‹ กลับ
ปัญหาวาร
เล่ม ๔๓ — อภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ๑ · ข้อ 445 · อภิ.ปฏ.๕. ๔๓/๗๒๑๕ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๔๕] อุปาทานสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทานสัมปยุตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานสัมปยุตตธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานสัมปยุตตธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย. ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็น ปัจจัยแก่โลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่ เป็นอุปาทานสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย. ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัย แก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรมที่เกิดหลังๆ และโลภะ โดย อนันตรปัจจัย. อุปาทานวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทานวิปปยุตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ โลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่โลภะที่เป็น ทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย โลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย. โลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคต ด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนะ เป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานสัมปยุตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย. โลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคต ด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ที่เกิดหลังๆ และโลภะ โดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และโลภะ โดย อนันตรปัจจัย. อุปาทานสัมปยุตตธรรม และอุปาทานวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทานสัมปยุตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ที่เกิดก่อนๆ และ โลภะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย. ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ที่เกิดก่อนๆ และโลภะ เป็นปัจจัยแก่โลภะ ที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และโลภะเป็นปัจจัยแก่ วุฏฐานะ โดยอนันตรปัจจัย. ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ที่เกิดก่อนๆ และโลภะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ที่เกิดหลังๆ และ โลภะ โดยอนันตรปัจจัย.
เทียบรายประโยค (3 ประโยค)
patthana2.11:182.1 #
อุปาทานสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปาทานสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อุปาทานสมฺปยุตฺตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อุปาทานสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ กาตพฺพํ ปุริมา ปุริมา ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตสฺส โลภสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อุปาทานสมฺปยุตฺตา ขนฺธา วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ กาตพฺพํ ปุริมา ปุริมา ทิฏฺฐิคต- วิปฺปยุตฺตโลภสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ ทิฏฺฐิคต- วิปฺปยุตฺตโลภสหคตานํ ขนฺธานํ โลภสฺส จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ✎ ร่าง
Upādānasampayutto dhammo upādānasampayuttassa dhammassa anantarapaccayena paccayo—purimā purimā upādānasampayuttā khandhā pacchimānaṁ pacchimānaṁ upādānasampayuttakānaṁ khandhānaṁ anantarapaccayena paccayo. (Mūlaṁ kātabbaṁ.) Purimā purimā diṭṭhigatavippayuttalobhasahagatā khandhā pacchimassa pacchimassa diṭṭhigatavippayuttassa lobhassa anantarapaccayena paccayo; upādānasampayuttā khandhā vuṭṭhānassa anantarapaccayena paccayo. (Mūlaṁ kātabbaṁ.) Purimā purimā diṭṭhigatavippayuttalobhasahagatā khandhā pacchimānaṁ pacchimānaṁ diṭṭhigatavippayuttalobhasahagatānaṁ khandhānaṁ lobhassa ca anantarapaccayena paccayo.
อ้างอิงสยามรัฐ 43.269 · ฉัฏฐสังคายนา 122.723 · พุทธชยันตี 51.1054
patthana2.11:183.1 #
อุปาทานวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปาทานวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริโม ปุริโม ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺโต โลโภ ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตสฺส โลภสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺโต โลโภ วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา อุปาทานวิปฺปยุตฺตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อุปาทานวิปฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๔๕.๒} มูลํ กาตพฺพํ ปุริโม ปุริโม ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺโต โลโภ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาวชฺชนา อุปาทานสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ กาตพฺพํ ปุริโม ปุริโม ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺโต โลโภ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตานํ ขนฺธานํ โลภสฺส จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาวชฺชนา ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภ- สหคตานํ ขนฺธานํ โลภสฺส จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ✎ ร่าง
Upādānavippayutto dhammo upādānavippayuttassa dhammassa anantarapaccayena paccayo—purimo purimo diṭṭhigatavippayutto lobho pacchimassa pacchimassa diṭṭhigatavippayuttassa lobhassa anantarapaccayena paccayo; purimā purimā upādānavippayuttā khandhā pacchimānaṁ pacchimānaṁ upādānavippayuttānaṁ khandhānaṁ anantarapaccayena paccayo; diṭṭhigatavippayutto lobho vuṭṭhānassa anantarapaccayena paccayo; anulomaṁ gotrabhussa …pe… phalasamāpattiyā anantarapaccayena paccayo. (Mūlaṁ kātabbaṁ.) Purimo purimo diṭṭhigatavippayutto lobho pacchimānaṁ pacchimānaṁ diṭṭhigatavippayuttalobhasahagatānaṁ khandhānaṁ anantarapaccayena paccayo. Āvajjanā upādānasampayuttakānaṁ khandhānaṁ anantarapaccayena paccayo. (Mūlaṁ kātabbaṁ.) Purimo purimo diṭṭhigatavippayutto lobho pacchimānaṁ pacchimānaṁ diṭṭhigatavippayuttalobhasahagatānaṁ khandhānaṁ lobhassa ca anantarapaccayena paccayo; āvajjanā diṭṭhigatavippayuttalobhasahagatānaṁ khandhānaṁ lobhassa ca anantarapaccayena paccayo.
patthana2.11:184.1 #
อุปาทาน- สมฺปยุตฺโต จ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อุปาทานสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺต- โลภสหคตา ขนฺธา จ โลโภ จ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺต- โลภสหคตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ กาตพฺพํ ปุริมา ปุริมา ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตา ขนฺธา จ โลโภ จ ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตสฺส โลภสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตา ขนฺธา จ โลโภ จ วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ กาตพฺพํ ปุริมา ปุริมา ทิฏฺฐิคต- วิปฺปยุตฺตโลภสหคตา ขนฺธา จ โลโภ จ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตานํ ขนฺธานํ โลภสฺส จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ✎ ร่าง
Upādānasampayutto ca upādānavippayutto ca dhammā upādānasampayuttassa dhammassa anantarapaccayena paccayo—purimā purimā diṭṭhigatavippayuttalobhasahagatā khandhā ca lobho ca pacchimānaṁ pacchimānaṁ diṭṭhigatavippayuttalobhasahagatānaṁ khandhānaṁ anantarapaccayena paccayo. (Mūlaṁ kātabbaṁ.) Purimā purimā diṭṭhigatavippayuttalobhasahagatā khandhā ca lobho ca pacchimassa pacchimassa diṭṭhigatavippayuttassa lobhassa anantarapaccayena paccayo; diṭṭhigatavippayuttalobhasahagatā khandhā ca lobho ca vuṭṭhānassa anantarapaccayena paccayo. (Mūlaṁ kātabbaṁ.) Purimā purimā diṭṭhigatavippayuttalobhasahagatā khandhā ca lobho ca pacchimānaṁ pacchimānaṁ diṭṭhigatavippayuttalobhasahagatānaṁ khandhānaṁ lobhassa ca anantarapaccayena paccayo.
อ้างอิงสยามรัฐ 43.270
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔๓ — อภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน