เนื้อความทั้งข้อ
แปลไทย ฉบับหลวง
บาลีอักษรไทย
[๖๘๗] สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์
ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ
โดยอุปนิสสยปัจจัย.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ
โดยอุปนิสสยปัจจัย.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอัปปีติกธรรมแล้ว
ให้ทาน ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ยังฌานที่เป็นอัปปีติกธรรม วิปัสสนา
มรรค อภิญญา ฯลฯ สมาบัติให้เกิด ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ อภิญญา ราคะ โทสะ โมหะ
มานะ ทิฏฐิ ความปรารถนา สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย ฤดู โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ ปีติ
แล้วให้ทาน ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิด ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์
ศรัทธาที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ และปีติ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็น
อัปปีติกธรรม ฯลฯ แก่ความปรารถนา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ
และแก่ปีติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ นัย เป็นอุปนิสสยปัจจัย คือ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอัปปีติกธรรมแล้ว
ให้ทานด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม ฯลฯ จากฌานที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ ปีติ แล้วให้ทานด้วยจิตที่เป็น
สัปปีติกธรรม ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิด
บุคคลกระทำอทินนาทาน ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม ฯลฯ มุสา ฯลฯ ปิสุณา ฯลฯ
สัมผะ ฯลฯ ตัดช่องย่องเบา ฯลฯ ลอบขึ้นไปลักทรัพย์ ฯลฯ ปล้นบ้านหลังหนึ่ง ฯลฯ ปล้นตามทาง
ฯลฯ ภริยาผู้อื่น ฯลฯ ฆ่าคนในหมู่บ้าน ฯลฯ ฆ่าคนในนิคม ฯลฯ
ศรัทธาที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ และปีติ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นสัปปีติก-
*ธรรม ฯลฯ แก่ปัญญา แก่ราคะ แก่โมหะ แก่มานะ แก่ทิฏฐิ แก่ความปรารถนา แก่มรรค
แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ นัย เป็นอุปนิสสยปัจจัย คือ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอัปปีติกธรรม แล้ว
ให้ทานด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิด ก่อมานะ ถือทิฏฐิ ฯลฯ
บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ ปีติ แล้วให้ทานด้วยจิตที่เป็น
สัปปีติกธรรม ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิด ถือเอาของที่เขาไม่ได้ให้ ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม.
บุคคลกระทำการฆ่าคนในนิคม ศรัทธาที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ และปีติ
เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นสัปปีติกธรรม ฯลฯ แก่ปัญญา แก่ราคะ แก่โมหะ แก่มานะ แก่ทิฏฐิ
แก่ความปรารถนา แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ และแก่ปีติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ นัย เป็นอุปนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม
และปีติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม
และปีติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
▴ ย่อ
สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน
ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ
ปกตูปนิสฺสโย: สปฺปีติกา ขนฺธา สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ อุปนิสฺสย-
ปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ สปฺปีติกา ขนฺธา อปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา
จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ สปฺปีติกา ขนฺธา สปฺปีติกานํ
ขนฺธานํ ปีติยา จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ✎ ร่าง
Sukhasahagato dhammo sukhasahagatassa dhammassa hetupaccayena paccayo … cattāri. (Ārammaṇepi adhipatiyāpi sappītikadukasadisā, sukhanti nānākaraṇaṁ.)
อ้างอิง ฉัฏฐสังคายนา 123.133
อปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน
ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ
ปกตูปนิสฺสโย: อปฺปีติกํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ
ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ อปฺปีติกํ ฌานํ วิปสฺสนํ มคฺคํ อภิญฺญํ ...
สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ อปฺปีติกํ สีลํ ฯเปฯ
ปญฺญํ ... อภิญฺญํ ราคํ โทสํ โมหํ มานํ ทิฏฺฐึ ปตฺถนํ กายิกํ สุขํ กายิกํ
ทุกฺขํ อุตุํ โภชนํ ... เสนาสนํ ปีตึ อุปนิสฺสาย อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ
ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ ปาณํ หนติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ อปฺปีติกา
สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ ปีติ จ อปฺปีติกาย สทฺธาย ฯเปฯ ปตฺถนาย
กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา ปีติยา
จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ✎ ร่าง
Appītiko dhammo appītikassa dhammassa upanissayapaccayena paccayo— ārammaṇūpanissayo, anantarūpanissayo, pakatūpanissayo …pe…. Pakatūpanissayo —appītikaṁ saddhaṁ upanissāya appītikena cittena dānaṁ deti, sīlaṁ samādiyati, uposathakammaṁ karoti; appītikaṁ jhānaṁ …pe… vipassanaṁ … maggaṁ … abhiññaṁ … samāpattiṁ uppādeti, mānaṁ jappeti, diṭṭhiṁ gaṇhāti; appītikaṁ sīlaṁ …pe… paññaṁ … rāgaṁ … dosaṁ … mohaṁ … mānaṁ … diṭṭhiṁ … patthanaṁ … kāyikaṁ sukhaṁ … kāyikaṁ dukkhaṁ … utuṁ … bhojanaṁ … senāsanaṁ … pītiṁ upanissāya appītikena cittena dānaṁ deti …pe… samāpattiṁ uppādeti, pāṇaṁ hanati …pe… saṅghaṁ bhindati; appītikā saddhā …pe… senāsanaṁ pīti ca appītikāya saddhāya …pe… patthanāya … kāyikassa sukhassa … kāyikassa dukkhassa … maggassa phalasamāpattiyā pītiyā ca upanissayapaccayena paccayo.
