เนื้อความทั้งข้อ
[๘๕๗] อายตนกุสลตา เป็นไฉน?
อายตนะ ๑๒ คือ จักขายตนะ รูปายตนะ โสตายตนะ สัททายตนะ ฆานายตนะ
คันธายตนะ ชิวหายตนะ รสายตนะ กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ,
ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันเป็นเหตุฉลาดใน
อายตนะ แห่งอายตนะทั้งหลายนั้นๆ อันใด นี้เรียกว่า อายตนกุสลตา.
ปฏิจจสมุปปาทกุสลตา เป็นไฉน?
ปฏิจจสมุปบาทว่า เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยสังขารทั้งหลายจึงเกิดขึ้น เพราะสังขารเป็น
ปัจจัยวิญญาณจึงเกิดขึ้น เพราะวิญญาณเป็นปัจจัยนามรูปจึงเกิดขึ้น เพราะนามรูปเป็นปัจจัย-
*สฬายตนะจึงเกิดขึ้น เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัยผัสสะจึงเกิดขึ้น เพราะผัสสะเป็นปัจจัยเวทนา
จึงเกิดขึ้น เพราะเวทนาเป็นปัจจัยตัณหาจึงเกิดขึ้น เพราะตัณหาเป็นปัจจัยอุปาทานจึงเกิดขึ้น
เพราะอุปาทานเป็นปัจจัยภพจึงเกิดขึ้น เพราะภพเป็นปัจจัยชาติจึงเกิดขึ้น เพราะชาติเป็นปัจจัย
ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส จึงเกิดขึ้น ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์
ทั้งมวลนี้ ย่อมมีได้ ด้วยประการฉะนี้, ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัย-
*ธรรม สัมมาทิฏฐิ ในปฏิจจสมุปบาทนั้น อันใด นี้เรียกว่า ปฏิจจสมุปปาทกุสลตา.
ตตฺถ กตมา อายตนกุสลตา✎ ร่าง
Tattha katamā āyatanakusalatā?
ทฺวาทสายตนานิ✎ ร่าง
Dvādasāyatanāni—
จกฺขายตนํ
รูปายตนํ โสตายตนํ สทฺทายตนํ ฆานายตนํ คนฺธายตนํ
ชิวฺหายตนํ รสายตนํ กายายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ มนายตนํ ธมฺมายตนํ✎ ร่าง
cakkhāyatanaṁ, rūpāyatanaṁ, sotāyatanaṁ, saddāyatanaṁ, ghānāyatanaṁ, gandhāyatanaṁ, jivhāyatanaṁ, rasāyatanaṁ, kāyāyatanaṁ, phoṭṭhabbāyatanaṁ, manāyatanaṁ, dhammāyatanaṁ.
ยา เตสํ อายตนานํ อายตนกุสลตา ปญฺญา ปชานนา ฯเปฯ
อโมโห ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏฺฐิ✎ ร่าง
Yā tesaṁ āyatanānaṁ āyatanakusalatā paññā pajānanā …pe… amoho dhammavicayo sammādiṭṭhi—
อยํ วุจฺจติ อายตนกุสลตา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati āyatanakusalatā.
ตตฺถ กตมา ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสลตา✎ ร่าง
Tattha katamā paṭiccasamuppādakusalatā?
อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา
สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ นามรูปปจฺจยา
สฬายตนํ สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส ผสฺสปจฺจยา เวทนา
เวทนาปจฺจยา ตณฺหา ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ อุปาทานปจฺจยา
ภโว ภวปจฺจยา ชาติ ชาติปจฺจยา ชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา
สมฺภวนฺติ✎ ร่าง
Avijjāpaccayā saṅkhārā, saṅkhārapaccayā viññāṇaṁ, viññāṇapaccayā nāmarūpaṁ, nāmarūpapaccayā saḷāyatanaṁ, saḷāyatanapaccayā phasso, phassapaccayā vedanā, vedanāpaccayā taṇhā, taṇhāpaccayā upādānaṁ, upādānapaccayā bhavo, bhavapaccayā jāti, jātipaccayā jarāmaraṇaṁ sokaparidevadukkhadomanassupāyāsā sambhavanti;
เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส
สมุทโย โหตีติ✎ ร่าง
evametassa kevalassa dukkhakkhandhassa samudayo hotīti.
ยา ตตฺถ ปญฺญา ปชานนา ฯเปฯ อโมโห
ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏฺฐิ✎ ร่าง
Yā tattha paññā pajānanā …pe… amoho dhammavicayo sammādiṭṭhi—
อยํ วุจฺจติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสลตา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati paṭiccasamuppādakusalatā.
—
2.3.3.23. Ṭhānakusalatāduka