‹ กลับ
มาติกานิเทศ
เล่ม ๓๕ — อภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี · ข้อ 604 · อภิ.วิ. ๓๕/๗๘๗๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๖๐๔] บทว่า ถึงพร้อมแล้วด้วยอาจาระและโคจร มีอธิบายว่า อาจาระ มีอยู่ อนาจาระ มีอยู่ ใน ๒ อย่างนั้น อนาจาระ เป็นไฉน ความล่วงละเมิดทางกาย ความล่วงละเมิดทางวาจา ความล่วงละเมิดทั้ง ทางกายและทางวาจา นี้เรียกว่า อนาจาระ ความเป็นผู้ทุศีล แม้ทั้งปวง ก็เรียกว่า อนาจาระ ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ ย่อมเลี้ยงชีวิตด้วยการให้ไม้ไผ่ หรือด้วยการ ให้ใบไม้ หรือด้วยการให้ดอกไม้ หรือด้วยการให้ผลไม้ หรือด้วยการให้จุณ สำหรับอาบ หรือด้วยการให้ไม้ชำระฟัน หรือด้วยการพูดยกย่องเพื่อต้องการให้ เขารัก หรือด้วยการพูดทีจริงทีเล่นเสมอด้วยแกงถั่ว หรือด้วยการเป็นคนรับเลี้ยง เด็ก หรือด้วยการรับใช้ฆราวาส หรือด้วยมิจฉาอาชีวะที่พระพุทธเจ้าทรงตำหนิ อย่างใดอย่างหนึ่ง นี้เรียกว่า อนาจาระ อาจาระ เป็นไฉน ความไม่ล่วงละเมิดทางกาย ความไม่ล่วงละเมิดทางวาจา ความไม่ล่วง ละเมิดทั้งทางกายและทางวาจา นี้เรียกว่า อาจาระ สีลสังวร แม้ทั้งปวง ก็เรียกว่า อาจาระ ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ ย่อมไม่เลี้ยงชีวิตด้วยการให้ไม้ไผ่ ย่อมไม่เลี้ยง ชีวิตด้วยการให้ใบไม้ ย่อมไม่เลี้ยงชีวิตด้วยการให้ดอกไม้ ย่อมไม่เลี้ยงชีวิตด้วย การให้ผลไม้ ย่อมไม่เลี้ยงชีวิตด้วยการให้จุณสำหรับอาบ ย่อมไม่เลี้ยงชีวิตด้วย การให้ไม้ชำระฟัน ย่อมไม่เลี้ยงชีวิตด้วยการพูดยกย่องเพื่อต้องการให้เขารัก ย่อม ไม่เลี้ยงชีวิตด้วยการพูดทีจริงทีเล่นเสมอด้วยแกงถั่ว ย่อมไม่เลี้ยงชีวิตด้วยการเป็น คนรับเลี้ยงเด็ก ย่อมไม่เลี้ยงชีวิตด้วยการรับใช้ฆราวาส ย่อมไม่เลี้ยงชีวิตด้วย มิจฉาอาชีวะที่พระพุทธเจ้าทรงตำหนิอย่างใดอย่างหนึ่ง นี้เรียกว่า อาจาระ บทว่า โคจร มีอธิบายว่า โคจร มีอยู่ อโคจร มีอยู่ ใน ๒ อย่างนั้น อโคจร เป็นไฉน ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของหญิงแพศยา หรือ เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของหญิงหม้าย หรือเป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของสาวเทื้อ หรือเป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของบัณเฑาะก์ หรือเป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของภิกษุณี หรือเป็นผู้เที่ยวไปในโรงสุรา เป็นผู้คลุกคลีกับด้วยพระราชา มหาอำมาตย์ของ พระราชา เดียรถีย์ สาวกของเดียรถีย์ ด้วยการคลุกคลีกับคฤหัสถ์อันไม่สมควร ก็หรือตระกูลนั้นใด ไม่มีศรัทธา ไม่เลื่อมใส ไม่เป็นที่ควรจะไปมา มักด่าและ บริภาษ ใคร่แต่ความพินาศ ไม่ใคร่ต่อสิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ไม่ใคร่ต่อ ความผาสุก ไม่ใคร่ต่อความเกษมจากโยคะ แก่พวกภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ภิกษุ ย่อมคบหา เข้าไปหา เข้าไปหาบ่อยๆ ซึ่งตระกูลเห็นปานนั้น นี้เรียกว่า อโคจร โคจร เป็นไฉน ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ ไม่เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของหญิงแพศยา ไม่ เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของหญิงหม้าย ไม่เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของสาวเทื้อ ไม่ เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของบัณเฑาะก์ ไม่เป็นผู้เที่ยวไปในสำนักของนางภิกษุณี ไม่เป็นผู้เที่ยวไปในโรงสุรา เป็นผู้ไม่คลุกคลีกับด้วยพระราชา มหาอำมาตย์ของ พระราชา เดียรถีย์ สาวกของเดียรถีย์ ด้วยการคลุกคลีกับคฤหัสถ์อันไม่สมควร ก็หรือตระกูลนั้นใด มีศรัทธา เลื่อมใส เป็นที่ควรไปมา รุ่งเรืองไปด้วยผ้ากาสาวะ มีโยคีผู้ปฏิบัติเข้าออกอยู่เนืองๆ เป็นผู้ใคร่ต่อความเจริญ ใคร่ต่อสิ่งที่เป็นประโยชน์ เกื้อกูล ใคร่ต่อความผาสุก ใคร่ต่อความเกษมจากโยคะ แก่พวกภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ภิกษุ ย่อมคบหา เข้าไปหา เข้าไปหาบ่อยๆ ซึ่งตระกูลเห็น ปานนั้น นี้เรียกว่า โคจร ภิกษุ เป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว ฯลฯ ประกอบแล้ว ด้วยอาจาระและโคจร ดังกล่าวมานี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า ถึงพร้อมแล้วด้วยอาจาระและโคจร ด้วย ประการฉะนี้
เทียบรายประโยค (26 ประโยค)
vb12:11.1 #
อาจารโคจรสมฺปนฺโนติ อตฺถิ อาจาโร อตฺถิ อนาจาโร ฯ✎ ร่าง
“Ācāragocarasampanno”ti atthi ācāro, atthi anācāro.
