PAGODA
หน้าแรก
ครูบาอาจารย์
เกี่ยวกับ
สารบัญ
›
เล่ม ๓๕ — อภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี
› ข้อ 757
‹ กลับ
อัปปมัญญา ๔
เล่ม ๓๕ — อภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี · ข้อ 757 ·
อภิ.วิ. ๓๕/๙๒๙๑ ↗
‹ ข้อ 756
ข้อ 758 ›
👁 การแสดงผล
▾
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
คำแปลไทย (ทั้งข้อ)
บาลีอักษรไทย
บาลีโรมัน
อ้างอิง
เนื้อความทั้งข้อ
แปลไทย ฉบับหลวง
บาลีอักษรไทย
[๗๕๗] กรุณา เป็นไฉน ภิกษุในศาสนานี้ เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภพ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌานที่สหรคตด้วยกรุณา ประกอบด้วย วิตก วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก อยู่ ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า กุศล ภิกษุสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌานที่ สหรคตด้วยกรุณา อันเป็นวิบาก เพราะรูปาวจรกุศลกรรมอันได้ทำไว้แล้ว ได้สั่งสม ไว้แล้วนั้นแล ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก อยู่ ใน สมัยใด การสงสาร กิริยาที่สงสาร ความสงสาร กรุณาเจโตวิมุตติ ในสมัยนั้น อันใด นี้เรียกว่า กรุณา ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยกรุณา กรุณา เป็นไฉน ภิกษุในศาสนานี้ เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภพ บรรลุทุติยฌานที่ สหรคตด้วยกรุณา อันเป็นไปในภายใน เป็นธรรมชาติผ่องใส เพราะวิตกวิจารสงบ เป็นธรรมเอกผุดขึ้นแก่ใจ ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีแต่ปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิ อยู่ ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า กุศล ภิกษุบรรลุทุติยฌานที่สหรคตด้วยกรุณา อันเป็นวิบาก เพราะรูปาวจร- *กุศลกรรมอันได้ทำไว้แล้ว ได้สั่งสมไว้แล้วนั้นแล เป็นไปในภายใน เป็นธรรมชาติ ผ่องใส เพราะวิตกวิจารสงบ เป็นธรรมเอกผุดขึ้นแก่ใจ ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีแต่ปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิ อยู่ ในสมัยใด การสงสาร กิริยาที่สงสาร ความสงสาร กรุณาเจโตวิมุตติ ในสมัยนั้น อันใด นี้เรียกว่า กรุณา ธรรมทั้งหลาย ที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยกรุณา กรุณา เป็นไฉน ภิกษุในศาสนานี้ เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภพ เพราะคลายปีติได้ อีกด้วย จึงเป็นผู้มีจิตเป็นอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ อยู่ และเสวยสุขด้วยนาม กาย บรรลุตติยฌานที่สหรคตด้วยกรุณา ซึ่งเป็นฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลายกล่าว สรรเสริญผู้ได้บรรลุว่า เป็นผู้มีจิตเป็นอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข ดังนี้ อยู่ ใน สมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า กุศล เพราะคลายปีติได้อีกด้วย ภิกษุจึงเป็นผู้มีจิตเป็นอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ อยู่ และเสวยสุขด้วยนามกาย บรรลุตติยฌานที่สหรคตด้วยกรุณา อันเป็นวิบาก เพราะรูปาวจรกุศลกรรมอันได้ทำไว้แล้ว ได้สั่งสมไว้แล้วนั้นแล ซึ่งเป็นฌานที่ พระอริยเจ้าทั้งหลายกล่าวสรรเสริญผู้ได้บรรลุว่า เป็นผู้มีจิตเป็นอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข ดังนี้ อยู่ ในสมัยใด การสงสาร กิริยาที่สงสาร ความสงสาร กรุณาเจโตวิมุตติ ในสมัยนั้น อันใด นี้เรียกว่า กรุณา ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยกรุณา ภิกษุในศาสนานี้ เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภพ สงัดจากกาม สงัด จากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌานที่สหรคตด้วยกรุณา ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก อยู่ ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มี ในสมัยนั้น สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า กุศล ภิกษุสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ที่สหรคตด้วยกรุณา อันเป็นวิบาก เพราะรูปาวจรกุศลกรรม อันได้ทำไว้แล้ว ได้ สั่งสมไว้แล้วนั้นแล ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีปีติ และสุขอันเกิดแต่วิเวก อยู่ ใน สมัยใด การสงสาร กิริยาที่สงสาร ความสงสาร กรุณาเจโตวิมุตติ ในสมัยนั้น อันใด นี้เรียกว่า กรุณา ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยกรุณา ภิกษุในศาสนานี้ เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภพ บรรลุทุติยฌาน ที่สหรคตด้วยกรุณา ไม่มีวิตก มีแต่วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก อยู่ ใน สมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า กุศล ภิกษุบรรลุทุติยฌานที่สหรคตด้วยกรุณา อันเป็นวิบาก เพราะรูปาวจรกุศล- *กรรมอันได้ทำไว้แล้ว ได้สั่งสมไว้แล้วนั้นแล ไม่มีวิตก มีแต่วิจาร มีปีติและสุข อันเกิดแต่วิเวก อยู่ ในสมัยใด การสงสาร กิริยาที่สงสาร ความสงสาร กรุณา- *เจโตวิมุตติ ในสมัยนั้น อันใด นี้เรียกว่า กรุณา ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยกรุณา ภิกษุในศาสนานี้ เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภพ บรรลุตติยฌาน ที่สหรคตด้วยกรุณา อันเป็นไปในภายใน เป็นธรรมชาติผ่องใส เพราะวิตก วิจารสงบ เป็นธรรมเอกผุดขึ้นแก่ใจ ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีแต่ปีติและสุขอัน เกิดแต่สมาธิ อยู่ ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น สภาว- *ธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า กุศล ภิกษุบรรลุตติยฌานที่สหรคตด้วยกรุณา อันเป็นวิบาก เพราะรูปาวจรกุศล- *กรรมอันได้ทำไว้แล้วได้สั่งสมไว้แล้วนั้นแล อันเป็นไปในภายใน เป็นธรรมชาติ ผ่องใส เพราะวิตกวิจารสงบ เป็นธรรมเอกผุดขึ้นแก่ใจ ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีแต่ปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิ อยู่ ในสมัยใด การสงสาร กิริยาที่สงสาร ความสงสาร กรุณาเจโตวิมุตติ ในสมัยนั้น อันใด นี้เรียกว่า กรุณา ธรรม ทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยกรุณา ภิกษุในศาสนานี้ เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภพ เพราะคลายปีติ ได้อีกด้วย จึงเป็นผู้มีจิตเป็นอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะอยู่ และเสวยสุขด้วย นามกาย บรรลุจตุตถฌานที่สหรคตด้วยกรุณา ซึ่งเป็นฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลาย กล่าวสรรเสริญผู้ได้บรรลุว่า เป็นผู้มีจิตเป็นอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข ดังนี้ อยู่ ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า กุศล เพราะคลายปีติได้อีกด้วย ภิกษุจึงเป็นผู้มีจิตเป็นอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ อยู่ และเสวยสุขด้วยนามกาย บรรลุจตุตถฌานที่สหรคตด้วยกรุณา อันเป็นวิบาก เพราะรูปาวจรกุศลกรรมอันได้ทำไว้แล้วได้สั่งสมไว้แล้วนั้นแล ซึ่งเป็นฌานที่พระ อริยเจ้าทั้งหลายกล่าวสรรเสริญผู้ที่ได้บรรลุว่า เป็นผู้มีจิตเป็นอุเบกขา มีสติ อยู่ เป็นสุข ดังนี้ อยู่ ในสมัยใด การสงสาร กิริยาที่สงสาร ความสงสาร กรุณา- *เจโตวิมุตติ ในสมัยนั้น อันใด นี้เรียกว่า กรุณา ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยกรุณา
▴ ย่อ
เทียบรายประโยค (16 ประโยค)
vb13:81.1
#
ตตฺถ กตมา กรุณา
✎ ร่าง
Tattha katamā karuṇā?
