เนื้อความทั้งข้อ
[๓๙๑] ในปัจจยาการเหล่านั้น สังขาร เป็นไฉน
การคิดอ่าน กิริยาที่คิดอ่าน ความคิดอ่าน อันใด นี้เรียกว่า สังขาร
วิญญาณเกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย เป็นไฉน
จิต มโน มานัส ฯลฯ กายวิญญาณธาตุที่สมกัน อันใด นี้เรียกว่า
วิญญาณเกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย ฯลฯ
เวทนาเกิดเพราะผัสสะเป็นปัจจัย เป็นไฉน
ความไม่สบายทางกาย ความทุกข์ทางกาย ความเสวยอารมณ์ที่ไม่สบาย
เป็นทุกข์อันเกิดแต่กายสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่สบายเป็นทุกข์อันเกิดแต่กาย
สัมผัส อันใด นี้เรียกว่า เวทนาเกิดเพราะผัสสะเป็นปัจจัย
ภพเกิดเพราะเวทนาเป็นปัจจัย เป็นไฉน
สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ เว้นเวทนา นี้เรียกว่า ภพเกิด
เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ฯลฯ
ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วย
ประการอย่างนี้
ตตฺถ กตโม สงฺขาโร✎ ร่าง
Tattha katamo saṅkhāro?
ยา เจตนา สญฺเจตนา
สญฺเจตยิตตฺตํ✎ ร่าง
Yā cetanā sañcetanā sañcetayitattaṁ—
อยํ วุจฺจติ สงฺขาโร ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati “saṅkhāro”.
ตตฺถ กตมํ สงฺขารปจฺจยา
วิญฺญาณํ✎ ร่าง
Tattha katamaṁ saṅkhārapaccayā viññāṇaṁ?
อ้างอิงพุทธชยันตี 42.316
ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ ฯเปฯ✎ ร่าง
Yaṁ cittaṁ mano mānasaṁ …pe…
ตชฺชา กายวิญฺญาณธาตุ✎ ร่าง
tajjākāyaviññāṇadhātu—
อิทํ วุจฺจติ สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ ฯเป✎ ร่าง
idaṁ vuccati “saṅkhārapaccayā viññāṇaṁ” …pe…
ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati “chaṭṭhāyatanapaccayā phasso”.
ตตฺถ กตมา ผสฺสปจฺจยา
เวทนา✎ ร่าง
Tattha katamā phassapaccayā vedanā?
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 114.205
ยํ กายิกํ อสาตํ กายิกํ ทุกฺขํ กายสมฺผสฺสชํ อสาตํ
ทุกฺขํ เวทยิตํ กายสมฺผสฺสชา อสาตา ทุกฺขา เวทนา✎ ร่าง
Yaṁ kāyikaṁ asātaṁ kāyikaṁ dukkhaṁ kāyasamphassajaṁ asātaṁ dukkhaṁ vedayitaṁ kāyasamphassajā asātā dukkhā vedanā—
อยํ วุจฺจติ
ผสฺสปจฺจยา เวทนา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati “phassapaccayā vedanā”.
ตตฺถ กตโม เวทนาปจฺจยา ภโว✎ ร่าง
Tattha katamo vedanāpaccayā bhavo?
อ้างอิงสยามรัฐ 35.242
ฐเปตฺวา เวทนํ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ✎ ร่าง
Ṭhapetvā vedanaṁ, saññākkhandho saṅkhārakkhandho viññāṇakkhandho—
อยํ วุจฺจติ เวทนาปจฺจยา ภโว ฯเปฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati “vedanāpaccayā bhavo” …pe…
เตน วุจฺจติ เอวเมตสฺส
เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหตีติ ฯ✎ ร่าง
tena vuccati “evametassa kevalassa dukkhakkhandhassa samudayo hotī”ti.
—
2.11.2.2. Sampaṭicchanacitta