เนื้อความทั้งข้อ
[๗๓๖] ในฌาน ๔ นั้น ปฐมฌาน เป็นไฉน
ภิกษุ ในศาสนานี้ เจริญรูปาวจรฌาน อันเป็นกิริยา ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่
อกุศลและไม่ใช่กรรมวิบาก เป็นทิฏฐธัมมสุขวิหาร สงัดจากกาม สงัดจาก
อกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌานที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ประกอบด้วย
วิตก วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก อยู่ ในสมัยใด ฌานมีองค์ ๕ คือ
วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตาแห่งจิต มีในสมัยนั้น นี้เรียกว่า ปฐมฌาน
ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยฌาน
ทุติยฌาน เป็นไฉน
ภิกษุ ในศาสนานี้ เจริญรูปาวจรฌานอันเป็นกิริยา ไม่ใช่กุศลไม่ใช่
อกุศล และไม่ใช่กรรมวิบาก เป็นทิฏฐธัมมสุขวิหาร บรรลุทุติยฌานที่มีปฐวีกสิณ
เป็นอารมณ์ อันเป็นไปในภายใน เป็นธรรมชาติผ่องใส เพราะวิตกวิจารสงบ
เป็นธรรมเอกผุดขึ้นแก่ใจ ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีแต่ปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิ
อยู่ ในสมัยใด ฌานมีองค์ ๓ คือ ปีติ สุข เอกัคคตาแห่งจิต มีในสมัยนั้น
นี้เรียกว่า ทุติยฌาน ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยฌาน
ตติยฌาน เป็นไฉน
ภิกษุ ในศาสนานี้ ฯลฯ นี้เรียกว่า ตติยฌาน ธรรมทั้งหลายที่เหลือ
เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยฌาน
จตุตถฌาน เป็นไฉน
ภิกษุ ในศาสนานี้ ฯลฯ นี้เรียกว่า จตุตถฌาน ธรรมทั้งหลายที่เหลือ
เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยฌาน
ปฐมฌาน เป็นไฉน
ภิกษุ ในศาสนานี้ ฯลฯ นี้เรียกว่า ปฐมฌาน ธรรมทั้งหลายที่เหลือ
เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยฌาน
ทุติยฌาน เป็นไฉน
ภิกษุ ในศาสนานี้ ฯลฯ นี้เรียกว่า ทุติยฌาน ธรรมทั้งหลายที่เหลือ
เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยฌาน
ตติยฌาน เป็นไฉน
ภิกษุ ในศาสนานี้ ฯลฯ นี้เรียกว่า ตติยฌาน ธรรมทั้งหลายที่เหลือ
เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยฌาน
จตุตถฌาน เป็นไฉน
ภิกษุ ในศาสนานี้ ฯลฯ นี้เรียกว่า จตุตถฌาน ธรรมทั้งหลายที่เหลือ
เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยฌาน
ปัญจมฌาน เป็นไฉน
ภิกษุ ในศาสนานี้ เจริญรูปาวจรฌานอันเป็นกิริยา ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่อกุศล
และไม่ใช่กรรมวิบาก เป็นทิฏฐธัมมสุขวิหาร บรรลุปัญจมฌานที่มีปฐวีกสิณเป็น
อารมณ์ ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุขและทุกข์ได้ เพราะโสมนัสและโทมนัส
ดับสนิทในก่อน มีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขา อยู่ ในสมัยใด ฌานมีองค์ ๒ คือ
อุเบกขา เอกัคคตาแห่งจิต มีในสมัยนั้น นี้เรียกว่า ปัญจมฌาน ธรรมทั้งหลาย
ที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยฌาน ฯลฯ
ภิกษุ ในศาสนานี้ เจริญอรูปาวจรฌานอันเป็นกิริยา ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่
อกุศล และไม่ใช่กรรมวิบาก เป็นทิฏฐธัมมสุขวิหาร เพราะก้าวล่วงอากิญจัญญา-
*ยตนะโดยประการทั้งปวง จึงบรรลุจตุตถฌานอันสหรคตด้วยเนวสัญญานาสัญญา-
*ยตนสัญญา ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุขและทุกข์ได้ เพราะโสมนัสและ
โทมนัสดับสนิทในก่อน มีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขา อยู่ ในสมัยใด ฌานมี
องค์ ๒ คือ อุเบกขา เอกัคคตาแห่งจิต มีในสมัยนั้น นี้เรียกว่า จตุตถฌาน
ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยฌาน
ตตฺถ กตมํ ปฐมํ ฌานํ✎ ร่าง
Tattha katamaṁ paṭhamaṁ jhānaṁ?
