เนื้อความทั้งข้อ
[๑๒๑] ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้ โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราเห็นสัตว์ทั้งหลาย
จุติอยู่ อุปบัติอยู่ เลวบ้าง ประณีตบ้าง มีพรรณะงามบ้าง มีพรรณะทรามบ้าง เป็นสุคติ
บ้าง เป็นทุคติบ้าง ด้วยจักษุเพียงดังทิพย์ อันบริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์ ย่อมรู้ชัดซึ่ง
สัตว์ทั้งหลายว่าเป็นไปตามกรรม ๑- ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
@๑. ม. ม. ข้อ ๗๕๖ หน้า ๖๘๗
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น ก็หยั่งเห็นบุคคลได้ โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์น่ะสิ
ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้ง-
*หลาย เราเห็นสัตว์ทั้งหลายจุติอยู่ อุปบัติอยู่ เลวบ้าง ประณีตบ้าง มีพรรณะงามบ้าง มีพรรณะ
ทรามบ้าง เป็นสุคติบ้าง เป็นทุคติบ้าง ด้วยจักษุเพียงดังทิพย์ อันบริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์
ย่อมรู้ชัดซึ่งสัตว์ทั้งหลายว่าเป็นไปตามกรรม ดังนี้ ด้วยเหตุนั้นแหละ ท่านจึงหยั่งเห็นบุคคล
โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคทรงเห็นรูปหรือทรงเห็นบุคคล ด้วยจักษุเพียงดังทิพย์ อัน
บริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์
ป. ทรงเห็นรูป
ส. รูปคือบุคคล รูปจุติ รูปอุปบัติ รูปเป็นไปตามกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระผู้มีพระภาคทรงเห็นรูปหรือทรงเห็นบุคคล ด้วยจักษุเพียงดังทิพย์ อัน
บริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์
ป. ทรงเห็นบุคคล
ส. บุคคล คือรูป คือรูปายตนะ คือรูปธาตุ คือสีเขียว คือสีเหลือง คือ
สีแดง คือสีขาว คือสิ่งที่รู้ได้ด้วยจักษุ กระทบที่จักษุ มาสู่คลองจักษุ
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระผู้มีพระภาคทรงเห็นรูปหรือทรงเห็นบุคคล ด้วยจักษุเพียงดังทิพย์ อัน
บริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์
ป. ทรงเห็นทั้งสองอย่าง
ส. ทั้งสองอย่างคือรูป คือรูปายตนะ คือรูปธาตุ ทั้งสองอย่างคือสีเขียว
ทั้งสองอย่างคือสีเหลือง ทั้งสองอย่างคือสีแดง ทั้งสองอย่างคือสีขาว ทั้งสองอย่างคือสิ่งที่รู้ได้
ด้วยจักษุ ทั้งสองอย่างกระทบที่จักษุ ทั้งสองอย่างมาสู่คลองจักษุ ทั้งสองอย่างจุติ ทั้งสองอย่าง
อุปบัติ ทั้งสองอย่างเป็นไปตามกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
น วตฺตพฺพํ✎ ร่าง
Na vattabbaṁ—
ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ✎ ร่าง
“puggalo upalabbhati saccikaṭṭhaparamatthenā”ti?
นนุ วุตฺตํ ภควตา✎ ร่าง
Nanu vuttaṁ bhagavatā—
ปสฺสามหํ ภิกฺขเว ทิพฺเพน จกฺขุนา
วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน สตฺเต จวมาเน อุปปชฺชมาเน หีเน
ปณีเต สุวณฺเณ ทุพฺพณฺเณ สุคเต ทุคฺคเต ยถากมฺมูปเค สตฺเต
ปชานามีติ✎ ร่าง
“passāmahaṁ, bhikkhave, dibbena cakkhunā visuddhena atikkantamānusakena satte cavamāne upapajjamāne hīne paṇīte suvaṇṇe dubbaṇṇe, sugate duggate yathākammūpage satte pajānāmī”ti.
อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ✎ ร่าง
Attheva suttantoti?
เตน หิ ปุคฺคโล
อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ✎ ร่าง
Tena hi puggalo upalabbhati saccikaṭṭhaparamatthenāti.
วุตฺตํ ภควตา✎ ร่าง
Vuttaṁ bhagavatā—
อ้างอิงสยามรัฐ 37.57
ปสฺสามหํ ภิกฺขเว ทิพฺเพน
จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน สตฺเต จวมาเน
อุปปชฺชมาเน หีเน ปณีเต สุวณฺเณ ทุพฺพณฺเณ สุคเต ทุคฺคเต
ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปชานามีติ กตฺวา เตเนว การเณน ปุคฺคโล
อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ✎ ร่าง
“passāmahaṁ, bhikkhave, dibbena cakkhunā visuddhena atikkantamānusakena satte cavamāne upapajjamāne hīne paṇīte suvaṇṇe dubbaṇṇe, sugate duggate yathākammūpage satte pajānāmī”ti katvā teneva kāraṇena puggalo upalabbhati saccikaṭṭhaparamatthenāti?
ภควา ทิพฺเพน
จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน รูปํ ปสฺสติ ปุคฺคลํ ปสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
Bhagavā dibbena cakkhunā visuddhena atikkantamānusakena rūpaṁ passati puggalaṁ passatīti?
รูปํ ปสฺสติ ฯ✎ ร่าง
Rūpaṁ passati.
รูปํ ปุคฺคโล รูปํ จวติ รูปํ อุปปชฺชติ รูปํ
ยถากมฺมูปคนฺติ ฯ✎ ร่าง
Rūpaṁ puggalo, rūpaṁ cavati, rūpaṁ upapajjati, rūpaṁ yathākammūpaganti?
น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ✎ ร่าง
Na hevaṁ vattabbe.
ภควา ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน
รูปํ ปสฺสติ ปุคฺคลํ ปสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
Bhagavā dibbena cakkhunā visuddhena atikkantamānusakena rūpaṁ passati puggalaṁ passatīti?
อ้างอิงพุทธชยันตี 44.126
ปุคฺคลํ ปสฺสติ ฯ✎ ร่าง
Puggalaṁ passati.
ปุคฺคโล รูปํ รูปายตนํ
รูปธาตุ นีลํ ปีตกํ โลหิตํ โอทาตํ จกฺขุวิญฺเญยฺยํ จกฺขุสฺมึ ปฏิหญฺญติ
จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉตีติ ฯ✎ ร่าง
Puggalo rūpaṁ rūpāyatanaṁ rūpadhātu nīlaṁ pītakaṁ lohitakaṁ odātaṁ cakkhuviññeyyaṁ cakkhusmiṁ paṭihaññati, cakkhussa āpāthaṁ āgacchatīti?
น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ✎ ร่าง
Na hevaṁ vattabbe.
ภควา ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน
รูปํ ปสฺสติ ปุคฺคลํ ปสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
Bhagavā dibbena cakkhunā visuddhena atikkantamānusakena rūpaṁ passati puggalaṁ passatīti?
อ้างอิงPTS 45 · ฉัฏฐสังคายนา 116.46
อุโภ ปสฺสติ ฯ✎ ร่าง
Ubho passati.
อุโภ รูปํ รูปายตนํ รูปธาตุ
อุโภ นีลา อุโภ ปีตกา อุโภ โลหิตกา อุโภ โอทาตา อุโภ จกฺขุวิญฺเญยฺยา
อุโภ จกฺขุสฺมึ ปฏิหญฺญนฺติ อุโภ จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ อุโภ
จวนฺติ อุโภ อุปปชฺชนฺติ อุโภ ยถากมฺมูปคาติ ฯ✎ ร่าง
Ubho rūpaṁ rūpāyatanaṁ rūpadhātu, ubho nīlā, ubho pītakā, ubho lohitakā, ubho odātā, ubho cakkhuviññeyyā, ubho cakkhusmiṁ paṭihaññanti, ubho cakkhussa āpāthaṁ āgacchanti, ubho cavanti, ubho upapajjanti, ubho yathākammūpagāti?
น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ✎ ร่าง
Na hevaṁ vattabbe.
อุปาทาปญฺญตฺตานุโยโค ฯ✎ ร่าง
Upādāpaññattānuyogo.