เนื้อความทั้งข้อ
[๔๒๖] อินทรีย์ ๕ เป็นอินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว อบรมแล้วด้วย
อาการเท่าไร ฯ
อินทรีย์ ๕ เป็นอินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว อบรมแล้วด้วยอาการ ๑๐
คือ สัทธินทรีย์เป็นคุณชาติอันบุคคลเจริญแล้ว อบรมแล้ว เพราะเป็นผู้ละแล้ว
ละดีแล้วซึ่งอสัทธินทรีย์ ความเป็นผู้ไม่มีศรัทธา เป็นโทสชาติอันบุคคลละแล้ว
ละดีแล้ว เพราะความเป็นผู้เจริญแล้ว อบรมแล้วซึ่งสัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์เป็น
คุณชาติอันบุคคลเจริญแล้ว อบรมแล้ว เพราะความเป็นผู้ละแล้ว ละดีแล้วซึ่งความเกียจคร้าน ความเป็นผู้เกียจคร้านเป็นโทสชาติอันบุคคลละแล้ว ละดีแล้ว
เพราะความเป็นผู้เจริญแล้ว อบรมแล้วซึ่งวิริยินทรีย์ สตินทรีย์เป็นคุณชาติอันบุคคลเจริญแล้ว อบรมแล้ว เพราะความเป็นผู้ละแล้ว ละดีแล้วซึ่งความประมาท ความประมาทเป็นโทสชาติอันบุคคลละแล้ว ละดีแล้ว เพราะความเป็น
ผู้เจริญแล้ว อบรมแล้วซึ่งสตินทรีย์ สมาธินทรีย์เป็นคุณชาติอันบุคคลเจริญแล้ว
อบรมแล้ว เพราะความเป็นผู้ละแล้ว ละดีแล้วซึ่งอุทธัจจะ อุทธัจจะเป็นโทสชาติ
อันบุคคลละแล้ว ละดีแล้ว เพราะความเป็นผู้เจริญแล้ว อบรมแล้วซึ่งสมาธินทรีย์
ปัญญินทรีย์เป็นคุณชาติอันบุคคลเจริญแล้ว อบรมแล้ว เพราะความเป็นผู้ละแล้ว
ละดีแล้วซึ่งอวิชชา อวิชชาเป็นโทสชาติอันบุคคลละแล้ว ละดีแล้ว เพราะความ
เป็นผู้เจริญแล้ว อบรมแล้วซึ่งปัญญินทรีย์ อินทรีย์ ๕ เป็นอินทรีย์อันบุคคลเจริญ
แล้ว อบรมแล้วด้วยอาการ ๑๐ เหล่านี้ ฯ
กติหากาเรหิ ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาวิตานิ โหนฺติ
สุภาวิตานิ ฯ✎ ร่าง
Katihākārehi pañcindriyāni bhāvitāni honti subhāvitāni?
อ้างอิงสยามรัฐ 31.303
ทสหากาเรหิ ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาวิตานิ โหนฺติ สุภาวิตานิ✎ ร่าง
Dasahākārehi pañcindriyāni bhāvitāni honti subhāvitāni.
อสฺสทฺธินฺทฺริยสฺส ปหีนตฺตา สุปฺปหีนตฺตา สทฺธินฺทฺริยํ ภาวิตํ โหติ
สุภาวิตํ✎ ร่าง
Assaddhiyassa pahīnattā suppahīnattā saddhindriyaṁ bhāvitaṁ hoti subhāvitaṁ;
สทฺธินฺทฺริยสฺส ภาวิตตฺตา สุภาวิตตฺตา อสฺสทฺธิยํ ปหีนํ
โหติ สุปฺปหีนํ✎ ร่าง
saddhindriyassa bhāvitattā subhāvitattā assaddhiyaṁ pahīnaṁ hoti suppahīnaṁ.
โกสชฺชสฺส ปหีนตฺตา สุปฺปหีนตฺตา วิริยินฺทฺริยํ
ภาวิตํ โหติ สุภาวิตํ✎ ร่าง
Kosajjassa pahīnattā suppahīnattā vīriyindriyaṁ bhāvitaṁ hoti subhāvitaṁ;
วิริยินฺทฺริยสฺส ภาวิตตฺตา สุภาวิตตฺตา
โกสชฺชํ ปหีนํ โหติ สุปฺปหีนํ✎ ร่าง
vīriyindriyassa bhāvitattā subhāvitattā kosajjaṁ pahīnaṁ hoti suppahīnaṁ.
ปมาทสฺส ปหีนตฺตา สุปฺปหีตฺตา
สตินฺทฺริยํ ภาวิตํ โหติ สุภาวิตํ✎ ร่าง
Pamādassa pahīnattā suppahīnattā satindriyaṁ bhāvitaṁ hoti subhāvitaṁ;
สตินฺทฺริยสฺส ภาวิตตฺตา
สุภาวิตตฺตา ปมาโท ปหีโน โหติ สุปฺปหีโน✎ ร่าง
satindriyassa bhāvitattā subhāvitattā pamādo pahīno hoti suppahīno.
อุทฺธจฺจสฺส ปหีนตฺตา
สุปฺปหีนตฺตา สมาธินฺทฺริยํ ภาวิตํ โหติ สุภาวิตํ✎ ร่าง
Uddhaccassa pahīnattā suppahīnattā samādhindriyaṁ bhāvitaṁ hoti subhāvitaṁ;
สมาธินฺทฺริยสฺส
ภาวิตตฺตา สุภาวิตตฺตา อุทฺธจฺจํ ปหีนํ โหติ สุปฺปหีนํ✎ ร่าง
samādhindriyassa bhāvitattā subhāvitattā uddhaccaṁ pahīnaṁ hoti suppahīnaṁ.
อวิชฺชาย
ปหีนตฺตา สุปฺปหีนตฺตา ปญฺญินฺทฺริยํ ภาวิตํ โหติ สุภาวิตํ✎ ร่าง
Avijjāya pahīnattā paññindriyaṁ bhāvitaṁ hoti subhāvitaṁ;
ปญฺญินฺทฺริยสฺส ภาวิตตฺตา สุภาวิตตฺตา อวิชฺชา ปหีนา โหติ
สุปฺปหีนา✎ ร่าง
paññindriyassa bhāvitattā subhāvitattā avijjā pahīnā hoti suppahīnā.
อิเมหิ ทสหิ อากาเรหิ ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาวิตานิ
โหนฺติ สุภาวิตานิ ฯ✎ ร่าง
Imehi dasahākārehi pañcindriyāni bhāvitāni honti subhāvitāni.