เนื้อความทั้งข้อ
[๕๒๔] รูปที่เรียกว่า รสายตนะ นั้น เป็นไฉน?
รสใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ได้แก่ รสรากไม้
รสลำต้น รสเปลือกไม้ รสใบไม้ รสดอกไม้ รสผลไม้ เปรี้ยว หวาน ขม เผ็ด เค็ม ขื่น
เฝื่อน ฝาด อร่อย ไม่อร่อย หรือรสแม้อื่นใด ซึ่งอาศัยมหาภูตรูป ๔ อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้
แต่กระทบได้ มีอยู่, สัตว์นี้ ลิ้มแล้ว หรือลิ้มอยู่ หรือจักลิ้ม หรือพึงลิ้ม ซึ่งรสใด อันเป็น
สิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ด้วยชิวหาอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า รสบ้าง
รสายตนะบ้าง รสธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า รสายตนะ.
รูปที่เรียกว่า รสายตนะ นั้น เป็นไฉน?
รสใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ได้แก่ รสรากไม้
รสลำต้น รสเปลือกไม้ รสใบไม้ รสดอกไม้ รสผลไม้ เปรี้ยว หวาน ขม เผ็ด เค็ม ขื่น
เฝื่อน ฝาด อร่อย ไม่อร่อย หรือรสแม้อื่นใด ซึ่งอาศัยมหาภูตรูป ๔ อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้
แต่กระทบได้ มีอยู่, ชิวหาอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่
หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่รสใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า
รสบ้าง รสายตนะบ้าง รสธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า รสายตนะ.
รูปที่เรียกว่า รสายตนะ นั้น เป็นไฉน?
รสใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ได้แก่ รสรากไม้
รสลำต้น รสเปลือกไม้ รสใบไม้ รสดอกไม้ รสผลไม้ เปรี้ยว หวาน ขม เผ็ด เค็ม ขื่น
เฝื่อน ฝาด อร่อย ไม่อร่อย หรือรสแม้อื่นใด ซึ่งอาศัยมหาภูตรูป ๔ อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้
แต่กระทบได้ มีอยู่, รสใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่
หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่ชิวหาอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า รสบ้าง
รสายตนะบ้าง รสธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า รสายตนะ.
รูปที่เรียกว่า รสายตนะ นั้น เป็นไฉน?
รสใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ได้แก่ รสรากไม้
รสลำต้น รสเปลือกไม้ รสใบไม้ รสดอกไม้ รสผลไม้ เปรี้ยว หวาน ขม เผ็ด เค็ม ขื่น
เฝื่อน ฝาด เผ็ด อร่อย ไม่อร่อย หรือรสแม้อื่นใด ซึ่งอาศัยมหาภูตรูป ๔ อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้
แต่กระทบได้ มีอยู่, เพราะปรารภรสใด ชิวหาสัมผัส อาศัยชิวหา เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่
หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะปรารภรสใด เวทนาอันเกิดแต่ชิวหาสัมผัส ฯลฯ
สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ ชิวหาวิญญาณ อาศัยชิวหา เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น
หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ ชิวหาสัมผัส มีรสใดเป็นอารมณ์ อาศัยชิวหาใด เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่
หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เวทนา อันเกิดแต่ชิวหาสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ
เจตนา ฯลฯ ชิวหาวิญญาณ มีรสใดเป็นอารมณ์ อาศัยชิวหา เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่
หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น, นี้เรียกว่า รสบ้าง รสายตนะบ้าง รสธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า
รสายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ รสายตนํ✎ ร่าง
Katamaṁ taṁ rūpaṁ rasāyatanaṁ?
อ้างอิงสยามรัฐ 34.211
โย รโส จตุนฺนํ มหาภูตานํ
อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ มูลรโส ขนฺธรโส ตจรโส ปตฺตรโส
ปุปฺผรโส ผลรโส อมฺพิลํ มธุรํ ติตฺตกํ กฏุกํ โลณิกํ ขาริกํ
ลมฺพิลํ กสาโว สาทุ อสาทุ โย วา ปนญฺโญปิ อตฺถิ รโส
จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยํ รสํ
อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ชิวฺหาย อนิทสฺสนาย สปฺปฏิฆาย สายิ วา
สายติ วา สายิสฺสติ วา สาเย วา รโสเปโส รสายตนํเปตํ
รสธาตุเปสา✎ ร่าง
Yo raso catunnaṁ mahābhūtānaṁ upādāya anidassano sappaṭigho mūlaraso khandharaso tacaraso pattaraso puppharaso phalaraso ambilaṁ madhuraṁ tittakaṁ kaṭukaṁ loṇikaṁ khārikaṁ lambilaṁ kasāvo sādu asādu, yo vā panaññopi atthi raso catunnaṁ mahābhūtānaṁ upādāya anidassano sappaṭigho, yaṁ rasaṁ anidassanaṁ sappaṭighaṁ jivhāya anidassanāya sappaṭighāya sāyi vā sāyati vā sāyissati vā sāye vā, rasopeso rasāyatanampetaṁ rasadhātupesā—
อิทนฺตํ รูปํ รสายตนํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ taṁ rūpaṁ rasāyatanaṁ.
กตมนฺตํ รูปํ รสายตนํ✎ ร่าง
Katamaṁ taṁ rūpaṁ rasāyatanaṁ?
อ้างอิงพุทธชยันตี 41.298
โย รโส จตุนฺนํ มหาภูตานํ
อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ มูลรโส ขนฺธรโส ตจรโส ปตฺตรโส
ปุปฺผรโส ผลรโส อมฺพิลํ มธุรํ ติตฺตกํ กฏุกํ โลณิกํ ขาริกํ ลมฺพิลํ
กสาโว สาทุ อสาทุ โย วา ปนญฺโญปิ อตฺถิ รโส จตุนฺนํ มหาภูตานํ
อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยมฺหิ รสมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ
สปฺปฏิฆมฺหิ ชิวฺหา อนิทสฺสนา สปฺปฏิฆา ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ
วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา รโสเปโส รสายตนํเปตํ
รสธาตุเปสา✎ ร่าง
Yo raso catunnaṁ mahābhūtānaṁ upādāya anidassano sappaṭigho mūlaraso khandharaso tacaraso pattaraso puppharaso phalaraso ambilaṁ madhuraṁ tittakaṁ kaṭukaṁ loṇikaṁ khārikaṁ lambilaṁ kasāvo sādu asādu, yo vā panaññopi atthi raso catunnaṁ mahābhūtānaṁ upādāya anidassano sappaṭigho, yamhi rasamhi anidassanamhi sappaṭighamhi jivhā anidassanā sappaṭighā paṭihaññi vā paṭihaññati vā paṭihaññissati vā paṭihaññe vā, rasopeso rasāyatanampetaṁ rasadhātupesā—
อิทนฺตํ รูปํ รสายตนํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ taṁ rūpaṁ rasāyatanaṁ.
กตมนฺตํ รูปํ รสายตนํ✎ ร่าง
Katamaṁ taṁ rūpaṁ rasāyatanaṁ?
