เนื้อความทั้งข้อ
[๑] สกวาที ท่านหยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ ๑- เป็นปรมัตถะ ๒- ท่านหยั่งเห็นบุคคลนั้น ตาม
สภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น
ส. ท่านจงรับรู้นิคหะ ๓- หากว่า ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ด้วยเหตุ
นั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลนั้น
ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์, ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ข้าพเจ้าหยั่ง
@๑. สัจฉิกัตถะ สภาวะที่จริงแท้ ๒. ปรมัตถะ อรรถอันยิ่ง อันอุดม อันไม่ต้องยึดถือด้วยอาการมีการฟังตาม
@กันมาเป็นต้น ทั้งนี้หมายถึงสภาวธรรมที่จำแนกเป็นขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ รวม ๕๗ อย่าง
@๓. นิคหะ การข่ม การปราบปราม
เห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ
ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดังนี้ ผิด แต่ถ้าไม่พึงกล่าว
ว่า สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดย
สัจฉิกัตถปรมัตถ์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์, ที่ท่านกล่าวใน
ปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ แต่ไม่พึงกล่าวว่า
สภาวะใด เป็นสัจฉิกัตถะ เป็นปรมัตถะ ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลนั้น ตามสภาวะนั้น โดยสัจฉิกัตถ-
*ปรมัตถ์ ดังนี้ ผิด
ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ✎ ร่าง
Puggalo upalabbhati saccikaṭṭhaparamatthenāti?
อ้างอิงPTS 1 · สยามรัฐ 37.1 · ฉัฏฐสังคายนา 116.1 · พุทธชยันตี 44.2
โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐ-
ปรมฏฺเฐนาติ ฯ✎ ร่าง
Yo saccikaṭṭho paramattho, tato so puggalo upalabbhati saccikaṭṭhaparamatthenāti?
น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ✎ ร่าง
Na hevaṁ vattabbe.
อาชานาหิ นิคฺคหํ✎ ร่าง
Ājānāhi niggahaṁ.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 116.2 · พุทธชยันตี 44.4
หญฺจิ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐ-
ปรมฏฺเฐน เตน วต เร วตฺตพฺเพ✎ ร่าง
Hañci puggalo upalabbhati saccikaṭṭhaparamatthena, tena vata re vattabbe—
โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส
ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ✎ ร่าง
“yo saccikaṭṭho paramattho, tato so puggalo upalabbhati saccikaṭṭhaparamatthenā”ti.
ยํ ตตฺถ วเทสิ✎ ร่าง
Yaṁ tattha vadesi—
วตฺตพฺเพ
โข✎ ร่าง
“vattabbe kho—
ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน โน จ วตฺตพฺเพ✎ ร่าง
‘puggalo upalabbhati saccikaṭṭhaparamatthena’, no ca vattabbe—
โย
สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ
มิจฺฉา✎ ร่าง
‘yo saccikaṭṭho paramattho, tato so puggalo upalabbhati saccikaṭṭhaparamatthenā’”ti micchā.
โน เจ ปน วตฺตพฺเพ✎ ร่าง
No ce pana vattabbe—
โย สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส
ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ โน วต เร วตฺตพฺเพ✎ ร่าง
“yo saccikaṭṭho paramattho, tato so puggalo upalabbhati saccikaṭṭhaparamatthenā”ti, no ca vata re vattabbe—
ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ✎ ร่าง
“puggalo upalabbhati saccikaṭṭhaparamatthenā”ti.
ยํ ตตฺถ วเทสิ✎ ร่าง
Yaṁ tattha vadesi—
วตฺตพฺเพ
โข✎ ร่าง
“vattabbe kho—
ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐน โน จ วตฺตพฺเพ✎ ร่าง
‘puggalo upalabbhati saccikaṭṭhaparamatthena’, no ca vattabbe—
โย
สจฺฉิกฏฺโฐ ปรมฏฺโฐ ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ
มิจฺฉา ฯ✎ ร่าง
‘yo saccikaṭṭho paramattho, tato so puggalo upalabbhati saccikaṭṭhaparamatthenā’”ti micchā.
อนุโลมปญฺจกํ ฯ
[๑]- ตติยํ ฌานํ ฯเปฯ จตุตฺถํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส
นตฺถิ วจีเภโทติ ฯ อามนฺตา ฯ โลกุตฺตรํ ปฐมํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส
นตฺถิ วจีเภโทติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
[๑] ม. เอตฺถนฺตเร ทุติยํ ฌานนฺติปาโฐ อตฺถิ. สฺยา. ยุ. โปตฺถเกสุ นตฺถิ.
[๑]- เทวปุตฺตา
ปฏิคฺคเหตฺวา มาตุ ปุรโต ฐเปนฺติ อตฺตมนา เทวิ โหหิ มเหสกฺโข
ตว ปุตฺโต อุปฺปนฺโนติ เอวเมว จกฺกวตฺติสตฺตสฺส ชายมานสฺส
จตฺตาโร✎ ร่าง
Anulomapañcakaṁ.