เนื้อความทั้งข้อ
[๑๑๓] คำว่า ตํ พฺรูมิ มหาปุริโส ความว่า เราย่อมเรียก กล่าว สำคัญ บอก
เห็น บัญญัติ ภิกษุนั้นว่า เป็นมหาบุรุษ คือ เป็นอัคคบุรุษ บุรุษสูงสุด บุรุษวิเศษ บุรุษเป็น
ประธาน อุดมบุรุษ บุรุษประเสริฐ. ท่านพระสารีบุตรทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์
ผู้เจริญ พระองค์ตรัสว่า มหาบุรุษ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ด้วยเหตุเท่าไรหนอแล บุคคลจึง
เป็นมหาบุรุษ? พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวว่า เป็นมหาบุรุษ เพราะ
เป็นผู้มีจิตหลุดพ้น เราไม่กล่าวว่า เป็นมหาบุรุษเพราะเป็นผู้น้อมจิตเชื่อ. ดูกรสารีบุตร ก็ภิกษุ
เป็นผู้มีจิตหลุดพ้นแล้วอย่างไร? ดูกรสารีบุตร ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้พิจารณาเห็นกายใน
กายเป็นภายใน มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกอยู่ เมื่อภิกษุ
นั้นพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ จิตย่อมคลายกำหนัด ย่อมหลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่
ถือมั่น ภิกษุเป็นผู้พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย ... ในจิต ... เป็นผู้พิจารณาเห็นธรรม
ในธรรมทั้งหลาย มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกอยู่ เมื่อ
ภิกษุนั้นพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่ จิตย่อมคลายกำหนัด ย่อมหลุดพ้นจากอาสวะ
ทั้งหลายเพราะไม่ถือมั่น. ดูกรสารีบุตร ภิกษุเป็นผู้มีจิตหลุดพ้นแล้วอย่างนี้แล ดูกรสารีบุตร
เรากล่าวว่า เป็นมหาบุรุษ เพราะเป็นผู้มีจิตหลุดพ้นแล้ว เราไม่กล่าวว่า เป็นมหาบุรุษ เพราะ
เป็นผู้น้อมจิตเชื่อ เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า "เราย่อมเรียกภิกษุนั้นว่า มหาบุรุษ".
ตํ พฺรูมิ มหาปุริโสติ มหาปุริโส อคฺคปุริโส เสฏฺฐปุริโส
วิเสฏฺฐปุริโส ปาโมกฺขปุริโส อุตฺตมปุริโส ปวรปุริโสติ ตํ พฺรูมิ ตํ
กเถมิ ตํ มญฺญามิ ตํ ภณามิ ตํ ปสฺสามิ ตํ โวหาเรมิ ฯ✎ ร่าง
Taṁ brūmi mahāpurisoti mahāpuriso aggapuriso seṭṭhapuriso viseṭṭhapuriso pāmokkhapuriso uttamapuriso padhānapuriso pavarapuriso, taṁ brūmi taṁ kathemi taṁ bhaṇāmi taṁ dīpemi taṁ voharāmi.
อ้างอิงสยามรัฐ 30.40
อายสฺมา
สารีปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Āyasmā sāriputto bhagavantaṁ etadavoca—
อ้างอิงพุทธชยันตี 34.100
มหาปุริโสติ ๑- ภนฺเต วุจฺจติ✎ ร่าง
“‘mahāpuriso mahāpuriso’ti, bhante, vuccati.
กิตฺตาวตา นุ โข ภนฺเต มหาปุริโส โหตีติ ฯ✎ ร่าง
Kittāvatā nu kho, bhante, mahāpuriso hotī”ti?
วิมุตฺตจิตฺตตฺตา
ขฺวาหํ สารีปุตฺต มหาปุริโสติ วทามิ อธิมุตฺตจิตฺตตฺตา โน
มหาปุริโสติ วทามิ✎ ร่าง
“Vimuttacittattā khvāhaṁ, sāriputta, mahāpurisoti vadāmi, avimuttacittattā no mahāpurisoti vadāmi.
กถญฺจ สารีปุตฺต วิมุตฺตจิตฺโต โหติ✎ ร่าง
Kathañca, sāriputta, vimuttacitto hoti?
อิธ
สารีปุตฺต ภิกฺขุ อชฺฌตฺตํ กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี
สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ✎ ร่าง
Idha, sāriputta, bhikkhu ajjhattaṁ kāye kāyānupassī viharati ātāpī sampajāno satimā vineyya loke abhijjhādomanassaṁ.
ตสฺส กาเย
กายานุปสฺสิโน วิหรโต จิตฺตํ วิรชฺชติ วิมุจฺจติ อนุปาทาย
อาสเวหิ เวทนาสุ จิตฺเต ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี
สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ✎ ร่าง
Tassa kāye kāyānupassino viharato cittaṁ virajjati vimuccati anupādāya āsavehi.
ตสฺส ธมฺเมสุ
ธมฺมานุปสฺสิโน วิหรโต จิตฺตํ วิรชฺชติ วิมุจฺจติ อนุปาทาย
อาสเวหิ✎ ร่าง
Tassa dhammesu dhammānupassino viharato cittaṁ virajjati vimuccati anupādāya āsavehi.
เอวํ โข สารีปุตฺต ภิกฺขุ วิมุตฺตจิตฺโต✎ ร่าง
Evaṁ kho, sāriputta, bhikkhu vimuttacitto hoti.
วิมุตฺตจิตฺตตฺตา
ขฺวาหํ สารีปุตฺต มหาปุริโสติ วทามิ อธิมุตฺตจิตฺตตฺตา
โน มหาปุริโสติ วทามีติ✎ ร่าง
Vimuttacittattā khvāhaṁ, sāriputta, mahāpurisoti vadāmi, avimuttacittattā no mahāpurisoti vadāmī”ti—
ตํ พฺรูมิ มหาปุริโสติ ฯ✎ ร่าง
taṁ brūmi mahāpurisoti.