อ้างอิง
พุทธชยันตี 43.94
vb13:81.2
#
อิธ ภิกฺขุ ยสฺมึ สมเย รูปูปปตฺติยา มคฺคํ ภาเวติ วิวิจฺเจว กาเมหิ ฯเปฯ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ กรุณาสหคตํ ตสฺมึ สมเย ผสฺโส โหติ ฯเปฯ อวิกฺเขโป โหติ
✎ ร่าง
Idha bhikkhu yasmiṁ samaye rūpūpapattiyā maggaṁ bhāveti vivicceva kāmehi …pe… paṭhamaṁ jhānaṁ upasampajja viharati karuṇāsahagataṁ, tasmiṁ samaye phasso hoti …pe… avikkhepo hoti.
vb13:81.3
#
อิเม ธมฺมา กุสลา
✎ ร่าง
Ime dhammā kusalā.
vb13:81.4
#
ตสฺเสว รูปาวจรสฺส กุสลสฺส กมฺมสฺส กตตฺตา อุปจิตตฺตา วิปากํ วิวิจฺเจว กาเมหิ ฯเปฯ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ กรุณาสหคตํ ยา ตสฺมึ สมเย กรุณา กรุณายนา กรุณายิตตฺตํ กรุณา เจโตวิมุตฺติ
✎ ร่าง
Tasseva rūpāvacarassa kusalassa kammassa katattā upacitattā vipākaṁ vivicceva kāmehi …pe… paṭhamaṁ jhānaṁ upasampajja viharati karuṇāsahagataṁ, yā tasmiṁ samaye karuṇā karuṇāyanā karuṇāyitattaṁ karuṇācetovimutti—
vb13:81.5
#
อยํ วุจฺจติ กรุณา
✎ ร่าง
ayaṁ vuccati “karuṇā”.
vb13:81.6
#
อวเสสา ธมฺมา กรุณาย สมฺปยุตฺตา ฯ
✎ ร่าง
Avasesā dhammā karuṇāya sampayuttā.
vb13:82.1
#
ตตฺถ กตมา กรุณา
✎ ร่าง
Tattha katamā karuṇā?
อ้างอิง
สยามรัฐ 35.382
vb13:82.2
#
อิธ ภิกฺขุ ยสฺมึ สมเย รูปูปปตฺติยา มคฺคํ ภาเวติ วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา ฯเปฯ ทุติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ กรุณาสหคตํ ตสฺมึ สมเย ผสฺโส โหติ ฯเปฯ อวิกฺเขโป โหติ
✎ ร่าง
Idha bhikkhu yasmiṁ samaye rūpūpapattiyā maggaṁ bhāveti vitakkavicārānaṁ vūpasamā …pe… dutiyaṁ jhānaṁ upasampajja viharati karuṇāsahagataṁ, tasmiṁ samaye phasso hoti …pe… avikkhepo hoti.
vb13:82.3
#
อิเม ธมฺมา กุสลา
✎ ร่าง
Ime dhammā kusalā.
vb13:82.4
#
ตสฺเสว รูปาวจรสฺส กุสลสฺส กมฺมสฺส กตตฺตา อุปจิตตฺตา วิปากํ วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา ฯเปฯ ทุติยํ ฌานํ ฯเปฯ
✎ ร่าง
Tasseva rūpāvacarassa kusalassa kammassa katattā upacitattā vipākaṁ vitakkavicārānaṁ vūpasamā …pe… dutiyaṁ jhānaṁ …pe…
vb13:82.5
#
ตติยํ ฌานํ ฯเปฯ
✎ ร่าง
tatiyaṁ jhānaṁ …pe…
vb13:82.6
#
ปฐมํ ฌานํ ฯเปฯ
✎ ร่าง
paṭhamaṁ jhānaṁ …pe…
vb13:82.7
#
—
dutiyaṁ jhānaṁ …pe…
vb13:82.8
#
—
tatiyaṁ jhānaṁ …pe…
vb13:82.9
#
จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ กรุณาสหคตํ ยา ตสฺมึ สมเย กรุณา กรุณายนา กรุณายิตตฺตํ กรุณา เจโตวิมุตฺติ
✎ ร่าง
catutthaṁ jhānaṁ upasampajja viharati karuṇāsahagataṁ, yā tasmiṁ samaye karuṇā karuṇāyanā karuṇāyitattaṁ karuṇācetovimutti—
vb13:82.11
#
อยํ วุจฺจติ กรุณา อวเสสา ธมฺมา กรุณาย สมฺปยุตฺตา ฯ
✎ ร่าง
Avasesā dhammā karuṇāya sampayuttā.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๕ — อภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี
ความน่าเชื่อถือ:
✓ ทางการ
🤖 AI จับคู่
✎ ร่าง
— "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน