เนื้อความทั้งข้อ
[๔๕๐] ก็ภิกษุพิจารณาเห็นธรรมในธรรมภายนอกเนืองๆ อยู่เป็นอย่างไร
ภิกษุในศาสนานี้ เมื่อกามฉันทะของเขาผู้นั้นมีอยู่ ก็รู้ชัดว่า กามฉันทะ
ของเขาผู้นั้นมีอยู่ หรือเมื่อกามฉันทะของเขาผู้นั้นไม่มี ก็รู้ชัดว่า กามฉันทะของ
เขาผู้นั้นไม่มี อนึ่ง กามฉันทะที่ยังไม่เกิดขึ้น จะเกิดขึ้นด้วยเหตุใด รู้ชัดเหตุนั้น
ด้วย อนึ่ง การละกามฉันทะที่เกิดขึ้นแล้วจะมีได้ด้วยเหตุใด รู้ชัดเหตุนั้นด้วย อนึ่ง
กามฉันทะที่ละได้แล้วจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไปด้วยเหตุใด รู้ชัดเหตุนั้นด้วย เมื่อพยาบาท
ของเขาผู้นั้นมีอยู่ ฯลฯ เมื่อถีนมิทธะของเขาผู้นั้นมีอยู่ ฯลฯ เมื่ออุทธัจจกุกกุจจะ
ของเขาผู้นั้นมีอยู่ ฯลฯ เมื่อวิจิกิจฉาของเขาผู้นั้นมีอยู่ ก็รู้ชัดว่า วิจิกิจฉาของ
เขาผู้นั้นมีอยู่ หรือเมื่อวิจิกิจฉาของเขาผู้นั้นไม่มี ก็รู้ชัดว่า วิจิกิจฉาของเขาผู้นั้น
ไม่มี อนึ่ง วิจิกิจฉาที่ยังไม่เกิดขึ้น จะเกิดขึ้นได้ด้วยเหตุใด รู้ชัดเหตุนั้นด้วย
อนึ่ง การละวิจิกิจฉาที่เกิดขึ้นแล้ว จะมีได้ด้วยเหตุใด รู้ชัดเหตุนั้นด้วย อนึ่ง
วิจิกิจฉาที่ละได้แล้ว จะไม่เกิดขึ้นต่อไปด้วยเหตุใด รู้ชัดเหตุนั้นด้วย
เมื่อสติสัมโพชฌงค์ของเขาผู้นั้นมีอยู่ ก็รู้ชัดว่า สติสัมโพชฌงค์ของเขา
ผู้นั้นมีอยู่ หรือเมื่อสติสัมโพชฌงค์ของเขาผู้นั้นไม่มี ก็รู้ชัดว่า สติสัมโพชฌงค์
ของเขาผู้นั้นไม่มี อนึ่ง สติสัมโพชฌงค์ที่ยังไม่เกิดขึ้น จะเกิดขึ้นด้วยเหตุใด รู้
ชัดเหตุนั้นด้วย อนึ่ง ความเจริญบริบูรณ์แห่งสติสัมโพชฌงค์ที่เกิดขึ้นแล้ว จะมี
ได้ด้วยเหตุใด รู้ชัดเหตุนั้นด้วย
เมื่อธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ของเขาผู้นั้นมีอยู่ ฯลฯ เมื่อวิริยสัมโพชฌงค์
ของเขาผู้นั้นมีอยู่ ฯลฯ เมื่อปีติสัมโพชฌงค์ของเขาผู้นั้นมีอยู่ ฯลฯ เมื่อ
ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ของเขาผู้นั้นมีอยู่ ฯลฯ เมื่อสมาธิสัมโพชฌงค์ของเขาผู้นั้นมี
อยู่ ฯลฯ เมื่ออุเบกขาสัมโพชฌงค์ของเขาผู้นั้นมีอยู่ ก็รู้ชัดว่า อุเบกขาสัมโพชฌงค์
ของเขาผู้นั้นมีอยู่ เมื่ออุเบกขาสัมโพชฌงค์ของเขาผู้นั้นไม่มี ก็รู้ชัดว่า อุเบกขา-
*สัมโพชฌงค์ของเขาผู้นั้นไม่มี อนึ่ง อุเบกขาสัมโพชฌงค์ที่ยังไม่เกิดขึ้น จะเกิด
ขึ้นได้ด้วยเหตุใด รู้ชัดเหตุนั้นด้วย อนึ่ง ความเจริญบริบูรณ์แห่งอุเบกขาสัมโพชฌงค์
ที่เกิดขึ้นแล้ว จะมีได้ด้วยเหตุใด รู้ชัดเหตุนั้นด้วย
ภิกษุนั้น ย่อมเสพ เจริญ ทำให้มาก กำหนดด้วยดี ซึ่งนิมิตนั้น ภิกษุ
นั้น ครั้นเสพ เจริญ ทำให้มาก กำหนดด้วยดี ซึ่งนิมิตนั้นแล้ว ย่อมน้อมจิต
เข้าไปในธรรมทั้งภายในและภายนอก
กถญฺจ ภิกฺขุ พหิทฺธา ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรติ✎ ร่าง
Kathañca bhikkhu bahiddhā dhammesu dhammānupassī viharati?
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 114.225 · พุทธชยันตี 42.352
อิธ ภิกฺขุ สนฺตํ วาสฺส กามจฺฉนฺทํ อตฺถิสฺส กามจฺฉนฺโทติ ปชานาติ
อสนฺตํ วาสฺส กามจฺฉนฺทํ นตฺถิสฺส กามจฺฉนฺโทติ ปชานาติ ยถา
จ อนุปฺปนฺนสฺส กามจฺฉนฺทสฺส อุปฺปาโท โหติ ตญฺจ ปชานาติ
ยถา จ อุปฺปนฺนสฺส กามจฺฉนฺทสฺส ปหานํ โหติ ตญฺจ ปชานาติ
ยถา จ ปหีนสฺส กามจฺฉนฺทสฺส อายตึ อนุปฺปาโท โหติ ตญฺจ
ปชานาติ✎ ร่าง
Idha bhikkhu santaṁ vāssa kāmacchandaṁ “atthissa kāmacchando”ti pajānāti, asantaṁ vāssa kāmacchandaṁ “natthissa kāmacchando”ti pajānāti, yathā ca anuppannassa kāmacchandassa uppādo hoti tañca pajānāti, yathā ca uppannassa kāmacchandassa pahānaṁ hoti tañca pajānāti, yathā ca pahīnassa kāmacchandassa āyatiṁ anuppādo hoti tañca pajānāti.
สนฺตํ วาสฺส พฺยาปาทํ ฯเปฯ สนฺตํ วาสฺส ถีนมิทฺธํ
ฯเปฯ สนฺตํ วาสฺส อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ฯเปฯ สนฺตํ วาสฺส วิจิกิจฺฉํ
อตฺถิสฺส วิจิกิจฺฉาติ ปชานาติ อสนฺตํ วาสฺส วิจิกิจฺฉํ นตฺถิสฺส
วิจิกิจฺฉาติ ปชานาติ ยถา จ อนุปฺปนฺนาย วิจิกิจฺฉาย อุปฺปาโท
โหติ ตญฺจ ปชานาติ ยถา จ อุปฺปนฺนาย วิจิกิจฺฉาย ปหานํ
โหติ ตญฺจ ปชานาติ ยถา จ ปหีนาย วิจิกิจฺฉาย อายตึ อนุปฺปาโท
โหติ ตญฺจ ปชานาติ ฯ
{๔๕๐.๑} สนฺตํ วาสฺส สติสมฺโพชฺฌงฺคํ อตฺถิสฺส
สติสมฺโพชฺฌงฺโคติ ปชานาติ อสนฺตํ วาสฺส สติสมฺโพชฺฌงฺคํ
นตฺถิสฺส สติสมฺโพชฺฌงฺโคติ ปชานาติ ยถา จ อนุปฺปนฺนสฺส
สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาโท โหติ ตญฺจ ปชานาติ ยถา จ
อุปฺปนฺนสฺส สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาปาริปูริ โหติ ตญฺจ
ปชานาติ สนฺตํ วาสฺส ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคํ ฯเปฯ สนฺตํ วาสฺส
วิริยสมฺโพชฺฌงฺคํ ฯเปฯ สนฺตํ วาสฺส ปีติสมฺโพชฺฌงฺคํ ฯเปฯ✎ ร่าง
Santaṁ vāssa byāpādaṁ …pe…
สนฺตํ
วาสฺส ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคํ ฯเปฯ✎ ร่าง
santaṁ vāssa passaddhisambojjhaṅgaṁ …pe…
สนฺตํ วาสฺส สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคํ
ฯเปฯ✎ ร่าง
santaṁ vāssa samādhisambojjhaṅgaṁ …pe…
สนฺตํ วาสฺส อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคํ อตฺถิสฺส อุเปกฺขา-
สมฺโพชฺฌงฺโคติ ปชานาติ อสนฺตํ วาสฺส อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคํ
นตฺถิสฺส อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโคติ ปชานาติ ยถา จ อนุปฺปนฺนสฺส
อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาโท โหติ ตญฺจ ปชานาติ ยถา
จ อุปฺปนฺนสฺส อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาปาริปูริ โหติ
ตญฺจ ปชานาติ ฯ✎ ร่าง
santaṁ vāssa upekkhāsambojjhaṅgaṁ “atthissa upekkhāsambojjhaṅgo”ti pajānāti, asantaṁ vāssa upekkhāsambojjhaṅgaṁ “natthissa upekkhāsambojjhaṅgo”ti pajānāti, yathā ca anuppannassa upekkhāsambojjhaṅgassa uppādo hoti tañca pajānāti, yathā ca uppannassa upekkhāsambojjhaṅgassa bhāvanāya pāripūrī hoti tañca pajānāti.
โส ตํ นิมิตฺตํ อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรติ สฺววตฺถิตํ
อวตฺถเปติ✎ ร่าง
So taṁ nimittaṁ āsevati bhāveti bahulīkaroti, svāvatthitaṁ vavatthapeti.
โส ตํ นิมิตฺตํ อาเสวิตฺวา ภาเวตฺวา พหุลีกริตฺวา สฺววตฺถิตํ
อวตฺถเปตฺวา อชฺฌตฺตพหิทฺธา ธมฺเมสุ จิตฺตํ อุปสํหรติ ฯ✎ ร่าง
So taṁ nimittaṁ āsevitvā bhāvetvā bahulīkaritvā svāvatthitaṁ vavatthapetvā ajjhattabahiddhā dhammesu cittaṁ upasaṁharati.