหีติ ฯ โย วาทํ อุเปติ โส อิเมหิ ทฺวีหิ การเณหิ วาทํ อุเปติ ฯ✎ ร่าง
Akārakomhīti yo vādaṁ upeti so imehi dvīhi kāraṇehi vādaṁ upeti.
มุนิ ทฺวีหิ การเณหิ วาทํ น อุเปติ ฯ✎ ร่าง
Muni dvīhi kāraṇehi vādaṁ na upeti—
อการโก อการกตาย วาทํ น
อุเปติ ฯ อถวา วุจฺจมาโน อุปวทิยมาโน น กุปฺปติ น พฺยาปชฺชติ
น ปติฏฺฐิยติ น โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ✎ ร่าง
akārako muni akārakatāya vādaṁ na upeti, atha vā vuccamāno upavadiyamāno na kuppati na byāpajjati na patitthīyati na kopañca dosañca appaccayañca pātukaroti.
อการโกมฺหีติ ฯ มุนิ อิเมหิ ทฺวีหิ การเณหิ วาทํ น อุเปติ น
อุปคจฺฉติ น คณฺหาติ น ปรามสติ น อภินิวิสตีติ✎ ร่าง
Akārakomhīti muni imehi dvīhi kāraṇehi vādaṁ na upeti na upagacchati na gaṇhāti na parāmasati na abhinivisatīti—
วาทญฺจ ชาตํ
มุนิ โน อุเปติ ฯ✎ ร่าง
vādañca jātaṁ muni no upeti.