‹ กลับ
ตุวฏกสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 752 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๗๖๓๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๗๕๒] ชื่อว่า ความเกียจคร้าน ในคำว่า พึงละเว้นความเกียจคร้าน ความหลง ความหัวเราะ การเล่น เมถุนธรรมอันเป็นไปกับด้วยการประดับ ได้แก่ความเกียจคร้าน กิริยาที่ เกียจคร้าน ความเป็นผู้เกียจคร้าน ความเป็นผู้มีใจเกียจคร้าน ความขี้เกียจ กิริยาที่ขี้เกียจ ความเป็นคนขี้เกียจ นี้เรียกว่าความเกียจคร้าน. คำว่า ความลวง ความว่า ความประพฤติลวง เรียกว่าความลวง. บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติทุจริตด้วยกาย ประพฤติทุจริตด้วยวาจา ประพฤติทุจริตด้วยใจแล้ว ตั้งความปรารถนาลามกเพราะเหตุจะปกปิดทุจริตนั้น คือ ย่อมปรารถนา ว่า ใครๆ อย่ารู้จักเรา (ว่าเราประพฤติชั่ว) ย่อมดำริว่า ใครๆ อย่ารู้จักเรา คิดว่า ใครๆ อย่ารู้จัก เรา ดังนี้แล้ว กล่าววาจา (ว่าตนไม่มีความประพฤติชั่ว) คิดว่า ใครๆ อย่ารู้จักเรา ดังนี้แล้ว ก็บากบั่นด้วยกาย. ความลวง ความเป็นผู้ลวง กิริยาเป็นเครื่องปิดบัง กิริยาที่ซ่อนความจริง กิริยา ที่บังความผิด กิริยาที่ปิดความผิด กิริยาที่เลี่ยงความผิด กิริยาที่หลบความผิด กิริยาที่ซ่อนความชั่ว กิริยาที่พรางความชั่ว กิริยาที่บังความชั่ว กิริยาที่ปกปิดความชั่ว ความทำให้ลับ ความไม่เปิดเผย กิริยาที่คลุมความผิด กิริยาที่ชั่ว นี้เรียกว่าความลวง. คำว่า ความหัวเราะ ความว่า บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมหัวเราะเกินประมาณจนฟัน ปรากฏ. สมจริงตามที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความหัวเราะเกินประมาณจนฟัน ปรากฏนี้เป็นกิริยาของเด็ก ในอริยวินัย ชื่อว่า การเล่น ได้แก่การเล่น ๒ อย่าง คือ การเล่น ทางกาย ๑ การเล่นทางวาจา ๑. การเล่นทางกายเป็นไฉน? ชนทั้งหลายย่อมเล่นช้างบ้าง เล่นม้า บ้าง เล่นรถบ้าง เล่นธนูบ้าง เล่นหมากรุกแถวละ ๘ ตาบ้าง เล่นหมากรุกแถวละ ๑๐ ตาบ้าง เล่นหมากเก็บบ้าง เล่นชิงนางบ้าง เล่นหมากไหวบ้าง เล่นโยนบ่วงบ้าง เล่นไม้หึ่งบ้าง เล่นฟาด ให้เห็นรูปต่างๆ บ้าง เล่นสกาบ้าง เล่นเป่าใบไม้บ้าง เล่นไถน้อยๆ บ้าง เล่นหกคะเมนบ้าง เล่นกังหันบ้าง เล่นตวงทรายบ้าง เล่นรถน้อยๆ บ้าง เล่นธนูน้อยๆ บ้าง เล่นเขียนทายกันบ้าง เล่นทายใจกันบ้าง เล่นเลียนคนขอทานบ้าง นี้ชื่อว่าการเล่นทางกาย. การเล่นทางวาจาเป็นไฉน? เล่นตีกลองปาก เล่นพิณพาทย์ปาก เล่นรัวกลองด้วยปาก เล่นผิวปาก เล่นกะเดาะปาก เล่นเป่าปาก เล่นซ้อมเพลง เล่นโห่ร้อง เล่นร้องเพลง เล่นหัวเราะ กัน นี้ชื่อว่าการเล่นทางวาจา. ชื่อว่าเมถุนธรรม ได้แก่ธรรมของอสัตบุรุษ ธรรมของชาวบ้าน ธรรมของคนเลว ธรรมชั่วหยาบ ธรรมมีน้ำชำระเป็นส่วนสุด ธรรมที่ทำในที่ลับ ธรรมเป็นความถึงพร้อมแห่งคน