เนื้อความทั้งข้อ
[๖๒] ธรรมที่เป็นจิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอารัมมณปัจจัย
คือ จิต ปรารภจิต เกิดขึ้น.
ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต ปรารภจิต เกิดขึ้น.
จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ปรารภจิต เกิดขึ้น.
ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน รักษาศีล กระทำอุโบสถกรรม แล้วพิจารณาซึ่งกุศลธรรมนั้น ย่อม
ยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลธรรมนั้น ราคะเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น
กุศลธรรมที่ตนอบรมดีแล้วในกาลก่อน ฯลฯ ออกจากฌานแล้ว พิจารณาซึ่งฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลาย ออกจากมรรคแล้ว พิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณานิพพาน
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่อาวัชชนะ โดย
อารัมมณปัจจัย
พระอริยทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่ไม่ใช่จิต พิจารณากิเลสที่ข่มแล้ว รู้ซึ่งกิเลส
ทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นในกาลก่อน
บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ และขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต โดยความ
เป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูป ด้วยทิพยจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียง
ด้วยธรรมที่ไม่ใช่จิต ด้วยเจโตปริยญาณ
อากาสานัญจายตนะ ฯลฯ อากิญจัญญายตนะ ฯลฯ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ
ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่บุพเพ-
*นิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอารัมมณปัจจัย
มีคำอธิบายเหมือนกับข้อความตามบาลีตอนต้น ที่ว่าบุคคลให้ทาน ฯลฯ ไม่มีแตกต่างกัน.
ข้อที่ต่างกันมีแต่ว่า รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่
กายวิญญาณ. ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ ฯลฯ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณ-
*ปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอารัมมณปัจจัย
มีคำอธิบายเหมือนกับข้อความตามบาลีตอนต้น ที่ว่าบุคคลให้ทาน ฯลฯ ไม่มีแตกต่างกัน.
ข้อที่ต่างกันมีแต่ว่า รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โผฏฐัพ-
*พายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต เป็น
ปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ ฯลฯ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย.
ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอารัมมณปัจจัย
คือ จิต ปรารภจิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย มี ๓ นัย.
จิตฺโต ธมฺโม จิตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย:
จิตฺตํ อารพฺภ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ฯ มูลํ กาตพฺพํ ฯ จิตฺตํ อารพฺภ
โนจิตฺตา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ กาตพฺพํ ฯ จิตฺตํ อารพฺภ
จิตฺตญฺจ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Citto dhammo cittassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—cittaṁ ārabbha cittaṁ uppajjati. (Mūlaṁ kātabbaṁ.) Cittaṁ ārabbha nocittā khandhā uppajjanti. (Mūlaṁ kātabbaṁ.) Cittaṁ ārabbha cittañca sampayuttakā ca khandhā uppajjanti.
โนจิตฺโต ธมฺโม
โนจิตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ทตฺวา
สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ
อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ โทมนสฺสํ
อุปฺปชฺชติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ...
อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ผลํ ปจฺจเวกฺขนฺติ
นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส
ผลสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา โนจิตฺเต
ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ
ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... โนจิตฺเต
ขนฺเธ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา
รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ เจโตปริยญาเณน
โนจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ อากาสานญฺจายตนํ ฯเปฯ
อากิญฺจญฺญายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสหคตานํ
ขนฺธานํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯเปฯ โนจิตฺตา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส
เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมุปค-
ญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน
ปจฺจโย ฯ✎ ร่าง
Nocitto dhammo nocittassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—dānaṁ datvā sīlaṁ …pe… uposathakammaṁ katvā taṁ paccavekkhati assādeti abhinandati, taṁ ārabbha rāgo uppajjati …pe… domanassaṁ uppajjati, pubbe suciṇṇāni …pe… jhānā vuṭṭhahitvā jhānaṁ …pe… ariyā maggā vuṭṭhahitvā maggaṁ paccavekkhanti, phalaṁ paccavekkhanti, nibbānaṁ paccavekkhanti. Nibbānaṁ gotrabhussa, vodānassa, maggassa, phalassa, āvajjanāya ārammaṇapaccayena paccayo; ariyā nocitte pahīne kilese paccavekkhanti, vikkhambhite kilese paccavekkhanti, pubbe samudāciṇṇe kilese jānanti, cakkhuṁ …pe… vatthuṁ nocitte khandhe aniccato …pe… domanassaṁ uppajjati; dibbena cakkhunā rūpaṁ passati, dibbāya sotadhātuyā saddaṁ suṇāti. Cetopariyañāṇena nocittasamaṅgissa cittaṁ jānāti, ākāsānañcāyatanaṁ …pe… ākiñcaññāyatanaṁ …pe… rūpāyatanaṁ cakkhuviññāṇasahagatānaṁ khandhānaṁ …pe… phoṭṭhabbāyatanaṁ kāyaviññāṇasahagatānaṁ khandhānaṁ …pe… nocittā khandhā iddhividhañāṇassa, cetopariyañāṇassa, pubbenivāsānussatiñāṇassa, yathākammūpagañāṇassa, anāgataṁsañāṇassa, āvajjanāya ārammaṇapaccayena paccayo.
อ้างอิงสยามรัฐ 43.31 · ฉัฏฐสังคายนา 122.487
โนจิตฺโต ธมฺโม จิตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน
ปจฺจโย: ทานํ ทตฺวา ... ปฐมคมนสทิสํ นินฺนานากรณํ ฯ อิมํ นานํ
รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ฯ
โนจิตฺตา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส ฯเปฯ อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน
ปจฺจโย ฯ✎ ร่าง
Nocitto dhammo cittassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—dānaṁ datvā …pe… (paṭhamagamanasadisaṁ ninnānākaraṇaṁ, imaṁ nānaṁ) rūpāyatanaṁ cakkhuviññāṇassa …pe… phoṭṭhabbāyatanaṁ kāyaviññāṇassa …pe… nocittā khandhā iddhividhañāṇassa …pe… āvajjanāya ārammaṇapaccayena paccayo.
โนจิตฺโต ธมฺโม จิตฺตสฺส จ โนจิตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณ-
ปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ทตฺวา ... ปฐมคมนสทิสํ นินฺนานากรณํ ฯ
อิมํ นานํ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ
โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ ฯ
โนจิตฺตา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส ฯเปฯ อาวชฺชนาย อารมฺมณ-
ปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ✎ ร่าง
Nocitto dhammo cittassa ca nocittassa ca dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo— dānaṁ datvā …pe… (paṭhamagamanasadisaṁ ninnānākaraṇaṁ, imaṁ nānaṁ), rūpāyatanaṁ cakkhuviññāṇassa sampayuttakānañca khandhānaṁ …pe… phoṭṭhabbāyatanaṁ kāyaviññāṇassa sampayuttakānañca khandhānaṁ …pe… nocittā khandhā iddhividhañāṇassa …pe… āvajjanāya ārammaṇapaccayena paccayo.
อ้างอิงสยามรัฐ 43.32
จิตฺโต จ โนจิตฺโต จ ธมฺมา จิตฺตสฺส ธมฺมสฺส
อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: จิตฺตญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ อารพฺภ
จิตฺตํ ตีณิ ฯ✎ ร่าง
Citto ca nocitto ca dhammā cittassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo— cittañca sampayuttake ca khandhe ārabbha cittaṁ uppajjati … tīṇi.