เนื้อความทั้งข้อ
[๕๑๓] คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภคันถธรรมทั้งหลาย คันถธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น
เพราะปรารภคันถธรรมทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่คันถธรรม เกิดขึ้น
เพราะปรารภคันถธรรมทั้งหลาย คันถธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
เกิดขึ้น
ธรรมที่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่คันถธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ แล้วพิจารณา
กุศลกรรมนั้น
บุคคลพิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน
บุคคลออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌาน
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้ว พิจารณามรรค พิจารณาผล
พิจารณานิพพาน
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่วัชชนะ
โดยอารัมมณปัจจัย
พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่ไม่ใช่คันถธรรม ฯลฯ
กิเลสที่ข่มแล้ว กิเลสที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่คันถธรรม โดย
ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่ไม่ใช่คันถธรรม โดย
เจโตปริยญาณ
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ
เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ
โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัย แก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโต-
*ปริยญาณ แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ
แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ บุคคลกระทำ อุโบสถกรรมแล้ว ย่อม
ยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่งกุศลกรรมนั้น เพราะปรารภความยินดีนั้น ราคะ
เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
กุศลกรรมที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
ออกจากฌาน ฌาน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
ซึ่งขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่คันถธรรม เพราะปรารภความยินดีนั้น ราคะ เกิดขึ้น
ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
ธรรมที่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถธรรม และธรรมที่ไม่ใช่
คันถธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ บุคคลกระทำอุโบสถกรรมแล้ว
ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่งกุศลกรรมนั้น เพราะปรารภความยินดีนั้น คันถ-
*ธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น
กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
ออกจากฌาน ฌาน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
ซึ่งขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่คันถธรรม เพราะปรารภความยินดีนั้น คันถธรรม และ
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น
คันถธรรม และธรรมที่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย พึงกระทำคำว่าความปรารภ
คนฺโถ ธมฺโม คนฺถสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน
ปจฺจโย: คนฺเถ อารพฺภ คนฺถา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ กาตพฺพํ
คนฺเถ อารพฺภ โนคนฺถา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ กาตพฺพํ
คนฺเถ อารพฺภ คนฺถา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Gantho dhammo ganthassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—ganthe ārabbha ganthā uppajjanti. (Mūlaṁ kātabbaṁ.) Ganthe ārabbha noganthā khandhā uppajjanti. (Mūlaṁ kātabbaṁ.) Ganthe ārabbha ganthā ca sampayuttakā ca khandhā uppajjanti.
โนคนฺโถ ธมฺโม โนคนฺถสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน
ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ตํ ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ
ปจฺจเวกฺขติ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ปจฺจเวกฺขติ อริยา มคฺคา
วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ผลํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ
ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส
อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา โนคนฺเถ ปหีเน
กิเลเส ... วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ ปุพฺเพ ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ
โนคนฺเถ ขนฺเธ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา
รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ เจโตปริยญาเณน
โนคนฺถจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนสฺส
อากิญฺจญฺญายตนํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส
รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํกายวิญฺญาณสฺส โนคนฺถา
ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส
ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย
อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ✎ ร่าง
Nogantho dhammo noganthassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—dānaṁ datvā sīlaṁ …pe… uposathakammaṁ katvā taṁ paccavekkhati, pubbe suciṇṇāni …pe… jhānā …pe… ariyā maggā vuṭṭhahitvā maggaṁ paccavekkhanti, phalaṁ paccavekkhanti, nibbānaṁ paccavekkhanti. Nibbānaṁ gotrabhussa, vodānassa, maggassa, phalassa, āvajjanāya ārammaṇapaccayena paccayo; ariyā noganthe pahīne kilese …pe… vikkhambhite kilese paccavekkhanti, pubbe …pe… cakkhuṁ …pe… vatthuṁ noganthe khandhe aniccato …pe… domanassaṁ uppajjati; dibbena cakkhunā rūpaṁ passati, dibbāya sotadhātuyā saddaṁ suṇāti. Cetopariyañāṇena noganthacittasamaṅgissa cittaṁ jānāti, ākāsānañcāyatanaṁ viññāṇañcāyatanassa …pe… ākiñcaññāyatanaṁ nevasaññānāsaññāyatanassa …pe… rūpāyatanaṁ cakkhuviññāṇassa …pe… phoṭṭhabbāyatanaṁ kāyaviññāṇassa …pe… noganthā khandhā iddhividhañāṇassa, cetopariyañāṇassa, pubbenivāsānussatiñāṇassa, yathākammūpagañāṇassa, anāgataṁsañāṇassa, āvajjanāya ārammaṇapaccayena paccayo.
อ้างอิงสยามรัฐ 42.299
โนคนฺโถ ธมฺโม คนฺถสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน
ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ
ตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ
ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ...
โนคนฺเถ ขนฺเธ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ
โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ฯ✎ ร่าง
Nogantho dhammo ganthassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—dānaṁ datvā sīlaṁ …pe… uposathakammaṁ katvā taṁ assādeti abhinandati, taṁ ārabbha rāgo uppajjati, diṭṭhi uppajjati, domanassaṁ uppajjati; pubbe suciṇṇāni …pe… jhānā …pe… cakkhuṁ …pe… vatthuṁ noganthe khandhe assādeti abhinandati, taṁ ārabbha rāgo uppajjati …pe… domanassaṁ uppajjati.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 122.319 · พุทธชยันตี 51.879
โนคนฺโถ ธมฺโม คนฺถสฺส จ โนคนฺถสฺส จ ธมฺมสฺส
อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ
อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ คนฺถา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา
อุปฺปชฺชนฺติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ... จกฺขุํ ...
วตฺถุํ ... โนคนฺเถ ขนฺเธ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ คนฺถา จ
สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Nogantho dhammo ganthassa ca noganthassa ca dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—dānaṁ datvā sīlaṁ …pe… uposathakammaṁ katvā taṁ assādeti abhinandati, taṁ ārabbha ganthā ca sampayuttakā ca khandhā uppajjanti, pubbe suciṇṇāni …pe… jhānā …pe… cakkhuṁ …pe… vatthuṁ noganthe khandhe assādeti abhinandati, taṁ ārabbha ganthā ca sampayuttakā ca khandhā uppajjanti.
อ้างอิงสยามรัฐ 42.300
คนฺโถ จ โนคนฺโถ จ
ธมฺมา คนฺถสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ
อารพฺภ กาตพฺพา ฯ✎ ร่าง
Gantho ca nogantho ca dhammā ganthassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo … tīṇi. (Ārabbha kātabbā.)