เนื้อความทั้งข้อ
[๙๖๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ผู้ประกอบด้วยลักษณะ เป็นพระโพธิสัตว์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาปุริสลักษณะของ
พระมหาบุรุษ ๓๒ ประการนี้ ที่พระมหาบุรุษผู้ประกอบมีคติเป็น ๒
เท่านั้น ไม่เป็นอย่างอื่น คือ ถ้าครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
ผู้ทรงธรรม เป็นธรรมราชา ทรงพิชิตตลอดปฐพีมีมหาสมุทรทั้ง ๔
เป็นที่สุด ทรงเจนจบรัฐประศาสโนบายเป็นเหตุมั่นคงแห่งชนบท ทรง
ประกอบด้วยรัตนะ ๗ ประการ เพราะรัตนะ ๗ ประการนี้ ย่อมบัง
เกิดแก่ท้าวเธอ คือจักกรัตนะ (จักรแก้ว) หัตถิรัตนะ (ช้างแก้ว)
อัสสรัตนะ (ม้าแก้ว) มณิรัตนะ (ดวงมณีแก้ว) อิตถีรัตนะ (นางแก้ว)
คหปติรัตนะ (ขุนคลังแก้ว) ปริณายกรัตนะ (ขุนพลแก้ว) เป็นที่ ๗
และท้าวเธอมีพระราชบุตรจำนวนพันปลาย ล้วนแก้วกล้าองอาจ
สามารถย่ำยีกองทัพฝ่ายปรปักษ์ ทรงพิชิตยิ่งแล้ว ครอบครองแผ่นดิน
นี้ อันมีสาครเป็นขอบเขต โดยธรรม โดยไม่ต้องใช้อาญา โดย
ไม่ต้องใช้ศาตรา แต่ถ้าออกจากเรือนบวชเป็นอนาคาริยะ จะเป็น
พระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีหลังคาคือกิเลสอันเปิดแล้วในโลก
ดังนี้ ๑- เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น ผู้ประกอบด้วยลักษณะ ก็เป็นพระโพธิสัตว์ น่ะสิ
@๑. ที. ปา. ข้อ ๑๓๐ หน้า ๑๕๗
น วตฺตพฺพํ✎ ร่าง
Na vattabbaṁ—
อ้างอิงPTS 286 · สยามรัฐ 37.312
ลกฺขณสมนฺนาคโต โพธิสตฺโตติ ฯ✎ ร่าง
“lakkhaṇasamannāgato bodhisatto”ti?
นนุ วุตฺตํ ภควตา✎ ร่าง
Nanu vuttaṁ bhagavatā—
ทฺวตฺตึสิมานิ ภิกฺขเว มหาปุริสสฺส มหาปุริสลกฺขณานิ
เยหิ สมนฺนาคตสฺส มหาปุริสสฺส เทฺวว คติโย ภวนฺติ
อนญฺญา✎ ร่าง
“dvattiṁsimāni, bhikkhave, mahāpurisassa mahāpurisalakkhaṇāni, yehi samannāgatassa mahāpurisassa dveva gatiyo bhavanti anaññā.
สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ ราชา โหติ จกฺกวตฺติ ธมฺมิโก
@เชิงอรรถ: ๑. ม. ปสฺสติ.
ธมฺมราชา จาตุรนฺโต วิชิตาวี ชนปทตฺถาวริยปฺปตฺโต สตฺตรตนสมนฺนาคโต✎ ร่าง
Sace agāraṁ ajjhāvasati, rājā hoti cakkavattī dhammiko dhammarājā cāturanto vijitāvī janapadatthāvariyappatto sattaratanasamannāgato.
ตสฺสิมานิ สตฺต รตนานิ ภวนฺติ เสยฺยถีทํ✎ ร่าง
Tassimāni satta ratanāni bhavanti, seyyathidaṁ—
จกฺกรตนํ หตฺถิรตนํ
อสฺสรตนํ มณิรตนํ อิตฺถีรตนํ คหปติรตนํ ปริณายกรตนเมว
สตฺตมํ✎ ร่าง
cakkaratanaṁ, hatthiratanaṁ, assaratanaṁ, maṇiratanaṁ, itthiratanaṁ, gahapatiratanaṁ, pariṇāyakaratanameva sattamaṁ.
ปโรสหสฺสํ โข ปนสฺส ปุตฺตา ภวนฺติ สูรา วิรงฺครูปา
ปรเสนปฺปมทฺทนา✎ ร่าง
Parosahassaṁ kho panassa puttā bhavanti sūrā vīraṅgarūpā parasenappamaddanā.
โส อิมํ ปฐวึ สาครปริยนฺตํ อทณฺเฑน อสตฺเถน
ธมฺเมน อภิวิชิย อชฺฌาวสติ✎ ร่าง
So imaṁ pathaviṁ sāgarapariyantaṁ adaṇḍena asatthena dhammena abhivijiya ajjhāvasati.
สเจ ปน โข อคารสฺมา อนคาริยํ
ปพฺพชฺชติ อรหํ โหติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก วิวฏจฺฉโทติ✎ ร่าง
Sace kho pana agārasmā anagāriyaṁ pabbajati, arahaṁ hoti sammāsambuddho loke vivaṭṭacchado”ti.
อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ✎ ร่าง
Attheva suttantoti?
เตน หิ ลกฺขณสมนฺนาคโต
โพธิสตฺโตติ ฯ✎ ร่าง
Tena hi lakkhaṇasamannāgato bodhisattoti.
ลกฺขณกถา ฯ✎ ร่าง
Lakkhaṇakathā niṭṭhitā.
—
Bodhisatto kassapassa bhagavato pāvacane okkantaniyāmo caritabrahmacariyoti?
นิยาโมกฺกนฺติกถา✎ ร่าง
Niyāmokkantikathā