vb12:12.1 #
ตตฺถ กตโม อนาจาโร✎ ร่าง
Tattha katamo anācāro?
vb12:12.2 #
กายิโก วีติกฺกโม วาจสิโก วีติกฺกโม กายิกวาจสิโก วีติกฺกโม✎ ร่าง
Kāyiko vītikkamo, vācasiko vītikkamo, kāyikavācasiko vītikkamo—
vb12:12.3 #
อยํ วุจฺจติ อนาจาโร✎ ร่าง
ayaṁ vuccati “anācāro”.
vb12:12.4 #
สพฺพมฺปิ ทุสฺสีลฺยํ อนาจาโร✎ ร่าง
Sabbampi dussīlyaṁ anācāro.
vb12:12.5 #
อิเธกจฺโจ เวฬุทาเนน วา ปตฺตทาเนน วา ปุปฺผทาเนน วา ผลทาเนน วา สินานทาเนน วา ทนฺตกฏฺฐทาเนน วา ปาตุกมฺยตาย วา มุคฺคสูปตาย วา ปาริภฏฺยตาย วา ชงฺฆเปสนิเกน วา อญฺญตรญฺญตเรน พุทฺธปฏิกุฏฺเฐน มิจฺฉาอาชีเวน ชีวิตํ กปฺเปติ✎ ร่าง
Idhekacco veḷudānena vā pattadānena vā pupphadānena vā phaladānena vā sinānadānena vā dantakaṭṭhadānena vā cāṭukamyatāya vā muggasūpyatāya vā pāribhaṭyatāya vā jaṅghapesanikena vā aññataraññatarena vā buddhapaṭikuṭṭhena micchāājīvena jīvikaṁ kappeti—
vb12:12.6 #
อยํ วุจฺจติ อนาจาโร ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati “anācāro”.
vb12:13.1 #
ตตฺถ กตโม อาจาโร✎ ร่าง
Tattha katamo ācāro?
อ้างอิงสยามรัฐ 35.332
vb12:13.2 #
กายิโก อวีติกฺกโม วาจสิโก อวีติกฺกโม กายิกวาจสิโก อวีติกฺกโม✎ ร่าง
Kāyiko avītikkamo, vācasiko avītikkamo, kāyikavācasiko avītikkamo—
vb12:13.3 #
อยํ วุจฺจติ อาจาโร✎ ร่าง
ayaṁ vuccati “ācāro”.
vb12:13.4 #
สพฺโพปิ สีลสํวโร อาจาโร✎ ร่าง
Sabbopi sīlasaṁvaro ācāro.
vb12:13.5 #
อิเธกจฺโจ น เวฬุทาเนน น ปตฺตทาเนน น ปุปฺผทาเนน น ผลทาเนน น สินานทาเนน น ทนฺตกฏฺฐทาเนน น ปาตุกมฺยตาย น มุคฺคสูปตาย น ปาริภฏฺยตาย น ชงฺฆเปสนิเกน น อญฺญตรญฺญตเรน พุทฺธปฏิกุฏฺเฐน มิจฺฉาอาชีเวน ชีวิตํ กปฺเปติ✎ ร่าง
Idhekacco na veḷudānena na pattadānena na pupphadānena na phaladānena na sinānadānena na dantakaṭṭhadānena na cāṭukamyatāya na muggasūpyatāya na pāribhaṭyatāya na jaṅghapesanikena na aññataraññatarena buddhapaṭikuṭṭhena micchāājīvena jīvikaṁ kappeti—
vb12:13.6 #
อยํ วุจฺจติ อาจาโร ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati “ācāro”.
vb12:14.1 #
โคจโรติ อตฺถิ โคจโร อตฺถิ อโคจโร ฯ✎ ร่าง
“Gocaro”ti atthi gocaro, atthi agocaro.
