เนื้อความทั้งข้อ
[๙๗] คำว่า กุสโล สพฺพธมฺมานํ ความว่า เป็นผู้ฉลาดในธรรมทั้งปวงว่า สังขาร
ทั้งปวงไม่เที่ยง ... สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ... ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา ... เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
จึงมีสังขาร ฯลฯ สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลล้วนมีความดับไปเป็น
ธรรมดา พึงเป็นผู้ฉลาดในธรรมทั้งปวงแม้ด้วยอาการอย่างนี้.
อีกอย่างหนึ่ง พึงเป็นผู้ฉลาดในธรรมทั้งปวงโดยเป็นสภาพที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นโรค
เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความลำบาก เป็นอาพาธ เป็นอย่างอื่น เป็นสภาพชำรุด เป็นเสนียด
เป็นอุบาทว์ เป็นสภาพไม่สำราญ เป็นภัย เป็นอุปสรรค หวั่นไหว ผุพัง ไม่ยั่งยืน ไม่มีอะไร
ต้านทาน ไม่มีที่เร้น ไม่มีสรณะ ไม่เป็นที่พึ่ง ว่าง เปล่า สูญ เป็นอนัตตา มีโทษ มีความ
แปรปรวนไปเป็นธรรมดา ไม่เป็นแก่นสาร เป็นมูลแห่งทุกข์ เป็นผู้ฆ่า เป็นสภาพปราศจาก
ความเจริญ มีอาสวะ ปัจจัยปรุงแต่ง เป็นเหยื่อแห่งมาร มีชาติเป็นธรรมดา มีชราเป็นธรรมดา
มีพยาธิเป็นธรรมดา มีมรณะเป็นธรรมดา มีโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส
เป็นธรรมดา มีความเศร้าหมองเป็นธรรมดา โดยความเกิด โดยความดับ ไม่มีคุณ มีโทษ
ไม่มีอุบายเป็นเครื่องออกไป พึงเป็นผู้ฉลาดในธรรมทั้งปวงแม้ด้วยอาการอย่างนี้.
อีกอย่างหนึ่ง พึงเป็นผู้ฉลาดในขันธ์ ... ธาตุ ... อายตนะ ... ปฏิจจสมุปบาท ...
สติปัฏฐาน ... สัมมัปปธาน ... อิทธิบาท ... อินทรีย์ ... พละ ... โพชฌงค์ ... มรรค ...
ผล ... นิพพาน พึงเป็นผู้ฉลาดในธรรมทั้งปวงแม้ด้วยอาการอย่างนี้.
อีกอย่างหนึ่ง อายตนะ ๑๒ คือ จักษุรูป หู เสียง จมูก กลิ่น ลิ้น รส กาย
โผฏฐัพพะ ใจ ธรรมารมณ์ เรียกว่า ธรรมทั้งปวง. ก็ภิกษุเป็นผู้ละความกำหนัดในอายตนะ
ภายในภายนอก คือ ตัดรากขาดแล้ว ทำไม่ให้มีที่ตั้งเหมือนตาลยอดด้วน ถึงความไม่มีใน
ภายหลัง มีความไม่เกิดต่อไปเป็นธรรมดา ด้วยเหตุใด ภิกษุพึงเป็นผู้ฉลาดในธรรมทั้งปวง
แม้ด้วยเหตุประมาณเท่านี้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ฉลาดในธรรมทั้งปวง.
—
sabbākusalābhisaṅkhārehi cittaṁ āvilaṁ hoti luḷitaṁ eritaṁ ghaṭṭitaṁ calitaṁ bhantaṁ avūpasantaṁ.
—
Manasānāvilo siyāti cittena anāvilo siyā—
—
aluḷito anerito aghaṭṭito acalito abhanto vūpasanto āvilakare kilese jaheyya pajaheyya vinodeyya byantīkareyya anabhāvaṁ gameyya, āvilakarehi kilesehi ca ārato virato paṭivirato nikkhanto nissaṭo vippamutto visaññutto vimariyādikatena cetasā vihareyyāti—
กุสโล สพฺพธมฺมานนฺติ สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจาติ กุสโล
สพฺพธมฺมานํ✎ ร่าง
Kusalo sabbadhammānanti “sabbe saṅkhārā aniccā”ti kusalo sabbadhammānaṁ,
สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขาติ กุสโล สพฺพธมฺมานํ✎ ร่าง
“sabbe saṅkhārā dukkhā”ti kusalo sabbadhammānaṁ,
สพฺเพ
ธมฺมา อนตฺตาติ กุสโล สพฺพธมฺมานํ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ
กุสโล สพฺพธมฺมานํ ฯเปฯ✎ ร่าง
“sabbe dhammā anattā”ti kusalo sabbadhammānaṁ, “avijjāpaccayā saṅkhārā”ti kusalo sabbadhammānaṁ …pe…
ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ
กุสโล สพฺพธมฺมานํ✎ ร่าง
“yaṁ kiñci samudayadhammaṁ sabbaṁ taṁ nirodhadhamman”ti kusalo sabbadhammānaṁ.