อ้างอิง พุทธชยันตี 51.1125
อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส
อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ อุปนิสฺสยา อปฺปีติกํ
สทฺธํ อุปนิสฺสาย สปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ เทติ ฯเปฯ
อปฺปีติกา ฌานา ฯเปฯ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ อปฺปีติกํ
สีลํ ฯเปฯ เสนาสนํ ปีตึ อุปนิสฺสาย สปฺปีติเกน จิตฺเตน
ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ สปฺปีติเกน จิตฺเตน
อทินฺนํ ... มุสา ... ปิสุณํ ... สมฺผํ ... สนฺธึ ... นิลฺโลปํ ...
เอกาคาริกํ ... ปริปนฺเถ ... ปรทารํ ... คามฆาตํ ... นิคมฆาตํ ...
อปฺปีติกา สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ ปีติ จ สปฺปีติกาย สทฺธาย
ฯเปฯ ปญฺญาย ราคสฺส โมหสฺส มานสฺส ทิฏฺฐิยา ปตฺถนาย
มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ✎ ร่าง
Appītiko dhammo sappītikassa dhammassa upanissayapaccayena paccayo. (Tīṇi upanissayā.) Appītikaṁ saddhaṁ upanissāya sappītikena cittena dānaṁ deti …pe… appītikā jhānā …pe… mānaṁ jappeti, diṭṭhiṁ gaṇhāti; appītikaṁ sīlaṁ …pe… senāsanaṁ pītiṁ upanissāya sappītikena cittena dānaṁ deti …pe… samāpattiṁ uppādeti; sappītikena cittena adinnaṁ ādiyati, musā …pe… pisuṇaṁ …pe… samphaṁ …pe… sandhiṁ …pe… nillopaṁ …pe… ekāgārikaṁ …pe… paripanthe …pe… paradāraṁ …pe… gāmaghātaṁ …pe… nigamaghātaṁ karoti; appītikā saddhā …pe… senāsanaṁ pīti ca sappītikāya saddhāya …pe… paññāya rāgassa, mohassa … mānassa … diṭṭhiyā … patthanāya … maggassa, phalasamāpattiyā upanissayapaccayena paccayo.
อ้างอิง สยามรัฐ 43.421
อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส
อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ อุปนิสฺสยา อปฺปีติกํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย
สปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มานํ ชปฺเปติ
ทิฏฺฐึ คณฺหาติ ฯเปฯ อปฺปีติกํ สีลํ ฯเปฯ เสนาสนํ ปีตึ อุปนิสฺสาย
สปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ สปฺปีติเกน
จิตฺเตน อทินฺนํ อาทิยติ ฯ ทุติยวารสทิสํ ฯ นิคมฆาตํ กโรติ
อปฺปีติกา สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ ปีติ จ สปฺปีติกาย สทฺธาย ฯเปฯ
ปญฺญาย ราคสฺส โมหสฺส มานสฺส ทิฏฺฐิยา ปตฺถนาย มคฺคสฺส
ผลสมาปตฺติยา ปีติยา จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ✎ ร่าง
Appītiko dhammo sappītikassa ca appītikassa ca dhammassa upanissayapaccayena paccayo (tīṇi upanissayā). Appītikaṁ saddhaṁ upanissāya sappītikena cittena dānaṁ deti …pe… samāpattiṁ uppādeti, mānaṁ jappeti, diṭṭhiṁ gaṇhāti; appītikaṁ sīlaṁ …pe… senāsanaṁ pītiṁ upanissāya sappītikena cittena dānaṁ deti …pe… samāpattiṁ uppādeti; sappītikena cittena adinnaṁ ādiyati …pe… (dutiyavārasadisaṁ) nigamaghātaṁ karoti; appītikā saddhā …pe… senāsanaṁ pīti ca sappītikāya saddhāya …pe… paññāya … rāgassa … mohassa … mānassa … diṭṭhiyā … patthanāya … maggassa, phalasamāpattiyā pītiyā ca upanissayapaccayena paccayo.
อ้างอิง ฉัฏฐสังคายนา 123.128
สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส
อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิปิ อุปนิสฺสยา สปฺปีติกา ขนฺธา
จ ปีติ จ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ
สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ
อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ
สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ✎ ร่าง
Sappītiko ca appītiko ca dhammā sappītikassa dhammassa upanissayapaccayena paccayo (tīṇipi upanissayā). Sappītikā khandhā ca pīti ca sappītikānaṁ khandhānaṁ upanissayapaccayena paccayo. (Mūlaṁ kātabbaṁ.) Sappītikā khandhā ca pīti ca appītikānaṁ khandhānaṁ pītiyā ca upanissayapaccayena paccayo. (Mūlaṁ kātabbaṁ.) Sappītikā khandhā ca pīti ca sappītikānaṁ khandhānaṁ pītiyā ca upanissayapaccayena paccayo.
อ้างอิง สยามรัฐ 43.422