เนื้อความทั้งข้อ
[๖๘๔] สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสัปปีติกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม
เกิดขึ้น.
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ
เกิดขึ้น.
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และ
ปีติ เกิดขึ้น.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ศีล ฯลฯ กระทำอุปโบสถกรรมแล้ว
พิจารณาด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรมแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลกรรมนั้น
ราคะที่เป็นอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น วิจิกิจฉา เกิดขึ้น อุทธัจจะ เกิดขึ้น โทมนัส
เกิดขึ้น
บุคคลออกจากฌานที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล ฯลฯ แล้ว
พิจารณาด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม
นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภูที่เป็นอัปปีติกธรรม แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่
อาวัชชนะ และแก่ปีติ โดยอารัมมณปัจจัย
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นอัปปีติกธรรม กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ
กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ
ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะที่เป็นอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น โทมนัส เกิดขึ้น
ด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่
บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ และแก่ปีติ
โดยอารัมมณปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม
และปีติ เกิดขึ้น.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทานด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ แล้ว
พิจารณาด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลธรรมนั้น
ราคะที่เป็นสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น
บุคคลออกจากฌานที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล ฯลฯ แล้ว
พิจารณาด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภูที่เป็นสัปปีติกธรรม แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล
โดยอารัมมณปัจจัย
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นอัปปีติกธรรม กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ
กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ
ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะ
ปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะที่เป็นสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม
เกิดขึ้น.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทานด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ แล้วพิจารณา
ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลธรรมนั้น ขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ เกิดขึ้น
บุคคลออกจากฌานที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค ฯลฯ ออก
จากผลแล้ว พิจารณาด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพานด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภูที่เป็นสัปปีติกธรรม แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล และแก่
ปีติ โดยอารัมมณปัจจัย
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นอัปปีติกธรรม กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ
กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ
ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะ
ปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะที่เป็นสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม
และปีติ เกิดขึ้น.
สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติก-
*ธรรม เกิดขึ้น.
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม
และปีติ เกิดขึ้น.
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม
และปีติ เกิดขึ้น.
สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน
ปจฺจโย: สปฺปีติเก ขนฺเธ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
มูลํ สปฺปีติเก ขนฺเธ อารพฺภ อปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ
อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ สปฺปีติเก ขนฺเธ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา
จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Sappītiko dhammo sappītikassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—sappītike khandhe ārabbha sappītikā khandhā uppajjanti. (Mūlaṁ kātabbaṁ.) Sappītike khandhe ārabbha appītikā khandhā ca pīti ca uppajjanti. (Mūlaṁ kātabbaṁ.) Sappītike khandhe ārabbha sappītikā khandhā ca pīti ca uppajjanti.
อปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส
อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ ...
อุโปสถกมฺมํ กตฺวา อปฺปีติเกน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ
อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ อปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ
วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชติ อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ
{๖๘๔.๑} อปฺปีติกา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ... มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา ...
ผลา วุฏฺฐหิตฺวา อปฺปีติเกน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อริยา อปฺปีติเกน
จิตฺเตน นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ อปฺปีติกสฺส โคตฺรภุสฺส
โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อาวชฺชนาย ปีติยา จ อารมฺมณปจฺจเยน
ปจฺจโย อริยา สปฺปีติเกน จิตฺเตน อปฺปีติเก ปหีเน กิเลเส ... วิกฺขมฺภิเต
กิเลเส ... ปุพฺเพ ฯเปฯ จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ
อปฺปีติเกน จิตฺเตน อนิจฺจโต ... วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ
{๖๘๔.๒} ตํ อารพฺภ อปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ
ทิพฺเพน จกฺขุนา ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส อารมฺมณ-
ปจฺจเยน ปจฺจโย อปฺปีติกา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส
ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมุปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส
อาวชฺชนาย ปีติยา จ อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อปฺปีติเก ขนฺเธ จ
ปีติญฺจ อารพฺภ อปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Appītiko dhammo appītikassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—appītikena cittena dānaṁ datvā sīlaṁ …pe… uposathakammaṁ katvā appītikena cittena paccavekkhati, assādeti abhinandati, taṁ ārabbha appītiko rāgo uppajjati, diṭṭhi uppajjati, vicikicchā uppajjati, uddhaccaṁ uppajjati, domanassaṁ uppajjati; appītikā jhānā vuṭṭhahitvā …pe… maggā vuṭṭhahitvā …pe… phalā vuṭṭhahitvā appītikena cittena phalaṁ paccavekkhati, ariyā appītikena cittena nibbānaṁ paccavekkhanti, nibbānaṁ appītikassa gotrabhussa, vodānassa, maggassa, phalassa, āvajjanāya pītiyā ca ārammaṇapaccayena paccayo; ariyā appītikena cittena appītike pahīne kilese …pe… vikkhambhite kilese …pe… pubbe …pe… cakkhuṁ …pe… vatthuṁ appītike khandhe ca pītiñca appītikena cittena aniccato …pe… vipassati assādeti abhinandati, taṁ ārabbha appītiko rāgo uppajjati …pe… domanassaṁ uppajjati; dibbena cakkhunā rūpaṁ passati …pe… phoṭṭhabbāyatanaṁ kāyaviññāṇassa ārammaṇapaccayena paccayo; appītikā khandhā iddhividhañāṇassa cetopariyañāṇassa, pubbenivāsānussatiñāṇassa, yathākammūpagañāṇassa, anāgataṁsañāṇassa, āvajjanāya pītiyā ca ārammaṇapaccayena paccayo; appītike khandhe ca pītiñca ārabbha appītikā khandhā ca pīti ca uppajjanti.
อ้างอิงสยามรัฐ 43.413 · ฉัฏฐสังคายนา 123.122
อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน
ปจฺจโย: อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... สปฺปีติเกน
จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ สปฺปีติโก
ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ อปฺปีติกา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ...
มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา ... ผลา วุฏฺฐหิตฺวา สปฺปีติเกน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ
อริยา สปฺปีติเกน จิตฺเตน นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ สปฺปีติกสฺส
โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย
อริยา สปฺปีติเกน จิตฺเตน อปฺปีติเก ปหีเน กิเลเส ... วิกฺขมฺภิเต
กิเลเส ... ปุพฺเพ ฯเปฯ จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ
สปฺปีติเกน จิตฺเตน อนิจฺจโต ... วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ
ตํ อารพฺภ สปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ อปฺปีติเก
ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Appītiko dhammo sappītikassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—appītikena cittena dānaṁ datvā sīlaṁ …pe… uposathakammaṁ …pe… sappītikena cittena paccavekkhati assādeti abhinandati, taṁ ārabbha sappītiko rāgo uppajjati, diṭṭhi uppajjati; appītikā jhānā vuṭṭhahitvā …pe… maggā vuṭṭhahitvā …pe… phalā vuṭṭhahitvā sappītikena cittena phalaṁ paccavekkhati, ariyā sappītikena cittena nibbānaṁ paccavekkhanti, nibbānaṁ sappītikassa gotrabhussa, vodānassa, maggassa, phalassa ārammaṇapaccayena paccayo; ariyā sappītikena cittena appītike pahīne kilese …pe… vikkhambhite kilese …pe… pubbe …pe… cakkhuṁ …pe… vatthuṁ appītike khandhe ca pītiñca sappītikena cittena aniccato …pe… vipassati assādeti abhinandati, taṁ ārabbha sappītiko rāgo uppajjati, diṭṭhi uppajjati; appītike khandhe ca pītiñca ārabbha sappītikā khandhā uppajjanti.
อ้างอิงสยามรัฐ 43.414 · พุทธชยันตี 51.1122
อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส
อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ ...
อุโปสถกมฺมํ ... สปฺปีติเกน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ
อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ
อปฺปีติกา ฌานา ... มคฺคา ... ผลา วุฏฺฐหิตฺวา สปฺปีติเกน จิตฺเตน
ปจฺจเวกฺขติ อริยา สปฺปีติเกน จิตฺเตน นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ
นิพฺพานํ สปฺปีติกสฺส โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส
ผลสฺส ปีติยา จ อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา สปฺปีติเกน
จิตฺเตน อปฺปีติเก ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต
กิเลเส ... ปุพฺเพ ฯเปฯ จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ
ปีติญฺจ สปฺปีติเกน จิตฺเตน อนิจฺจโต ... วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ
อภินนฺทนฺติ
{๖๘๔.๕} ตํ อารพฺภ สปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ
อุปฺปชฺชติ อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา จ
ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา สปฺปีติกสฺส
ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ
อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ สปฺปีติเก ขนฺเธ จ
ปีติญฺจ อารพฺภ อปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ
สปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ
อุปฺปชฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Appītiko dhammo sappītikassa ca appītikassa ca dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—appītikena cittena dānaṁ datvā sīlaṁ …pe… uposathakammaṁ …pe… sappītikena cittena paccavekkhati assādeti abhinandati, taṁ ārabbha sappītikā khandhā ca pīti ca uppajjanti, appītikā jhānā …pe… maggā …pe… phalā vuṭṭhahitvā sappītikena cittena phalaṁ paccavekkhati, ariyā sappītikena cittena nibbānaṁ paccavekkhanti, nibbānaṁ sappītikassa gotrabhussa, vodānassa, maggassa, phalassa, pītiyā ca ārammaṇapaccayena paccayo; ariyā sappītikena cittena appītike pahīne kilese paccavekkhanti, vikkhambhite kilese …pe… pubbe …pe… cakkhuṁ …pe… vatthuṁ appītike khandhe ca pītiñca sappītikena cittena aniccato …pe… vipassati assādeti abhinandati, taṁ ārabbha sappītikā khandhā ca pīti ca uppajjanti, appītike khandhe ca pītiñca ārabbha sappītikā khandhā ca pīti ca uppajjanti.
อ้างอิงสยามรัฐ 43.415