เอวมฺปิ กุสโล สพฺพธมฺมานํ ฯ✎ ร่าง
Evampi kusalo sabbadhammānaṁ.
อถวา อนิจฺจโต กุสโล สพฺพธมฺมานํ ทุกฺขโต✎ ร่าง
Atha vā aniccato kusalo sabbadhammānaṁ, dukkhato …pe…
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.34
อุปทฺทวโต
อสาตโต✎ ร่าง
upaddavato …
อุปสคฺคโต✎ ร่าง
upasaggato …
ปภงฺคุโต✎ ร่าง
pabhaṅguto …
อทฺธุวโต✎ ร่าง
addhuvato …
อสรณีภูตโต✎ ร่าง
asaraṇībhūtato …
อาทีนวโต✎ ร่าง
ādīnavato …
วิปริณามธมฺมโต✎ ร่าง
vipariṇāmadhammato …
อสารกโต✎ ร่าง
asārakato …
อฆมูลโต✎ ร่าง
aghamūlato …
สงฺขตโต✎ ร่าง
saṅkhatato …
มารามิสโต✎ ร่าง
mārāmisato …
ชาติธมฺมโต✎ ร่าง
jātidhammato …
ชราธมฺมโต✎ ร่าง
jarādhammato …
พฺยาธิธมฺมโต✎ ร่าง
byādhidhammato …
มรณธมฺมโต✎ ร่าง
maraṇadhammato …
โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสธมฺมโต✎ ร่าง
sokaparidevadukkhadomanassupāyāsadhammato …
สงฺกิเลสธมฺมโต✎ ร่าง
saṅkilesikadhammato …
สมุทยโต✎ ร่าง
samudayato …
อตฺถงฺคมโต✎ ร่าง
atthaṅgamato …
อนสฺสาทโต✎ ร่าง
assādato …
อาทีนวโต อ✎ ร่าง
ādīnavato …
นิสฺสรณโต ๓-
กุสโล สพฺพธมฺมานํ✎ ร่าง
nissaraṇato kusalo sabbadhammānaṁ.
เอวมฺปิ กุสโล สพฺพธมฺมานํ ฯ✎ ร่าง
Evampi kusalo sabbadhammānaṁ.
อถวา ขนฺธกุสโล ธาตุกุสโล อายตนกุสโล ปฏิจฺจสมุปฺปาท-
กุสโล สติปฏฺฐานกุสโล สมฺมปฺปธานกุสโล อิทฺธิปฺปาทกุสโล
อินฺทฺริยกุสโล พลกุสโล โพชฺฌงฺคกุสโล มคฺคกุสโล
@เชิงอรรถ: ๑ ม. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ ๒ ม. อสฺสาทโต ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๓ ม. นิสฺสรณโตปิ ฯ@เอวมีทิเสสุ ปเทสุ ฯ
ผลกุสโล นิพฺพานกุสโล✎ ร่าง
Atha vā khandhakusalo dhātukusalo āyatanakusalo paṭiccasamuppādakusalo satipaṭṭhānakusalo sammappadhānakusalo iddhipādakusalo indriyakusalo balakusalo bojjhaṅgakusalo maggakusalo phalakusalo nibbānakusalo.
อ้างอิงสยามรัฐ 30.30
เอวมฺปิ กุสโล สพฺพธมฺมานํ ฯ✎ ร่าง
Evampi kusalo sabbadhammānaṁ.
อถวา
สพฺพธมฺมา วุจฺจนฺติ ทฺวาทสายตนานิ✎ ร่าง
Atha vā sabbadhammā vuccanti dvādasāyatanāni—
อ้างอิงพุทธชยันตี 34.86
จกฺขุ เจว รูปา จ โสตญฺจ
สทฺทา จ ฆานญฺจ คนฺธา จ ชิวฺหา จ รสา จ กาโย จ โผฏฺฐพฺพา
จ มโน จ ธมฺมา จ ฯ✎ ร่าง
cakkhu ceva rūpā ca, sotañca saddā ca, ghānañca gandhā ca, jivhā ca rasā ca, kāyo ca phoṭṭhabbā ca, mano ca dhammā ca.
ยโต จ อชฺฌตฺติกพาหิเรสุ
อายตเนสุ ราโค ๑- ปหีโน โหติ อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต
อนภาวงฺคโต อายตึอนุปฺปาทธมฺโม เอตฺตาวตาปิ กุสโล
สพฺพธมฺมานนฺติ✎ ร่าง
Yato ca ajjhattikabāhiresu āyatanesu chandarāgo pahīno hoti ucchinnamūlo tālāvatthukato anabhāvaṅkato āyatiṁ anuppādadhammo, ettāvatāpi kusalo sabbadhammānanti—
กุสโล สพฺพธมฺมานํ ฯ✎ ร่าง
kusalo sabbadhammānaṁ.