‹ กลับ
นันทมาณวกปัญหานิทเทส
เล่ม ๓๐ — ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส · ข้อ 317 · ขุ.ชา.๔. ๓๐/๒๗๐๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๑๗] คำว่า ตณฺหํ ในอุเทศว่า ตณฺหํ ปริญฺญาย อนาสวา เย เต เว นรา โอฆติณฺณาติ พฺรูมิ ดังนี้ ได้แก่รูปตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา โผฏฐัพพตัณหา ธรรมตัณหา. คำว่า กำหนดรู้แล้ว ความว่า กำหนดรู้แล้วซึ่งตัณหาด้วยปริญญา ๓ คือ ญาตปริญญา ตีรณปริญญา ปหานปริญญา. ญาตปริญญาเป็นไฉน? นรชนย่อมรู้ชัด คือ ย่อมรู้ ย่อมเห็นตัณหาว่า นี้รูปตัณหา นี้สัททตัณหา นี้คันธตัณหา นี้รสตัณหา นี้โผฏฐัพพตัณหา นี้ธรรมตัณหา นี้ชื่อว่าญาตปริญญา. ตีรณปริญญาเป็นไฉน? นรชนทำตัณหาที่ตนรู้อย่างนี้แล้วย่อมพิจารณาตัณหา คือ พิจารณา โดยความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นโรค เป็นฝี ฯลฯ โดยความไม่ให้สลัดออก นี้ชื่อว่า ตีรณ-ปริญญา. ปหานปริญญาเป็นไฉน? นรชนพิจารณาอย่างนี้แล้ว ละ บรรเทา ทำให้สิ้นสุด ให้ ถึงความไม่มีซึ่งตัณหา. สมจริงตามพระพุทธพจน์ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันทราคะในตัณหาใด ท่านทั้งหลายจงละฉันทราคะนั้นเสีย. เมื่อเป็นอย่างนี้ ตัณหานั้นจักเป็น ของอันท่านทั้งหลายละแล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำไม่ให้มีที่ตั้งดังตาลยอดด้วน ถึงความไม่มี มี ความไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา ดังนี้. นี้ชื่อว่าปหานปริญญา. กำหนดรู้แล้วซึ่งตัณหาด้วย ปริญญา ๓ นี้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า กำหนดรู้ซึ่งตัณหา. คำว่า เป็นผู้ไม่มีอาสวะ ความว่า อาสวะ ๔ คือ กามาสวะ ภวาสวะ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ. นรชนเหล่าใดละอาสวะเหล่านี้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำไม่ให้มีที่ตั้งดังตาลยอดด้วน ให้ถึงความไม่มี มีความไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา นรชนเหล่านั้นตรัสว่า เป็นผู้ไม่มีอาสวะ. คำว่า เหล่าใด คือ พระอรหันตขีณาสพทั้งหลาย. คำว่า เราย่อมกล่าวว่า นรชนเหล่าใดกำหนดรู้ตัณหาแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ นรชน เหล่านั้นแล ข้ามโอฆะได้แล้ว ความว่า เราย่อมกล่าวว่า ... ย่อมประกาศว่า นรชนเหล่าใด กำหนดรู้ตัณหาแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ นรชนเหล่านั้น ข้ามแล้วซึ่งกามโอฆะ ภวโอฆะ ทิฏฐิ- *โอฆะ อวิชชาโอฆะ คือ ข้าม ข้ามขึ้น ข้ามออก ล่วง ก้าวล่วง เป็นไปล่วงแล้วซึ่งทาง แห่งสังสารวัฏทั้งปวง. เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เราย่อมกล่าวว่า นรชนเหล่าใดกำหนดรู้ตัณหา แล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ นรชนเหล่านั้นแล ข้ามโอฆะได้แล้ว. เพราะเหตุนั้นพระผู้มีพระภาค จึงตรัสว่า เราย่อมไม่กล่าวว่า สมณพราหมณ์ทั้งหมดเป็นผู้อันชาติและ ชราหุ้มห่อแล้ว เราย่อมกล่าวว่า นรชนเหล่าใดละแล้วซึ่ง รูปที่ได้เห็น เสียงที่ได้ยิน อารมณ์ที่ได้ทราบ ศีลและวัตร ทั้งปวง ทั้งละแล้วซึ่งมงคลหลายชนิดทั้งหมด กำหนดรู้ ตัณหาแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ นรชนเหล่านั้นแล เป็นผู้ ข้ามโอฆะได้แล้ว.
เทียบรายประโยค (33 ประโยค)
cnd11:51.1 #
ตณฺหํ ปริญฺญาย อนาสวา เย เต เว นรา โอฆติณฺณาติ พฺรูมีติ✎ ร่าง
Taṇhaṁ pariññāya anāsavā se, te ve narā oghatiṇṇāti brūmīti.
อ้างอิงสยามรัฐ 30.156 · ฉัฏฐสังคายนา 87.109 · พุทธชยันตี 34.260
cnd11:51.2 #
ตณฺหนฺติ รูปตณฺหา สทฺทตณฺหา คนฺธตณฺหา รสตณฺหา โผฏฺฐพฺพตณฺหา ธมฺมตณฺหา ฯ✎ ร่าง
Taṇhāti rūpataṇhā saddataṇhā gandhataṇhā rasataṇhā phoṭṭhabbataṇhā dhammataṇhā.
cnd11:51.3 #
ปริญฺญายาติ ตณฺหํ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานิตฺวา✎ ร่าง
Taṇhaṁ pariññāyāti taṇhaṁ tīhi pariññāhi parijānitvā—
cnd11:51.4 #
ญาตปริญฺญาย ตีรณปริญฺญาย ปหานปริญฺญาย ฯ✎ ร่าง
ñātapariññāya, tīraṇapariññāya, pahānapariññāya.
cnd11:51.5 #
กตมา ญาตปริญฺญา ฯ✎ ร่าง
Katamā ñātapariññā?
cnd11:51.6 #
ตณฺหํ ปชานาติ ๒- อยํ รูปตณฺหา อยํ สทฺทตณฺหา อยํ คนฺธตณฺหา อยํ รสตณฺหา อยํ โผฏฺฐพฺพตณฺหา @เชิงอรรถ: ๑ ม. ชหิตฺวา ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๒ ม. ชานาติ ฯ อยํ ธมฺมตณฺหาติ ปชานาติ ปสฺสติ✎ ร่าง
Taṇhaṁ jānāti “ayaṁ rūpataṇhā, ayaṁ saddataṇhā, ayaṁ gandhataṇhā, ayaṁ rasataṇhā, ayaṁ phoṭṭhabbataṇhā, ayaṁ dhammataṇhā”ti jānāti passati—
cnd11:51.7 #
อยํ ญาตปริญฺญา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ ñātapariññā.
cnd11:52.1 #
กตมา ตีรณปริญฺญา ฯ✎ ร่าง
Katamā tīraṇapariññā?
cnd11:52.2 #
เอวํ ญาตํ กตฺวา ตณฺหํ ตีเรติ อนิจฺจโต ทุกฺขโต โรคโต คณฺฑโต ฯเปฯ อ✎ ร่าง
Evaṁ ñātaṁ katvā taṇhaṁ tīreti aniccato dukkhato rogato gaṇḍato …pe…
cnd11:52.3 #
นิสฺสรณโต ตีเรติ✎ ร่าง
nissaraṇato tīreti—
cnd11:52.4 #
อยํ ตีรณปริญฺญา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ tīraṇapariññā.
cnd11:53.1 #
กตมา ปหานปริญฺญา ฯ✎ ร่าง
Katamā pahānapariññā?
cnd11:53.2 #
เอวํ ตีเรตฺวา ตณฺหํ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวงฺคเมติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ tīrayitvā taṇhaṁ pajahati vinodeti byantīkaroti anabhāvaṁ gameti.
cnd11:53.3 #
วุตฺตํ เหตํ ภควตา✎ ร่าง
Vuttañhetaṁ bhagavatā—
cnd11:53.4 #
โย ภิกฺขเว ตณฺหาย ฉนฺทราโค ตํ ปชหถ✎ ร่าง
“yo, bhikkhave, taṇhāya chandarāgo taṁ pajahatha.
cnd11:53.5 #
เอวํ สา ตณฺหา ปหีนา ภวิสฺสติ อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวงฺคตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมาติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ sā taṇhā pahīnā bhavissati ucchinnamūlā tālāvatthukatā anabhāvaṅkatā āyatiṁ anuppādadhammā”.
cnd11:53.6 #
อยํ ปหานปริญฺญา ฯ✎ ร่าง
Ayaṁ pahānapariññā.
cnd11:53.7 #
ตณฺหํ อิมาหิ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานิตฺวาติ ตณฺหํ ปริญฺญาย ฯ✎ ร่าง
Taṇhaṁ pariññāyāti taṇhaṁ imāhi tīhi pariññāhi parijānitvā.
