เนื้อความทั้งข้อ
[๙๐] ศีล ๕ คือ การละปาณาติบาตเป็นศีล เวรมณี การงดเว้นเป็นศีล
เจตนาเป็นศีล สังวรเป็นศีล การไม่ล่วงเป็นศีล ศีลเห็นปานนี้ ย่อมเป็นไป
เพื่อความไม่เดือดร้อนแห่งจิต เพื่อความปราโมทย์ เพื่อปีติ เพื่อปัสสัทธิ
เพื่อโสมนัส เพื่อการเสพโดยเอื้อเฟื้อ เพื่อความเจริญ เพื่อทำให้มาก เพื่อ
เป็นเครื่องประดับ เพื่อเป็นบริขาร เพื่อเป็นบริวาร เพื่อความบริบูรณ์ ย่อมเป็น
ไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อความคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ
ระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน โดยส่วนเดียว ฯ
บรรดาศีลเห็นปานนี้ สังวรปาริสุทธิ ความบริสุทธิ์ด้วยความสำรวม
เป็นอธิศีล จิตตั้งอยู่ในความบริสุทธิ์ด้วยความสำรวม ย่อมไม่ถึงความฟุ้งซ่าน
อวิกเขปปาริสุทธิ ความบริสุทธิ์คือความที่จิตไม่ฟุ้งซ่าน เป็นอธิจิต พระโยคาวจร
ย่อมเห็นสังวรปาริสุทธิโดยชอบ ย่อมเห็นอวิกเขปปาริสุทธิโดยชอบ ทัสนปาริสุทธิ
ความบริสุทธิ์แห่งทัสนะ เป็นอธิปัญญา
ในความสำรวม ความไม่ฟุ้งซ่านและทัสนะนั้น ความสำรวม เป็นอธิ
ศีลสิกขา ความไม่ฟุ้งซ่าน เป็นอธิจิตสิกขา ความเห็นแจ้ง เป็นอธิปัญญา
สิกขา พระโยคาวจรเมื่อนึกถึงสิกขา ๓ นี้ ชื่อว่าย่อมศึกษา เมื่อรู้ เมื่อเห็น
เมื่อพิจารณา เมื่ออธิษฐานจิต เมื่อน้อมใจไปด้วยศรัทธา เมื่อประคองความเพียร
ไว้ เมื่อตั้งสติมั่น เมื่อตั้งจิตไว้ เมื่อรู้ชัดด้วยปัญญา เมื่อรู้ยิ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่ง
เมื่อกำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้ เมื่อละธรรมที่ควรละ เมื่อเจริญธรรมที่ควร
เจริญ เมื่อทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง ชื่อว่าย่อมศึกษาทุกอย่าง ฯ
ปญฺจ สีลานิ✎ ร่าง
Pañca sīlāni—
ปาณาติปาตสฺส ปหานํ สีลํ เวรมณี
สีลํ เจตนา สีลํ สํวโร สีลํ อวีติกฺกโม สีลํ✎ ร่าง
pāṇātipātassa pahānaṁ sīlaṁ, veramaṇī sīlaṁ, cetanā sīlaṁ, saṁvaro sīlaṁ, avītikkamo sīlaṁ.
เอวรูปานิ สีลานิ
จิตฺตสฺส อวิปฺปฏิสาราย สํวตฺตนฺติ ปามุชฺชาย ๑- สํวตฺตนฺติ
ปีติยา สํวตฺตนฺติ ปสฺสทฺธิยา สํวตฺตนฺติ โสมนสฺสาย สํวตฺตนฺติ
อาเสวนาย สํวตฺตนฺติ ภาวนาย สํวตฺตนฺติ พหุลีกมฺมาย
สํวตฺตนฺติ อลงฺการาย สํวตฺตนฺติ ปริกฺขาราย สํวตฺตนฺติ
ปริวาราย สํวตฺตนฺติ ปาริปูริยา สํวตฺตนฺติ เอกนฺตนิพฺพิทาย
วิราคาย นิโรธาย อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย
สํวตฺตนฺติ✎ ร่าง
Evarūpāni sīlāni cittassa avippaṭisārāya saṁvattanti, pāmojjāya saṁvattanti, pītiyā saṁvattanti, passaddhiyā saṁvattanti, somanassāya saṁvattanti, āsevanāya saṁvattanti, bhāvanāya saṁvattanti, bahulīkammāya saṁvattanti, alaṅkārāya saṁvattanti, parikkhārāya saṁvattanti, parivārāya saṁvattanti, pāripūriyā saṁvattanti, ekantanibbidāya virāgāya nirodhāya upasamāya abhiññāya sambodhāya nibbānāya saṁvattanti.
เอวรูปานํ สีลานํ สํวรปาริสุทฺธิ อธิสีลํ สํวรปาริสุทฺธิยา
ฐิตํ จิตฺตํ น วิกฺเขปํ คจฺฉติ อวิกฺเขปปาริสุทฺธิ อธิจิตฺตํ
สํวรปาริสุทฺธึ สมฺมา ปสฺสติ อวิกฺเขปปาริสุทฺธึ สมฺมา
ปสฺสติ✎ ร่าง
Evarūpānaṁ sīlānaṁ saṁvarapārisuddhi adhisīlaṁ, saṁvarapārisuddhiyā ṭhitaṁ cittaṁ na vikkhepaṁ gacchati, avikkhepapārisuddhi adhicittaṁ saṁvarapārisuddhiṁ sammā passati, avikkhepapārisuddhiṁ sammā passati.
อ้างอิงสยามรัฐ 31.67 · ฉัฏฐสังคายนา 79.41
ทสฺสนปาริสุทฺธิ อธิปญฺญา✎ ร่าง
Dassanapārisuddhi adhipaññā.
โย ตตฺถ สํวรฏฺโฐ อยํ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ปาโมชฺชาย ฯ เอวมุปริปิ ฯ
อธิสีลสิกฺขา✎ ร่าง
Yo tattha saṁvaraṭṭho, ayaṁ adhisīlasikkhā.
โย ตตฺถ อวิกฺเขปฏฺโฐ อยํ อธิจิตฺตสิกฺขา✎ ร่าง
Yo tattha avikkhepaṭṭho, ayaṁ adhicittasikkhā.
โย
ตตฺถ ทสฺสนฏฺโฐ อยํ อธิปญฺญาสิกฺขา✎ ร่าง
Yo tattha dassanaṭṭho, ayaṁ adhipaññāsikkhā.
—
1.1.4. Dhammaṭṭhitiñāṇaniddesa
—
Kathaṁ paccayapariggahe paññā dhammaṭṭhitiñāṇaṁ?
อ้างอิงPTS 1.50
อิมา ติสฺโส สิกฺขาโย
อาวชฺชนฺโต สิกฺขติ ชานนฺโต สิกฺขติ ปสฺสนฺโต สิกฺขติ ปจฺจเวกฺขนฺโต
สิกฺขติ จิตฺตํ อธิฏฺฐหนฺโต สิกฺขติ สทฺธาย อธิมุจฺจนฺโต สิกฺขติ
วิริยํ ปคฺคณฺหนฺโต สิกฺขติ สตึ อุปฏฺฐหนฺโต สิกฺขติ จิตฺตํ
สมาทหนฺโต สิกฺขติ ปญฺญาย ปชานนฺโต สิกฺขติ อภิญฺเญยฺยํ
อภิชานนฺโต สิกฺขติ ปริญฺเญยฺยํ ปริชานนฺโต สิกฺขติ ปหาตพฺพํ
ปชหนฺโต สิกฺขติ ภาเวตพฺพํ ภาเวนฺโต สิกฺขติ สจฺฉิกาตพฺพํ
สจฺฉิกโรนฺโต สิกฺขติ ฯ✎ ร่าง
Imā tisso sikkhāyo āvajjanto sikkhati, jānanto sikkhati, passanto sikkhati, paccavekkhanto sikkhati, cittaṁ adhiṭṭhahanto sikkhati, saddhāya adhimuccanto sikkhati, vīriyaṁ paggaṇhanto sikkhati, satiṁ upaṭṭhapento sikkhati, cittaṁ samādahanto sikkhati, paññāya pajānanto sikkhati, abhiññeyyaṁ abhijānanto sikkhati, pariññeyyaṁ parijānanto sikkhati, pahātabbaṁ pajahanto sikkhati, sacchikātabbaṁ sacchikaronto sikkhati, bhāvetabbaṁ bhāvento sikkhati.
อ้างอิงพุทธชยันตี 35.1.88