เนื้อความทั้งข้อ
[๕๙๕] นีวรณธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภนีวรณธรรมทั้งหลาย นีวรณธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น
เพราะปรารภนีวรณธรรมทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่นีวรณธรรม
เกิดขึ้น
เพราะปรารภนีวรณธรรมทั้งหลาย นีวรณธรรม และสัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย เกิดขึ้น
ธรรมที่ไม่ใช่นีวรณธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่นีวรณธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ พิจารณาซึ่งกุศลกรรม
นั้น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่งกุศลกรรมนั้น เพราะปรารภความยินดีนั้น
ทิฏฐิ เกิดขึ้น โทมนัส เกิดขึ้น
กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
ออกจากฌาน ฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค มรรค ฯลฯ ผล ฯลฯ นิพพาน ฯลฯ
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่
อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่ไม่ใช่นีวรณธรรม กิเลสที่
ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่นีวรณธรรม โดย
ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่ไม่ใช่นิวรณธรรม โดย
เจโตปริยญาณ
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ
เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ
โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่นีวรณธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโต-
*ปริยญาณ แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ
แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่นีวรณธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ
กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
ฌาน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่ง
ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่นีวรณธรรม เพราะปรารภจักขุ เป็นต้นนั้น ราคะ เกิดขึ้น
ทิฏฐิ ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
ธรรมที่ไม่ใช่นีวรณธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณธรรม และธรรมที่ไม่ใช่
นีวรณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ
กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
จากฌาน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่ง
ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่นีวรณธรรม เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น นีวรณธรรม และ
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น
นีวรณธรรม และธรรมที่ไม่ใช่นีวรณธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย พึงกระทำว่าเพราะปรารภ
นีวรโณ ธมฺโม นีวรณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน
ปจฺจโย: นีวรเณ อารพฺภ นีวรณา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ
นีวรเณ อารพฺภ โนนีวรณา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ
นีวรเณ อารพฺภ นีวรณา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Nīvaraṇo dhammo nīvaraṇassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—nīvaraṇe ārabbha nīvaraṇā uppajjanti. (Mūlaṁ pucchitabbaṁ.) Nīvaraṇe ārabbha nonīvaraṇā khandhā uppajjanti. (Mūlaṁ kātabbaṁ.) Nīvaraṇe ārabbha nīvaraṇā ca sampayuttakā ca khandhā uppajjanti.
โนนีวรโณ ธมฺโม โนนีวรณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน
ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ตํ ปจฺจเวกฺขติ ตํ
อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสํ
อุปฺปชฺชติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ... อริยา
มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ... ผลํ ... นิพฺพานํ ... นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส
โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย
อริยา โนนีวรเณ ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ...
ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ โนนีวรเณ ขนฺเธ อนิจฺจโต ...
โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย
โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ เจโตปริยญาเณน โนนีวรณจิตฺตสมงฺคิสฺส
จิตฺตํ ชานาติ อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนสฺส
อากิญฺจญฺญายตนํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส
โผฏฺฐพฺพายตนํกายวิญฺญาณสฺส โนนีวรณา ขนฺธา
อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส
ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน
ปจฺจโย ฯ✎ ร่าง
Nonīvaraṇo dhammo nonīvaraṇassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo— dānaṁ …pe… sīlaṁ …pe… uposathakammaṁ katvā taṁ paccavekkhati, pubbe suciṇṇāni …pe… jhānā vuṭṭhahitvā jhānaṁ …pe… ariyā maggā vuṭṭhahitvā maggaṁ …pe… phalaṁ …pe… nibbānaṁ …pe… nibbānaṁ gotrabhussa, vodānassa, maggassa, phalassa, āvajjanāya ārammaṇapaccayena paccayo; ariyā nonīvaraṇe pahīne kilese paccavekkhanti, vikkhambhite kilese …pe… pubbe samudāciṇṇe …pe… cakkhuṁ …pe… vatthuṁ nonīvaraṇe khandhe aniccato …pe… domanassaṁ uppajjati; dibbena cakkhunā rūpaṁ passati, dibbāya sotadhātuyā saddaṁ suṇāti. Cetopariyañāṇena nonīvaraṇacittasamaṅgissa cittaṁ jānāti, ākāsānañcāyatanaṁ viññāṇañcāyatanassa …pe… ākiñcaññāyatanaṁ nevasaññānāsaññāyatanassa …pe… rūpāyatanaṁ cakkhuviññāṇassa …pe… phoṭṭhabbāyatanaṁ kāyaviññāṇassa …pe… nonīvaraṇā khandhā iddhividhañāṇassa, cetopariyañāṇassa, pubbenivāsānussatiñāṇassa, yathākammūpagañāṇassa, anāgataṁsañāṇassa, āvajjanāya ārammaṇapaccayena paccayo.
อ้างอิงสยามรัฐ 42.356
—
Uddhaccaṁ vicikicchā ca,
โนนีวรโณ ธมฺโม นีวรณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน
ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ...
ฌานํ ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... โนนีวรเณ ขนฺเธ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ
ตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ ... วิจิกิจฺฉา ... อุทฺธจฺจํ ...
โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ฯ✎ ร่าง
Nonīvaraṇo dhammo nīvaraṇassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—dānaṁ …pe… sīlaṁ …pe… uposathakammaṁ …pe… pubbe suciṇṇāni …pe… jhānā …pe… cakkhuṁ …pe… vatthuṁ nonīvaraṇe khandhe assādeti abhinandati, taṁ ārabbha rāgo uppajjati, diṭṭhi …pe… vicikicchā …pe… uddhaccaṁ …pe… domanassaṁ uppajjati.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 122.377
โนนีวรโณ ธมฺโม นีวรณสฺส จ โนนีวรณสฺส
จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ...
อุโปสถกมฺมํ ... ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ...
โนนีวรเณ ขนฺเธ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ นีวรณา จ
สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Nonīvaraṇo dhammo nīvaraṇassa ca nonīvaraṇassa ca dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—dānaṁ …pe… sīlaṁ …pe… uposathakammaṁ …pe… pubbe suciṇṇāni …pe… jhānā …pe… cakkhuṁ …pe… vatthuṁ nonīvaraṇe khandhe assādeti abhinandati, taṁ ārabbha nīvaraṇā ca sampayuttakā ca khandhā uppajjanti.
นีวรโณ จ โนนีวรโณ จ
ธมฺมา นีวรณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ
อารพฺภ กาตพฺพา ฯ✎ ร่าง
Nīvaraṇo ca nonīvaraṇo ca dhammā nīvaraṇassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo … tīṇi. (Ārabbha kātabbā.)
อ้างอิงสยามรัฐ 42.357