เนื้อความทั้งข้อ
[๑๓๕๘] วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ แล้วพิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศล
ที่เคยสั่งสมไว้ในกาลก่อน ออกจากฌาน พิจารณาฌาน พระเสกขบุคคลพิจารณาโคตรภู
พิจารณาโวทาน พระเสกขบุคคลออกจากมรรค พิจารณามรรค พระเสกขบุคคลพิจารณากิเลส
ที่ละแล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดแล้วในกาลก่อน พิจารณาเห็นขันธ์ที่เป็น
วิปากธัมมธรรม โดยความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
เพราะปรารภขันธ์นั้น มีราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น รู้จิตของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย-
*วิปากธัมมธรรม โดยเจโตปริยญาณ
อากาสานัญจายตนกุศล เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนกุศล โดยอารัมมณปัจจัย ฯลฯ
อากิญจัญญายตนกุศล เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนกุศล โดยอารัมมณ-
*ปัจจัย
ขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพ-
*นิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม โดยความไม่เที่ยง เป็นทุกข์
เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น มีราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
เมื่อกุศล อกุศลดับแล้ว ตทารัมมณจิต อันเป็นวิบาก เกิดขึ้น
อากาสานัญจายตนกุศล เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนวิบาก โดยอารัมมณปัจจัย ฯลฯ
อากิญจัญญายตนกุศล เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนวิบาก โดยอารัมมณ-
*ปัจจัย
วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปากธัมมธรรม โดยอารัมมณ
ปัจจัย
คือ พระอรหันต์ออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณากุศล ธรรมที่เคยสั่งสมไว้
แล้วในกาลก่อน พระอรหันต์พิจารณากิเลสที่ละแล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดแล้วในกาลก่อน พิจารณา-
*เห็นขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม โดยความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา รู้จิตของบุคคลผู้มี-
*ความพร้อมเพรียงด้วยวิปากธัมมธรรม โดยเจโตปริยญาณ
อากาสานัญจายตนกุศล เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนกิริยา โดยอารัมมณปัจจัย ฯลฯ
อากิญจัญญายตนกุศล เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนกิริยา โดยอารัมมณปัจจัย
ขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ
แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
วิปากธมฺมธมฺโม วิปากธมฺมธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน
ปจฺจโย ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ
ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ปจฺจเวกฺขติ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา
ฌานํ ปจฺจเวกฺขติ เสกฺขา โคตฺรภุํ ปจฺจเวกฺขนฺติ โวทานํ
ปจฺจเวกฺขนฺติ เสกฺขา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ เสกฺขา
ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ ปุพฺเพ
สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ วิปากธมฺมธมฺเม ขนฺเธ อนิจฺจโต
ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ ตํ อารพฺภ
ราโค อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ เจโตปริยญาเณน
วิปากธมฺมธมฺมจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานนฺติ อากาสานญฺจายตนกุสลํ
วิญฺญาณญฺจายตนกุสลสฺส อารมฺมณปจฺจเยน
ปจฺจโย ฯเปฯ อากิญฺจญฺญายตนกุสลํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนกุสลสฺส
อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย วิปากธมฺมธมฺมา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส
เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส
อนาคตํสญาณสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ✎ ร่าง
Vipākadhammadhammo vipākadhammadhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—dānaṁ datvā sīlaṁ samādiyitvā uposathakammaṁ katvā taṁ paccavekkhati, pubbe suciṇṇāni paccavekkhati, jhānā vuṭṭhahitvā jhānaṁ paccavekkhati, sekkhā gotrabhuṁ paccavekkhanti, vodānaṁ paccavekkhanti, sekkhā maggā vuṭṭhahitvā maggaṁ paccavekkhanti, sekkhā pahīne kilese paccavekkhanti, vikkhambhite kilese paccavekkhanti, pubbe samudāciṇṇe kilese jānanti, vipākadhammadhamme khandhe aniccato dukkhato anattato vipassanti, assādenti abhinandanti; taṁ ārabbha rāgo uppajjati …pe… domanassaṁ uppajjati, cetopariyañāṇena vipākadhammadhammacittasamaṅgissa cittaṁ jānanti. Ākāsānañcāyatanakusalaṁ viññāṇañcāyatanakusalassa ārammaṇapaccayena paccayo. Ākiñcaññāyatanakusalaṁ nevasaññānāsaññāyatanakusalassa ārammaṇapaccayena paccayo. Vipākadhammadhammā khandhā iddhividhañāṇassa, cetopariyañāṇassa, pubbenivāsānussatiñāṇassa, yathākammupagañāṇassa, anāgataṁsañāṇassa ārammaṇapaccayena paccayo.
อ้างอิงสยามรัฐ 40.448 · พุทธชยันตี 50.302
วิปากธมฺมธมฺโม วิปากสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน
ปจฺจโย วิปากธมฺมธมฺเม ขนฺเธ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ
อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ
กุสลากุสเล นิรุทฺเธ วิปาโก ตทารมฺมณตา อุปฺปชฺชติ อากาสานญฺจายตนกุสลํ
วิญฺญาณญฺจายตนวิปากสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ
อากิญฺจญฺญายตนกุสลํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนวิปากสฺส
อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย✎ ร่าง
Vipākadhammadhammo vipākassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo— vipākadhammadhamme khandhe aniccato dukkhato anattato vipassanti, assādenti abhinandanti; taṁ ārabbha rāgo uppajjati …pe… domanassaṁ uppajjati, kusalākusale niruddhe vipāko tadārammaṇatā uppajjati. Ākāsānañcāyatanakusalaṁ viññāṇañcāyatanavipākassa ārammaṇapaccayena paccayo. Ākiñcaññāyatanakusalaṁ nevasaññānāsaññāyatanavipākassa ārammaṇapaccayena paccayo.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 120.416
วิปากธมฺมธมฺโม เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมสฺส
อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อรหา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ
ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ปจฺจเวกฺขติ อรหา
ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานาติ
วิปากธมฺมธมฺเม ขนฺเธ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ
เจโตปริยญาเณน วิปากธมฺมธมฺมจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ
อากาสานญฺจายตนกุสลํ วิญฺญาณญฺจายตนกิริยสฺส อารมฺมณปจฺจเยน
ปจฺจโย ฯเปฯ อากิญฺจญฺญายตนกุสลํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนกิริยสฺส
อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย วิปากธมฺมธมฺมา ขนฺธา
เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส
อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ✎ ร่าง
Vipākadhammadhammo nevavipākanavipākadhammadhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—arahā maggā vuṭṭhahitvā maggaṁ paccavekkhati, pubbe suciṇṇāni paccavekkhati. Arahā pahīne kilese paccavekkhati, pubbe samudāciṇṇe kilese jānāti, vipākadhammadhamme khandhe aniccato dukkhato anattato vipassati, cetopariyañāṇena vipākadhammadhammacittasamaṅgissa cittaṁ jānāti. Ākāsānañcāyatanakusalaṁ viññāṇañcāyatanakiriyassa ārammaṇapaccayena paccayo. Ākiñcaññāyatanakusalaṁ nevasaññānāsaññāyatanakiriyassa ārammaṇapaccayena paccayo. Vipākadhammadhammā khandhā cetopariyañāṇassa, pubbenivāsānussatiñāṇassa, yathākammupagañāṇassa, anāgataṁsañāṇassa, āvajjanāya ārammaṇapaccayena paccayo.
อ้างอิงสยามรัฐ 40.449