อ้างอิงพุทธชยันตี 43.38
vb12:15.1 #
ตตฺถ กตโม อโคจโร✎ ร่าง
Tattha katamo agocaro?
อ้างอิงPTS 247 · ฉัฏฐสังคายนา 114.277
vb12:15.2 #
อิเธกจฺโจ เวสิยาโคจโร วา โหติ วิธวาโคจโร วา ถุลฺลกุมารีโคจโร วา ปณฺฑกโคจโร วา ภิกฺขุนีโคจโร วา ปานาคารโคจโร วา สํสฏฺโฐ วิหรติ ราชูหิ ราชมหามตฺเตหิ ติตฺถิเยหิ ติตฺถิยสาวเกหิ อนนุโลมิเกน คิหิสํสคฺเคน✎ ร่าง
Idhekacco vesiyāgocaro vā hoti vidhavāgocaro vā thullakumārigocaro vā paṇḍakagocaro vā bhikkhunigocaro vā pānāgāragocaro vā, saṁsaṭṭho viharati rājūhi rājamahāmattehi titthiyehi titthiyasāvakehi ananulomikena saṁsaggena;
vb12:15.3 #
ยานิ วา ปน ตานิ กุลานิ อสฺสทฺธานิ อปฺปสนฺนานิ อโนปานภูตานิ อกฺโกสกปริภาสกานิ อนตฺถกามานิ อหิตกามานิ อผาสุกามานิ อโยคกฺเขมกามานิ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนํ อุปาสกานํ อุปาสิกานํ ตถารูปานิ กุลานิ เสวติ ภชติ ปยิรุปาสติ✎ ร่าง
yāni vā pana tāni kulāni assaddhāni appasannāni anopānabhūtāni akkosakaparibhāsakāni anatthakāmāni ahitakāmāni aphāsukakāmāni ayogakkhemakāmāni bhikkhūnaṁ bhikkhunīnaṁ upāsakānaṁ upāsikānaṁ, tathārūpāni kulāni sevati bhajati payirupāsati—
vb12:15.4 #
อยํ วุจฺจติ อโคจโร ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati “agocaro”.
vb12:16.1 #
ตตฺถ กตโม โคจโร✎ ร่าง
Tattha katamo gocaro?
อ้างอิงสยามรัฐ 35.333
vb12:16.2 #
อิเธกจฺโจ น เวสิยาโคจโร โหติ น วิธวาโคจโร น ถุลฺลกุมารีโคจโร น ปณฺฑกโคจโร น ภิกฺขุนีโคจโร น ปานาคารโคจโร น สํสฏฺโฐ วิหรติ ราชูหิ ราชมหามตฺเตหิ ติตฺถิเยหิ ติตฺถิยสาวเกหิ อนนุโลมิเกน คิหิสํสคฺเคน✎ ร่าง
Idhekacco na vesiyāgocaro hoti na vidhavāgocaro na thullakumārigocaro na paṇḍakagocaro na bhikkhunigocaro na pānāgāragocaro, asaṁsaṭṭho viharati rājūhi rājamahāmattehi titthiyehi titthiyasāvakehi ananulomikena saṁsaggena;
vb12:36.1 #
“Rukkhamūlan”ti rukkhamūlaṁyeva rukkhamūlaṁ.
vb12:36.2 #
Pabbatoyeva pabbato.
vb12:16.3 #
ยานิ วา ปน ตานิ กุลานิ สทฺธานิ ปสนฺนานิ โอปานภูตานิ กาสาวปฺปชฺโชตานิ อิสิวาตปฏิวาตานิ อตฺถกามานิ หิตกามานิ ผาสุกามานิ โยคกฺเขมกามานิ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนํ อุปาสกานํ อุปาสิกานํ ตถารูปานิ กุลานิ เสวติ ภชติ ปยิรุปาสติ✎ ร่าง
yāni vā pana tāni kulāni saddhāni pasannāni opānabhūtāni kāsāvapajjotāni isivātapaṭivātāni atthakāmāni hitakāmāni phāsukakāmāni yogakkhemakāmāni bhikkhūnaṁ bhikkhunīnaṁ upāsakānaṁ upāsikānaṁ, tathārūpāni kulāni sevati bhajati payirupāsati—
vb12:16.4 #
อยํ วุจฺจติ โคจโร ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati “gocaro”.
vb12:16.5 #
อิติ อิมินา จ อาจาเรน อิมินา จ โคจเรน อุเปโต โหติ ฯเปฯ สมนฺนาคโต✎ ร่าง
Iti iminā ca ācārena iminā ca gocarena upeto hoti …pe… samannāgato.
vb12:16.6 #
เตน วุจฺจติ อาจารโคจรสมฺปนฺโนติ ฯ✎ ร่าง
Tena vuccati “ācāragocarasampanno”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๕ — อภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน