เนื้อความทั้งข้อ
[๘๐] ปัญญาเครื่องทรงจำธรรมที่ได้สดับมาแล้ว คือ เครื่องรู้ชัดธรรม
ที่ได้สดับมาแล้วว่า นี้ทุกขอริยสัจ นี้ทุกขสมุทัยอริยสัจ นี้ทุกขนิโรธอริยสัจ
นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ ชื่อว่าสุตมยญาณอย่างไร ฯ
ในอริยสัจ ๔ ประการนั้น ทุกขอริยสัจเป็นไฉน ชาติเป็นทุกข์ ชรา
เป็นทุกข์ มรณะเป็นทุกข์ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส
เป็นทุกข์ ความประจวบกับสังขารหรือสัตว์อันไม่เป็นที่รัก เป็นทุกข์ ความ
พลัดพรากจากสังขารหรือสัตว์อันเป็นที่รัก ก็เป็นทุกข์ ความไม่ได้สมปรารถนา
ก็เป็นทุกข์ โดยย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ ฯ
ชาติในทุกขอริยสัจนั้นเป็นไฉน ความเกิด ความเกิดพร้อม ความ
ก้าวลง ความบังเกิด ความบังเกิดเฉพาะ ความปรากฏแห่งขันธ์ทั้งหลาย ความ
กลับได้อายตนะ ในหมู่สัตว์นั้นๆ แห่งสัตว์นั้นๆ นี้ท่านกล่าวว่า ชาติ ฯ
ชราในทุกขอริยสัจนั้นเป็นไฉน ความแก่ ความชำรุด ความเป็นผู้มี
ฟันหัก ความเป็นผู้มีผมหงอก ความเป็นผู้มีหนังเหี่ยว ความเสื่อมอายุ ความ
แก่แห่งอินทรีย์ทั้งหลาย ในหมู่สัตว์นั้นๆ แห่งสัตว์นั้นๆ นี้ท่านกล่าวว่า ชรา ฯ
มรณะในทุกขอริยสัจนั้นเป็นไฉน ความจุติ ความเคลื่อน ความแตก
ความหายไป ความถึงตาย ความตาย ความทำกาละ ความแตกแห่งขันธ์
ความทอดทิ้งซากศพ ความขาดแห่งชีวิตินทรีย์ จากหมู่สัตว์นั้นๆ แห่งสัตว์นั้นๆ
นี้ท่านกล่าวว่า มรณะ ฯ
กถํ อิทํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ อิทํ ทุกฺขสมุทโย อริยสจฺจํ
อิทํ ทุกฺขนิโรโธ อริสจฺจํ อิทํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อริยสจฺจนฺติ
โสตาวธานํ ตํปชานนา ปญฺญา สุตมเย ญาณํ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ “idaṁ dukkhaṁ ariyasaccaṁ, idaṁ dukkhasamudayaṁ ariyasaccaṁ, idaṁ dukkhanirodhaṁ ariyasaccaṁ, idaṁ dukkhanirodhagāminī paṭipadā ariyasaccan”ti sotāvadhānaṁ, taṁpajānanā paññā sutamaye ñāṇaṁ?
อ้างอิงสยามรัฐ 31.54 · ฉัฏฐสังคายนา 79.33 · พุทธชยันตี 35.1.70
ตตฺถ กตมํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ✎ ร่าง
Tattha katamaṁ dukkhaṁ ariyasaccaṁ?
ชาติปิ ทุกฺขา ชราปิ ทุกฺขา
มรณมฺปิ ทุกฺขํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสาปิ ทุกฺขา
อปฺปิเยหิ สมฺปโยโค ทุกฺโข ปิเยหิ วิปฺปโยโค ทุกฺโข ยมฺปิจฺฉํ น
ลภติ ตมฺปิ ทุกฺขํ✎ ร่าง
Jātipi dukkhā, jarāpi dukkhā, maraṇampi dukkhaṁ, sokaparidevadukkhadomanassupāyāsāpi dukkhā, appiyehi sampayogo dukkho, piyehi vippayogo dukkho, yampicchaṁ na labhati tampi dukkhaṁ;
สงฺขิตฺเตน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขา ฯ✎ ร่าง
saṅkhittena pañcupādānakkhandhā dukkhā.
ตตฺถ กตมา ชาติ✎ ร่าง
Tattha katamā jāti?
ยา เตสํ เตสํ สตฺตานํ ตมฺหิ ตมฺหิ
สตฺตนิกาเย ชาติ สญฺชาติ โอกฺกนฺติ นิพฺพตฺติ อภินิพฺพตฺติ
ขนฺธานํ ปาตุภาโว อายตนานํ ปฏิลาโภ✎ ร่าง
Yā tesaṁ tesaṁ sattānaṁ tamhi tamhi sattanikāye jāti sañjāti okkanti abhinibbatti khandhānaṁ pātubhāvo āyatanānaṁ paṭilābho—
อยํ วุจฺจติ ชาติ ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati jāti.
ตตฺถ กตมา ชรา ยา เตสํ เตสํ สตฺตานํ ตมฺหิ ตมฺหิ
สตฺตนิกาเย ชรา ชีรณตา ขณฺฑิจฺจํ ปาลิจฺจํ วลิตฺตจตา อายุโน
สํหานิ อินฺทฺริยานํ ปริปาโก✎ ร่าง
Tattha katamā jarā yā tesaṁ tesaṁ sattānaṁ tamhi tamhi sattanikāye jarā jīraṇatā khaṇḍiccaṁ pāliccaṁ valittacatā āyuno saṁhāni indriyānaṁ paripāko—
อยํ วุจฺจติ ชรา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati jarā.
ตตฺถ กตมํ มรณํ✎ ร่าง
Tattha katamaṁ maraṇaṁ?
อ้างอิงPTS 1.38
ยา เตสํ เตสํ สตฺตานํ ตมฺหา ตมฺหา
สตฺตนิกายา จุติ จวนตา เภโท อนฺตรธานํ มจฺจุ มรณํ
กาลกิริยา ขนฺธานํ เภโท กเฬวรสฺส นิกฺเขโป ชีวิตินฺทฺริยสฺส
อุปจฺเฉโท✎ ร่าง
Yā tesaṁ tesaṁ sattānaṁ tamhā tamhā sattanikāyā cuti cavanatā bhedo antaradhānaṁ maccu maraṇaṁ kālakiriyā khandhānaṁ bhedo kaḷevarassa nikkhepo jīvitindriyassupacchedo—
อิทํ วุจฺจติ มรณํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vuccati maraṇaṁ.