cnd11:53.8 #
อนาสวาติ จตฺตาโร อาสวา✎ ร่าง
Anāsavāti cattāro āsavā—
cnd11:53.9 #
กามาสโว ภวาสโว ทิฏฺฐาสโว อวิชฺชาสโว✎ ร่าง
kāmāsavo, bhavāsavo, diṭṭhāsavo, avijjāsavo.
cnd11:53.10 #
เยสํ อิเม อาสวา ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวงฺคตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา เต วุจฺจนฺติ อนาสวา ฯ เยติ ๑- อรหนฺโต ขีณาสวา ฯ✎ ร่าง
Yesaṁ ime āsavā pahīnā ucchinnamūlā tālāvatthukatā anabhāvaṅkatā āyatiṁ anuppādadhammā, te vuccanti anāsavā arahanto khīṇāsavā—
cnd11:53.11 #
ตณฺหํ ปริญฺญาย อนาสวา เย✎ ร่าง
taṇhaṁ pariññāya anāsavā.
cnd11:54.1 #
เต เว นรา โอฆติณฺณาติ พฺรูมีติ เย ตณฺหํ ปริญฺญาย อนาสวา เต กาโมฆํ ติณฺณา ภโวฆํ ติณฺณา ทิฏฺโฐฆํ ติณฺณา อวิชฺโชฆํ ติณฺณา สพฺพํ สํสารปถํ ติณฺณา อุตฺติณฺณา นิตฺติณฺณา ๒- อติกฺกนฺตา สมติกฺกนฺตา วีติวตฺตาติ พฺรูมิ อาจิกฺขามิ เทเสมิ ปญฺญเปมิ ปฏฺฐเปมิ วิวรามิ วิภชามิ อุตฺตานีกโรมิ ปกาเสมีติ✎ ร่าง
Te ve narā oghatiṇṇāti brūmīti ye taṇhaṁ pariññāya anāsavā, te kāmoghaṁ tiṇṇā bhavoghaṁ tiṇṇā diṭṭhoghaṁ tiṇṇā avijjoghaṁ tiṇṇā sabbasaṁsārapathaṁ tiṇṇā uttiṇṇā nitthiṇṇā atikkantā samatikkantā vītivattāti brūmi ācikkhāmi desemi paññapemi paṭṭhapemi vivarāmi vibhajāmi uttānīkaromi pakāsemīti—
อ้างอิงสยามรัฐ 30.157
cnd11:54.2 #
ตณฺหํ ปริญฺญาย @เชิงอรรถ: ๑ ม. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ ๒ ม. นิตฺถิณฺณา ฯ เอวมุปริปิ ฯ อนาสวา เย เต เว นรา โอฆติณฺณาติ พฺรูมิ ฯ✎ ร่าง
taṇhaṁ pariññāya anāsavāse te ve narā oghatiṇṇāti brūmi.
cnd11:54.3 #
เตนาห ภควา✎ ร่าง
Tenāha bhagavā—
cnd11:55.1 #
นาหํ สพฺเพ สมณพฺราหฺมณา เส (นนฺทาติ ภควา✎ ร่าง
“Nāhaṁ sabbe samaṇabrāhmaṇāse,
cnd11:55.2 #
(nandāti bhagavā)
cnd11:55.3 #
ชาติชราย นิวุตาติ พฺรูมิ✎ ร่าง
Jātijarāya nivutāti brūmi;
cnd11:55.4 #
เยสีธ ทิฏฺฐํว สุตํ มุตํ วา✎ ร่าง
Ye sīdha diṭṭhaṁ va sutaṁ mutaṁ vā,
cnd11:55.5 #
สีลพฺพตํ วาปิ ปหาย สพฺพํ✎ ร่าง
Sīlabbataṁ vāpi pahāya sabbaṁ.
cnd11:56.1 #
อเนกรูปมฺปิ ปหาย สพฺพํ✎ ร่าง
Anekarūpampi pahāya sabbaṁ,
cnd11:56.2 #
ตณฺหํ ปริญฺญาย อนาสวา เย✎ ร่าง
Taṇhaṁ pariññāya anāsavāse;
cnd11:56.3 #
เต เว นรา โอฆติณฺณาติ พฺรูมีติ ฯ✎ ร่าง
Te ve narā oghatiṇṇāti brūmī”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๐ — ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน