เนื้อความทั้งข้อ
[๖๙๔] โลกุตตรเหตุ ๖ เป็นไฉน?
กุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า อรูปาวจรเหตุ ๖.
บรรดาโลกุตตรเหตุ ๖ นั้น กุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน?
อโลภะ อโทสะ อโมหะ.
บรรดากุศลเหตุ ๓ นั้น อโลภะ เป็นไฉน?
การไม่โลภ กิริยาที่ไม่โลภ ความไม่โลภ ความไม่กำหนัด กิริยาที่ไม่กำหนัด ความ
ไม่กำหนัด ความไม่เพ่งเล็ง กุศลมูลคืออโลภะ นี้เรียกว่า อโลภะ.
อโทสะ เป็นไฉน?
การไม่คิดประทุษร้าย กิริยาที่ไม่คิดประทุษร้าย ความไม่คิดประทุษร้าย ฯลฯ ความไม่
พยาบาท ความไม่คิดเบียดเบียน กุศลมูลคืออโทสะ นี้เรียกว่า อโทสะ.
อโมหะ เป็นไฉน?
ความรู้ในทุกข์ ความรู้ในทุกขสมุทัย ความรู้ในทุกขนิโรธ ความรู้ในทุกขนิโรธคามินี-
*ปฏิปทา ความรู้ในส่วนอดีต ความรู้ในส่วนอนาคต ความรู้ทั้งในส่วนอดีตและส่วนอนาคต
ความรู้ในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัยธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด
ความวิจัย ความเลือกสรร ความวิจัยธรรม ความกำหนดหมาย ความเข้าไปกำหนด ความเข้าไป
กำหนดเฉพาะภาวะที่รู้ ภาวะที่ฉลาด ภาวะที่รู้ละเอียด ความรู้แจ่มแจ้ง ความค้นคิด ความใคร่ครวญ
ปัญญาเหมือนแผ่นดิน ปัญญาเครื่องทำลายกิเลส ปัญญาเครื่องนำทาง ความเห็นแจ้ง ความรู้ชัด
ปัญญาเหมือนปฏัก ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ ปัญญาเหมือนศัสตรา ปัญญาเหมือน
ปราสาท ความสว่างคือปัญญา แสงสว่างคือปัญญา ปัญญาเหมือนประทีป ปัญญาเหมือน
ดวงแก้ว ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่งมรรค
นับเนื่องในมรรค นี้ชื่อว่า อโมหะ.
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า กุศลเหตุ ๓.
อัพยากตเหตุ ๓ เป็นไฉน?
อโลภะ อโทสะ อโมหะ ฝ่ายวิบากแห่งกุศลธรรม สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า
อัพยากตเหตุ ๓.
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า โลกุตตรเหตุ ๖.
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นเหตุ.
ตตฺถ กตเม ฉ อปริยาปนฺนเหตู✎ ร่าง
Tattha katame cha apariyāpannahetū?
อ้างอิงพุทธชยันตี 41.406
ตโย กุสลเหตู ตโย
อพฺยากตเหตู✎ ร่าง
Tayo kusalahetū, tayo abyākatahetū—
อิเม ฉ อปริยาปนฺนเหตู ฯ✎ ร่าง
ime cha apariyāpannahetū.
ตตฺถ กตเม ตโย
กุสลเหตู✎ ร่าง
Tattha katame tayo kusalahetū?
อโลโภ อโทโส อโมโห ฯ✎ ร่าง
Alobho, adoso, amoho.
ตตฺถ กตโม อโลโภ✎ ร่าง
Tattha katamo alobho?
โย
อโลโภ อลุพฺภนา อลุพฺภิตตฺตํ อสาราโค อสารชฺชนา อสารชฺชิตตฺตํ
อนภิชฺฌา อโลโภ กุสลมูลํ✎ ร่าง
Yo alobho alubbhanā alubbhitattaṁ asārāgo asārajjanā asārajjitattaṁ anabhijjhā alobho kusalamūlaṁ—
อยํ วุจฺจติ อโลโภ ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati alobho.
ตตฺถ กตโม
อโทโส✎ ร่าง
Tattha katamo adoso?
โย อโทโส อทูสนา อทูสิตตฺตํ ฯเปฯ อพฺยาปาโท
อพฺยาปชฺโช อโทโส กุลสมูลํ✎ ร่าง
Yo adoso adussanā adussitattaṁ …pe… abyāpādo abyāpajjo adoso kusalamūlaṁ—
อยํ วุจฺจติ อโทโส ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati adoso.
ตตฺถ กตโม
อโมโห✎ ร่าง
Tattha katamo amoho?
อ้างอิงสยามรัฐ 34.275
ทุกฺเข ญาณํ ทุกฺขสมุทเย ญาณํ ทุกฺขนิโรเธ ญาณํ
ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ญาณํ ปุพฺพนฺเต ญาณํ อปรนฺเต
ญาณํ ปุพฺพนฺตาปรนฺเต ญาณํ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ
ธมฺเมสุ ญาณํ ยา เอวรูปา ปญฺญา ปชานนา วิจโย ปวิจโย
ธมฺมวิจโย สลฺลกฺขณา อุปลกฺขณา ปจฺจุปลกฺขณา ปณฺฑิจฺจํ
โกสลฺลํ เนปุญฺญํ เวภพฺยา จินฺตา อุปปริกฺขา ภูรี เมธา
ปริณายิกา วิปสฺสนา สมฺปชญฺญํ ปโตโท ปญฺญา ปญฺญินฺทฺริยํ
ปญฺญาพลํ ปญฺญาสตฺถํ ปญฺญาปาสาโท ปญฺญาอาโลโก ปญฺญาโอภาโส
ปญฺญาปชฺโชโต ปญฺญารตนํ อโมโห ธมฺมวิจโย
สมฺมาทิฏฺฐิ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค มคฺคงฺคํ มคฺคปริยาปนฺนํ✎ ร่าง
Dukkhe ñāṇaṁ, dukkhasamudaye ñāṇaṁ, dukkhanirodhe ñāṇaṁ, dukkhanirodhagāminiyā paṭipadāya ñāṇaṁ, pubbante ñāṇaṁ, aparante ñāṇaṁ, pubbantāparante ñāṇaṁ, idappaccayatā paṭiccasamuppannesu dhammesu ñāṇaṁ, yā evarūpā paññā pajānanā vicayo pavicayo dhammavicayo sallakkhaṇā upalakkhaṇā paccupalakkhaṇā paṇḍiccaṁ kosallaṁ nepuññaṁ vebhabyā cintā upaparikkhā bhūrī medhā pariṇāyikā vipassanā sampajaññaṁ patodo paññā paññindriyaṁ paññābalaṁ paññāsatthaṁ paññāpāsādo paññāāloko paññāobhāso paññāpajjoto paññāratanaṁ amoho dhammavicayo sammādiṭṭhi dhammavicayasambojjhaṅgo maggaṅgaṁ maggapariyāpannaṁ—
อยํ
วุจฺจติ อโมโห ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati amoho.
อิเม ตโย กุสลเหตู ฯ✎ ร่าง
Ime tayo kusalahetū.
ตตฺถ กตเม ตโย
อพฺยากตเหตู✎ ร่าง
Tattha katame tayo abyākatahetū?
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 113.241
กุสลานํ ธมฺมานํ วิปากโต อโลโภ อโทโส อโมโห✎ ร่าง
Kusalānaṁ dhammānaṁ vipākato alobho adoso amoho—
อิเม ตโย อพฺยากตเหตู ฯ✎ ร่าง
ime tayo abyākatahetū.
อิเม ฉ อปริยาปนฺนเหตู ฯ✎ ร่าง
Ime cha apariyāpannahetū—
อิเม ธมฺมา เหตู ฯ✎ ร่าง
ime dhammā hetū.