อ้างอิงPTS 143 · สยามรัฐ 34.212 · ฉัฏฐสังคายนา 113.181
โย รโส จตุนฺนํ มหาภูตานํ
อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ มูลรโส ขนฺธรโส ตจรโส ปตฺตรโส
ปุปฺผรโส ผลรโส อมฺพิลํ มธุรํ ติตฺตกํ กฏุกํ โลณิกํ ขาริกํ ลมฺพิลํ
กสาโว สาทุ อสาทุ โย วา ปนญฺโญปิ อตฺถิ รโส จตุนฺนํ มหาภูตานํ
อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ โย รโส อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ชิวฺหาย
อนิทสฺสนาย สปฺปฏิฆาย ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ
วา ปฏิหญฺเญ วา รโสเปโส รสายตนํเปตํ รสธาตุเปสา✎ ร่าง
Yo raso catunnaṁ mahābhūtānaṁ upādāya anidassano sappaṭigho mūlaraso khandharaso tacaraso pattaraso puppharaso phalaraso ambilaṁ madhuraṁ tittakaṁ kaṭukaṁ loṇikaṁ khārikaṁ lambilaṁ kasāvo sādu asādu, yo vā panaññopi atthi raso catunnaṁ mahābhūtānaṁ upādāya anidassano sappaṭigho, yo raso anidassano sappaṭigho jivhāya anidassanāya sappaṭighāya paṭihaññi vā paṭihaññati vā paṭihaññissati vā paṭihaññe vā, rasopeso rasāyatanampetaṁ rasadhātupesā—
อิทนฺตํ
รูปํ รสายตนํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ taṁ rūpaṁ rasāyatanaṁ.
กตมนฺตํ รูปํ รสายตนํ✎ ร่าง
Katamaṁ taṁ rūpaṁ rasāyatanaṁ?
โย รโส จตุนฺนํ มหาภูตานํ
อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ มูลรโส ขนฺธรโส ตจรโส ปตฺตรโส
ปุปฺผรโส ผลรโส อมฺพิลํ มธุรํ ติตฺตกํ กฏุกํ โลณิกํ ขาริกํ ลมฺพิลํ
กสาโว สาทุ อสาทุ โย วา ปนญฺโญปิ อตฺถิ รโส จตุนฺนํ มหาภูตานํ
อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยํ รสํ อารพฺภ ชิวฺหํ นิสฺสาย
ชิวฺหาสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช
วา ฯเปฯ ยํ รสํ อารพฺภ ชิวฺหํ นิสฺสาย ชิวฺหาสมฺผสฺสชา เวทนา
ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ✎ ร่าง
Yo raso catunnaṁ mahābhūtānaṁ upādāya anidassano sappaṭigho mūlaraso khandharaso tacaraso pattaraso puppharaso phalaraso ambilaṁ madhuraṁ tittakaṁ kaṭukaṁ loṇikaṁ khārikaṁ lambilaṁ kasāvo sādu asādu, yo vā panaññopi atthi raso catunnaṁ mahābhūtānaṁ upādāya anidassano sappaṭigho, yaṁ rasaṁ ārabbha jivhaṁ nissāya jivhāsamphasso uppajji vā uppajjati vā uppajjissati vā uppajje vā …pe… yaṁ rasaṁ ārabbha jivhaṁ nissāya jivhāsamphassajā vedanā …pe… saññā …pe…
เจตนา ฯเปฯ✎ ร่าง
cetanā …pe…
ชิวฺหาวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา
อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ✎ ร่าง
jivhāviññāṇaṁ uppajji vā uppajjati vā uppajjissati vā uppajje vā …pe…
ยํรสารมฺมโณ ชิวฺหํ
นิสฺสาย ชิวฺหาสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ
วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ✎ ร่าง
yaṁ rasārammaṇo jivhaṁ nissāya jivhāsamphasso uppajji vā uppajjati vā uppajjissati vā uppajje vā …pe…
ยํรสารมฺมณา ชิวฺหํ นิสฺสาย ชิวฺหาสมฺผสฺสชา
เวทนา ฯเปฯ✎ ร่าง
yaṁ rasārammaṇā jivhaṁ nissāya jivhāsamphassajā vedanā …pe…
สญฺญา ฯเปฯ✎ ร่าง
saññā …pe…
เจตนา ฯเปฯ✎ ร่าง
cetanā …pe…
ชิวฺหาวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ
วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา รโสเปโส รสายตนํเปตํ
รสธาตุเปสา✎ ร่าง
jivhāviññāṇaṁ uppajji vā uppajjati vā uppajjissati vā uppajje vā, rasopeso rasāyatanampetaṁ rasadhātupesā—
อิทนฺตํ รูปํ รสายตนํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ taṁ rūpaṁ rasāyatanaṁ.