อิธ ภิกฺขุ ยสฺมึ สมเย
รูปาวจรํ ฌานํ ภาเวติ กิริยํ เนว กุสลํ นากุสลํ น จ กมฺมวิปากํ
ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ วิวิจฺเจว กาเมหิ ฯเปฯ ปฐมํ ฌานํ
อุปสมฺปชฺช วิหรติ ปฐวีกสิณํ ตสฺมึ สมเย ปญฺจงฺคิกํ ฌานํ
โหติ✎ ร่าง
Idha bhikkhu yasmiṁ samaye rūpāvacaraṁ jhānaṁ bhāveti kiriyaṁ neva kusalaṁ nākusalaṁ na ca kammavipākaṁ diṭṭhadhammasukhavihāraṁ vivicceva kāmehi …pe… paṭhamaṁ jhānaṁ upasampajja viharati pathavīkasiṇaṁ, tasmiṁ samaye pañcaṅgikaṁ jhānaṁ hoti—
วิตกฺโก วิจาโร ปีติ สุขํ จิตฺตสฺส เอกคฺคตา✎ ร่าง
vitakko, vicāro, pīti, sukhaṁ, cittassekaggatā.
อิทํ
วุจฺจติ ปฐมํ ฌานํ✎ ร่าง
Idaṁ vuccati “paṭhamaṁ jhānaṁ”.
อวเสสา ธมฺมา ฌานสมฺปยุตฺตา ฯ✎ ร่าง
Avasesā dhammā jhānasampayuttā.
ตตฺถ
กตมํ ทุติยํ ฌานํ✎ ร่าง
Tattha katamaṁ dutiyaṁ jhānaṁ?
อ้างอิงPTS 269 · สยามรัฐ 35.365 · พุทธชยันตี 43.72
อิธ ภิกฺขุ ยสฺมึ สมเย รูปาวจรํ ฌานํ
ภาเวติ กิริยํ เนว กุสลํ นากุสลํ น จ กมฺมวิปากํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ
วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา ฯเปฯ ทุติยํ ฌานํ ฯเปฯ✎ ร่าง
Idha bhikkhu yasmiṁ samaye rūpāvacaraṁ jhānaṁ bhāveti kiriyaṁ neva kusalaṁ nākusalaṁ na ca kammavipākaṁ diṭṭhadhammasukhavihāraṁ vitakkavicārānaṁ vūpasamā …pe… dutiyaṁ jhānaṁ …pe…
ตติยํ ฌานํ ฯเปฯ✎ ร่าง
tatiyaṁ jhānaṁ …pe…
จตุตฺถํ ฌานํ ฯเปฯ✎ ร่าง
catutthaṁ jhānaṁ …pe…
ปฐมํ ฌานํ ฯเปฯ✎ ร่าง
paṭhamaṁ jhānaṁ …pe…
ปญฺจมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ปฐวีกสิณํ ตสฺมึ สมเย ทุวงฺคิกํ
ฌานํ โหติ✎ ร่าง
pañcamaṁ jhānaṁ upasampajja viharati pathavīkasiṇaṁ, tasmiṁ samaye duvaṅgikaṁ jhānaṁ hoti—
อุเปกฺขา จิตฺตสฺส เอกคฺคตา✎ ร่าง
upekkhā, cittassekaggatā.
อิทํ วุจฺจติ ปญฺจมํ
ฌานํ✎ ร่าง
Idaṁ vuccati “pañcamaṁ jhānaṁ”.
อวเสสา ธมฺมา ฌานสมฺปยุตฺตา ฯเปฯ✎ ร่าง
Avasesā dhammā jhānasampayuttā.
อิธ ภิกฺขุ ยสฺมึ สมเย
อรูปาวจรํ ฌานํ ภาเวติ กิริยํ เนว กุสลํ นากุสลํ น จ กมฺมวิปากํ
ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ สพฺพโส อากิญฺจญฺญายตนํ สมติกฺกมฺม
เนวสญฺญานาสญฺญายตนสญฺญาสหคตํ สุขสฺส จ ปหานา ฯเปฯ
จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ตสฺมึ สมเย ทุวงฺคิกํ ฌานํ
โหติ✎ ร่าง
Idha bhikkhu yasmiṁ samaye arūpāvacaraṁ jhānaṁ bhāveti kiriyaṁ neva kusalaṁ nākusalaṁ na ca kammavipākaṁ diṭṭhadhammasukhavihāraṁ sabbaso ākiñcaññāyatanaṁ samatikkamma nevasaññānāsaññāyatanasaññāsahagataṁ sukhassa ca pahānā …pe… catutthaṁ jhānaṁ upasampajja viharati, tasmiṁ samaye duvaṅgikaṁ jhānaṁ hoti—
อุเปกฺขา จิตฺตสฺส เอกคฺคตา✎ ร่าง
upekkhā, cittassekaggatā.
อิทํ วุจฺจติ จตุตฺถํ ฌานํ✎ ร่าง
Idaṁ vuccati “catutthaṁ jhānaṁ”.
อวเสสา ธมฺมา ฌานสมฺปยุตฺตา ฯ✎ ร่าง
Avasesā dhammā jhānasampayuttāti.
อภิธมฺมภาชนียํ ฯ✎ ร่าง
Abhidhammabhājanīyaṁ.