คู่ๆ กัน. เพราะเหตุไรบัณฑิตจึงกล่าวว่า เมถุนธรรม. ธรรมของคนคู่กันผู้กำหนัด กำหนัดนัก ผู้ชุ่มด้วยราคะ มีราคะกำเริบขึ้น มีจิตอันราคะครอบงำ เป็นคนเช่นเดียวกันทั้งสองคน เพราะ เหตุดังนี้นั้น บัณฑิตจึงกล่าวว่า เมถุนธรรม. คนสองคนทำความทะเลาะกัน เรียกว่าคนคู่กัน คนสองคนทำความหมายหมั้นกัน เรียกว่าคนคู่กัน คนสองคนทำความอื้อฉาว เรียกว่าคนคู่กัน คนสองคนทำความวิวาทกัน เรียกว่าคนคู่กัน คนสองคนก่ออธิกรณ์กัน เรียกว่าคนคู่กัน คนสอง คนพูดกัน เรียกว่าคนคู่กัน คนสองคนปราศรัยกัน เรียกว่าคนคู่กัน ฉันใด ธรรมของคนคู่กัน ผู้กำหนัด กำหนัดนัก ผู้ชุ่มด้วยราคะ มีราคะกำเริบขึ้น มีจิตอันราคะครอบงำ เป็นคนเช่นเดียว กันทั้ง ๒ คน เพราะเหตุดังนี้นั้น บัณฑิตจึงกล่าวว่า เมถุนธรรม ฉันนั้น. ชื่อว่าการประดับ ได้แก่การประดับมีอยู่ ๒ อย่าง คือการประดับของคฤหัสถ์ ๑ การประดับของบรรพชิต ๑. การประดับของคฤหัสถ์เป็นไฉน? การแต่งผม การแต่งหนวด การทัดดอกไม้ การประพรมเครื่องหอม การย้อมผิว การแต่งเครื่องประดับ การแต่งเครื่องแต่งตัว การนุ่งห่มผ้าสวยงาม การประดับข้อมือ การทรงผ้าโพก การอบตัว การนวดตัว การอาบน้ำ การดัดตัว การส่องกระจก การแต้มตา การสวมพวงดอกไม้ การทาปาก การเจิมหน้า การผูกข้อมือ การเกล้าผม การใช้ไม้เท้า การใช้ทะนาน การใช้ดาบ การใช้ร่ม การสวมรองเท้าที่งาม การ สวมเขียงเท้า การติดกรอบหน้า การปักปิ่น การใช้พัด การนุ่งห่มผ้าขาว การนุ่งห่มผ้าชายยาว นี้ชื่อว่าการประดับของคฤหัสถ์. การประดับของบรรพชิตเป็นไฉน? การตบแต่งจีวร การตบแต่งบาตร หรือการตบแต่ง การประดับ การเล่นสนุกในการประดับ การเพลินในการประดับ การปรารถนาในการประดับ ความชอบในการประดับ กิริยาที่ประดับ ความเป็นแห่งการประดับ ซึ่งกายอันเปื่อยเน่านี้ หรือ บริขารทั้งหลายอันเป็นภายนอก นี้ชื่อว่าการประดับของบรรพชิต. คำว่า พึงละเว้นความเกียจคร้าน ความลวง ความหัวเราะ การเล่น เมถุนธรรมอันเป็น ไปกับด้วยการประดับ ความว่า พึงละเว้น บรรเทา ทำให้สิ้นไป ให้ถึงความไม่มี ซึ่งความเกียจคร้าน ความลวง ความหัวเราะ การเล่น เมถุนธรรมอันเป็นไปกับด้วยการประดับ คือ ทั้งบริวาร ทั้งบริภัณฑ์ ทั้งบริขาร เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พึงละเว้นความเกียจคร้าน ความลวง ความ หัวเราะ การเล่น เมถุนธรรมอันเป็นไปกับด้วยการประดับ. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึง ตรัสตอบว่า ภิกษุไม่พึงทำความหลับให้มาก พึงมีความเพียร ซ่องเสพความเป็นผู้ตื่น พึงละเว้นความเกียจคร้าน ความลวง ความหัวเราะ การเล่น เมถุนธรรม อันเป็นไปกับด้วยการประดับ.
เทียบรายประโยค (24 ประโยค)
mnd14:143.1 #
ตนฺทึ มายํ หสํ ขิฑฺฑํ เมถุนํ วิปฺปชเห สวิภูสนฺติ✎ ร่าง
Tandiṁ māyaṁ hassaṁ khiḍḍaṁ, methunaṁ vippajahe savibhūsanti.
อ้างอิงPTS 379 · ฉัฏฐสังคายนา 77.279
mnd14:143.2 #
ตนฺทีติ ยา ตนฺทิ ตนฺทิยนา ตนฺทิยิตตฺตํ ตนฺทิมนตฺตํ ๑- อาลสิยํ อาลสายนา อาลสายิตตฺตํ อยํ ๒- วุจฺจติ ตนฺทิ ฯ มายาติ✎ ร่าง
Tandīti tandī tandiyanā tandiyitattaṁ tandimanakatā ālasyaṁ ālasyāyanā ālasyāyitattaṁ.
mnd14:143.3 #
มายา วุจฺจติ วญฺจนิกา จริยา ฯ✎ ร่าง
Māyā vuccati vañcanikā cariyā.
mnd14:143.4 #
อิเธกจฺโจ กาเยน ทุจฺจริตํ จริตฺวา✎ ร่าง
Idhekacco kāyena duccaritaṁ caritvā …
mnd14:143.5 #
วาจาย ทุจฺจริตํ จริตฺวา✎ ร่าง
vācāya …pe…
mnd14:143.6 #
มนสา ทุจฺจริตํ จริตฺวา ตสฺส ปฏิจฺฉาทนเหตุ ปาปิกํ อิจฺฉํ ปหทติ✎ ร่าง
manasā duccaritaṁ caritvā tassa paṭicchādanahetu pāpikaṁ icchaṁ paṇidahati.
mnd14:143.7 #
มา มํ ชญฺญาติ อิจฺฉติ มา มํ ชญฺญาติ สงฺกปฺเปติ มา มํ ชญฺญาติ วาจํ ภาสติ มา มํ ชญฺญาติ กาเยน ปรกฺกมติ ฯ✎ ร่าง
Mā maṁ jaññāti icchati, mā maṁ jaññāti saṅkappeti, mā maṁ jaññāti vācaṁ bhāsati, mā maṁ jaññāti kāyena parakkamati.
mnd14:143.8 #
ยา เอวรูปา มายา มายาวิตา อจฺจสรา วญฺจนา นิกติ นิกิรณา นิหรณา ปริหรณา คูหนา ปริคูหนา ฉาทนา ปริจฺฉาทนา อนุตฺตานีกมฺมํ อนาวิกมฺมํ โวจฺฉาทนา ปาปกิริยา✎ ร่าง
Yā evarūpā māyāvitā accasarā vañcanā nikati nikiraṇā pariharaṇā gūhanā parigūhanā chādanā paricchādanā anuttānikammaṁ anāvikammaṁ vocchādanā pāpakiriyā—
mnd14:143.9 #
อยํ วุจฺจติ มายา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati māyā.
mnd14:143.10 #
หสนฺติ อิเธกจฺโจ อติเวลํ ทนฺตวิทํสกํ หสติ ฯ✎ ร่าง
Hassanti idhekacco ativelaṁ dantavidaṁsakaṁ hasati.
mnd14:143.11 #
วุตฺตํ เหตํ ภควตา✎ ร่าง
Vuttañhetaṁ bhagavatā—
mnd14:143.12 #
กุมารกมิทํ ภิกฺขเว อริยสฺส วินเย ยทิทํ อติเวลํ ทนฺตวิทํสกํ หสิตนฺติ ฯ✎ ร่าง
“komārakamidaṁ, bhikkhave, ariyassa vinaye yadidaṁ ativelaṁ dantavidaṁsakaṁ hasitan”ti.
mnd14:144.1 #
ขิฑฺฑาติ เทฺว ขิฑฺฑา✎ ร่าง
Khiḍḍāti dve khiḍḍā—
อ้างอิงสยามรัฐ 29.459 · พุทธชยันตี 33.524
mnd14:144.2 #
กายิกา จ ขิฑฺฑา วาจสิกา จ ขิฑฺฑา ฯ✎ ร่าง
kāyikā ca khiḍḍā vācasikā ca khiḍḍā.
mnd14:144.3 #
กตมา กายิกา ขิฑฺฑา ฯ✎ ร่าง
Katamā kāyikā khiḍḍā?
mnd14:144.4 #
หตฺถีหิปิ กีฬนฺติ อสฺเสหิปิ กีฬนฺติ รเถหิปิ กีฬนฺติ ธนูหิปิ กีฬนฺติ อฏฺฐปเทหิปิ กีฬนฺติ ทสปเทหิปิ กีฬนฺติ อากาเสหิปิ กีฬนฺติ ปริหารปเถหิปิ กีฬนฺติ สนฺติกายปิ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ตนฺทิมนกตา ฯ ๒ ม. อิเม ปาฐา น ทิสฺสนฺติ ฯ ๓ ม. ยุ. ปนิทหติ ฯ กีฬนฺติ ขลิกายปิ กีฬนฺติ ฆฏิกายปิ กีฬนฺติ สลากหตฺเถนปิ กีฬนฺติ อกฺเขนปิ กีฬนฺติ ปงฺกจีเรนปิ กีฬนฺติ วงฺกเกนปิ กีฬนฺติ โมกฺขจิกายปิ กีฬนฺติ จิงฺคุลเกนปิ กีฬนฺติ ปตฺตาฬฺหเกนปิ กีฬนฺติ รถเกนปิ กีฬนฺติ ธนุเกนปิ กีฬนฺติ อกฺขริกายปิ กีฬนฺติ มเนสิกายปิ กีฬนฺติ ยถาวชฺเชนปิ กีฬนฺติ✎ ร่าง
Hatthīhipi kīḷanti, assehipi kīḷanti, rathehipi kīḷanti, dhanūhipi kīḷanti, aṭṭhapadehipi kīḷanti, dasapadehipi kīḷanti, ākāsepi kīḷanti, parihārapathepi kīḷanti, santikāyapi kīḷanti, khalikāyapi kīḷanti, ghaṭikāyapi kīḷanti, salākahatthenapi kīḷanti, akkhenapi kīḷanti, paṅkacīrenapi kīḷanti, vaṅkakenapi kīḷanti, mokkhacikāyapi kīḷanti, ciṅgulakenapi kīḷanti, pattāḷhakenapi kīḷanti, rathakenapi kīḷanti, dhanukenapi kīḷanti, akkharikāyapi kīḷanti, manesikāyapi kīḷanti, yathāvajjenapi kīḷanti—
mnd14:144.5 #
อยํ กายิกา ขิฑฺฑา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ kāyikā khiḍḍā.
mnd14:144.6 #
กตมา วาจสิกา ขิฑฺฑา ฯ✎ ร่าง
Katamā vācasikā khiḍḍā?
mnd14:144.7 #
มุขเภริยํ มุขาฬมฺพทํ มุขเทณฺฑิมกํ ๑- มุขวลิมกํ มุขเภรุฬกํ มุขททฺทริกํ นาฏิกํ ลาสํ ๒- คีตํ ทวกมฺมํ✎ ร่าง
Mukhabherikaṁ mukhālambaraṁ mukhaḍiṇḍimakaṁ mukhavalimakaṁ mukhabheruḷakaṁ mukhadaddarikaṁ nāṭakaṁ lāpaṁ gītaṁ davakammaṁ—
mnd14:144.8 #
อยํ วาจสิกา ขิฑฺฑา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vācasikā khiḍḍā.
mnd14:145.1 #
เมถุนธมฺโม นาม โย โส อสทฺธมฺโม คามธมฺโม วสลธมฺโม ทุฏฺฐุลฺโล โอทกนฺติโก รหสฺโส ทฺวยทฺวยสมาปตฺติ ฯ✎ ร่าง
Methunadhammo nāma yo so asaddhammo gāmadhammo vasaladhammo duṭṭhullo odakantiko rahasso dvayaṁdvayasamāpatti.
อ้างอิงPTS 380
mnd14:145.2 #
กึการณา วุจฺจติ เมถุนธมฺโม ฯ✎ ร่าง
Kiṅkāraṇā vuccati methunadhammo?
mnd14:145.3 #
อุภินฺนํ รตฺตานํ สารตฺตานํ อวสฺสุตานํ ปริยุฏฺฐิตานํ ปริยาทินฺนจิตฺตานํ อุภินฺนํ สทิสานํ ธมฺโมติ ตํการณา วุจฺจติ เมถุนธมฺโม ฯ✎ ร่าง
Ubhinnaṁ rattānaṁ sārattānaṁ avassutānaṁ pariyuṭṭhitānaṁ pariyādinnacittānaṁ ubhinnaṁ sadisānaṁ dhammoti, taṅkāraṇā vuccati methunadhammo.
mnd14:145.4 #
ยถา อุโภ กลหการกา✎ ร่าง
Yathā ubho kalahakārakā methunakāti vuccanti, ubho bhaṇḍanakārakā … ubho bhassakārakā … ubho adhikaraṇakārakā … ubho vivādakārakā … ubho vādino … ubho sallāpakā methunakāti vuccanti;
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน