‹ กลับ
ภัททาลิเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 1 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑] พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สุเมธะ ผู้เลิศ ประกอบด้วย พระกรุณา เป็นมุนี ปรารถนาความวิเวก เลิศกว่าโลก ได้เสด็จเข้า ไปยังป่าหิมพานต์ ครั้นแล้ว พระสุเมธสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้นำโลก ประเสริฐกว่าบุรุษ ได้ประทับนั่งขัดสมาธิ พระพุทธเจ้าผู้นำโลก พระนามว่าสุเมธะผู้สูงสุดกว่าบุรุษ พระองค์ประทับนั่งขัดสมาธิอยู่ ๗ คืน ๗ วัน เราถือหาบเข้าไปกลางป่า ณ ที่นั้นเราได้เห็นพระสัมมา สัมพุทธเจ้าผู้ข้ามโอฆะได้แล้ว ไม่มีอาสวะ ครั้งนั้น เราจับไม้กวาด กวาดอาศรม ปักไม้สี่อันทำเป็นมณฑป เราเอาดอกรังมามุงมณฑป เราเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส โสมนัส ได้ถวายบังคมพระผู้นำโลกแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ที่ชนทั้งหลายกล่าวกันว่า มีปัญญาดังแผ่นดิน มีพระปัญญาดี ประทับนั่ง ณ ท่ามกลาง พระภิกษุสงฆ์ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ เทวดาทั้งปวงทราบว่า พระพุทธเจ้าจะเปล่งวาจา จึงพากันมาประชุมด้วยคิดว่า พระพุทธ เจ้าผู้ประเสริฐสุด มีพระจักษุ จะทรงแสดงพระธรรมเทศนา โดยไม่ต้องสงสัย พระพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้สมควรรับ เครื่องบูชา ประทับนั่งในหมู่เทวดา ได้ตรัสพระคาถาดังต่อไปนี้ ผู้ใดทรงมณฑป มีดอกรังเป็นเครื่องมุงแก่เราตลอด ๗ วัน เราพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นเกิดเป็นเทวดา หรือมนุษย์ จักเป็นผู้มีผิวพรรณเหมือนทองคำจักมีโภคทรัพย์ ล้นเหลือบริโภคกาม ช้างมาตังคะ ๖ หมื่นเชือกประดับด้วยเครื่อง อาภรณ์ทุกชนิด รัดประคน และพานหน้าพานหลังล้วนทองกอปร ด้วยเครื่องประดับศีรษะและข่ายทอง มีนายหัตถาจารย์ผู้มีมือถือหอก ซัดและขอ ขึ้นขี่ประจำ จักมาสู่ที่บำรุงผู้นั้นทั้งเวลาเย็นเวลาเช้า ผู้นี้จักเป็นผู้อันช้างเหล่านั้นแวดล้อมแล้ว รื่นรมย์อยู่ สินธพอาชาไนย โดยกำเนิด ๖ หมื่นม้า ประดับด้วยเครื่องอลังการทุกอย่างเป็น พาหนะว่องไว มีอัสวาจารย์ผู้สวมเกราะถือธนู ขึ้นขี่ประจำ จัก แวดล้อมอยู่เป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา รถ ๖ หมื่นคัน ประดับด้วยสรรพาลังการ หุ้มด้วยหนังเสือเหลืองบ้าง ด้วยหนังเสือ โคร่งบ้าง มีธงปักหน้ารถ มีคนขับถือธนูสวมเกราะขึ้นประจำ จัก แวดล้อมผู้นี้อยู่เป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา บ้าน ๖ หมื่นบริบูรณ์ ด้วยเครื่องใช้ทุกสิ่ง มีทรัพย์และข้าวเปลือกล้นเหลือ บริบูรณ์ดีทุก ประการ จักมีปรากฏอยู่ทุกเมื่อ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เสนาสี่เหล่า คือ กองช้าง กองม้า กองรถ กองราบ จักแวดล้อมผู้นี้อยู่เป็น นิตย์ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัปที่ ๑,๘๐๐ ผู้นี้จักรื่นรมย์อยู่ ในเทวโลก จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ครั้ง และจักรเสวย ราชสมบัติในเทวโลก ๓๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอัน ไพบูลย์โดยคณนานับไม่ถ้วน ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ พระศาสดามีพระ นามว่า โคดม ซึ่งสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกากราชจักเสด็จอุบัติ ขึ้นในโลก ข้าพระองค์เป็นทายาทในธรรมของพระองค์ท่าน เป็น โอรสอันธรรมนิรมิตแล้ว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มี อาสวะอยู่ ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (แต่กัปนี้) ข้าพระองค์ได้เห็นพระศาสดา ผู้นำโลก ในระหว่างนี้ ข้าพระองค์ได้แสวงหาอมตบท การที่ข้าพระ องค์รู้ศาสนธรรมนี้ เป็นลาภของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ได้ดีแล้ว วิชชา ๓ ข้าพระองค์บรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนา ข้าพระ- องค์ทำเสร็จแล้ว ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ข้าพระองค์ขอ นอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้สูงสุดกว่าบุรุษ ข้าพระองค์ ได้บรรลุอมตบท เพราะกล่าวสดุดีพระพุทธญาณ ข้าพระองค์เข้า ในถิ่นกำเนิดใดๆ คือ จะเป็นเทวดาหรือมนุษย์ย่อมเป็นผู้มีความสุข ในที่ทุกสถาน นี้เป็นผลในการที่ข้าพระองค์กล่าวสดุดีพระพุทธญาณ นี้เป็นการเกิดครั้งหลังของข้าพระองค์ ภพสุดท้ายกำลังเป็นไปอยู่ ข้าพระองค์ตัดกิเลสเครื่องผูก ดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มี อาสวะอยู่ ข้าพระองค์เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมด แล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูก ดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ การที่ข้าพระองค์ได้มาในสำนักพระพุทธเจ้าของข้าพระองค์นี้ เป็น การมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ ข้าพระองค์บรรลุแล้วโดยลำดับ พระ- พุทธศาสนา ข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพระองค์ได้ทำให้แจ้ง แล้ว พระพุทธศาสนาข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระภัททาลิเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. [๑] ก็ท้าวสหัมบดีพรหมผู้เป็นใหญ่ในโลกได้ประนมอัญชลีทูล อาราธนาพระผู้มีพระภาคว่า สัตว์ทั้งหลายผู้มีกิเลสธุลี ในนัยน์ตาน้อย มีอยู่ในโลกนี้ ขอพระองค์ได้ทรงโปรด อนุเคราะห์แสดงธรรมแก่หมู่สัตว์นี้เถิด (พระผู้มี- พระภาคผู้เป็นใหญ่กว่าโลกอุดมกว่านรชน อันหมู่พรหม ผู้ประนมอัญชลีทูลอาราธนาว่า สัตว์ทั้งหลายผู้มีกิเลสธุลี ในนัยน์ตาน้อยมีอยู่ในโลกนี้ ขอพระองค์ได้ทรงโปรด อนุเคราะห์แสดงธรรมแก่หมู่สัตว์นี้ ขอพระสุคตเจ้าทรง โปรดแสดงธรรม ขอทรงแสดงอมตบท ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นนายก ขอจงทรงโปรดอนุเคราะห์แสดงธรรมแก่สัตว์โลก) พระตถาคผู้ไม่มี บุคคลเปรียบเสมอ ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ผู้คงที่ ผู้ทรง ความรุ่งเรือง ทรงไว้ซึ่งพระกายครั้งสุดท้าย ทรงเกิดความกรุณา ในสัตว์ทั้งปวง พระผู้มีพระภาคผู้ศาสดา ได้ทรงสดับดังนั้นแล้ว ได้ ตรัสว่า สัตว์เหล่าใดเงี่ยโสตลงฟัง ปล่อยศรัทธาเราจะ เปิดประตูอมตนิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ดูกรพรหม เรา สำคัญไปว่าจะลำบากเปล่า จึงไม่กล่าวธรรมมีคุณอัน ละเอียดประณีตในหมู่มนุษย์. (สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคผู้ประเสริฐกว่ามุนีจะทรงอนุเคราะห์ เวไนยสัตว์ เสด็จจากไม้อัชปาลนิโครธ เสด็จถึงพระนครพาราณสี โดยเสด็จดำเนินไปตามลำดับ ก็ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคประทับ บนบัลลังก์อันประเสริฐนั้น และทรงประกาศธรรมจักร คือ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์ มรรคอันสูงสุดแก่ปัญจวัคคีย์ พระ- ผู้มีพระภาคทรงประกาศธรรมจักรนั้นแล้ว ฤาษีปัญจวัคคีย์เหล่านั้น คือ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ พร้อม ด้วยหมู่เทวดาและพรหม ๑๘ โกฏิ ได้ธรรมาภิสมัยในสันติบาต ครั้งแรก ในกาลนั้น พระองค์ทรงแนะนำปัญจวัคคีย์แม้ทั้งหมด พร้อมด้วยหมู่พรหมและเทวดา ๑๘ โกฏิ ให้วิเศษตามลำดับ ด้วย พระธรรมเทศนาอย่างอื่น ทรงยังหมู่พรหมและเทวดาให้ได้โสดา ปัตติผลในสันติบาตนั้น แล้วเสด็จไปยังกรุงราชคฤห์ โดยเสด็จ ดำเนินไปตามลำดับ พระองค์ผู้ประเสริฐกว่ามุนี ประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันมหาวิหาร ก็พระเจ้าพิมพิสารได้ทรงสดับดังนั้น ได้เสด็จ ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค มีบริวารเป็นอันมากประมาณ ๑๑ นหุต พระเจ้าพิมพิสารทรงบูชาพระผู้มีพระภาค ด้วยประทีป ของหอม ธูปและดอกไม้เป็นต้น ในสมาคมนั้น พระผู้มีพระภาคทรงแสดง กามาทีนวกถา ในเวลาจบเทศนา ครั้งนั้น ธรรมาภิสมัยได้มีแก่สัตว์ ๘๔,๐๐๐ มีพระราชาเป็นประมุขพระพุทธบิดาได้ทรงสดับข่าวนั้น ทรงส่งทูตไป ๙ นายทูตเหล่านั้นพร้อมด้วยบริวาร ๙,๐๐๐ ทูลขอ บรรพชากะพระมุนี ทูตเหล่านั้นและบริวาร ๙,๐๐๐ ได้บรรลุอรหัต ครั้งสุดท้ายกาฬุทายีอำมาตย์กับบริวาร ๑,๐๐๐ ถือเพศภิกษุแล้ว กราบทูลเชิญพระผู้มีพระภาค พระศากยมุนีผู้ประเสริฐ ทรงรับ นิมนต์แล้ว เสด็จดำเนินไปตามทางใหญ่ เสด็จไปพร้อมด้วยภิกษุ สองหมื่น พระองค์เสด็จถึงกรุงกบิลพัสดุ์โดยการเสด็จดำเนินไป ตามลำดับ ได้ทรงกระทำปาฏิหาริย์ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำโรหิณี ประทับนั่ง ณ ท่ามกลางบัลลังก์นั้น ทรงแสดงมหาเวสสันตรชาดกธรรมเทศนา แก่พระพุทธบิดา ธรรมาภิสมัยได้มีแก่สัตว์ ๘๔,๐๐๐). พระผู้มีพระภาคทรงพระดำริว่า พรหมเหล่านี้ พร้อมด้วยเทวดาและมนุษย์ไม่รู้ว่า พระ- พุทธเจ้าผู้สูงสุดกว่านรชนนี้เป็นเช่นไร ทรงมีกำลังฤทธิ์ และกำลังปัญญาเช่นไร ทรงมีกำลังพุทธเจ้าอันเป็น ประโยชน์แก่โลกเช่นไร พรหมเหล่านี้พร้อมด้วยเทวดา และมนุษย์ไม่รู้ว่า พระพุทธเจ้าผู้สูงสุดกว่านรชนนี้เป็น เช่นนี้ทรงมีกำลังฤทธิ์และกำลังปัญญาเช่นนี้ทรงมีกำลัง พระพุทธเจ้าอันเป็นประโยชน์แก่โลกเช่นนี้. เอาละ เราจักแสดงกำลังพระพุทธเจ้าอันยอดเยี่ยม เราจักนิรมิต ที่จงกรมอันประดับด้วยรัตนะในนภากาศ. ภุมมเทวดา เทวดาชั้นมหาราชิกา ชั้นดาวดึงส์ ชั้นยามา ชั้นดุสิต ชั้นนิมมานรดี ชั้นปรนิมมิตสวัตดี และ เทวดาที่นับเนื่องในหมู่พรหม ต่างก็ยินดี ได้พากัน ส่งเสียงอื้ออึง แผ่นดินพร้อมด้วยเทวโลกสว่างไสว ที่อันมีในระหว่างโลกอันหนาแน่นไม่มีอะไรปิด และ ความมืดทึบได้หายไป ในกาลนั้น พรหมพร้อมทั้งเทวดา คนธรรพ์มนุษย์และรากษส ได้เห็นปาฏิหาริย์อันอัศจรรย์ แล้ว กล่าวว่ารัศมีอันสว่างจ้า ได้เกิดขึ้นแล้วในโลกนี้ และในโลกอื่น ทั้งเบื้องล่างเบื้องบน และเบื้องขวาง ส่วนกว้าง พระศาสดาผู้อุดมกว่าสัตว์ไม่มีใครประเสริฐ ยิ่งไปกว่า เป็นนายกชั้นพิเศษ อันเทวดาและมนุษย์บูชา ทรงมีอานุภาพมาก มีลักษณะบุญนับด้วยร้อย ทรงแสดง ปาฏิหาริย์อันน่าอัศจรรย์ ฯ (ในสมาคมนั้น พระศาสดาผู้พิชิตมารเสด็จเหาะขึ้นในนภาดลแล้ว ทรงนิรมิตขุนเขาสิเนรุให้เป็นที่จงกรมอันน่ารื่นรมย์ ทวยเทพใน หมื่นโลกธาตุ มาประชุมกันในสำนักพระพิชิตมารถวายนมัสการ พระตถาคตแล้ว กระทำพุทธบูชา) ในกาลนั้น พระศาสดาผู้มีพระจักษุอุดมกว่านรชน เป็น นายกของโลกอันท้าวสหัมบดี ผู้ประเสริฐกว่าเทวดา ทูลอาราธนาแล้ว ทรงพิจารณาเห็นประโยชน์ดีแล้ว จึง ทรงนิรมิตที่จงกรมเรียบร้อยสวยงามประดับด้วยรัตนะ ทั่วไป พระผู้มีพระภาคผู้เป็นนายกของโลก ทรงมีความ ชำนาญในปาฏิหาริย์ ๓ อย่าง คือ อิทธิปาฏิหาริย์ อาเทศนาปาฏิหาริย์ และอนุศาสนีปาฏิหาริย์ ทรงนิรมิต ที่จงกรมเรียบร้อยสวยงามประดับด้วยรัตนะทั่วไป ทรงแสดงขุนเขาสิเนรุอันสูงสุดในหมื่นโลกธาตุ เป็นเสาเรียงตาม ลำดับ ในที่จงกรมอันสำเร็จด้วยรัตนะ พระพิชิตมารทรงนิรมิต ที่จงกรมเกินกว่าพันที่ ล้วนแต่สำเร็จด้วยทองคำไว้รอบข้างรัตนะ จงกรม ทรงนิรมิตแผ่นกระดานทองคำติดอยู่ตามขื่อและเต้า ทรง- นิรมิตไพรทีล้วนแต่ทองคำไว้ที่ข้างทั้งสอง รัตนะจงกรมที่ทรงนิรมิต เกลื่อนไปด้วยแก้วมณีแก้วมุกดาและทรายสว่างไสวไปทั่วทิศเหมือน พระอาทิตย์อุทัย ฉะนั้น พระชินสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนักปราชญ์ มี ลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ ทรงเปล่งพระรัศมีรุ่งเรือง เสด็จ จงกรมอยู่บนรัตนะจงกรมนั้น ทวยเทพทั้งปวงที่มาประชุมกันต่างก็ โปรยปรายดอกมณฑารพ ดอกปทุม ดอกปาริชาตทิพย์ลงในที่ จงกรม หมู่เทพในหมื่นจักรวาลได้เห็นเช่นนั้นจึงมาประชุมกัน ต่างก็ยินดีร่าเริง เบิกบานใจหมอบลงถวายนมัสการ ทวยเทพชั้น ดาวดึงส์ ชั้นยามา ชั้นดุสิต ชั้นนิมมานรดี และชั้นปรนิมมิตวสวัตดี ได้เห็นพระศาสดาผู้เป็นนายกของโลก ต่างก็มีจิตเบิกบานโสมนัส. พวกนาค ครุฑ หรือแม้กินนร พร้อมด้วยเทวดาคนธรรพ์ มนุษย์และรากษส ต่างก็ได้เห็นพระศาสดาผู้ทรงเกื้อกูล อนุเคราะห์โลก เหมือนดวงจันทร์ที่ขึ้นไปในนภากาศ ฉะนั้น. อาภัสสรพรหม สุภกิณหพรหม เวหัปผลพรหมและอกนิฏฐพรหม ต่างก็นุ่งผ้าขาวล้วนๆ ยืนประนมอัญชลี. ต่างก็โปรยดอกมณฑารพ ๕ สี อันเจือด้วยกระแจะจันทน์ และพากันโบกผ้าอยู่ในอัมพรในกาลนั้นต่างก็เปล่งเสียง ว่า โอ พระพิชิตมารทรงเกื้อกูลอนุเคราะห์โลก. พระองค์ผู้อุดมกว่าสัตว์ เป็นศาสดา เป็นยอด เป็นธง เป็นหลักไชย เป็นที่พึ่งอาศัย และเป็นประทีปของสัตว์ทั้งหลาย ทวยเทพผู้มี ฤทธิ์มากในหมื่นโลกธาตุ ต่างก็ยินดีร่าเริง เบิกบานใจ พากัน แวดล้อมถวายนมัสการ เทพบุตรและเทพกัญญา ต่างก็เลื่อมใสมีใจ ยินดีพากันบูชาพระนราสภด้วยดอกไม้ ๕ สี หมู่เทพเจ้าได้เห็น พระศาสดา ต่างก็เลื่อมใสมีใจยินดีพากันบูชาพระนราสภด้วยดอก ไม้ ๕ สี เปล่งเสียงว่า ความอัศจรรย์ โอ ขนพองสยองเกล้าไม่ เคยมีในโลก ความอัศจรรย์ขนพองสยองเกล้าเช่นนี้ ไม่เคยเป็น เทพเจ้าเหล่านี้ อยู่ในภพของตนๆ ได้เห็นความอัศจรรย์ในนภากาศ แล้ว พากันร่าเริงเป็นอันมาก เทพเจ้าที่อยู่ในนภากาศ พื้นดิน ป่าหญ้าและที่ประจำดวงดาว ต่างก็ยินดีร่าเริงเบิกบานใจ พากัน ประนมอัญชลีนมัสการ แม้พวกนาคที่มีอายุยืน มีบุญ มีฤทธิ์มาก ได้เห็นอัศจรรย์ในนภากาศแล้วต่างก็ยินดีมีจิตเบิกบาน ถวายนมัส- การบูชาพระศาสดาผู้อุดมกว่านรชน บรรเลงสังคีต ตีกลองกันอยู่ ในอากาศกลางหาวได้เห็นอัศจรรย์ในนภากาศแล้ว ต่างก็ประโคม- สังข์ บัณเฑาะว์และมโหรทึกอยู่ในอากาศเปล่งเสียงว่า วันนี้ ความ อัศจรรย์ไม่เคยมี ขนพองสยองเกล้าเกิดขึ้นแก่เรา เราได้ความสำเร็จ ประโยชน์ยั่งยืน ขณะปรากฏแก่เราแล้วเพราะได้ฟังว่าพุทโธ นาค เหล่านั้นเกิดปีติในขณะนั้น ต่างก็ยืนประนมอัญชลีเปล่งเสียงว่า พุทโธ พุทโธ หมู่สัตว์ต่างๆ ในท้องฟ้าต่างก็ประนมอัญชลีเปล่ง เสียงหึ่งๆ เสียงสาธุการและเสียงโห่กึกก้อง นาคทั้งหลายต่างก็เปล่งเสียงประสานขับร้องประโคมปรบ มือ ฟ้อนรำและต่างก็โปรยปรายดอกมณฑารพ ๕ สี อันเจือด้วยกระแจะจันทน์ ลงมาบูชาเปล่งเสียงประกาศว่า ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า ลายจักรที่พระบาทยุคลของพระองค์ฉันใด ธงไชย ธงปฏากวิเชียรก็ลอยเด่นอยู่ ฉันนั้นไม่มีใครเสมอด้วย พระรูป ศีล สมาธิ และปัญญาของพระองค์ในการประกาศธรรมจักร ไม่มีใครเสมอด้วยวิมุตติ กำลังกายของนาค ๑๐ นาค เป็นพระ กำลังกายปกติของพระองค์ในการประกาศธรรมจักรไม่มีใครเสมอ ด้วยกำลังพระฤทธิ์ของพระองค์ ท่านทั้งหลายจงนมัสการพระมหามุนี ผู้ประกอบด้วยคุณสมบัติทุกอย่าง ทรงประกอบด้วยองคคุณทั้งปวง มีพระกรุณา เป็นนาถะของโลก พระองค์ย่อมควรแก่การอภิวาท การชมเชย การไหว้ การสรรเสริญ การนมัสการ และการบูชา ทุกอย่าง ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า พระองค์เป็นผู้ประเสริฐที่สุดกว่า บุคคลผู้ไหว้ และผู้ควรไหว้ในโลกไม่มีใครเสมอกับพระองค์ พระ- สารีบุตรผู้มีปัญญามาก เป็นผู้ฉลาดในสมาธิและฌาน สถิต ณ เขา คิชฌกูฏ ได้เห็นพระองค์ผู้เป็นนายกของโลก มองดูพระนราสภงาม เหมือนพระยารังมีดอกบานสะพรั่ง เหมือนพระจันทร์ในท้องฟ้า และเหมือนพระอาทิตย์ในเวลาเที่ยง เห็นพระองค์ผู้นายกของโลก ผู้แวดล้อมด้วยรัศมีด้านละวา งามดังต้นไม้ประจำทวีปอันรุ่งเรือง เหมือนพระอาทิตย์อุทัยส่องแสงอ่อนๆ พระสารีบุตรได้นิมนต์พระ- ภิกษุขีณาสพ ๕๐๐ รูป ผู้ทำกิจเสร็จแล้ว ผู้คงที่ ผู้ปราศจากมลทิน ให้มาประชุมกันในขณะนั้น กล่าวว่า พระพิชิตมารทรงแสดง ปาฏิหาริย์อันจะยังโลกให้เลื่อมใส แม้เราทั้งหลาย ก็จักไปถวาย บังคมพระองค์ในที่นั้น มาเถิด เราทั้งปวงจักไป จักทูลถามพระองค์ เราจักไปเฝ้าพระองค์ผู้เป็นนายกของโลก ให้พระองค์บรรเทาความ สงสัยให้ พระภิกษุผู้มีปัญญาสำรวมอินทรีย์เหล่านั้น รับว่าสาธุแล้ว ต่างก็ถือบาตรและจีวร พากันรีบร้อนเข้าไปเฝ้าพระสารีบุตรผู้มี ปัญญามาก พร้อมด้วยพระขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน ผู้ฝึกตนด้วย การฝึกอันอุตมพากันไปเฝ้าด้วยฤทธิ์ พระสารีบุตรผู้เป็นเจ้าคณะใหญ่ แวดล้อมด้วยภิกษุเหล่านั้นเข้าไปเฝ้าด้วยฤทธิ์ เปรียบเหมือนเทวดา ลอยมาในอากาศ ฉะนั้น พระภิกษุเหล่านั้นผู้มีวัตรอันงาม มีความ เคารพยำเกรง ไม่ไอ ไม่จาม พากันเข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้า ครั้นเข้าเฝ้าแล้ว ได้เห็นพระสยัมภูวีรเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ลอย เด่นอยู่ในนภากาศ เหมือนพระจันทร์ในท้องฟ้า ได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้เป็นนายกของโลกดังต้นไม้ประจำทวีปอันรุ่งเรืองเหมือนสายฟ้าใน อากาศ ดุจพระอาทิตย์ในเวลาเที่ยง พระภิกษุทั้ง ๕๐๐ องค์ ได้เห็น พระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ดังห้วงน้ำอันใสแจ๋ว ดังดอก บัวบาน ต่างก็ยินดีร่าเริงบันเทิงใจ ประนมอัญชลีหมอบลงถวาย นมัสการแทบพระบาทพระศาสดา พระสารีบุตรผู้มีปัญญามาก เสมอ เหมือนโลกพิภพ ฉลาดในสมาธิและฌาน ถวายบังคมพระศาสดา ผู้เป็นนายกของโลกพระโมคคัลลานะผู้มีฤทธิ์มาก ไม่มีใครเสมอ ด้วยกำลังฤทธิ์เปรียบด้วยดอกนิลุบล เหมือนอกาลเมฆกระหึ่ม ฉะนั้นแม้พระมหากัสสปเถระ ผู้เปรียบด้วยทองคำสีรุ่งเรืองพระ- ศาสดาทรงชมเชยสรรญเสริญตั้งไว้ว่าเป็นยอดในธุดงคคุณพระอนุรุทธะ เถระผู้เป็นเจ้าคณะใหญ่ เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีจักษุทิพย์เป็นพระ- ญาติผู้ประเสริฐของพระผู้มีพระภาคสถิตอยู่ไม่ไกล พระอุบาลีเถระ ผู้ฉลาดในอาบัติ อานาบัติ สเตกิจฉา พระศาสดาทรงสรรเสริญตั้งไว้ ว่าเป็นผู้เลิศในฝ่ายวินัย พระเถระผู้เป็นบุตรของนางมันตานี ปรากฏ ว่าชื่อปุณณะ ผู้แทงตลอดอรรถธรรมอันสุขุมละเอียดประเสริฐกว่า ภิกษุผู้เป็นธรรมกถึก พระมุนีมหาวีรเจ้าผู้ทรงฉลาดในอุปมา ผู้ตัด ความสงสัย ทรงทราบวาระจิตของท่านเหล่านั้นแล้วจึงตรัสพระคุณ ของพระองค์ว่า ชนเหล่าใดไม่รู้สัตตนิกาย โอกาสและจักรวาล อันไม่มีที่สิ้นสุด ในสี่อสงไขยโกฏิได้ ชนเหล่านั้นก็ไม่สามารถจะ รู้ พระพุทธญาณ อันไม่มีเปรียบได้การแผลงฤทธิ์ของเรานี้ จะ อัศจรรย์อะไรในโลกเล่า ความอัศจรรย์อันไม่เคยมี น่าขนพองสยอง เกล้าอย่างอื่นมีอีกมากในกาลใด เราอยู่ในชั้นดุสิต ในกาลนั้น เรา ชื่อว่าสันดุสิตเทวดาในหมื่นจักรวาฬมาประนมอัญชลีเชิญเราว่า ข้าแต่ ท่านผู้มีเพียรใหญ่ เวลานี้เป็นกาลสมควรที่ท่านจะเกิดในครรภ์พระ- มารดา ของเชิญตรัสรู้อมตบทช่วยรื้อขนสัตว์พร้อมด้วยเทวดาให้ ข้ามเถิด ขณะเมื่อเราจุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตลงสู่ครรภ์นั้นแผ่นดินใน หมื่นโลกธาตุย่อมหวั่นไหว ขณะเมื่อเรามีความรู้สึกตัวประสูติ จากครรภ์พระมารดานั้น ทวยเทพในหมื่นโลกธาตุเปล่งเสียงสาธุการ หวั่นไหว ในการลงสู่ครรภ์ประสูติและออกบวชไม่มีใครเสมอด้วย เรา เราเป็นผู้ประเสริฐสุดในกาลตรัสรู้และในการประกาศธรรมจักร โอ ความอัศจรรย์มีในโลกเพราะพระพุทธเจ้ามีคุณมาก หมื่นโลก ธาตุหวั่นไหว ๖ ครั้งมีรัศมีสว่างจ้า น่าอัศจรรย์ขนพองสยองเกล้า ก็สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคผู้พิชิตมาร เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐ กว่านรชน ทรงจงกรมด้วยฤทธิ์ แสดงให้โลกพร้อมทั้งเทวโลกเห็น พระศาสดาผู้เป็นนายกของโลก เสด็จจงกรมอยู่ ณ ที่จงกรมนั่นเอง ตรัสตอบ ไม่เสด็จกลับในระหว่างเหมือนดังเสด็จจงกรมอยู่ในที่จง กรม ๕ ศอก พระสารีบุตรผู้มีปัญญามากในสมาธิและฌาน ถึงความ บริบูรณ์ด้วยปัญญาได้ทูลถามพระศาสดาผู้เป็นนายกของโลกว่า ข้า- แต่พระมหาวีรเจ้าผู้อุดมกว่านรชน อภินิหารของพระองค์เช่นไร พระองค์ทรงปรารถนาพระโพธิญาณอันอุดมในกาลไร ทาน ศีล เนก- ขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐานะ เมตตาและอุเบกขา เป็นเช่นไร ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า ผู้เป็นนายกของโลก บารมี ๑๐ เป็นอย่างไร อุปบารมี ๑๐ และปรมัตถบารมี ๑๐ บริบูรณ์อย่างไร (เพราะทรงอธิษฐานกรรมอะไร จึงเป็นอธิบดีเช่นไร เป็นบารมีได้ เช่นไร นักปราชญ์เช่นไรมีในโลก เมตตา กรุณา มุทิตา และ อุเบกขาเป็นเช่นไร พระองค์ทรงบำเพ็ญพุทธการกธรรมให้บริบูรณ์ เช่นไร) พระศาสดาผู้มีพระสุรเสียงไพเราะดังนกการะเวกอันพระ- สารีบุตรทูลถามแล้ว ทรงพยากรณ์ให้เย็นใจ และทรงยังโลกพร้อม ทั้งเทวโลกให้ยินดี. พระศาสดาทรงประกาศประโยชน์แก่โลก ที่พระพุทธเจ้า ในอดีตทรงแสดงไว้ ทรงชมเชย อันพระพุทธเจ้าทรงนำ สืบๆ กันมา ด้วยพระพุทธญาณที่ไปตามปุพเพนิวาส- ญาณ ในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ว่าท่านทั้งหลายจงทำจิตให้เกิดปีติและปราโมทย์ให้บรรเทาลูกศร คือ ความโศก ให้ได้สมบัติทั้งปวงแล้ว จงฟังเราท่านทั้งหลายจงดำเนิน ไปตามมรรคอันเป็นเครื่องย่ำยีมีความเมาบรรเทาความโศก เปลื้อง ตนจากสงสาร เป็นที่สิ้นทุกข์ทั้งปวงโดยความเคารพเถิด. [๑] ในสี่อสงไขยแสนกัป ความประพฤติอันใดในระหว่างนี้ ความ ประพฤติทั้งหมดนั้น เป็นเครื่องบ่มพระโพธิญาณ เราจักเว้นความ ประพฤติในภพน้อยใหญ่ในกัปเสีย จักบอกความประพฤติในกัปนี้ จงฟังเรา ในกาลใด เราเป็นดาบสชื่ออกิตติ เข้าไปอาศัยอยู่ในป่า ใหญ่อันว่างเปล่า สงัดเงียบปราศจากเสียงอื้ออึง ในกาลนั้น ด้วย เดชแห่งการประพฤติตบะของเรา สมเด็จอัมรินทร์ผู้ครองไตรทิพย์ ทรงร้อนพระทัย ทรงแปลงเพศเป็นพราหมณ์เข้ามาหาเราเพื่อภิกษา เราได้เห็นอินทพราหมณ์มายืนอยู่ใกล้ประตูบรรณศาลาของเรา จึง เอาใบหมากเม่าที่เรานำมาแต่ป่า อันไม่มีน้ำมัน ทั้งไม่เค็ม ให้หมด พร้อมกับภาชนะ ครั้นได้ให้หมากเม่าแก่อินทพราหมณ์นั้นแล้ว เราจึงคว่ำภาชนะ ละการแสวงหาใบหมากเม่าใหม่ เข้าไปยังบรรณ ศาลา แม้ในวันที่ ๒ แม้ในวันที่ ๓ อินทพราหมณ์ก็เข้ามายังสำนัก ของเรา เราไม่หวั่นไหว ไม่อาลัยในชีวิต ได้ให้หมดสิ้นเช่น วันก่อนเหมือนกัน ในสรีระของเราไม่มีความหมองศรีเพราะการอด อาหารนั้นเป็นปัจจัย เรายับยั้งอยู่ตลอดวันนั้นๆ ด้วยปีติ สุข และ ความยินดี (อันเกิดแต่ความยินดี) ถ้าเราพึงได้ทักขิเณยยบุคคลผู้ ประเสริฐ แม้เดือนหนึ่งสองเดือนเราก็ไม่หวั่นไหว ไม่ท้อแท้ใจ พึงให้ทานอันอุดม เมื่อให้ทานแก่อินทพราหมณ์นั้น เราจะได้ ปรารถนายศและลาภก็หามิได้ เราปรารถนาพระสัพพัญญุตญาณ (เท่านั้น) จึงได้ประพฤติกรรมเหล่านั้น ฉะนี้.
เทียบรายประโยค (130 ประโยค)
tha-ap413:1.1 #
อป./ |๑.๑| สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ🤖 AI จับคู่
“Sumedho nāma sambuddho,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.1 · ฉัฏฐสังคายนา 57.401 · พุทธชยันตี 37.1.58
tha-ap413:1.2 #
อคฺโค การุณิโก มุนิ🤖 AI จับคู่
aggo kāruṇiko muni;
tha-ap413:1.3 #
วิเวกกาโม โลกคฺโค🤖 AI จับคู่
Vivekakāmo lokaggo,
tha-ap413:1.4 #
หิมวนฺตํ อุปาคมิ ฯ🤖 AI จับคู่
himavantamupāgami.
tha-ap413:2.1 #
อชฺโฌคเหตฺวา หิมวนฺตํ🤖 AI จับคู่
Ajjhogāhetvā himavaṁ,
tha-ap413:2.2 #
สุเมโธ โลกนายโก🤖 AI จับคู่
sumedho lokanāyako;
tha-ap413:2.3 #
ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Pallaṅkaṁ ābhujitvāna,
tha-ap413:2.4 #
นิสีทิ ปุริสาสโภ ๒- ฯ🤖 AI จับคู่
nisīdi purisuttamo.
tha-ap413:3.1 #
สมาธึ โส สมาปนฺโน🤖 AI จับคู่
Samādhiṁ so samāpanno,
tha-ap413:3.2 #
สุเมโธ โลกนายโก🤖 AI จับคู่
sumedho lokanāyako;
tha-ap413:3.3 #
สตฺตรตฺตินฺทิวํ พุทฺโธ🤖 AI จับคู่
Sattarattindivaṁ buddho,
tha-ap413:3.4 #
นิสีทิ ปุริสุตฺตโม ฯ🤖 AI จับคู่
nisīdi purisuttamo.
tha-ap413:4.1 #
ขาริกาชํ ๓- คเหตฺวาน🤖 AI จับคู่
Khāribhāraṁ gahetvāna,
tha-ap413:4.2 #
วนมชฺโฌคหึ อหํ🤖 AI จับคู่
vanamajjhogahiṁ ahaṁ;
tha-ap413:4.3 #
ตตฺถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ🤖 AI จับคู่
Tatthaddasāsiṁ sambuddhaṁ,
tha-ap413:4.4 #
โอฆติณฺณมนาสวํ ฯ🤖 AI จับคู่
oghatiṇṇamanāsavaṁ.
tha-ap413:5.1 #
สมฺมชฺชนึ คเหตฺวาน🤖 AI จับคู่
Sammajjaniṁ gahetvāna,
tha-ap413:5.2 #
สมฺมชฺชิตฺวาน อสฺสมํ🤖 AI จับคู่
sammajjitvāna assamaṁ;
tha-ap413:5.3 #
จตุทณฺเฑ ฐเปตฺวาน🤖 AI จับคู่
Catudaṇḍe ṭhapetvāna,
tha-ap413:5.4 #
อกาสึ มณฺฑปํ ตทา ฯ🤖 AI จับคู่
akāsiṁ maṇḍapaṁ tadā.
tha-ap413:6.1 #
สาลปุปฺผํ คเหตฺวาน🤖 AI จับคู่
Sālapupphaṁ āharitvā,
อ้างอิงPTS 2.366
tha-ap413:6.2 #
มณฺฑปํ ฉาทยึ อหํ🤖 AI จับคู่
maṇḍapaṁ chādayiṁ ahaṁ;
tha-ap413:6.3 #
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน🤖 AI จับคู่
Pasannacitto sumano,
tha-ap413:6.4 #
อวนฺทึ โลกนายกํ ๔- ฯ🤖 AI จับคู่
abhivandiṁ tathāgataṁ.
tha-ap413:7.1 #
ยํ วทนฺติ สุเมโธติ🤖 AI จับคู่
Yaṁ vadanti sumedhoti,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.2
tha-ap413:7.2 #
ภูริปญฺญํ สุเมธสํ🤖 AI จับคู่
bhūripaññaṁ sumedhasaṁ;
tha-ap413:7.3 #
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา🤖 AI จับคู่
Bhikkhusaṅghe nisīditvā,
tha-ap413:7.4 #
อิมา คาถา อภาสถ ฯ🤖 AI จับคู่
imā gāthā abhāsatha.
tha-ap413:8.1 #
พุทฺธสฺส คิรมญฺญาย🤖 AI จับคู่
Buddhassa giramaññāya,
tha-ap413:8.2 #
สพฺเพ เทวา สมาคมุํ🤖 AI จับคู่
sabbe devā samāgamuṁ;
tha-ap413:8.3 #
อสํสยํ พุทฺธเสฏฺโฐ🤖 AI จับคู่
Asaṁsayaṁ buddhaseṭṭho,
tha-ap413:8.4 #
ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ🤖 AI จับคู่
dhammaṁ deseti cakkhumā.
tha-ap413:9.1 #
สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ🤖 AI จับคู่
Sumedho nāma sambuddho,
tha-ap413:9.2 #
อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห🤖 AI จับคู่
āhutīnaṁ paṭiggaho;
tha-ap413:9.3 #
เทวสงฺเฆ นิสีทิตฺวา🤖 AI จับคู่
Devasaṅghe nisīditvā,
tha-ap413:9.4 #
อิมา คาถา อภาสถ ฯ🤖 AI จับคู่
imā gāthā abhāsatha.
tha-ap413:10.1 #
โย เม สตฺตาหํ มณฺฑปํ🤖 AI จับคู่
‘Yo me sattāhaṁ maṇḍapaṁ,
tha-ap413:10.2 #
ธารยิ สาลฉาทนํ🤖 AI จับคู่
dhārayī sālachāditaṁ;
tha-ap413:10.3 #
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ🤖 AI จับคู่
Tamahaṁ kittayissāmi,
tha-ap413:10.4 #
สุณาถ มม ภาสโต ฯ🤖 AI จับคู่
suṇātha mama bhāsato.
tha-ap413:11.1 #
เทวภูโต มนุสฺโส วา🤖 AI จับคู่
Devabhūto manusso vā,
tha-ap413:11.2 #
เหมวณฺโณ ภวิสฺสติ🤖 AI จับคู่
hemavaṇṇo bhavissati;
tha-ap413:11.3 #
ปหูตโภโค หุตฺวาน🤖 AI จับคู่
Pahūtabhogo hutvāna,
tha-ap413:11.4 #
กามโภคี ภวิสฺสติ ฯ🤖 AI จับคู่
kāmabhogī bhavissati.
tha-ap413:12.1 #
สฏฺฐี นาคสหสฺสานิ🤖 AI จับคู่
Saṭṭhi nāgasahassāni,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.402
tha-ap413:12.2 #
สพฺพาลงฺการภูสิตา🤖 AI จับคู่
sabbālaṅkārabhūsitā;
tha-ap413:12.3 #
สุวณฺณกจฺฉา มาตงฺคา🤖 AI จับคู่
Suvaṇṇakacchā mātaṅgā,
tha-ap413:12.4 #
เหมกปฺปนิวาสสา ๒- ฯ🤖 AI จับคู่
hemakappanavāsasā.
tha-ap413:13.1 #
อารุฬฺหา คามณีเยภิ🤖 AI จับคู่
Ārūḷhā gāmaṇīyehi,
tha-ap413:13.2 #
โตมรงฺกุสปาณิภิ🤖 AI จับคู่
tomaraṅkusapāṇibhi;
tha-ap413:13.3 #
สายํ ปาโต อุปฏฺฐานํ🤖 AI จับคู่
Sāyaṁ pāto upaṭṭhānaṁ,
tha-ap413:13.4 #
อาคจฺฉิสฺสนฺติมํ นรํ ฯ🤖 AI จับคู่
āgamissantimaṁ naraṁ;
tha-ap413:13.5 #
เตหิ นาเคหิ ปริวุโต🤖 AI จับคู่
Tehi nāgehi parivuto,
tha-ap413:13.6 #
รมิสฺสติ อยํ นโร🤖 AI จับคู่
ramissati ayaṁ naro.
tha-ap413:14.1 #
สฏฺฐี อสฺสสหสฺสานิ🤖 AI จับคู่
Saṭṭhi assasahassāni,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.60
tha-ap413:14.2 #
สพฺพาลงฺการภูสิตา ฯ🤖 AI จับคู่
sabbālaṅkārabhūsitā;
tha-ap413:14.3 #
อาชานียา จ ๓- ชาติยา🤖 AI จับคู่
Ājānīyāva jātiyā,
tha-ap413:14.4 #
สินฺธวา สีฆพาหนา🤖 AI จับคู่
sindhavā sīghavāhino.
tha-ap413:15.1 #
อารุฬฺหา คามณีเยภิ🤖 AI จับคู่
Ārūḷhā gāmaṇīyehi,
tha-ap413:15.2 #
อินฺทิยาจาปธาริภิ ฯ🤖 AI จับคู่
illiyācāpadhāribhi;
tha-ap413:15.3 #
ปริวาเรสฺสนฺติมํ นิจฺจํ🤖 AI จับคู่
Parivāressantimaṁ niccaṁ,
tha-ap413:15.4 #
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ🤖 AI จับคู่
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap413:16.1 #
สฏฺฐี รถสหสฺสานิ🤖 AI จับคู่
Saṭṭhi rathasahassāni,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.3
tha-ap413:16.2 #
สพฺพาลงฺการภูสิตา ฯ🤖 AI จับคู่
sabbālaṅkārabhūsitā;
tha-ap413:16.3 #
ทีปา อโถปิ เวยฺยคฺฆา🤖 AI จับคู่
Dīpā athopi veyagghā,
tha-ap413:16.4 #
สนฺนทฺธา อุสฺสิตทฺธชา🤖 AI จับคู่
sannaddhā ussitaddhajā.
tha-ap413:17.1 #
อารุฬฺหา คามณีเยภิ🤖 AI จับคู่
Ārūḷhā gāmaṇīyehi,
tha-ap413:17.2 #
จาปหตฺเถหิ จมฺมิภิ ๑- ฯ🤖 AI จับคู่
cāpahatthehi vammibhi;
tha-ap413:17.3 #
ปริวาเรสฺสนฺติมํ นิจฺจํ🤖 AI จับคู่
Parivāressantimaṁ niccaṁ,
tha-ap413:17.4 #
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ🤖 AI จับคู่
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap413:18.1 #
สฏฺฐี คามสหสฺสานิ🤖 AI จับคู่
Saṭṭhi gāmasahassāni,
tha-ap413:18.2 #
ปริปุณฺณานิ สพฺพโส ฯ🤖 AI จับคู่
paripuṇṇāni sabbaso;
tha-ap413:18.3 #
ปหูตธนธญฺญานิ🤖 AI จับคู่
Pahūtadhanadhaññāni,
tha-ap413:18.4 #
สุสมิทฺธานิ สพฺพโส🤖 AI จับคู่
susamiddhāni sabbaso;
tha-ap413:18.5 #
สทา ปาตุภวิสฺสนฺติ🤖 AI จับคู่
Sadā pātubhavissanti,
tha-ap413:18.6 #
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap413:19.1 #
หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺตี🤖 AI จับคู่
Hatthī assā rathā pattī,
tha-ap413:19.2 #
เสนา จ จตุรงฺคินี🤖 AI จับคู่
senā ca caturaṅginī;
tha-ap413:19.3 #
ปริวาเรสฺสนฺติมํ นิจฺจํ🤖 AI จับคู่
Parivāressantimaṁ niccaṁ,
tha-ap413:19.4 #
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap413:20.1 #
อฏฺฐารเส กปฺปสเต🤖 AI จับคู่
Aṭṭhārase kappasate,
tha-ap413:20.2 #
เทวโลเก รมิสฺสติ🤖 AI จับคู่
devaloke ramissati;
tha-ap413:20.3 #
สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชา จ🤖 AI จับคู่
Sahassakkhattuṁ rājā ca,
tha-ap413:20.4 #
จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ🤖 AI จับคู่
cakkavattī bhavissati.
tha-ap413:21.1 #
สตานํ ตีณิกฺขตฺตุํ จ🤖 AI จับคู่
Satānaṁ tīṇikkhattuñca,
อ้างอิงPTS 2.367
tha-ap413:21.2 #
เทวรชฺชํ กริสฺสติ🤖 AI จับคู่
devarajjaṁ karissati;
tha-ap413:21.3 #
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ🤖 AI จับคู่
Padesarajjaṁ vipulaṁ,
tha-ap413:21.4 #
คณนาโต อสงฺขยํ ๒- ฯ🤖 AI จับคู่
gaṇanāto asaṅkhiyaṁ.
tha-ap413:22.1 #
ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ🤖 AI จับคู่
Tiṁsakappasahassamhi,
tha-ap413:22.2 #
โอกฺกากกุลสมฺภโว🤖 AI จับคู่
okkākakulasambhavo;
tha-ap413:22.3 #
โคตโม นาม นาเมน🤖 AI จับคู่
Gotamo nāma gottena,
tha-ap413:22.4 #
สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ🤖 AI จับคู่
satthā loke bhavissati.
tha-ap413:23.1 #
ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท🤖 AI จับคู่
Tassa dhammesu dāyādo,
tha-ap413:23.2 #
โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต🤖 AI จับคู่
oraso dhammanimmito;
tha-ap413:23.3 #
สพฺพาสเว ปริญฺญาย🤖 AI จับคู่
Sabbāsave pariññāya,
tha-ap413:23.4 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharissatināsavo’.
tha-ap413:24.1 #
ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ🤖 AI จับคู่
Tiṁsakappasahassamhi,
tha-ap413:24.2 #
อทฺทสํ โลกนายกํ🤖 AI จับคู่
addasaṁ lokanāyakaṁ;
tha-ap413:24.3 #
เอตฺถนฺตรํ อุปาทาย🤖 AI จับคู่
Etthantaramupādāya,
tha-ap413:24.4 #
คเวสึ อมตํปทํ ฯ🤖 AI จับคู่
gavesiṁ amataṁ padaṁ.
tha-ap413:25.1 #
ลาภา มยฺหํ สุลทฺธํ เม🤖 AI จับคู่
Lābhā mayhaṁ suladdhaṁ me,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.403
tha-ap413:25.2 #
ยมหํ ญามิ ๓- สาสนํ🤖 AI จับคู่
yamahaññāsi sāsanaṁ;
tha-ap413:25.3 #
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
Tisso vijjā anuppattā,
tha-ap413:25.4 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap413:26.1 #
นโม เต ปุริสาชญฺญ🤖 AI จับคู่
Namo te purisājañña,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.4
tha-ap413:26.2 #
นโม เต ปุริสุตฺตม🤖 AI จับคู่
namo te purisuttama;
tha-ap413:26.3 #
ญาณํ ปฏิกิตฺเตตฺวาน🤖 AI จับคู่
Tava ñāṇaṁ pakittetvā,
tha-ap413:26.4 #
ปตฺโตมฺหิ อมตํปทํ ฯ🤖 AI จับคู่
pattomhi acalaṁ padaṁ.
tha-ap413:27.1 #
ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ🤖 AI จับคู่
Yaṁ yaṁ yonupapajjāmi,
tha-ap413:27.2 #
เทวตฺตํ อถ มานุสํ🤖 AI จับคู่
devattaṁ atha mānusaṁ;
tha-ap413:27.3 #
สพฺพตฺถ สุขิโต โหมิ🤖 AI จับคู่
Sabbattha sukhito homi,
tha-ap413:27.4 #
ผลมฺเม ญาณกิตฺตเน ฯ🤖 AI จับคู่
phalaṁ me ñāṇakittane.
tha-ap413:28.1 #
อิทํ ปจฺฉิมกํ มยฺหํ🤖 AI จับคู่
Idaṁ pacchimakaṁ mayhaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.62
tha-ap413:28.2 #
จริโม วตฺตตี ภโว🤖 AI จับคู่
carimo vattate bhavo;
tha-ap413:28.3 #
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
Nāgova bandhanaṁ chetvā,
tha-ap413:28.4 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap413:29.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
tha-ap413:29.2 #
ภวา สพฺเพ สมูหตา🤖 AI จับคู่
bhavā sabbe samūhatā;
tha-ap413:29.3 #
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
Nāgova bandhanaṁ chetvā,
tha-ap413:29.4 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap413:30.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap413:30.2 #
มม พุทฺธสฺส สนฺติเก🤖 AI จับคู่
mama buddhassa santike;
tha-ap413:30.3 #
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
Tisso vijjā anuppattā,
tha-ap413:30.4 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap413:31.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap413:31.2 #
วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม🤖 AI จับคู่
vimokkhāpi ca aṭṭhime;
tha-ap413:31.3 #
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
Chaḷabhiññā sacchikatā,
tha-ap413:31.4 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap413:32.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ภทฺทาลิ เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā bhaddālitthero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap413:33.1 #
ภทฺทาลิตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ ทุติยํ เอกฉตฺติยตฺเถราปทานํ (๔๑๒) [๑]- |๑๒๙.๓๐๙| ปฏิภาเณยฺยกานคฺคํ ปญฺญาเปสฺสติ นายโก ตํ สุตฺวา มุทิโต หุตฺวา ยาวชีวํ ตทา ชินํ ฯ |๑๒๙.๓๑๐| เมตฺตจิตฺโต ปริจรึ ยโต ๒- ปญฺญาสมาหิโต เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ ฯ |๑๒๙.๓๑๑| ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ สตานํ ตีณิกฺขตฺตุญฺจ เทวรชฺชมการยึ ฯ |๑๒๙.๓๑๒| สตานํ ปญฺจกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ อโหสหํ ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ |๑๒๙.๓๑๓| สพฺพตฺถ สุขิโต อาสึ ตสฺส กมฺมสฺส วาหสา ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต คิริพฺพชปุรุตฺตเม ฯ |๑๒๙.๓๑๔| ชาโต วิปฺปกุเล นิทฺเธ วิกลจฺฉาทนาสเน กฏจฺฉุภิกฺขํ ปาทาสึ สารีปุตฺตสฺส ตาทิโน ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ส เตเหตุคุเณ ตุฏฺโฐ สกฺยปุตฺโต นราสโภ ฯ ยุ. สเก เตเหตุคุเณ ตุฏฺโฐ@สกฺยปุตฺโต นราสโภ ฯ ๒ ม. ยุ. สโต ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ |๑๒๙.๓๑๕| ยทา ชิณฺโณ จ วุทฺโธ จ ตทารามมุปาคมึ ปพฺพาเชนฺติ ๑- น มํ เกจิ ชิณฺณํ ทุพฺพลถามกํ ฯ |๑๒๙.๓๑๖| เตน ทิโน วิวณฺณงฺโค โสโก จาสึ ตทา อหํ ทิสฺวา มหาการุณิโก มมมาห มหามุนิ ฯ |๑๒๙.๓๑๗| กิมตฺถํ ปุตฺต โสกฏฺโฏ พฺรูหิ เต จิตฺตชํ รุชํ ปพฺพชฺชํ น ลเภ วีร สฺวากฺขาเต ตว สาสเน ฯ |๑๒๙.๓๑๘| เตน โสเกน ทิโนมฺหิ สรณํ โหหิ นายก ตทา ภิกฺขู สมาเนตฺวา อปุจฺฉิ มุนิ สตฺตโม ฯ |๑๒๙.๓๑๙| อิมสฺส อธิการํ เย สรนฺตา ๒- พฺยาหรนฺตุ เต สารีปุตฺโต ตทาโวจ การมสฺส สรามหํ ฯ |๑๒๙.๓๒๐| กฏจฺฉุภิกฺขํ ทาเปสิ ปิณฺฑาย จรโต มมํ สาธุ สาธุ กตญฺญูสิ สารีปุตฺต อิมํ ตุวํ ฯ |๑๒๙.๓๒๑| ปพฺพาเชหิ ทิชํ วุฑฺฒํ เหสฺสติ ๓- ปูชนิโย อยํ ตโต อลตฺถํ ปพฺพชฺชํ กมฺมวาโจปสมฺปทํ ฯ |๑๒๙.๓๒๒| น จิเรเนว กาเลน ปาปุณึ อาสวกฺขยํ สกฺกจฺจํ มุนิโน วากฺยํ สุณามิ มุทิโต ยโต ปฏิภาเณยฺยกานคฺคํ ตโต มํ ฐปยิ ชิโน ฯ |๑๒๙.๓๒๓| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ปพฺพชติ น มํ โกจิ ฯ ๒ ม. สรนฺติ ฯ ๓ ม. ยุ. เหสฺสตาชานิโย ฯ |๑๒๙.๓๒๔| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๒๙.๓๒๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ราโธ เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ราธตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ ทสมํ โมฆราชตฺเถราปทานํ (๕๔๐) [๑]- |๑๓๔.๑๓๐| มตํ ๒- สีสํว วิทิตํ สุคติทุคฺคติมตํ ตุยฺหํ วิชฺชาวิเสเสน สเจ สกฺโกสิ วาจย ฯ |๑๓๔.๑๓๑| อาโมติ ๓- เม ปฏิญฺญาเต ตีณิ สีสานิ ทสฺสยิ อโถ นิรยเทเวสุ ๔- อุปปนฺเน อวาจยึ ฯ |๑๓๔.๑๓๒| ตทา ขีณาสวสฺเสว ๕- สีสํ ทสฺเสสิ นายโก ตโตหํ วิหตารมฺโภ ปพฺพชฺชํ สมยาจิสํ ฯ |๑๓๔.๑๓๓| ปพฺพชิตฺวาน สุคตํ สนฺถวามิ ยหึ ๖- ตหึ ตโต มํ กวิจิตฺโตติ ๗- อุชฺฌายนฺติ หิ ภิกฺขโว ฯ |๑๓๔.๑๓๔| ตโต วีมํสนตฺถํ เม อาห พุทฺโธ วินายโก ตกฺกิตานํ ๘- อิมา คาถา ฐานโส ปฏิภนฺติ วา ๙- ฯ |๑๓๔.๑๓๕| น กพฺยจิตฺโตหํ ๑๐- วีร ฐานโส ปฏิภนฺติ เม เตนหิ ทานิ วงฺคีส ฐานโส สนฺถวาหิ มํ ฯ |๑๓๔.๑๓๖| ตทาหํ สนฺถวึ ธีรํ คาถาหิ อิสิสตฺตมํ โส ๑๑- ฐานโส ตทา ตุฏฺโฐ ชิโน อคฺเค ฐเปสิ มํ ฯ |๑๓๔.๑๓๗| ปฏิภาเณน จิตฺเตน อญฺเญสมติมญฺญหํ เปสโล ๑๒- เตน สํวิคฺโค อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ |๑๓๔.๑๓๘| ปฏิภาณวตํ อคฺโค อญฺโญ โกจิ น วิชฺชติ ยถายํ ภิกฺขุ วงฺคีโส เอวํ ธาเรถ ภิกฺขโว ฯ |๑๓๔.๑๓๙| สตสหสฺเส กตํ กมฺมํ ผลํ ทสฺเสสิ เม อิธ สุมุตฺโต สรเวโคว กิเลสา ๑๓- ฌาปิตา มม ฯ @เชิงอรรถ: ๑. ม. กิญฺจิ สิปฺปนฺติ ตสฺสาหํ ชานามีติ จ อพฺรวึ ฯ ๒ ม. ยุ. มตสีสํ วนจฺฉุทฺธํ@อปิ พาลสวตฺถิกํ ฯ ๓ ยุ. อามาติ ฯ ๔ ม. นิรยนรเทเวสุ ฯ ๕ ยุ.@ปจฺเจกพุทฺธสฺส ฯ ๖ ม. ตหึ ตหึ ฯ ๗ ม. กพฺพวิตฺโตสิ ฯ ๘ ม. ตกฺกิกา@ปนิมา คาถา ฯ ๙ ม. ตํ ฯ ๑๐ ม. กพฺพวิตฺโตหํ ฯ ๑๑ ม. ฐานโส เม ฯ@๑๒ ม. ยุ. เปสเล ฯ ๑๓ ม. ยุ. กิเลเส ฌาปยึ ฯ อิโต ปรํ สทิสเมว ฯ |๑๓๔.๑๔๐| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑๓๔.๑๔๑| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๓๔.๑๔๒| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา วงฺคีโส เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ วงฺคีสตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ ปญฺจมํ นนฺทกตฺเถราปทานํ (๕๔๕) [๑]- ปุเร รมฺเม วสิ ภิกฺขุนุปสฺสเย ฯ |๑๕๗.๙๘| ภิกฺขุนีหิ วิมุตฺตาหิ สเตหิ สห ปญฺจหิ รโหคตาย ตสฺเสวํ จิตฺตสฺสาปิ ๒- วิตกฺกิตํ ฯ |๑๕๗.๙๙| พุทฺธสฺส ปรินิพฺพานํ สาวกคฺคยุคสฺส วา ราหุลานนฺทนนฺทานํ นาหํ ลจฺฉามิ ๓- ปสฺสิตุํ ฯ |๑๕๗.๑๐๐| ปฏิกจฺจายุสงฺขารํ ๔- โอสชฺชิตฺวาน นิพฺพุตึ คจฺเฉยฺยํ โลกนาเถน อนุญฺญาตา มเหสินา ฯ |๑๕๗.๑๐๑| ตถา ปญฺจสตานํปิ ภิกฺขุนีนํ วิตกฺกิตํ อาสิ เขมาทิกานมฺปิ เอตเทว วิตกฺกิตํ ฯ |๑๕๗.๑๐๒| ภูมิจาโล ตทา อาสิ นาทิตา เทวทุนฺทุภิ อุปสฺสยาธิวตฺถาโย ๕- เทวตา โสกปีฬิตา ฯ |๑๕๗.๑๐๓| วิลปนฺตา สกรุณํ ๖- ตตฺถสฺสูนิ ปวตฺตยุํ สพฺพา ๗- ภิกฺขุนิโย ตาหิ อุปคนฺตฺวาน โคตมึ ฯ |๑๕๗.๑๐๔| นิปจฺจ สิรสา ปาเท อิทํ วจนมพฺรวุํ ตตฺถ โตลยวาสิตฺตา มยมยฺเย รโหคตา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. กเต ฯ ยุ. เสต ฯ ๒ ม. ยุ. จิตฺตสฺสาสิ ฯ ๓ ม. สกฺโกมิ ฯ@๔ ปฏิหจฺจายุสงฺขาเรติปิ ฯ ๕ ยุ. อุปสฺสยาธิวตฺถายา ฯ ๖ ม. สุกรุณํ ฯ@๗ ม. มิตฺตา ฯ |๑๕๗.๑๐๕| สาจลา จลิตา ภูมิ นาทิตา เทวทุนฺทุภิ ปริเทวา จ สุยฺยนฺเต กิมตฺถํ นูน โคตมิ ฯ |๑๕๗.๑๐๖| ตทา อโวจ สา สพฺพํ ยถาปริวิตกฺกิตํ ตโตปิ ๑- สพฺพา อาหํสุ ยถาปริวิตกฺกิตํ ฯ |๑๕๗.๑๐๗| ยทิ เต รุจิตํ อยฺเย นิพฺพานํ ปรมํ สิวํ นิพฺพายิสฺสาม สพฺพาปิ พุทฺธานุญฺญาตปุพฺพเก ๒- ฯ |๑๕๗.๑๐๘| มยํ สหาว นิกฺขนฺตา ฆราปิจ ภวาปิจ สหาเยว คมิสฺสาม นิพฺพานํ ปุรมุตฺตมํ ๓- ฯ |๑๕๗.๑๐๙| นิพฺพานาย วชนฺตีนํ กึ วกฺขามีติ สา วทํ ๔- สห สพฺพาหิ นิคฺคญฺฉิ ภิกฺขุนีลยนา ๕- ตทา ฯ |๑๕๗.๑๑๐| อุปสฺสเย ยาธิวตฺถา เทวตา ตา ขมนฺตุ เม ภิกฺขุนีลยนสฺเสทํ ๖- ปจฺฉิมํ ทสฺสนํ มม ฯ |๑๕๗.๑๑๑| น ชรา มจฺจุ วา ยตฺถ อปฺปิเยหิ สมาคโม ปิเยหิ น วิโยโคตฺถิ ตํ วชฺชิยํ ๗- อสงฺขตํ ฯ |๑๕๗.๑๑๒| อวีตราคา ตํ สุตฺวา วจนํ สุคโตรสา โสกฏฺฏา ปริเทวึสุ อโห โน อปฺปปุญฺญตา ฯ |๑๕๗.๑๑๓| ภิกฺขุนีนิลโย สุญฺโญ ภูโต ตาหิ วินา อยํ ปภาเต วิย ตาราโย น ทิสฺสนฺติ ชิโนรสา ฯ |๑๕๗.๑๑๔| นิพฺพานํ โคตมี ยาติ สเตหิ สห ปญฺจหิ นทีสเตหิว สหา คงฺคา ปญฺจหิ สาครํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ตาโยปิ ฯ ๒ ม. ยุ. พุทฺธานุญฺญาตสุพฺพเต ฯ ๓ ม. ปรมุตฺตมํ ฯ ๔ ยุ. วทิ ฯ@๕ ม. ภิกฺขุนีนิลยา ฯ ๖ ม. ภิกฺขุนีนิลยสฺเสทํ ฯ ๗ ม. ยุ. ... วชิสฺสํ ฯ |๑๕๗.๑๑๕| รถิยาย วชนฺตี ๑- ตํ ทิสฺวา สทฺธา อุปาสิกา ฆรา นิกฺขมฺม ปาเทสุ นิปจฺจ อิทมพฺรวุํ ฯ |๑๕๗.๑๑๖| ปสีทสฺสุ มหาโภเค อนาถาโย วิหาย โน ตยา น ยุตฺตํ ๒- นิพฺพาตุํ อิจฺฉฏฺฏา วิลปึสุ ตา ฯ |๑๕๗.๑๑๗| ตาสํ โสกปหานตฺถํ อโวจ มธุรํ คิรํ รุทิเตน อลํ ปุตฺตา หาสกาโลยมชฺช โว ฯ |๑๕๗.๑๑๘| ปริญฺญาตํ มยา ทุกฺขํ ทุกฺขเหตุ วิวชฺชิโต นิโรโธ เม สจฺฉิกโต มคฺโค จาปิ สุภาวิโต ฯ ปฐมํ ภาณวารํ ฯ |๑๕๗.๑๑๙| ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ โอหิโต ครุโก ภาโร ภวเนตฺติ สมูหตา ฯ |๑๕๗.๑๒๐| ยสฺสตฺถาย ปพฺพชิตา อคารสฺมา อนคาริยํ โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต สพฺพสํโยชนกฺขโย ฯ |๑๕๗.๑๒๑| พุทฺโธ ตสฺส จ สทฺธมฺโม อนูโน ยาว ติฏฺฐติ นิพฺพาตุํ ตาว กาโล เม มา มํ โสจถ ปุตฺติกา ฯ |๑๕๗.๑๒๒| โกณฺฑญฺญานนฺทนนฺทาทิ ติฏฺฐนฺติ ราหุโล ชิโน สุขิโต สหิโต สงฺโฆ หตทปฺปาว ๓- ติตฺถิยา ฯ |๑๕๗.๑๒๓| โอกฺกากวํสสฺส ยโส อุสฺสิโต มารมทฺทโน นนุ สมฺปตฺติกาโล เม นิพฺพานตฺถาย ปุตฺติกา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. วชนฺติโย ฯ ๒ ม. น ยุตฺตา ฯ ๓ ม. ... จ ฯ |๑๕๗.๑๒๔| จิรปฺปภูติ ยํ มยฺหํ ปตฺถิตํ อชฺช สิชฺฌเต อานนฺทเภริกาโลยํ กึ โว อสฺสูหิ ปุตฺติกา ฯ |๑๕๗.๑๒๕| สเจ มยิ ทยา อตฺถิ ยทิ จตฺถิ กตญฺญุตา สทฺธมฺมฏฺฐิติยา สพฺพา กโรถ วิริยํ ทฬฺหํ ฯ |๑๕๗.๑๒๖| ถีนํ อทาสิ ปพฺพชฺชํ สมฺพุทฺโธ ยาจิโต มยา ตสฺมา ยถาหํ นนฺทิสฺสํ ๑- ตถา ตํ อนุติฏฺฐถ ฯ |๑๕๗.๑๒๗| ตา เอวมนุสฺสาสิตฺวา ภิกฺขุนีหิ ปุรกฺขตา อุเปจฺจ พุทฺธํ วนฺทิตฺวา อิทํ วจนมพฺรวึ ฯ |๑๕๗.๑๒๘| อหํ สุคต เต มาตา ตุวํ ธีร ปิตา มม สทฺธมฺมสุขโท ๒- นาถ ตยา ชาตมฺหิ โคตม ฯ |๑๕๗.๑๒๙| สํวทฺธิโตยํ สุคต รูปกาโย มยา ตว อานนฺทิโย ๓- ธมฺมกาโย มม สํวทฺธิโต ตยา ฯ |๑๕๗.๑๓๐| มุหุตฺตํ ตณฺหาสมนํ ขีรํตฺวํ ปายิโต มยา ตยาหํ สนฺตมจฺจนฺตํ ธมฺมขีรมฺปิ ๔- ปายิตา ฯ |๑๕๗.๑๓๑| พนฺธนารกฺขเน มยฺหํ อนโณ ตฺวํ มหามุเน ปุตฺตกามิตฺถิโย ๕- ยาจํ ๖- ลภนฺติ ตาทิสํ สุตํ ฯ |๑๕๗.๑๓๒| มนฺธาตาทินรินฺทานํ ยา มาตา สา ภวณฺณเว นิมุคฺคาหํ ตยา ปุตฺต ตาริตา ภวสาครา ฯ |๑๕๗.๑๓๓| รญฺโญ มาตา มเหสีติ สุลภํ นามมิตฺถินํ พุทฺธมาตาติ ยํ นามํ เอตํ ปรมทุลฺลภํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ... ยถาหมุทฺทิสฺส ฯ ๒ ม. สทฺธมฺมสุขท นาถ ฯ ๓ ม. อนินฺทิโต ฯ ยุ.@อนินฺนิโย ธมฺมตนุ ฯ ๔ ม. ยุ. หิ ฯ ๕ ม. ปุตฺตกามา ถีโย ฯ ๖ ยุ. ตาว ฯ |๑๕๗.๑๓๔| ตญฺจ ลทฺธํ มหาวีร ปณิธานํ มมนฺตยา อนุกํ วา มหนฺตํ วา ตํ สพฺพํ ปูริตํ ตยา ๑- ฯ |๑๕๗.๑๓๕| ปรินิพฺพาตุมิจฺฉามิ วิหาเยมํ กเลวรํ อนุชานาหิ เม วีร ทุกฺขนฺตกร นายก ฯ |๑๕๗.๑๓๖| จกฺกงฺกุสธชากิณฺเณ ปาเท กมลโกมเล ปสาเรหิ ปณามนฺเต กริสฺสํ ปุตฺตเปมหํ ๒- ฯ |๑๕๗.๑๓๗| สุวณฺณราสิสงฺกาสํ สรีรํ กุรุปากฏํ กตฺวา เทหํ สุทิฏฺฐนฺเต สนฺตํ ๓- คจฺฉามิ นายก ฯ |๑๕๗.๑๓๘| ทฺวตฺตึสลกฺขณูเปตํ สุปฺปภาลงฺกตํ ตนุํ สญฺฉคฺฆนาว ๔- พาลกฺขํ มาตุจฺฉํ ทสฺสยิ ชิโน ฯ |๑๕๗.๑๓๙| ผุลฺลารวินฺทสงฺกาเส ตรุณาทิจฺจสปฺปเภ จกฺกงฺกิเต ปาทตเล ตโต ๕- สา สิรสา ปติ ฯ |๑๕๗.๑๔๐| ปณมามิ นราทิจฺจํ อาทิจฺจกุลเกตุนํ ปจฺฉิเม สรณํ ๖- มยฺหํ น ตํ ทกฺขามหํ ๗- ปุน ฯ |๑๕๗.๑๔๑| อิตฺถิโย นาม โลกคฺค สพฺพโทสกรา มตา ยทิ โกจตฺถิ โทโส เม ขมสฺสุ กรุณากร ฯ |๑๕๗.๑๔๒| อิตฺถิกานญฺจ ปพฺพชฺชํ ยมหํ ๘- ยาจึ ปุนปฺปุนํ ตตฺถ เจ อตฺถิ โทโส เม ตํ ขมสฺสุ นราสภ ฯ |๑๕๗.๑๔๓| มยา ภิกฺขุนิโย วีร ตวานุญฺญาย สาสิตา ตตฺถ เจ อตฺถิ ทุนฺนีตํ ตํ ขมสฺสุ ขมาธิติ ๙- ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. มยา ฯ ๒ ม. ปุตฺตอุตฺตเม ฯ ยุ. ปุตฺตเปมสา ฯ ๓ ม. ยุ. สนฺตึ ฯ@๔ ยุ. สญฺฌาฆนาว ฯ ๕ ยุ. ปาเท ฯ ๖ ม. ยุ. มรเณ ฯ ๗ ม. อิกฺขามหํ ปุโน ฯ@๘ ม. ตํตํ ฯ ๙ ม. ขมาธิป ฯ |๑๕๗.๑๔๔| อกฺขนฺเต นาม ขนฺตพฺพํ กึ ภเว คุณภูสเน กิมุตฺตรนฺเต วกฺขามิ นิพฺพานาย วทนฺติยา ๑- ฯ |๑๕๗.๑๔๕| สุทฺเธ อนูเน มม ภิกฺขุสงฺเฆ โลกา อิโต นิสฺสริตุํ ขมนฺเต ปภาตกาเล พฺยสนงฺคตานํ ทิสฺวาน นิยฺยาติ หิ ๒- จนฺทเลขา ฯ |๑๕๗.๑๔๖| ตเทตรา ภิกฺขุนิโย ชินคฺคํ ตาราว จนฺทานุคตา สุเมรุํ ปทกฺขิณํ กตฺว ๓- นิปจฺจ ปาเท ฐิตา มุขนฺตสฺสมุทิกฺขมานา ๔- ฯ |๑๕๗.๑๔๗| น ติตฺติปุพฺพํ ตว ทสฺสเนน จกฺขุํ น โสตํ ตว ภาสิเตน จิตฺตํ มมํ เกวลเมกเมว ปปฺปุยฺย ตํ ธมฺมรเสน ติตฺตึ ฯ |๑๕๗.๑๔๘| นทโต ปริสายนฺเต วาทิทปฺปปหาริโน ๕- เย เต ทกฺขนฺติ วทนํ ธญฺญา เต นรปุงฺคว ฯ |๑๕๗.๑๔๙| ทีฆงฺคุลิตมฺพนเข สุเภ อายตปณฺหิเก เย ปาเท ปณมายนฺติ ๖- เตปิ ธญฺญา รณนฺตค ๗- ฯ |๑๕๗.๑๕๐| มธุรานิ ปหฏฺฐานิ โทสฌานิ ๘- หิตานิ จ เย เต วากฺยานิ สุณนฺติ ๙- เตปิ ธญฺญา นรุตฺตม ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. วชนฺติยา ฯ ๒ ม. ว ฯ ๓ ม. กจฺจ ฯ ๔ ม. ยุ. มุขนฺตํ สมุทิกฺขมานา ฯ@๕ ม. วาทิตพฺพปหาริโน ฯ ยุ. วาทิทปฺปาปการิโน ฯ ๖ ม. ยุ. ปณมิสฺสนฺติ ฯ@๗ ม. คุณนฺธร ฯ ๘ ม. โทสฆานิ ฯ ๙ โป. ยุ. สุสฺสนฺติ ฯ ม. สุยฺยนฺติ ฯ |๑๕๗.๑๕๑| ธญฺญาหนฺเต มหาวีร ปาทปูชนตปฺปวา ๑- ติณฺณสํสารกนฺตารา สุวาเกฺยน ๒- สิรีมโต ฯ |๑๕๗.๑๕๒| ตโต สา อนุสาเวตฺวา ภิกฺขุสงฺฆมฺหิ สุพฺพตา ราหุลานนฺทนนฺเท จ วนฺทิตฺวา อิทมพฺรวิ ฯ |๑๕๗.๑๕๓| อาสิวิสาลยสเม โรคาวาเส กเลวเร นิพฺพิณฺณา ทุกฺขสงฺเกเต ๓- ชรามรณโคจเร ฯ |๑๕๗.๑๕๔| นานากุณปมลากิณฺเณ ๔- ปรายตฺเต ๕- นิรีหเก เตน นิพฺพาตุมิจฺฉามิ อนุมญฺญถ ปุตฺตกา ฯ |๑๕๗.๑๕๕| นนฺโท ราหุลภทฺโท จ วีตโสกา นิราสวา ฐิตาจลา ธิตี วีรา ธมฺมตมนุจินฺตยุํ ฯ |๑๕๗.๑๕๖| ธิรตฺถุ สงฺขตํ โลกํ อสารํ กทลูปมํ มายามรีจิสทิสํ อิตฺตรํ อนวฏฺฐิตํ ฯ |๑๕๗.๑๕๗| ยตฺถ นาม ชินสฺสายํ มาตุจฺฉา พุทฺธโปสิกา โคตมี นิธนํ ยาติ อนิจฺจํ สพฺพสงฺขตํ ฯ |๑๕๗.๑๕๘| อานนฺโท จ ตทา เสโข กนิฏฺโฐ ๖- ชินวจฺฉโล ตตฺถสฺสูนิ กโรนฺโต ๗- โส กรุณํ ปริเทวติ ฯ |๑๕๗.๑๕๙| ภาสนฺตี ๘- โคตมี ยาติ นูน พุทฺโธปิ นิพฺพุตึ คจฺฉติ น จิเรเนว อคฺคิ วิย นิรินฺธโน ฯ |๑๕๗.๑๖๐| เอวํ วิลปมานนฺตํ อานนฺทํ อาห โคตมี@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ...ตปฺปรา ฯ ๒ ยุ. สทฺธมฺเมน สิรีมตา ฯ ๓ ม. ทุกฺขสงฺฆาเฏ ฯ ยุ.@ทุกฺขปงฺเก เต ฯ ๔ ม. นานากลิมลากิณฺเณ ฯ ยุ. นานากลลมากิณฺเณ ฯ ๕ ม. ปรายนฺเต ฯ@๖ ม. ยุ. โสกฏฺโฏ ฯ ๗ ยุ. ธรนฺโต ฯ ๘ ม. หาสนฺตึ ฯ ยุ. หาสนฺตี ฯ สุติสาครคมฺภีรํ ๑- พุทฺโธปฏฺฐานตปฺปรํ ฯ |๑๕๗.๑๖๑| น ยุตฺตํ โสจิตุํ ปุตฺต หาสกาเล อุปฏฺฐิเต ตสฺสา ๒- เม มรณํ ปุตฺตํ นิพฺพานนฺตมุปาคตํ ฯ |๑๕๗.๑๖๒| ตยา ตาต สมชฺฌิฏฺโฐ ปพฺพชฺชํ อนุชานิ โน มา ปุตฺต วิมโน โหหิ สผโล เต ปริสฺสโม ฯ |๑๕๗.๑๖๓| ยํ น ทิฏฺฐํ ปุราเณหิ ติตฺถิกาจริเยหิ จ ตํ ปทํ สุกุมารีหิ สตฺตวสฺสาหิ เวทิตํ ฯ |๑๕๗.๑๖๔| พุทฺธสาสนปาเลตา ปจฺฉิมํ ทสฺสนํ ตว ตตฺถ คจฺฉามหํ ปุตฺต คโต ยตฺถ น ทิสฺสติ ฯ |๑๕๗.๑๖๕| กทาจิ ธมฺมํ เทเสนฺโต ขิปิ โลกคฺคนายโก ตทาหํ อาสีสวาจํ อโวจํ อนุกมฺปิกา ฯ |๑๕๗.๑๖๖| จิรํ ชีว มหาวีร กปฺปํ ติฏฺฐ มหามุเน สพฺพโลกหิตตฺถาย ภวสฺสุ อชรามโร ฯ |๑๕๗.๑๖๗| ตํ ตถาวาทินึ พุทฺโธ มมํ โส เอตทพฺรวิ นเหวํ วนฺทิยา พุทฺธา ยถา วนฺทสิ โคตมิ ฯ |๑๕๗.๑๖๘| กถญฺจรหิ สพฺพญฺญู วนฺทิตพฺพา ตถาคตา กถํ อวนฺทิยา พุทฺธา ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ |๑๕๗.๑๖๙| อารทฺธวิริเย ปหิตตฺเต นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกเม สมคฺเค สาวเก ปสฺส เอตํ พุทฺธาน วนฺทนํ ๓- ฯ |๑๕๗.๑๗๐| ตโต อุปสฺสยํ คนฺตฺวา เอกิกาหํ วิจินฺตยึ สมคฺคํ ปริสํ นาโถ โรเจติ ๔- ติภวนฺตโค ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. สุตสาครคมฺภีร พุทฺโธปฏฺฐานตปฺปร ฯ ๒ ม. ย. ตยา ฯ ๓ ยุ. เอสา@พุทฺธาน วนฺทนา ฯ ๔ ม. โรเธติ ฯ |๑๕๗.๑๗๑| หนฺทาหํ ปรินิพฺพายํ มา วิปตฺตึ ตมทฺทสํ เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน ทิสฺวาน อิสิสตฺตมํ ฯ |๑๕๗.๑๗๒| ปรินิพฺพานกาลํ มํ ๑- อาโรเจมิ ๒- วินายกํ ตโต โส สมนุญฺญาสิ กาลํ ชานาหิ โคตมิ ฯ |๑๕๗.๑๗๓| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ |๑๕๗.๑๗๔| สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๕๗.๑๗๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๕๗.๑๗๖| ถีนํ ธมฺมาภิสมเย เย พาลา วิมตึ คตา เตสํ ทิฏฺฐิปหานตฺถํ อิทฺธึ ทสฺเสหิ โคตมิ ฯ |๑๕๗.๑๗๗| ตทา นิปจฺจ สมฺพุทฺธํ อุปติตฺวาน อมฺพรํ อิทฺธี อเนกา ทสฺเสสิ พุทฺธานุญฺญาย โคตมี ฯ |๑๕๗.๑๗๘| เอกิกา พหุธา อาสิ พหุกา เจกิกา ตถา อาวิภาวํ ติโรภาวํ ติโรกุฑฺฑํ ๓- ติโรนคํ ๔- ฯ |๑๕๗.๑๗๙| อสชฺชมานา อคมา ภูมิยมฺปิ นิมุชฺชถ อภิชฺชมาเน อุทเก อคญฺฉิ มหิยํ ยถา ฯ |๑๕๗.๑๘๐| สกุณีว ยถากาเส ปลฺลงฺเกน กมี ตทา วสํ วตฺเตสิ กาเยน ยาว พฺรหฺมนิเวสนํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. เม ฯ ๒ ม. ยุ. อาโรเจสึ ฯ ๓ ม. ติโรกุฏฺฏํ ๔ ม. ยุ. ติโรนภํ ฯ |๑๕๗.๑๘๑| สิเนรุํ ทณฺฑํ กตฺวาน ฉตฺตํ กตฺวา มหามหึ สมูลํ ปริวตฺเตตฺวา ธารยํ จงฺกมี นเภ ฯ |๑๕๗.๑๘๒| ฉสฺสูโรทยกาโลว ๑- โลกญฺจากาสิ รุจิตํ ๒- ยุคนฺเธ วิย ตํ ๓- โลกํ ชาลมาลาคุลํ อกา ฯ |๑๕๗.๑๘๓| มุจฺจลินฺทํ มหาเสลํ เมรุํ มนฺทารททฺทเร ๔- สาสปานิว สพฺพานิ เอเกนคฺคณฺหิ มุฏฺฐินา ฯ |๑๕๗.๑๘๔| องฺคุลคฺเคน ฉาเทสิ ภากรํ สนิสากรํ จนฺทสุริยสหสฺสานิ อาเวฬมิว ธารยิ ฯ |๑๕๗.๑๘๕| จตุสาครโตยานิ ธารยิ เอกปาณินา ยุคนฺธชลทาการํ มหาวสฺสํ อวสฺสถ ฯ |๑๕๗.๑๘๖| จกฺกวตฺตึ สปริสํ มาปยิ สา นภตฺตเล ครุฬํ ทฺวิรทํ สีหํ วินทนฺตญฺจ ทสฺสยิ ๕- ฯ |๑๕๗.๑๘๗| เอกิกา อภินิมฺมิตฺวา อปฺปเมยฺยํ ภิกฺขุนีคณํ ปุน อนฺตรธาเปตฺวา เอกิกา มุนิมพฺรวิ ฯ |๑๕๗.๑๘๘| มาตุจฺฉา เต มหาวีร ตว สาสนการิกา อนุปฺปตฺตา สกํ อตฺถํ ปาเท วนฺทามิ จกฺขุมา ฯ |๑๕๗.๑๘๙| ทสฺเสตฺวา วิวิธํ อิทฺธึ โอโรหิตฺวา นภตฺตลา วนฺทิตฺวา โลกปชฺโชตํ เอกมนฺตํ นิสีทิ สา ฯ |๑๕๗.๑๙๐| สา วีสวสฺสสติกา ชาติยาหํ มหามุนิ อลํ เอตฺตาวตา วีร นิพฺพายิสฺสามิ นายก ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ...กาเลว ฯ ๒ ม. ธูมิกํ ฯ ยุ. ธูมิตํ ฯ ๓ ม. ยุ. ... โลกํ สา ฯ@๔ ม. เมรุ มูลนทนฺตเร ฯ ยุ. เมรุํ ฒาฒานมนฺตเร ฯ ๕ ม. ...ปทสฺสยิ ฯ |๑๕๗.๑๙๑| ตทาติวิมฺหิตา ๑- สพฺพา ปริสา สา กตญฺชลี อโวจยฺเย กตํ อาสิ อตุลิทฺธิ ปรกฺกเม ฯ |๑๕๗.๑๙๒| ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺเมสุ จกฺขุมา อิโต สตสหสฺสมฺหิ กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก ฯ |๑๕๗.๑๙๓| ตทาหํ หํสวติยา ชาตามจฺจกุเล อหุ สพฺโพปการสมฺปนฺเน อิทฺเธ ผีเต มหทฺธเน ฯ |๑๕๗.๑๙๔| กทาจิ ปิตุนา สทฺธึ ทาสีคณปุรกฺขตา มหตา ปริวาเรน ตํ อุเปจฺจ นราสภํ ฯ |๑๕๗.๑๙๕| วาสวํ วิย วสฺสนฺตํ ธมฺมเมฆมนาสวํ สรทาทิจฺจสทิสํ รํสิมาลากุลํ ๒- ชินํ ฯ |๑๕๗.๑๙๖| ทิสฺวา จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สุตฺวา จสฺส สุภาสิตํ มาตุจฺฉํ ภิกฺขุนึ อคฺเค ฐเปนฺตํ นรนายกํ ฯ |๑๕๗.๑๙๗| สุตฺวา ทตฺวา มหาทานํ สตฺตาหํ ตสฺส ตาทิโน สสงฺฆสฺส นรคฺคสฺส ปจฺจยานิ พหูนิ จ ฯ |๑๕๗.๑๙๘| นิปจฺจ ปาทมูลมฺหิ ตํ ฐานํ อภิปตฺถยึ ตโต มหาปริสติ อโวจ อิสิสตฺตโม ฯ |๑๕๗.๑๙๙| ยา สสงฺฆํ อโภเชสิ สตฺตาหํ โลกนายกํ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๑๕๗.๒๐๐| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ตทา หิ ฯ ๒ ม. รํสิชาลชมุชฺชลํ ฯ ยุ. รํสิชาลากุลญฺชินํ ฯ |๑๕๗.๒๐๑| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาทา โอรสา ธมฺมนิมฺมิตา โคตมี นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวิกา ฯ |๑๕๗.๒๐๒| ตสฺส พุทฺธสฺส มาตุจฺฉา ชีวิตาปาลิกา อยํ รตฺตญฺญูนญฺจ อคฺคตฺตํ ภิกฺขุนีนํ ลภิสฺสติ ฯ |๑๕๗.๒๐๓| ตํ สุตฺวาหํ ปมุทิตา ยาวชีวํ ตทา ชินํ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐิตฺวา ตโต กาลํ กตา อหํ ฯ |๑๕๗.๒๐๔| ตาวตึเสสุ เทเวสุ สพฺพกามสมิทฺธิสุ นิพฺพตฺตา ทสหงฺเคหิ อญฺเญ อภิภวึ อหํ ฯ |๑๕๗.๒๐๕| รูปสทฺเทหิ คนฺเธหิ รเสหิ ผุสฺสเนหิ จ อายุนาปิจ วณฺเณน สุเขน ยสสาปิจ ฯ |๑๕๗.๒๐๖| ตเถวาธิปเตยฺเยน อธิคยฺห วิโรจหํ อโหสึ อมรินฺทสฺส มเหสี ทยิตา ตหึ ฯ |๑๕๗.๒๐๗| สํสาเร สํสรนฺตีหํ กมฺมวายุสเมริตา กาสิกรญฺโญ วิสเย อชายึ ทาสคามเก ฯ |๑๕๗.๒๐๘| ปญฺจทาสสตานูนา นิวสนฺติ ตหึ ตทา สพฺเพสํ ตตฺถ โย เชฏฺโฐ ตสฺส ชายา อโหสหํ ฯ |๑๕๗.๒๐๙| สยมฺภุโน ปญฺจสตา คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสุํ เต ทิสฺวาน อหํ ตุฏฺฐา สห สพฺเพหิ ญาติภิ ฯ |๑๕๗.๒๑๐| กตฺวา ๒- ปญฺจสตํ กุฏึ จาตุมาเส อุปฏฺฐิย ติจีวรานิ ทตฺวาน ปสนฺนมฺห ๓- สสามิกา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. สพฺพาหิ อตฺถิภิ ฯ ยุ. สพฺพาหิ ญาติภิ ฯ ๒ ม. ปูคา หุตฺวาว สพฺพาโย@จาตุมาเส อุปฏฺฐหุํ ฯ ยุ. ปูคา ภวิตฺวา สพฺพาโย ฯ ๓ ม. ยุ. สํสริมฺห ฯ |๑๕๗.๒๑๑| ตโต จุตา สปติกา ๑- ตาวตึสํ คตา มยํ ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ ชาตา เทวทเห ปุเร ฯ |๑๕๗.๒๑๒| ปิตา อญฺชนสกฺโก เม มาตา มม สุลกฺขณา ตโต กปิลวตฺถุสฺมึ สุทฺโธทนฆรํ คตา ฯ |๑๕๗.๒๑๓| สพฺพา ๒- สกฺยกุเล ชาตา สกฺยานํ ฆรมาคมุํ อหํ เสฏฺฐา ๓- จ สพฺพาสํ ชินสฺสาปาทิกา อหุํ ฯ |๑๕๗.๒๑๔| ส เม ๔- ปุตฺโตภินิกฺขมฺม พุทฺโธ อาสิ วินายโก ปจฺฉาหํ ปพฺพชิตฺวาน สเตหิ สห ปญฺจหิ ฯ |๑๕๗.๒๑๕| สากิยานีหิ วีราหิ สห สนฺติสุขํ ผุสึ เย ตทา ปุพฺพชาติยา อสฺมากํ อาสุ สามิโน ฯ |๑๕๗.๒๑๖| สห ปุญฺญสฺส กตฺตาโร มหาสมยการกา ผุสึสุ อรหตฺตนฺเต สุคเตนานุกมฺปิตา ฯ |๑๕๗.๒๑๗| ตเทตรา ภิกฺขุนีโย อารูหึสุ นภตฺตลํ สงฺคตา วิย ตาราโย วิโรจึสุ มหิทฺธิกา ฯ |๑๕๗.๒๑๘| อิทฺธี อเนกา ทสฺเสสุํ ปิลนฺธวิกตึ ยถา กมฺมาโร กนกสฺเสว ปุญฺญกมฺเมสุ ๕- สิกฺขิตา ฯ |๑๕๗.๒๑๙| ทสฺเสตฺวา ปาฏิเหรานิ วิวิธานิ ๖- พหูนิ จ โตเสตฺวา วาทิจฺจวรํ ๗- มุนึ สปริสํ ตทา ฯ |๑๕๗.๒๒๐| โอโรหิตฺวา นภตลา ๘- วนฺทิตฺวา อิสิสตฺตมํ อนุญฺญาตา นรคฺเคน ยถาฏฺฐาเน นิสีทิสุํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. สพฺพาปิ ตา ฯ ๒ ม. ยุ. เสสา ฯ ๓ ม. ยุ. วิสิฏฺฐา ฯ ๔ ม. ยุ. มม ปุตฺโต ฯ@๕ ม. ยุ. กมฺมญฺญสฺส สุสิกฺขิโต ฯ ๖ ม. วิจิตฺตานิ ฯ ๗ ม. ยุ. วาทิปวรํ ฯ@๘ ม. ยุ. คคนา ฯ |๑๕๗.๒๒๑| อโหนุกมฺปิกามฺหากํ สพฺพาสํ วีร โคตมี วาสิตา ตาย ๑- ปุญฺเญหิ ปตฺตา โน อาสวกฺขยํ ฯ |๑๕๗.๒๒๒| กิเลสา ฌาปิตามฺหากํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหราม อนาสวา ฯ |๑๕๗.๒๒๓| สฺวาคตํ วต โน อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๕๗.๒๒๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๕๗.๒๒๕| อิทฺธิยญฺจ ๒- วสี โหม ทิพฺพาย โสตธาตุยา เจโตปริยญาณสฺส วสี โหม มหามุนิ ฯ |๑๕๗.๒๒๖| ปุพฺเพนิวาสํ ชานาม ทิพฺพจกฺขุ วิโสธิตํ สพฺพาสวปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ |๑๕๗.๒๒๗| อตฺเถ ธมฺเม จ เนรุตฺเต ปฏิภาเณ จ วิชฺชติ ญาณํ อมฺหํ มหาวีร อุปฺปนฺนํ ตว สนฺติเก ฯ |๑๕๗.๒๒๘| อสฺมาหิ ปริจิณฺโณสิ เมตฺตจิตฺตาหิ นายก อนุชานาหิ สพฺพาโย ๓- นิพฺพานาย มหามุเน ฯ |๑๕๗.๒๒๙| นิพฺพายิสฺสาม อิจฺเจวํ กึ วกฺขามิ วทนฺติโย ยสฺส ทานิ จ โว กาลํ มญฺญถาติ ชิโนพฺรวิ ฯ |๑๕๗.๒๓๐| โคตมิอาทิกา ตาโย ตทา ภิกฺขุนิโย ชินํ วนฺทิตฺวา อาสนา ตมฺหา วุฏฺฐาย อคมึสุ ตา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ตว ฯ ๒ ม. อิทฺธีสุ จ ฯ ๓ ม. สพฺพาสํ ฯ |๑๕๗.๒๓๑| มหตา ชนกาเยน สห โลกคฺคนายโก อนุสํสาวยิ ๑- ธีโร มาตุจฺฉํ ยาว โกฏฺฐกํ ฯ |๑๕๗.๒๓๒| ตทา นิปติ ปาเทสุ โคตมี โลกพนฺธุโน สเหตราหิ ๒- สพฺพาหิ ปจฺฉิมํ ปาทวนฺทนํ ฯ |๑๕๗.๒๓๓| อิทํ ปจฺฉิมกํ มยฺหํ โลกนาถสฺส ทสฺสนํ น ปุโน อมตาการํ ปสฺสิสฺสามิ มุขํ ตว ฯ |๑๕๗.๒๓๔| น จ เม วนฺทนํ วีร ตว ปาเท สุโกมเล สมฺผุสิสฺสติ โลกคฺค อชฺช คจฺฉามิ นิพฺพุตึ ฯ |๑๕๗.๒๓๕| รูเปน กินฺตวาเนน ทิฏฺเฐ ธมฺเม ยถาตเถ สพฺพํ สงฺขตเมเวตํ อนสฺสาสิกมิตฺตรํ ฯ |๑๕๗.๒๓๖| สา สห ตาหิ คนฺตฺวาน ภิกฺขุนูปสฺสยํ สกํ อฑฺฒปลฺลงฺกมาภุชฺช นิสีทิ ปรมาสเน ฯ |๑๕๗.๒๓๗| ตทา อุปาสิกา ตตฺถ พุทฺธสาสนวจฺฉลา ตสฺสา ปวตฺตึ สุตฺวาน อุเปสุํ ปาทวนฺทิกา ฯ |๑๕๗.๒๓๘| กเรหิ อุรํ ปหนฺตา ๓- ฉินฺนมูลา ยถา ลตา รุทนฺตา กรุณํ ราวํ ๔- โสกฏฺฏา ภูมิปาติกา ๕- ฯ |๑๕๗.๒๓๙| มา โน สรณเท นาเถ วิหายาคมิ นิพฺพุตึ นิปติตฺวาน ยาจาม สพฺพาโย สิรสา มยํ ฯ |๑๕๗.๒๔๐| ยา ปธานํ คมา ตาสํ สทฺธา ปญฺญา อุปาสิกา ตสฺสา สีสํ ปมชฺชนฺตี อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. อนุสํสายี โส วีโร ฯ ยุ. อนุสํยายี โส ธีโร ฯ ๒ ม. สเหว ตาหิ ฯ@๓ ยุ. ปหนฺตฺวา ฯ ๔ ม. รวํ ฯ ๕ ยุ. ภูวิปาติกา ฯ |๑๕๗.๒๔๑| อลํ ปุตฺตา วิลาเปน ๑- มารปาสานุวตฺตินา อนิจฺจํ สงฺขตํ สพฺพํ วิโยคนฺตํ จลาจลํ ฯ |๑๕๗.๒๔๒| ตโต สา ตา วิสชฺชิตฺวา ๒- ปฐมชฺฌานมุตฺตมํ ทุติยญฺจ ตติยญฺจ สมาปชฺชิ จตุตฺถกํ ฯ |๑๕๗.๒๔๓| อากาสายตนญฺเจว วิญฺญาณญฺจายตนํ ตถา อากิญฺจํ เนวสญฺญญฺจ สมาปชฺชิ ยถากฺกมํ ฯ |๑๕๗.๒๔๔| ปฏิโลเมน ฌานานิ สมาปชฺชถ ๓- โคตมี ยาวตา ปฐมํ ฌานํ ตโย ยาว จตุตฺถกํ ฯ |๑๕๗.๒๔๕| ตโต วุฏฺฐาย นิพฺพายิ ทีปจฺจีว นิราสวา ภูมิจาโล มหา อาสิ นภสา วิชฺชุตา ปติ ฯ |๑๕๗.๒๔๖| ปนาทิตา ทุนฺทุภิโย ปริเทวึสุ เทวตา ปุปฺผวุฏฺฐิ จ คคนา อภิวสฺสถ เมทนึ ฯ |๑๕๗.๒๔๗| กมฺปิโต เมรุราชาปิ รงฺคมชฺเฌ ยถา นโฏ โสเกน วาติทีโน ๔- จ วิรโว อาสิ สาคโร ฯ |๑๕๗.๒๔๘| เทวา นาคาสุรา พฺรหฺมา สํวิคฺคาหํสุ ตํขเณ ๕- อนิจฺจา วต สงฺขารา ยถายํ วิลยํ คตา ฯ |๑๕๗.๒๔๙| ยา เจมํ ปริวารึสุ สตฺถุสาสนการิกา ตาโยปิ อนุปาทานา ทีปสิขา ๖- วิย นิพฺพุตา ฯ |๑๕๗.๒๕๐| หา โยคา วิปฺปโยคนฺตา หานิจฺจํ สพฺพสงฺขตํ หา ชีวิตํ วินาสนฺตํ อิจฺจาสิ ปริเทวนา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. วิสาเทน ฯ ๒ ยุ. วิวชฺชิตฺวา ฯ ๓ ม. สมาปชฺชิตฺถ ฯ ๔ ม. จาติทีโน ว ฯ@๕ ยุ. ตาวเท ฯ ๖ ม. ยุ. ทีปจฺจิ ฯ |๑๕๗.๒๕๑| ตโต เทวา จ พฺรหฺมา จ โลกธมฺมานุวตฺตนํ กาลานุรูปํ กุพฺพนฺติ อุเปตฺวา อิสิสตฺตมํ ฯ |๑๕๗.๒๕๒| ตทา อามนฺตยิ สตฺถา อานนฺทํ สุติสาครํ คจฺฉานนฺท นิเวเทหิ ภิกฺขูนํ มาตุ นิพฺพุตึ ฯ |๑๕๗.๒๕๓| ตทานนฺโท นิรานนฺโท อสฺสุนา ปุณฺณโลจโน คคฺคเรน สเรนาห สมาคจฺฉนฺตุ ภิกฺขโว ฯ |๑๕๗.๒๕๔| ปุพฺพทิกฺขิณปจฺฉาสุ อุตฺตราย ๑- วสนฺติ เย มยฺหํ ๒- สา ภิกฺขุนี มาตา ภิกฺขโว สุคโตรสา ฯ |๑๕๗.๒๕๕| ยา วทฺธยิ ปยตฺเตน สรีรํ ปจฺฉิมํ มุเน สา โคตมี คตา สนฺตึ ตาราว สุริโยทเย ฯ |๑๕๗.๒๕๖| พุทฺธมาตาติ สญฺญตฺตึ ๓- ฐปยิตฺวา คตา สมํ ๔- น ยตฺถ ปญฺจเนตฺโตปิ ตตฺถ ๕- ทกฺขติ นายโก ฯ |๑๕๗.๒๕๗| ยสฺสตฺถิ สุคเต สทฺธา โย ๖- วา สิสฺโส มหามุเน พุทฺธสฺส มาตุ สกฺการํ กโรตุ สุคโตรโส ฯ |๑๕๗.๒๕๘| สุทูรฏฺฐาปิ ตํ สุตฺวา สีฆมาคจฺฉ ๗- ภิกฺขโว เกจิ พุทฺธานุภาเวน เกจิ อิทฺธีสุ โกวิทา ฯ |๑๕๗.๒๕๙| กูฏาคารวเร รมฺเม สพฺพโสณฺณมเย สุเภ มญฺจกํ สมโรเปสุํ ยตฺถ สุตฺตาสิ โคตมี ฯ |๑๕๗.๒๖๐| จตฺตาโร โลกปาลา เย ๘- อํเสหิ สมธารยุํ เสสา สกฺกาทิกา เทวา กูฏาคาเร สมคฺคหุํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. อุตฺตราย จ สนฺติเก ฯ ๒ ม. ยุ. สุณนฺตุ ภาสิตํ มยฺหํ ฯ ๓ ม. ยุ.@ปญฺญตฺตึ ฯ ๔ ยุ. สยํ ฯ ๕ ม. คตึ ฯ ยุ. คตํ ฯ ๖ ม. โย จ ปิโย มหามุเน ฯ@๗ ม. ยุ. สีฆมาคจฺฉุ ฯ ๘ ม. ยุ. เต ฯ |๑๕๗.๒๖๑| กูฏาคารานิ สพฺพานิ อาสุํ ปญฺจสตานิ หิ ๑- สรทาทิจฺจวณฺณานิ วิสุกมฺมกตานิ หิ ฯ |๑๕๗.๒๖๒| สพฺพา ตหึ ๒- ภิกฺขุนิโย อาสุํ มญฺเจสุ สายิตา เทวานํ ขนฺธมารุยฺห นิยฺยนฺติ อนุปุพฺพโส ฯ |๑๕๗.๒๖๓| สพฺพโส ฉาทิตํ อาสิ วิตาเนน นภตฺตลํ สตารา จนฺทสุรา จ ลญฺฉิตา กนกามยา ฯ |๑๕๗.๒๖๔| ปฏากา อุสฺสิตาเนกา จิตฺตกา ๓- ปุปฺผกญฺจุกา โอภคฺคากาสปทุมา ๔- มหิยา ปุปฺผมุคฺคตํ ฯ |๑๕๗.๒๖๕| ทิสฺสนฺติ จนฺทสุริยา วิชฺชลนฺติ จ ตารกา มชฺฌงฺคโตปิจาทิจฺโจ น ตาเปสิ สสี ยถา ฯ |๑๕๗.๒๖๖| เทวา ทิพฺเพหิ คนฺเธหิ มาเลหิ สุรภีหิ จ วาทิเตหิ จ นจฺเจหิ สงฺคีตีหิ จ ปูชยุํ ฯ |๑๕๗.๒๖๗| นาคาสูรา จ พฺรหฺมาโน ยถาสตฺติ ยถาพลํ ปูชยึสุ วินิยฺยนฺติ ๕- นิพฺพุตํ พุทฺธมาตรํ ฯ |๑๕๗.๒๖๘| สพฺพาโย ปุรโต นีตา นิพฺพุตา สุคโตรสา โคตมี นิยฺยเต ปจฺฉา สกฺกตา พุทฺธโปสิกา ฯ |๑๕๗.๒๖๙| ปุรโต เทวมนุชา สนาคาสูรพฺรหฺมกา ปจฺฉา สสาวโก พุทฺโธ ปูชตฺถํ ยาติ มาตุยา ฯ |๑๕๗.๒๗๐| พุทฺธสฺส ปรินิพฺพานํ เนทิสํ อาสิ ยาทิสํ โคตมีปรินิพฺพานํ อติอจฺฉริยํ อหุ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ปิ ฯ ๒ ม. ตาปิ ฯ ๒ ม. ยุ. วิตตา ฯ ๔ ม. โอคตากาสปทุมา ฯ@ยุ. โอคตากาสธูมาว ฯ ๕ ม. จ นิยฺยนฺตึ ฯ ยุ. วินิยฺยนฺตึ ฯ |๑๕๗.๒๗๑| น พุทฺโธ ๑- พุทฺธนิพฺพาเน สารีปุตฺตาทิ ภิกฺขโว พุทฺโธ โคตมินิพฺพาเน สารีปุตฺตาทิกา ยถา ๒- ฯ |๑๕๗.๒๗๒| จิตกานิ กริตฺวาน สพฺพคนฺธมยานิ จ ๓- คนฺธจุณฺณวิกิณฺณานิ ๔- ฌาปยึสุ จ ตา ตหึ ฯ |๑๕๗.๒๗๓| เสสภาคานิ ฑยฺหึสุ อฏฺฐิเสสานิ สพฺพโส อาทนฺโท จ ตทาโวจ สํเวคชนกํ วโจ ฯ |๑๕๗.๒๗๔| โคตมี นิธนํ ยาตา ทฑฺฒญฺจสฺสา สรีรกํ สงฺเกตํ พุทฺธนิพฺพานํ น จิเรน ภวิสฺสติ ฯ |๑๕๗.๒๗๕| ตโต โคตมิธาตูนิ ตสฺสา ปตฺตคตานิ โส อุปนาเมสิ นาถสฺส อานนฺโท พุทฺธโจทิโต ฯ |๑๕๗.๒๗๖| ปาณินา ตานิ ปคฺคยฺห อโวจ อิสิสตฺตโม มหโต สารวนฺตสฺส ยถา รุกฺขสฺส ติฏฺฐโต ฯ |๑๕๗.๒๗๗| โย โส มหตฺตโร ขนฺโธ ปลุชฺเชยฺย อนิจฺจตา ตถา ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส โคตมี ปรินิพฺพุตา ฯ |๑๕๗.๒๗๘| อานนฺท ๕- ปสฺส พุทฺธสฺส นิพฺพุตายปิ มาตุยา สรีรมตฺตเสสาย น ๖- โสกปริเทวนา ฯ |๑๕๗.๒๗๙| น โสจิยา ปเรสํ สา ติณฺณสํสารสาครา ปริวชฺชิตสนฺตาปา สีติภูตา สุนิพฺพุตา ฯ |๑๕๗.๒๘๐| ปณฺฑิตาสิ มหาปญฺญา ปุถุปญฺญา ตเถว จ รตฺตญฺญู ภิกฺขุนีนํ สา เอวํ วิญฺญาถ ๗- ภิกฺขโว ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. พุทฺโธ พุทฺธสฺส นิพฺพาเน โน ปฏิยาทิ ภิกฺขโว ฯ ๒ ม. ยุ. ตถา ฯ@๓ ม. ยุ. เต ฯ ๔ ยุ. คนฺธจุณฺณาทิกิณฺณานิ ฯ ๕ ม. ยุ. อโห อจฺฉริยํ มยฺหํ ฯ@๖ ม. ยุ. นตฺถิ โสกปริทฺทโว ฯ ๗ ม. ธาเรถ ฯ ยุ. ชานาถ ฯ |๑๕๗.๒๘๑| อิทฺธิยา ๑- จ วสี อาสิ ทิพฺพาย โสตธาตุยา เจโตปริยญาณสฺส วสี อาสิ จ โคตมี ฯ |๑๕๗.๒๘๒| ปุพฺเพนิวาสมญฺญาสิ ทิพฺพจกฺขุ วิโสธิตํ สพฺพาสวา ปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ๒- ปุนพฺภโว ฯ |๑๕๗.๒๘๓| อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ ปฏิภาเณ ตเถว จ ปริสุทฺธํ อหุ ญาณํ ตสฺมา โสจนิยา น สา ฯ |๑๕๗.๒๘๔| อโยฆนหตสฺเสว ชลโต ชาตเวทโส ๓- อนุปุพฺพูปสนฺตสฺส ยถา น ญายเต คติ ฯ |๑๕๗.๒๘๕| เอวํ สมฺมาวิมุตฺตานํ กามพนฺโธฆตารินํ ปญฺญาปาตุํ คติ นตฺถิ ปตฺตานํ อจลํ ปทํ ๔- ฯ |๑๕๗.๒๘๖| อตฺตทีปา ตโต โหถ สติปฏฺฐานโคจรา ภาเวตฺวา สตฺตโพชฺฌงฺคํ ๕- ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสถาติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มหาปชาปติโคตมี ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ มหาปชาปติโคตมีเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ อฏฺฐมํ เขมาเถริยาปทานํ (๑๘) [๑]- [๑] /พุทฺธ./ |๑.๑| พฺรหฺมา จ โลกาธิปตี สหมฺปติ ๑- กตญฺชลี อนธิวรํ อยาจถ สนฺตีธ สตฺตา อปฺปรชกฺขชาติกา เทเสหิ ธมฺมํ อนุกมฺปิมํ ปชนฺติ ฯ |๑.๒| ๒- [ภควา โลกาธิปตี นรุตฺตโม กตญฺชลีพฺรหฺมคเณหิ ยาจิโต สนฺตีธ ธีราปฺปรชกฺขชาติกา เทเสตุ ธมฺมํ อนุกมฺปิมํ ปชํ ฯ |๑.๓| เทเสตุ สุคโต ธมฺมํ เทเสตุ อมตํปทํ โลกานมนุกมฺปาย ธมฺมํ เทเสตุ นายก] ฯ |๑.๔| สมฺปนฺนวิชฺชาจรณสฺส ตาทิโน ชุตินฺธรสฺสนฺติมเทหธาริโน ตถาคตสฺสปฺปฏิปุคฺคลสฺส อุปฺปชฺชิ การุญฺญตา สพฺพสตฺเต ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. สหมฺปตี ฯ ๒ ม. ยุ. อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ ๑- [ตํ สุตฺวา ภควา สตฺถา อิทํ วจนมพฺรวิ] |๑.๕| อปารุตา เต อมตสฺส ทฺวารา เย โสตวนฺโต ปมุญฺจนฺตุ สทฺธํ วิหึสสญฺญี ปคุณํ น ภาสึ ธมฺมํ ปณีตํ มนุเชสุ พฺรเหฺมติ ฯ |๑.๖| ๒- [ภควา ตสฺมึ สมเย เวเนยฺยานํนุกมฺปโก อชปาลนิโคฺรธทุมา ปายาสิ มุนิปุงฺคโว ฯ |๑.๗| อนุกฺกเมน คมเนน พาราณสิมุปาคมิ ตสฺมึ หิ ปลฺลงฺกวเร นิสีทิ ภควา ตทา ฯ |๑.๘| ปญฺจนฺนํ วคฺคิยานญฺจ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตยิ ทุกฺขํ ทุกฺขสมุปฺปาทํ นิโรธํ มคฺคมุตฺตมํ ฯ |๑.๙| ปวตฺตยิ ตํ ภควา อิสี เต ปญฺจวคฺคิยา อฏฺฐารสโกฏิ ตทา พฺรหฺมเทวคณา สห ฯ |๑.๑๐| ปฐมสฺมึ สนฺนิปาเต ธมฺมาภิสมยา ลภุ โกณฺฑญฺโญ ภทฺทิโย วปฺโป มหานาโม จ อสฺสชิ ฯ |๑.๑๑| วินีตา เตน ปเรน สพฺเพปิ อนุปุพฺพโส อฏฺฐารสโกฏิ ตทา พฺรหฺมเทวคณา สห ฯ |๑.๑๒| ปฐมสฺมึ สนฺนิปาเต โสตาปตฺติผลํ ตทา อนุกฺกเมน คมเนน ราชคหมุปาคมิ ฯ @เชิงอรรถ: ๑-๒ ม. ยุ. อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ |๑.๑๓| เวฬุวนมหาวิหาเร วิหาสิ มุนิปุงฺคโว ตํ สุตฺวา พิมฺพิสาโร จ ภควนฺตมุปสงฺกมิ ฯ |๑.๑๔| เอกาทสนหุเตเนว ปริวารา มหา อหุ ทีปคนฺธธูปมาลาทีนิ ภควนฺตมภิปูชยิ ฯ |๑.๑๕| ตสฺมึ สมาคเมเยว กามาทีนว เทสยิ เทสนาปริโยสาเน ราชานมฺปมุขํ ตทา ฯ |๑.๑๖| จตุราสีติสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อหุ ตํ สุตฺวาน ปิตา ราชา [๑]- นว ทูตานิ เปสยิ ฯ |๑.๑๗| นวสหสฺสปริวาเรหิ ปพฺพชฺชํ ยาจเต มุนึ นวสหสฺสปริวารา อรหตฺตมุปาคมุํ ฯ |๑.๑๘| กาฬุทายิ ปริโยสาเน ภิกฺขุเวสํ คเหตฺวา โส สหสฺสปริวาเรหิ ภควนฺตํ นิมนฺตยิ ฯ |๑.๑๙| นิมนฺตมธิวาเสตฺวา มหามคฺคํ ปฏิปชฺชติ วีสติสหสฺสภิกฺขูหิ ปายาสิ สกฺยปุงฺคโว ฯ |๑.๒๐| อนุกฺกเมน คมเนน กปิลวตฺถุมุปาคมิ โรหิณิยา นทีตีเร ปาฏิหารมกาสิ โส ฯ |๑.๒๑| ตสฺมึ ปลฺลงฺกมชฺฌมฺหิ นิสีทิ สกฺยปุงฺคโว มหาเวสฺสนฺตรธมฺมํ เทเสตฺวา ภควา ปิตุ จตุราสีติสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อหุ] ฯ @เชิงอรรถ: ๑ โป. ภควนฺตํ นิมนฺตยิ ฯ |๑.๒๒| น เหเต ๑- ชานนฺติ สเทวมนุสฺสา ๒- พุทฺโธ อยํ กีทิสโก นรุตฺตโม อิทฺธิพลํ ปญฺญาพลญฺจ กีทิสํ พุทฺธพลํ โลกหิตสฺส กีทิสํ ฯ |๑.๒๓| น เหเต ๓- ชานนฺติ สเทวมนุสฺสา ๔- พุทฺโธ อยํ อีทิสโก นรุตฺตโม อิทฺธิพลํ ปญฺญาพลญฺจ อีทิสํ ๕- พุทฺธพลํ โลกหิตสฺส อีทิสํ ๖- |๑.๒๔| หนฺทาหํ ทสฺสยิสฺสามิ พุทฺธพลํ อนุตฺตรํ จงฺกมํ มาปยิสฺสามิ นเภ รตนมณฺฑิตํ ฯ |๑.๒๕| ภุมฺมา มหาราชิกา ตาวตึสา ยามา จ เทวา ตุสิตา จ นิมฺมิตา ปรนิมฺมิตา เยปิจ พฺรหฺมกายิกา อานนฺทิตา วิปุลมกํสุ โฆสํ ฯ |๑.๒๖| โอภาสิตา จ ปฐวี สเทวกา ปุถู จ โลกนฺตริกา อสํวุตา ตโม จ ติพฺโพ วิหโต ตทา อหุ ทิสฺวาน อจฺเฉรกปาฏิหีรํ ฯ |๑.๒๗| สเทวคนฺธพฺพมนุสฺสรกฺขเส อาภา อุฬารา วิปุลา อชายถ @เชิงอรรถ: ๑-๓ ย. น โภ เต ฯ ๒-๔ ม. ยุ. สเทวมานุสา ฯ ๕-๖ ม. ยุ. เอทิสํ ฯ อิมสฺมึ โลเก ปรสฺมึ จูภเย อโธปิ อุทฺธํ ติริยญฺจ วิตฺถตํ ฯ |๑.๒๘| สตฺตุตฺตโม อนธิวโร วินายโก สตฺถา อหุ เทว มนุสฺส ปูชิโต มหานุภาโว สต ปุญฺญ ลกฺขโณ ทสฺเสสิ อจฺเฉรกปาฏิหีริยํ ฯ |๑.๒๙| ๑- [ตสฺมึ สมาคเม สตฺถา อพฺภุคฺคนฺตฺวา นเภ ตเล สิเนรุปพฺพตํ รมฺมํ จงฺกมํ มาปยี ชิโน ฯ |๑.๓๐| ทสสหสฺสิโลกธาตุเทวตา ชินสนฺติเก ตถาคตํ นมสฺสิตฺวา พุทฺธปูชํ กรึสุ เต] ฯ |๑.๓๑| โส ยาจิโต เทววเรน จกฺขุมา อตฺถํ สเมกฺขิตฺวา ตทา นรุตฺตโม จงฺกมํ มาปยิ โลกนายโก สุนิฏฺฐิตํ สพฺพรตนนิมฺมิตํ ฯ |๑.๓๒| อิทฺธิ จ อาเทสนานุสาสนี ติปาฏิหีเร ภควา วสี อหุ จงฺกมํ มาปยิ โลกนายโก สุนิฏฺฐิตํ สพฺพรตนนิมฺมิตํ ฯ |๑.๓๓| ทสสหสฺสิโลกธาตุยา สิเนรุปพฺพตุตฺตเม ถมฺเภว ทสฺเสสิ ปฏิปาฏิยา จงฺกเม รตนามเย ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ |๑.๓๔| ทสสหสฺสํ ๑- อติกฺกมฺม จงฺกมํ มาปยี ชิโน สพฺพโสวณฺณมยา ปสฺเส จงฺกเม รตนามเย ฯ |๑.๓๕| ตุลาสงฺฆาฏานุวตฺตา ๒- โสวณฺณผลกตฺถกา เวทิกา สพฺพโสวณฺณา ทุภโต ปสฺเสสุ นิมฺมิตา ฯ |๑.๓๖| มณิมุตฺตาวาลุกากิณฺโณ นิมฺมิโต รตนามโย โอภาเสติ ทิสา สพฺพา สตรํสีว อุคฺคโต ฯ |๑.๓๗| ตสฺมึ จงฺกมเน ธีโร ทฺวตฺตึสวรลกฺขโณ วิโรจมาโน สมฺพุทฺโธ จงฺกเม จงฺกมี ชิโน ฯ |๑.๓๘| ทิพฺพํ มนฺทารวํ ปุปฺผํ ปทุมํ ปาริฉตฺตกํ จงฺกมเน โอกิรนฺติ สพฺเพ เทวา สมาคตา ฯ |๑.๓๙| ปสฺสนฺติ ตํ เทวสงฺฆา ทสสหสฺสี สมาคตา นมสฺสมานา นิปตนฺติ ตุฏฺฐหฏฺฐา ปโมทิตา ฯ |๑.๔๐| ตาวตึสา จ ยามา จ ตุสิตา จาปิ เทวตา นิมฺมานรติโน เทวา เย เทวา วสวตฺติโน อุทคฺคจิตฺตา สุมนา ปสฺสนฺติ โลกนายกํ ฯ |๑.๔๑| สเทวคนฺธพฺพมนุสฺสรกฺขสา นาคา สุปณฺณา อถวาปิ กินฺนรา ปสฺสนฺติ ตํ โลกหิตานุกมฺปกํ นเภว อจฺจุคฺคตจนฺทมณฺฑลํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ... ทสสหสฺสี ฯ ๒ ม. ยุ. ... นุวคฺคา ฯ |๑.๔๒| อาภสฺสรา สุภกิณฺหา เวหปฺผลา อกนิฏฺฐา จ สุสุทฺธสุกฺก วตฺถวสนา ติฏฺฐนฺติ ปญฺชลีกตา ฯ |๑.๔๓| มุญฺจนฺติ ปุปฺผํ ปน ปญฺจวณฺณิกํ มนฺทารวํ ๑- จนฺทนจุณฺณมิสฺสกํ ๒- ภมนฺติ เจลานิ จ อมฺพเร ตทา อโห ชิโน โลกหิตานุกมฺปโก ฯ |๑.๔๔| ตุวํ สตฺถา จ เกตุ จ ธโช ยูโป จ ปาณินํ ปรายโน ปติฏฺฐา จ ทีโป จ ทิปทุตฺตโม ฯ |๑.๔๕| ทสสหสฺสิโลกธาตุยา เทวตาโย มหิทฺธิกา ปริวาเรตฺวา นมสฺสนฺติ ตุฏฺฐหฏฺฐา ปโมทิตา ฯ |๑.๔๖| เทวตา เทวกญฺญา จ ปสนฺนา ตุฏฺฐมานสา ปญฺจวณฺณิกปุปฺเผหิ ปูชยนฺติ นราสภํ ฯ |๑.๔๗| ปสฺสนฺติ ตํ เทวสงฺฆา ปสนฺนา ตุฏฺฐมานสา ปญฺจวณฺณิกปุปฺเผหิ ปูชยนฺติ นราสภํ ฯ |๑.๔๘| อโห อจฺฉริยํ โลเก อพฺภูตํ โลมหํสนํ น เมทิสํ ภูตปุพฺพํ อจฺเฉรํ โลมหํสนํ ฯ |๑.๔๙| สกสกมฺหิ ภวเน นิสีทิตฺวาน เทวตา หสนฺติ ตา มหาหสิตํ ทิสฺวานจฺเฉรกํ นเภ ฯ |๑.๕๐| อากาสฏฺฐา จ ภุมฺมฏฺฐา ติโณสธินิวาสิโน ๓- กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ตุฏฺฐหฏฺฐา ปโมทิตา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. มนฺทาวรํ ฯ ๒ ม. ยุ. ..มิสฺสิตํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ@๓ ม. ยุ. ติณปนฺถนิวาสิโน ฯ |๑.๕๑| เยปิ ทีฆายุกา นาคา ปุญฺญวนฺโต มหิทฺธิกา ปโมทิตา นมสฺสนฺติ ปูชยนฺติ นรุตฺตมํ ฯ |๑.๕๒| สงฺคีติโย ปวตฺตนฺติ อมฺพเร อนิลญฺชเส จมฺมนทฺธานิ วาเทนฺติ ทิสฺวานจฺเฉรกํ นเภ ฯ |๑.๕๓| สงฺขา จ ปณวา เจว อโถปิ เทณฺฑิมา พหู อนฺตลิกฺขสฺมึ วชฺชยนฺติ ทิสฺวานจฺเฉรกํ นเภ ฯ |๑.๕๔| อพฺภูโต วต โน อชฺช อุปฺปชฺชิ โลมหํสโน ธุวมตฺถสิทฺธึ ลภาม ขโณ โน ปฏิปาฏิโต ฯ |๑.๕๕| พุทฺโธติ เตสํ สุตฺวาน ปีติ อุปฺปชฺชิ ตาวเท พุทฺโธ พุทฺโธติ กถยนฺตา ติฏฺฐนฺติ ปญฺชลีกตา ฯ |๑.๕๖| หิงฺการํ ๑- สาธุการญฺจ อุกฺกุฏฺฐิสมฺปนาทนํ ๒- ปชา จ วิวิธา คคเน วตฺตนฺติ ปญฺชลีกตา ฯ |๑.๕๗| คายนฺติ เสเฬนฺติ จ วาทยนฺติ จ ภุชานิปฺโผเฏนฺติ ๓- จ นจฺจยนฺติ จ มุญฺจนฺติ ปุปฺผํ ปน ปญฺจวณฺณิกํ มนฺทารวํ จนฺทนจุณฺณมิสฺสกํ ฯ |๑.๕๘| ยถา ตุยฺหํ มหาวีร ปาเทสุ จกฺกลกฺขณํ ธชํ วชิรปฏากํ วฑฺฒมานงฺกุสาปิตํ ฯ |๑.๕๙| รูเป สีเล สมาธิมฺหิ ปญฺญาย จ อสาทิโส วิมุตฺติยา อสมสโม ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. หิงฺการา ฯ ยุ. ภิงฺการํ ฯ ๒ ม. .. สมฺปหํสนํ ฯ ยุ. .. สมฺปสาทนํ ฯ@๓ ม. ยุ. โปเฐนฺติ ฯ |๑.๖๐| ทสนาคพลํ กาเย ตุยฺหํ ปากติกํ พลํ อิทฺธิพเลน อสโม ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน ฯ |๑.๖๑| เอวํ สพฺพคุณูเปตํ สพฺพงฺค สมุปาคตํ มหามุนึ การุณิกํ โลกนาถํ นมสฺสถ ฯ |๑.๖๒| อภิวาทนํ โถมนญฺจ วนฺทนญฺจ ปสํสนํ นมสฺสนญฺจ ปูชญฺจ สพฺพํ อรหสี ตุวํ ฯ |๑.๖๓| เย เกจิ โลเก วนฺทเนยฺยา วนฺทนํ อรหนฺติ เย สพฺพเสฏฺโฐ มหาวีร สทิโส เต น วิชฺชติ ฯ |๑.๖๔| สารีปุตฺโต มหาปญฺโญ สมาธิชฺฌานโกวิโท คิชฺฌกูเฏ ฐิโตเยว ปสฺสติ โลกนายกํ ฯ |๑.๖๕| สุผุลฺลํ สาลราชํว จนฺทํว คคเน ยถา มชฺฌนฺติเกว สุริยํ โอโลเกติ นราสภํ ฯ |๑.๖๖| ชลนฺตํ ทีปรุกฺขํว ตรุณสุริยํว อุคฺคตํ พฺยามปฺปภานุรญฺชิตํ ปสฺสติ โลกนายกํ ฯ |๑.๖๗| ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ กตกิจฺจาน ตาทินํ ขีณาสวานํ วิมลานํ ขเณน สนฺนิปาตยิ ฯ |๑.๖๘| โลกปฺปสาทนํ นาม ปาฏิหีรํ นิทสฺสยิ อเมฺหปิ ตตฺถ คนฺตฺวาน วนฺทิสฺสาม มยํ ชินํ ฯ |๑.๖๙| เอถ สพฺเพ คมิสฺสาม ปุจฺฉิสฺสาม มยํ ชินํ กงฺขํ วิโนทยิสฺสาม ปสฺสิตฺวา โลกนายกํ ฯ |๑.๗๐| สาธูติ เต ปฏิสฺสุตฺวา นิปกา สํวุตินฺทฺริยา ปตฺตจีวรมาทาย ตรมานา อุปาคมุํ ฯ |๑.๗๑| ขีณาสเวหิ วิมเลหิ ทนฺเตหิ อุตฺตเม ทเม สารีปุตฺโต มหาปญฺโญ อิทฺธิยา อุปสงฺกมิ ฯ |๑.๗๒| เตหิ ภิกฺขูหิ ปริวุโต สารีปุตฺโต มหาคณี ลิฬนฺโต ๑- เทโวว คคเน อิทฺธิยา อุปสงฺกมิ ฯ |๑.๗๓| อุกฺกาสิตญฺจ ขิปิตญฺจ อชฺฌุเปกฺขิตฺวาน สุพฺพตา สคารวา สปฺปติสฺสา สมฺพุทฺธํ อุปสงฺกมุํ ฯ |๑.๗๔| อุปสงฺกมิตฺวา ปสฺสนฺติ สยมฺภุํ โลกนายกํ นเภ อจฺจุคฺคตํ วีรํ จนฺทํว คคเน ยถา ฯ |๑.๗๕| ชลนฺตํ ทีปรุกฺขํว วิชฺชุว คคเน ยถา มชฺฌนฺติเกว สุริยํ ปสฺสนฺติ โลกนายกํ ฯ |๑.๗๖| ปญฺจภิกฺขุสตา สพฺเพ ปสฺสนฺติ โลกนายกํ รหทมิว วิปฺปสนฺนํ สุผุลฺลํ ปทุมํ ยถา ฯ |๑.๗๗| อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน ตุฏฺฐหฏฺฐา ปโมทิตา นมสฺสมานา นิปตนฺติ สตฺถุโน จกฺกลกฺขเณ ฯ |๑.๗๘| สารีปุตฺโต มหาปญฺโญ โกรณฺฑสมสาทิโส สมาธิชฺฌานกุสโล วนฺทติ โลกนายกํ ฯ |๑.๗๙| คชฺชิโต กาลเมโฆว นีลุปฺปลสมสาทิโส อิทฺธิพเลน อสโม โมคฺคลฺลาโน มหิทฺธิโก ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ลฬนฺโต ฯ |๑.๘๐| มหากสฺสปเถโรปิ อุคฺคตกนกสนฺนิโภ ธูตคุเณ อคฺคนิกฺขิตฺโต โถมิโต สตฺถุวณฺณิโต ฯ |๑.๘๑| ทิพฺพจกฺขูน โย อคฺโค อนุรุทฺโธ มหาคณี ญาติเสฏฺโฐ ภควโต อวิทูเรว ติฏฺฐติ ฯ |๑.๘๒| อาปตฺติอนาปตฺติยา สเตกิจฺฉาย โกวิโท วินเย อคฺคนิกฺขิตฺโต อุปาลิ สตฺถุวณฺณิโต ฯ |๑.๘๓| สุขุมนิปุณตฺถปฏิวิทฺโธ กถิกานํ ปวโร คณี อิสิ มนฺตานิยา ปุตฺโต ปุณฺโณ นามาติ วิสฺสุโต ฯ |๑.๘๔| เอเตสํ จิตฺตมญฺญาย โอปมฺมกุสโล มุนิ กงฺขจฺเฉโท มหาวีโร กเถสิ อตฺตโน คุณํ ฯ |๑.๘๕| จตฺตาโร เต อสงฺเขยฺยา โกฏิ เยสํ น นายติ สตฺตกาโย จ อากาโส จกฺกวาฬา อนนฺตกา |๑.๘๖| พุทฺธญาณํ อปฺปเมยฺยํ น สกฺกา เอเต วิชานิตุํ ฯ กิเมตํ อจฺฉริยํ โลเก ยํ เม อิทฺธิวิกุพฺพนํ |๑.๘๗| อญฺเญ พหู อจฺฉริยา อพฺภูตา โลมหํสนา ฯ ยทาหํ ตุสิเต กาเย สนฺตุสิโต นามหํ ตทา |๑.๘๘| ทสสหสฺสี สมาคมฺม ยาจนฺติ อญฺชลี มมํ ฯ กาโลยํ เต มหาวีร อุปฺปชฺช มาตุกุจฺฉิยํ |๑.๘๙| สเทวกํ ตารยนฺโต พุชฺฌสฺสุ อมตํปทํ ฯ ตุสิตา กายา จวิตฺวาน ยทา โอกฺกมิ กุจฺฉิยํ |๑.๙๐| ทสสหสฺสี โลกธาตุ กมฺปติ ๑- ธรณี ตทา ฯ ยทาหํ มาตุกุจฺฉิโต สมฺปชาโนว นิกฺขมึ |๑.๙๑| สาธุการํ ปวตฺตนฺติ ทสสหสฺสี ปกมฺปถ ฯ โอกฺกนฺติ เม สโม นตฺถิ ชาติโต อภินิกฺขเม |๑.๙๒| สมฺโพธิยํ อหํ เสฏฺโฐ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน ฯ อโห อจฺฉริยํ โลเก พุทฺธานํ คุณมหนฺตตา |๑.๙๓| ทสสหสฺสี โลกธาตุ ฉปฺปการํ ปกมฺปถ โอภาโส จ มหา อาสิ อจฺเฉรํ โลมหํสนํ ฯ |๑.๙๔| ภควา จ ตมฺหิ สมเย โลกเชฏฺโฐ นราสโภ สเทวกํ ทสฺสยนฺโต อิทฺธิยา จงฺกมี ชิโน ฯ |๑.๙๕| จงฺกเม จงฺกมนฺโตว กเถสิ โลกนายโก อนฺตรา น นิวตฺเตติ จตุหตฺเถ จงฺกเม ยถา ฯ |๑.๙๖| สารีปุตฺโต มหาปญฺโญ สมาธิชฺฌานโกวิโท ปญฺญาย ปารมิปฺปตฺโต ปุจฺฉติ โลกนายกํ ฯ |๑.๙๗| กีทิโส เต มหาวีร อภินีหาโร นรุตฺตม กิมฺหิ กาเล ตยา วีร ปตฺถิตา โพธิมุตฺตมา ฯ |๑.๙๘| ทานํ สีลญฺจ เนกฺขมฺมํ ปญฺญาวิริยญฺจ กีทิสํ ขนฺติสจฺจมธิฏฺฐานํ เมตฺตูเปกฺขา จ กีทิสา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. กมฺปิตฺถ ฯ |๑.๙๙| ทสปารมี มหาวีร กีทิสา โลกนายก กถํ อุปปารมี ปุณฺณา ปรมตฺถปารมี กถํ ฯ |๑.๑๐๐| ๑- [กติกมฺมอธิฏฺฐาย อธิปติ จ กีทิสา กีทิสา ปารมี โหนฺติ ธีรา โลกสฺมิ กีทิสา ฯ |๑.๑๐๑| เมตฺตา กรุณา มุทิตา อุเปกฺขา จาปิ กีทิสา กีทิสํ พุทฺธธมฺมานํ เกวลํ ปริปูรย] |๑.๑๐๒| ตสฺส ปุฏฺโฐ วิยากาสิ กรวีกมธุรคิโร นิพฺพาปยนฺโต หทยํ หาสยนฺโต สเทวกํ ฯ |๑.๑๐๓| อตีตพุทฺธาน ชินาน เทสิตํ นิกีฬิตํ พุทฺธปรมฺปราคตํ ปุพฺเพ นิวาสานุคตาย พุทฺธิยา ปกาสยี โลกหิตํ สเทวเก ฯ |๑.๑๐๔| ปีติปาโมชฺชชนนํ โสกสลฺลวิโนทนํ สพฺพสมฺปตฺติปฏิลาภํ จิตฺตํ กตฺวา สุณาถ เม ฯ |๑.๑๐๕| มทนิมฺมทนํ โสกนุทํ สํสารปริโมจนํ สพฺพทุกฺขกฺขยํ มคฺคํ สกฺกจฺจํ ปฏิปชฺชถาติ ฯ รตนจงฺกมนกณฺโฑ นิฏฺฐิโต ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ ปฐโม ทีปงฺกรพุทฺธวํโส [๑]- ตฬากํ น โทโส ตฬากสฺส โส ฯ |๒.๑๕| เอวํ กิเลสมลโธวนํ วิชฺชนฺเต อมตนฺตเฬ น คเวสติ ตฬากํ น โทโส อมตนฺตเฬ ฯ |๒.๑๖| ยถา อรีหิ ปริรุทฺโธ วิชฺชนฺเต คมนํปเถ น ปลายติ โส ปุริโส น โทโส อญฺชสสฺส โส ฯ |๒.๑๗| เอวํ กิเลสปริรุทฺโธ วิชฺชมาเน สิเว ปเถ น คเวสติ ตํ มคฺคํ น โทโส สิวมญฺชเส ฯ |๒.๑๘| ยถา พฺยาธิโก ปุริโส วิชฺชมาเน ติกิจฺฉเก น ติกิจฺฉาเปติ ตํ พฺยาธึ น โส โทโส ติกิจฺฉเก ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ตํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ |๒.๑๙| เอวํ กิเลสพฺยาธีหิ ทุกฺขิโต ปริปีฬิโต น คเวสติ อาจริยํ น โส โทโส วินายเก ฯ |๒.๒๐| ๑- [ยนฺนูนิมํ ปูติกายํ นานากุณปปูริตํ ฉฑฺฑยิตฺวาน คจฺเฉยฺยํ อนเปกฺโข อนตฺถิโก] ฯ |๒.๒๑| ยถาปิ กุณปํ ปุริโส กณฺเฐ พนฺธํ ชิคุจฺฉิยํ โมจยิตฺวาน คจฺเฉยฺย สุขี เสรี สยํ วสี ฯ |๒.๒๒| ตเถวิมํ ปูติกายํ นานากุณปสญฺจยํ ฉฑฺฑยิตฺวาน คจฺเฉยฺยํ อนเปกฺโข อนตฺถิโก ฯ |๒.๒๓| ยถา อุสฺสาสฐานมฺหิ ๒- กรีสํ นรนาริโย ฉฑฺฑยิตฺวาน คจฺฉนฺติ อนเปกฺขา อนตฺถิกา ฯ |๒.๒๔| เอวเมวาหํ อิมํ กายํ นานากุณปปูริตํ ฉฑฺฑยิตฺวาน คจฺฉิสฺสํ วจฺจํ กตฺวา ยถา กุฏึ ฯ |๒.๒๕| ยถาปิ ชชฺชรํ นาวํ ปลุตฺตํ ๓- อุทกคาหินึ สามิกา ๔- ฉฑฺฑยิตฺวาน อนเปกฺขา อนตฺถิกา ฯ |๒.๒๖| เอวเมวาหํ อิมํ กายํ นวจฺฉิทฺทํ ธุวสฺสวํ ฉฑฺฑยิตฺวาน คจฺฉิสฺสํ ชิณฺณนาวํว สามิกา ฯ |๒.๒๗| ยถา ปุริโส โจเรหิ คจฺฉนฺโต ภณฺฑมาทิย ภณฺฑจฺเฉทภยํ ทิสฺวา ฉฑฺฑยิตฺวาน คจฺฉติ ฯ |๒.๒๘| เอวเมว อยํ กาโย มหาโจรสโม วิย ปหายิมํ คมิสฺสามิ กุสลจฺเฉทนา ภยา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ ๒ ม. ยุ. อุจฺจารฏฺฐานมฺหิ ฯ ๓ ม. ยุ. ปลุคฺคํ ฯ@๔ ม. ยุ. สามี ฉฑฺเฑตฺวา คจฺฉนฺติ ฯ |๒.๒๙| เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน เนกโกฏิสตํ ธนํ นาถานาถานํ ทตฺวาน หิมวนฺตํ อุปาคมึ ฯ |๒.๓๐| หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ธมฺมิโก นาม ปพฺพโต อสฺสโม สุกโต มยฺหํ ปณฺณสาลา สุมาปิตา ฯ |๒.๓๑| จงฺกมํ ตตฺถ มาเปสึ ปญฺจโทสวิวชฺชิตํ อฏฺฐคุณสมุเปตํ อภิญฺญาพลมาหรึ ฯ |๒.๓๒| สาฏกํ ปชหึ ตตฺถ นวโทสมุปาคตํ วากจีรํ นิวาเสสึ ทฺวาทสคุณมุปาคตํ ฯ |๒.๓๓| อฏฺฐโทสสมากิณฺณํ ปชหึ ปณฺณสาลกํ อุปาคมึ รุกฺขมูลํ คุเณหิ ๑- ทสหุปาคตํ ฯ |๒.๓๔| วาปิตํ โรปิตํ ธญฺญํ ปชหึ นิรวเสสโต อเนกคุณสมฺปนฺนํ ปวตฺตผลมาทยึ ฯ |๒.๓๕| ตตฺถปฺปธานํ ปทหึ นิสชฺชฏฺฐานจงฺกเม อพฺภนฺตรมฺหิ สตฺตาเห อภิญฺญาพลปาปุณึ ฯ |๒.๓๖| เอวํ เม สิทฺธิปตฺตสฺส วสีภูตสฺส สาสเน ทีปงฺกโร นาม ชิโน อุปฺปชฺชิ โลกนายโก ฯ |๒.๓๗| อุปฺปชฺชนฺเต จ ชายนฺเต พุชฺฌนฺเต ธมฺมเทสเน จตุโร นิมิตฺเต นาทฺทสํ ฌานรติสมปฺปิโต ฯ |๒.๓๘| ปจฺจนฺตเทสวิสเย นิมนฺเตตฺวา ตถาคตํ ตสฺส อาคมนํ มคฺคํ โสเธนฺติ ตุฏฺฐมานสา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. คุเณ ฯ |๒.๓๙| อหนฺเตน สมเยน นิกฺขมิตฺวา สกสฺสมา ธุนนฺโต วากจีรานิ คจฺฉามิ อมฺพเร ตทา ฯ |๒.๔๐| เวทชาตํ ชนํ ทิสฺวา ตุฏฺฐหฏฺฐํ ปโมทิตํ โอโรหิตฺวาน คคนา มนุสฺเส ปุจฺฉิ ตาวเท ฯ |๒.๔๑| ตุฏฺฐหฏฺโฐ ปมุทิโต เวทชาโต มหาชโน กสฺส โสธิยตี ๑- มคฺโค อญฺชสํ วฏุมายนํ ฯ |๒.๔๒| เต เม ปุฏฺฐา วิยากํสุ พุทฺโธ โลเก อนุตฺตโร ทีปงฺกโร นาม ชิโน อุปฺปชฺชิ โลกนายโก |๒.๔๓| ตสฺส โสธิยเต ๒- มคฺโค อญฺชสํ วฏุมายนํ ฯ พุทฺโธติ มม ๓- สุตฺวาน ปีติ อุปฺปชฺชิ ตาวเท |๒.๔๔| พุทฺโธ พุทฺโธติ กถยนฺโต โสมนสฺสํ ปเวทยึ ฯ ตตฺถ ฐตฺวา วิจินฺเตสึ ตุฏฺโฐ สํวิคฺคมานโส |๒.๔๕| อิธ วีชานิ โรปิสฺสํ ขโณ เว มา อุปจฺจคา ฯ ยทิ พุทฺธสฺส โสเธถ เอโกกาสํ ททาถ เม |๒.๔๖| อหํปิ โสธยิสฺสามิ อญฺชสํ วฏุมายนํ ฯ อทํสุ เต มโมกาเส ๔- โสเธตุํ อญฺชสํ ตทา |๒.๔๗| พุทฺโธ พุทฺโธติ จินฺเตนฺโต มคฺคํ โสเธมหนฺตทา ฯ อนิฏฺฐิเต มโมกาเส ทีปงฺกโร มหามุนิ |๒.๔๘| จตูหิ สตสหสฺเสหิ ฉฬภิญฺเญหิ ตาทิหิ ขีณาสเวหิ วิมเลหิ ปฏิปชฺชิ อญฺชสํ ชิโน ฯ @เชิงอรรถ: ๑-๒ ม. ยุ. โสธียติ ฯ ๓ ม. วจนํ ฯ ๔ ม. ยุ. มโมกาสํ ฯ |๒.๔๙| ปจฺจุคฺคมนา วตฺตนฺติ วชฺชนฺติ เภริโย พหู อาโมทิตา นรมรู สาธุการํ ปวตฺตยุํ ฯ |๒.๕๐| เทวา มนุสฺเส ปสฺสนฺติ มนุสฺสา ๑- ปสฺสนฺติ เทวตา อุโภปิ เต ปญฺชลิกา อนุยนฺติ ตถาคตํ ฯ |๒.๕๑| เทวา ทิพฺเพหิ ตุริเยหิ มนุสฺสา มานุสเกหิ ๒- จ อุโภปิ เต วชฺชยนฺตา อนุยนฺติ ตถาคตํ ฯ |๒.๕๒| ทิพฺพํ มนฺทารวํ ปุปฺผํ ปทุมํ ปาริฉตฺตกํ ทิโสทิสํ โอกิรนฺติ ๓- อากาเส นภคา ๔- มรู ฯ |๒.๕๓| ทิพฺพํ จนฺทนจุณฺณญฺจ วรคนฺธญฺจ เกวลํ ทิโสทิสํ โอกิรนฺติ ๓- อากาเส นภคา ๔- มรู ฯ |๒.๕๔| จมฺปกํ สลฬํ นีปํ นาคปุนฺนาคเกตกํ ทีโสทิสํ โอกิรนฺติ ๓- ภูมิตลคตา นรา ฯ |๒.๕๕| เกเส มุญฺจิตฺวาหํ ตตฺถ วากจีรํ จ จมฺมกํ กลเล ปตฺถริตฺวาน อวกุชฺโช นิปชฺชหํ ฯ |๒.๕๖| อกฺกมิตฺวาน มํ พุทฺโธ สห สิสฺเสหิ คจฺฉตุ มา นํ กลลํ ๕- อกฺกมิตฺถ หิตาย เม ภวิสฺสติ ฯ |๒.๕๗| ปฐวิยํ นิปนฺนสฺส เอวํ เม อาสิ เจตโส อิจฺฉมาโน อหํ อชฺช กิเลเส ฌาปเย มม ฯ |๒.๕๘| กึ เม อญฺญาตเวเสน ธมฺมํ สจฺฉิกเตนิธ สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิตฺวา มุตฺโต ๖- โมเจ สเทวเก ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. มนุสฺสาปิ จ เทวตา ฯ ๒ ม. มานุเสหิ จ ฯ ๓ ม. ยุ. อุกฺขิปนฺติ ฯ@๔ ม. อากาสนภคตา ฯ ๕ ม. ยุ. กลเล ฯ ๖ ม. ยุ. พุทฺโธ เหสฺสํ ... ฯ |๒.๕๙| กึ เม เอเกน ติณฺเณน ปุริเสน ถามทสฺสินา สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิตฺวา สนฺตาเรสฺสํ สเทวเก ๑- ฯ |๒.๖๐| อิมินา เม อธิกาเรน กเตน ปุริสุตฺตเม สพฺพญฺญุตํ ปาปุณามิ ๒- ตาเรมิ ชนตํ พหุํ ฯ |๒.๖๑| สํสารโสตํ ฉินฺทิตฺวา วิทฺธํเสตฺวา ตโย ภเว ธมฺมนาวํ สมารุยฺห สนฺตาเรสฺสํ สเทวเก ฯ |๒.๖๒| ทีปงฺกโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห อุสฺสีสเก มํ ฐตฺวาน อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ |๒.๖๓| ปสฺสถ อิมํ ตาปสํ ชฏิลํ อุคฺคตาปนํ อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป พุทฺโธ โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๒.๖๔| อหุ ๓- กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ๔- ฯ |๒.๖๕| อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ |๒.๖๖| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ ๕- โส ชิโน ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ |๒.๖๗| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ |๒.๖๘| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. สเทวกํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒ ม. ปาปุณิตฺวา ฯ ๓ ยุ. อถ ฯ@๔ ยุ. ... การิยํ ฯ ๕ ม. อท ฯ ยุ. อาทา ฯ |๒.๖๙| โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อนาสวา วีตราคา ๑- สนฺตจิตฺตา สมาหิตา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ |๒.๗๐| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ |๒.๗๑| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ |๒.๗๒| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา อายุ ๒- วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ๓- ยสสฺสิโน ฯ |๒.๗๓| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร ๔- อยํ ฯ |๒.๗๔| อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ |๒.๗๕| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๒.๗๖| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย เหฏฺฐาติตฺถํ ๕- คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ |๒.๗๗| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. วีตมลา ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒-๓ ม. ยุ. อิทํ ปาททฺวยํ นตฺถิ ฯ@๔ ม. พุทฺธวีชํ กิร อยํ ฯ ๕ ม. ยุ. ... ติตฺเถ ฯ |๒.๗๘| ทีปงฺกโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห มม กมฺมํ ปกิตฺเตตฺวา ทกฺขิณปาทมุทฺธริ ฯ |๒.๗๙| เย ตตฺถ อาสุํ ชินปุตฺตา สพฺเพ ปทกฺขิณมกํสุ มํ เทวา มนุสฺสา อสุรา ยกฺขา ๑- อภิวาเทตฺวาน ปกฺกมุํ ฯ |๒.๘๐| ทสฺสนํ เม อติกฺกนฺเต สสงฺเฆ โลกนายเก สยนา วุฏฺฐหิตฺวาน ปลฺลงฺกํ อาภุชึ ตทา ฯ |๒.๘๑| สุเขน สุขิโต โหมิ ปาโมชฺเชน ปโมทิโต ปีติยา จ อภิสฺสนฺโน ปลฺลงฺกํ อาภุชึ ตทา ฯ |๒.๘๒| ปลฺลงฺเกน นิสีทิตฺวา เอวํ จินฺเตสิหํ ตทา วสีภูโต อหํ ฌาเน อภิญฺญาปารมิงฺคโต ๒- ฯ |๒.๘๓| สหสฺสิยมฺหิ โลกมฺหิ อิสโย นตฺถิ เม สมา อสโม อิทฺธิธมฺเมสุ อลภึ อีทิสํ สุขํ ฯ |๒.๘๔| ปลฺลงฺกาภุชเน มยฺหํ ทสสหสฺสาธิวาสิโน มหานาทํ ปวตฺเตสุํ ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๘๕| ยา ปุพฺเพ โพธิสตฺตานํ ปลฺลงฺกวรมาภุเช นิมิตฺตานิ ปทิสฺสนฺติ ตานิ อชฺช ปทิสฺสเร ฯ |๒.๘๖| สีตํ พฺยาปคตํ ๓- โหติ อุณฺหญฺจ อุปสมฺมติ ตานิ อชฺช ปทิสฺสนฺติ ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๘๗| ทสสหสฺสี โลกธาตุ นิสฺสทฺทา โหติ นิรากุลา ตานิ อชฺช ปทิสฺสนฺติ ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. จ ฯ ๒ ม. ยุ. อภิญฺญาสุ ฯ ๓ ม. พฺยปคตํ ฯ |๒.๘๘| มหาวาตา น วายนฺติ น สนฺทนฺติ สวนฺติโย ตานิ อชฺช ปทิสฺสนฺติ ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๘๙| ถลชา ชลชา ๑- ปุปฺผา สพฺเพ ปุปฺผนฺติ ตาวเท เตปชฺช ปุปฺผิตา สพฺเพ ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๙๐| ลตา วา ยทิวา รุกฺขา ผลํ ธาเรนฺติ ตาวเท เตปชฺช ผลิตา สพฺเพ ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๙๑| อากาสฏฺฐา จ ภุมฺมฏฺฐา รตนา โชตนฺติ ตาวเท เตปชฺช รตนา โชตนฺติ ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๙๒| มานุสฺสิกา จ ทิพฺพา จ ตุริยา วชฺชนฺติ ตาวเท เตปชฺชุโภ อภิรวนฺติ ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๙๓| วิจิตฺตปุปฺผา คคนา อภิวสฺสนฺติ ตาวเท เตปิ อชฺช ปทิสฺสนฺติ ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๙๔| มหาสมุทฺโท อาภุชติ ทสสหสฺสี ปกมฺปติ เตปชฺชุโภ อภิรวนฺติ ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๙๕| นิรเย ทสสหสฺสา อคฺคี นิพฺพนฺติ ตาวเท เตปชฺช นิพฺพุตา อคฺคี ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๙๖| วิมโล โหติ สุริโย สพฺพา ทิสฺสนฺติ ตารกา เตปิ อชฺช ปทิสฺสนฺติ ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๙๗| อโนวุฏฺเฐน อุทกํ มหิยา อุพฺภิชฺชิ ตาวเท ตํปชฺชุพฺภิชฺชเต มหิยา ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ทกชา ฯ |๒.๙๘| ตาราคณา วิโรจนฺติ นกฺขตฺตา คคนมณฺฑเล วิสาขา จนฺทิมายุตฺตา ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๙๙| วิลาสยา ทรีสยา นิกฺขมนฺติ สกาสยา เตปชฺช อาสยา ฉุทฺธา ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๑๐๐| น โหติ อรติ สตฺตานํ สนฺตุฏฺฐา โหนฺติ ตาวเท เตปชฺช สพฺเพ สนฺตุฏฺฐา ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๑๐๑| โรคา ตนูปสมฺมนฺติ ชิฆจฺฉา จ วินสฺสติ ตานิปชฺช ปทิสฺสนฺติ ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๑๐๒| ราโค ตทา ตนุ โหติ โทโส โมโห วินสฺสติ เตปชฺช วิคตา สพฺเพ ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๑๐๓| ภยํ ตทา น ภวติ อชฺชเปตํ ปทิสฺสติ เตน ลิงฺเคน ชานาม ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๑๐๔| รโชนุทฺธํสติ อุทฺธํ อชฺชเปตํ ปทิสฺสติ เตน ลิงฺเคน ชานาม ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๑๐๕| อนิฏฺฐคนฺโธ ปกฺกมติ ทิพฺพคนฺโธ ปวายติ โสปชฺช วายติ คนฺโธ ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๑๐๖| สพฺเพ เทวา ปทิสฺสนฺติ ฐเปตฺวา จ อรูปิโน เตปชฺช สพฺเพ ทิสฺสนฺติ ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๑๐๗| ยาวตา นิรยา นาม สพฺเพ ทิสฺสนฺติ ตาวเท เตปชฺช สพฺเพ ทิสฺสนฺติ ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๑๐๘| กุฏา ๑- กวาฏา เสลา จ น โหนฺตาวรณา ตทา อากาสภูตา เตปชฺช ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๑๐๙| จุติ จ อุปปตฺติ จ ขเณ ตสฺมึ น วิชฺชติ ตานิ อชฺช ปทิสฺสนฺติ ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๑๑๐| ๒- [อิเม นิมิตฺตา ทิสฺสนฺติ สมฺโพธตฺถาย ปาณินํ] ทฬฺหํ ปคฺคยฺห วิริยํ มา นิวตฺต อภิกฺกม มยํเปตํ วิชานาม ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสสิ ฯ |๒.๑๑๑| พุทฺธสฺส วจนํ สุตฺวา ทสสหสฺสีน จูภยํ ตุฏฺฐหฏฺโฐ ปโมทิโต เอวํ จินฺเตสิหนฺตทา ฯ |๒.๑๑๒| อเทฺวชฺฌวจนา พุทฺธา อโมฆวจนา ชินา วิตถํ นตฺถิ พุทฺธานํ ธุวํ พุทฺโธ ภวามิหํ ฯ |๒.๑๑๓| ยถา ขิตฺตํ นเภ เลณฺฑํ ๓- ธุวํ ปตติ ภูมิยํ ตเถว พุทฺธเสฏฺฐานํ วจนํ ธุวสสฺสตํ ฯ |๒.๑๑๔| [วิตถํ นตฺถิ พุทฺธานํ ธุวํ พุทฺโธ ภวามิหํ] ยถาปิ สพฺพสตฺตานํ มรณํ ธุวสสฺสตํ ตเถว พุทฺธเสฏฺฐานํ วจนํ ธุวสสฺสตํ ฯ [๑]- ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ |๕.๓๖| เตสฏฺฐิสตสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา วฏํสกี ๒- นาม นารี อนุปโม นาม อตฺรโช ฯ |๕.๓๗| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา หตฺถิยาเนน นิกฺขมิ อนูนทสมาสานิ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ |๕.๓๘| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต สุมโน โลกนายโก วตฺตจกฺโก มหาวีโร เมขเล ปุรวรุตฺตเม ฯ |๕.๓๙| สรโณ ภาวิตตฺโต จ อเหสุํ อคฺคสาวกา อุเทโน นามุปฏฺฐาโก สุมนสฺส มเหสิโน ฯ |๕.๔๐| โสณา จ อุปโสณา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา โสปิ พุทฺโธ อสมสโม ๓- นาคมูเล อพุชฺฌถ ฯ |๕.๔๑| วรุโณ เจว สรโณ จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา จาลา จ อุปจาลา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ |๕.๔๒| อุจฺจตฺตเนน ๔- โส พุทฺโธ นวุติหตฺถมุคฺคโต ๕- กญฺจนคฺฆิกสงฺกาโส ทสสหสฺสี วิโรจติ ฯ |๕.๔๓| นวุติวสฺสสหสฺสานิ อายุ วิชฺชติ ตาวเท ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ ตารณีเย ตารยิตฺวา โพธเนยฺเย ๖- อโพธยิ ปรินิพฺพายิ สมฺพุทฺโธ อุฬุราชาว อตฺถมิ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. จ ฯ ๒ ม. ยุ. วฏํสิกา ฯ ๓ ม. ยุ. อมิตยโส ฯ ๔ ยุ. อุจฺจตเรน ฯ@อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๕ ยุ. ...สมุคฺคโต ฯ ๖ ม. ยุ. โพธนีเย ฯ |๕.๔๔| เต จ ขีณาสวา ภิกฺขู โส จ พุทฺโธ อสาทิโส ๑- อตุลํ ปภํ ทสฺสยิตฺวา นิพฺพุตา เต มหายสา ฯ |๕.๔๕| ตญฺจ ญาณมตุลิยํ ตานิ จ อตุลิยานิ ๒- รตนานิ สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ |๕.๔๖| สุมโน ยสธโร พุทฺโธ องฺคารามมฺหิ นิพฺพุโต ตตฺเถว ตสฺส ชินถูโป จตุโยชนมุคฺคโต ฯ สุมนพุทฺธวํโส จตุตฺโถ ฯ ปญฺจโม เรวตพุทฺธวํโส [๑] /จริยา./ |๑.๑| กปฺเป จ สตสหสฺเส จตุโร จ อสงฺเขยฺเย เอตฺถนฺตเร ยํ จริตํ สพฺพนฺตํ โพธิปาจนํ ฯ |๑.๒| อตีตกปฺเป จริตํ ฐปยิตฺวา ภวาภเว อิมมฺหิ กปฺเป จริตํ ปวกฺขิสฺสํ สุโณหิ เม ฯ |๑.๓| ยทา อหํ พฺรหารญฺเญ สุญฺเญ วิวนกานเน ๒- อชฺโฌคเหตฺวา วิหรามิ อกิตฺติ ๓- นาม ตาปโส ฯ |๑.๔| ตทา มํ ตปเตเชน สนฺตตฺโต ติทิวาภิภู ธาเรนฺโต พฺราหฺมณวณฺณํ ภิกฺขาย มํ อุปาคมิ ฯ |๑.๕| ปวนา อาภฏํ ปณฺณํ อเตลญฺจ อโลณิกํ มม ทฺวาเร ฐิตํ ทิสฺวา สกฏาเหน อากิรึ ฯ |๑.๖| ตสฺส ทตฺวานหํ ปณฺณํ นิกุชฺชิตฺวาน ภาชนํ ปุเนสนํ ชหิตฺวาน ปาวิสึ ปณฺณสาลกํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. อกตฺติจริยํ ฯ ๒ ม. วิปินกานเน ฯ ยุ. วิวินกานเน ฯ ๓ ยุ. อกตฺติ นาม ฯ |๑.๗| ทุติยํ ทิวสํ ตติยํปิ อุปคจฺฉิ มมนฺติเก อกมฺปิโต อโนลคฺโค เอวเมวมทาสหํ ฯ |๑.๘| น เม ตปฺปจฺจยา อตฺถิ สรีรสฺมึ วิวณฺณิยํ ปีติสุเขน รติยา วีตินาเมมิ ตํ ทิวํ ฯ |๑.๙| ยทิ มาสํปิ ทฺวิมาสํ ทกฺขิเณยฺยํ วรํ ลเภ อกมฺปิโต อโนลีโน ทเทยฺยํ ทานมุตฺตมํ ฯ |๑.๑๐| น ตสฺส ทานํ ททมาโน ยสํ ลาภญฺจ ปตฺถยึ สพฺพญฺญุตํ ปตฺถยาโน ตานิ กมฺมานิ อาจรินฺติ ฯ อกิตฺติจริยํ ปฐมํ ฯ ทุติยํ สงฺขพฺราหฺมณจริยํ [๑]- การํ น กโรมิ นาหํ ปุญฺเญน อตฺถิโก ฯ |๒.๑๖| ยถา อมจฺโจ มุทฺทกาโม ๒- รญฺโญ อนฺเตปุเร ชเน น เทติ เตสํ ธนธญฺญํ มุทฺทโต ๓- ปริหายติ ฯ |๒.๑๗| เอวเมวาหํ ปุญฺญกาโม วิปุลํ ทิสฺวาน ทกฺขิณํ ยทิ ตตฺถ ๔- ทานํ น ทามิ ปริหายิสฺสามิ ปุญฺญโต ฯ |๒.๑๘| เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน โอโรหิตฺวา อุปาหนา ตสฺส ปาทานิ วนฺทิตฺวา อทาสึ ฉตฺตุปาหนํ ฯ |๒.๑๙| เตนาหํ ๕- สตคุณโต สุขุมาโล สุเขธิโต |๒.๒๐| อปิจ ทานํ ปริปูเรนฺโต เอวํ ตสฺส อทาสหนฺติ ฯ สงฺขพฺราหฺมณจริยํ ทุติยํ ฯ ตติยํ กุรุธมฺมจริยํ ๖- [๑]- |๑๕.๔๖| หีนมชฺฌิมอุกฺกฏฺเฐ สหนฺโต อวมานิตํ เอวํ ลภติ สปฺปญฺโญ มนสา ยถา ปตฺถิตนฺติ ฯ มหิสราชจริยํ ปญฺจมํ ฯ ฉฏฺฐํ รุรุมิคจริยํ [๑]- ชีวติ ฯ |๒๒.๑๐| ตมหํ ทิสฺวาน กุหกํ ถุสราสึว อตณฺฑุลํ ทุมํว อนฺโตสุสิรํ กทลึว อสารกํ ฯ |๒๒.๑๑| นตฺถิมสฺส สตํ ธมฺโม สามญฺญา อปคโต อยํ หิริสุกฺกธมฺมชหิโต ชีวิตวุตฺติการณา ฯ |๒๒.๑๒| กุปิโต อาสิ ๒- ปจฺจนฺโต อฏวีหิ จรนฺติหิ ๓- ตํ นิเสเธตุํ คจฺฉนฺโต อนุสาสิ ปิตา มม ฯ |๒๒.๑๓| มา ปมชฺช ตุวํ ตาต ชฏิเล ๔- อุคฺคตาปเน ยทิจฺฉกํ ปวตฺเตหิ สพฺพกามทโท หิ โส ฯ |๒๒.๑๔| ตมหํ คนฺตฺวานุปฏฺฐานํ อิทํ วจนมพฺรวึ กจฺจิ เต คหปติ กุสลํ กึ วา เต อาหรียตุ ฯ |๒๒.๑๕| เตน โส กุปิโต อาสิ กุหโก มานนิสฺสิโต ฆาฏาเปมิ ตุวํ อชฺช รฏฺฐา ปพฺพาชยามิ วา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. โส ฯ ๒ ม. อหุ ฯ ยุ. อโหสิ ฯ ๓ ยุ. อปรนฺติหิ ฯ ๔ ม. ยุ. ชฏิลํ@อุคฺคตาปนํ ฯ |๒๒.๑๖| นิเสธยิตฺวา ปจฺจนฺตํ ราชา กุหกมพฺรวิ กจฺจิ ๑- ขมนียํ ตว สมฺมาโน เต ปวตฺติโต ฯ |๒๒.๑๗| ตสฺส อาจิกฺขตี ปาโป กุมาโร ยถา นาสิโย ๒- ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา อาณาเปสิ มหีปติ ฯ |๒๒.๑๘| สีสํ ตตฺเถว ฉินฺทิตฺวา กตฺวาน จตุขณฺฑิกํ รถิยา รถิยํ ทสฺเสถ สา คติ ชฏิลหีฬิตา ฯ |๒๒.๑๙| ตตฺถ ๓- เต กรณี คนฺตฺวา จณฺฑา ลุทฺธา ๔- อการุณา มาตุ องฺเก นิสินฺนสฺส อากฑฺฒิตฺวา นยนฺติ มํ ฯ |๒๒.๒๐| เตสาหํ เอวมวจํ พนฺธตํ คาฬฺหพนฺธนํ รญฺโญ ทสฺเสถ มํ ขิปฺปํ ราชกิริยานิ อตฺถิ เม ฯ |๒๒.๒๑| เต มํ รญฺโญ ทสฺสยึสุ ปาปสฺส ปาปเสวิโน ทิสฺวาน ตํ สญฺญาเปสึ มม จ วสมานยึ ฯ |๒๒.๒๒| โส มํ ตตฺถ ขมาเปสิ มหารชฺชํ อทาสิ เม โสหํ ตมํ ทาลยิตฺวา ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ |๒๒.๒๓| น เม เทสฺสํ มหารชฺชํ กามโภโค น เทสฺสิโย สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ ตสฺมา รชฺชํ ปริจฺจชินฺติ ฯ โสมนสฺสจริยํ ทุติยํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. กิจฺจิ เต ภนฺเต ขมนียํ ฯ ๒ ยุ. นาสิโต ฯ ๓ ม. ตตฺถ การณิกา คนฺตฺวา ฯ@ยุ. ... การุณิกา ... ฯ ๔ ม. ยุ. ลุทฺทา ฯ ตติยํ อโยฆรจริยํ [๑]- สตฺต ภาตโร อมิตํ ธนํ ฉฑฺฑยิตฺวา ปาวิสิมฺหา มหาวนนฺติ ฯ ภึสจริยํ จตุตฺถํ ฯ ปญฺจมํ โสณนนฺทปณฺฑิตจริยํ [๑]- สโม นตฺถิ เอสา เม อธิฏฺฐานปารมีติ มูคผกฺขจริยํ ฉฏฺฐํ ฯ สตฺตมํ กปิลราชจริยํ [๑]-@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ยสฺมา ปน อยํ ปาลิ ปรมฺปราย ลิกฺขิตา@ วิปลฺลตฺถกฺขรา ตสฺมา สายํ สุฏฺฐุ วิโสธิตา@ ปญฺญาสี โหติ นาเมน อนุเถเรน ธีมตา@ สาสนฺฏฐิติกาเมน พหุคนฺเธสุ อาคตํ@ อตฺถํ สํสนฺทิตฺวา มยา ตสฺส เตเชน ปาณิโน@ สมิทฺธสงฺกปฺปา โหนฺตุ เทวา รกฺขนฺตุ สาสนํ ฯ@ จริยาปิฏกปาลิ สมตฺตา ฯ สโมธานกถา🤖 AI จับคู่
Bhaddālittherassāpadānaṁ paṭhamaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน