‹ กลับ
ปัญหาวาร
เล่ม ๔๓ — อภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ๑ · ข้อ 865 · อภิ.ปฏ.๕. ๔๓/๑๔๔๕๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๘๖๕] สรณธรรม เป็นปัจจัยแก่สรณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งราคะ เพราะปรารภราคะนั้น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งทิฏฐิ วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ เพราะ ปรารภโทมนัส โทมนัส เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ เกิดขึ้น. สรณธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลาย กิเลสที่ละแล้ว ฯลฯ กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่ เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ พิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสรณธรรม โดยความเป็นของ ไม่เที่ยง ฯลฯ บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นสรณธรรม โดยเจโตปริยญาณ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสรณธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย. อรณธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ บุคคลกระทำอุโบสถกรรม แล้วพิจารณากุศลกรรมนั้น ในกาลก่อน ฯลฯ ฌาน ฯลฯ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค พิจารณามรรค ผล พิจารณานิพพาน นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่อาวัชชนะ โดย อารัมมณปัจจัย จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอรณธรรม โดยความ เป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย. อรณธรรม เป็นปัจจัยแก่สรณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ บุคคลกระทำอุโบสถกรรมแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลิน ยิ่ง ซึ่งกุศลกรรมนั้น เพราะปรารภกุศลกรรมนั้น ราคะ เกิดขึ้น ฯลฯ ในกาลก่อน ฯลฯ จากฌาน ฯลฯ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งขันธ์ทั้งหลายที่ เป็นอรณธรรม เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น.
เทียบรายประโยค (3 ประโยค)
patthana2.13:759.1 #
สรโณ ธมฺโม สรณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ราคํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ ... วิจิกิจฺฉา ... อุทฺธจฺจํ ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐึ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ วิจิกิจฺฉา ... อุทฺธจฺจํ ... โทมนสฺสํ อารพฺภ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ ... วิจิกิจฺฉา ... อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชติ ฯ {๘๖๕.๑} สรโณ ธมฺโม อรณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: อริยา ปหีเน กิเลเส ... วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ... ปุพฺเพ ... สรเณ ขนฺเธ อนิจฺจโต ... วิปสฺสนฺติ เจโตปริยญาเณน สรณจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานนฺติ สรณา ขนฺธา เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมุปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ✎ ร่าง
Saraṇo dhammo saraṇassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—rāgaṁ assādeti abhinandati, taṁ ārabbha rāgo uppajjati, diṭṭhi …pe… vicikicchā …pe… uddhaccaṁ …pe… domanassaṁ uppajjati, diṭṭhiṁ assādeti abhinandati, taṁ ārabbha rāgo uppajjati …pe… domanassaṁ uppajjati, vicikicchaṁ ārabbha …pe… uddhaccaṁ ārabbha …pe… domanassaṁ ārabbha domanassaṁ uppajjati, diṭṭhi …pe… vicikicchā …pe… uddhaccaṁ uppajjati. Saraṇo dhammo araṇassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—ariyā pahīne kilese …pe… vikkhambhite kilese …pe… pubbe samudāciṇṇe …pe… saraṇe khandhe aniccato …pe… vipassati, cetopariyañāṇena saraṇacittasamaṅgissa cittaṁ jānāti. Saraṇā khandhā cetopariyañāṇassa, pubbenivāsānussatiñāṇassa, yathākammūpagañāṇassa, anāgataṁsañāṇassa, āvajjanāya ārammaṇapaccayena paccayo.
patthana2.13:786.1 #
Dhammānulome dukapaṭṭhānaṁ niṭṭhitaṁ.
patthana2.13:760.1 #
อรโณ ธมฺโม อรณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ ... ฌานา ... อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ผลํ ... นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อรเณ ขนฺเธ อนิจฺจโต ... วิปสฺสนฺติ ฯเปฯ ทิพฺเพน จกฺขุนา ฯเปฯ อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อรโณ ธมฺโม สรณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ปุพฺเพ ... ฌานา ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อรเณ ขนฺเธ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ฯ✎ ร่าง
Araṇo dhammo araṇassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo; dānaṁ …pe… sīlaṁ …pe… uposathakammaṁ katvā taṁ paccavekkhati, pubbe …pe… jhānā …pe… ariyā maggā vuṭṭhahitvā maggaṁ paccavekkhanti, phalaṁ …pe… nibbānaṁ paccavekkhanti; nibbānaṁ gotrabhussa, vodānassa, maggassa, phalassa, āvajjanāya ārammaṇapaccayena paccayo. Cakkhuṁ …pe… vatthuṁ araṇe khandhe aniccato …pe… vipassati, dibbena cakkhunā rūpaṁ passati …pe… anāgataṁsañāṇassa, āvajjanāya ārammaṇapaccayena paccayo. Araṇo dhammo saraṇassa dhammassa ārammaṇapaccayena paccayo—dānaṁ …pe… sīlaṁ …pe… uposathakammaṁ katvā taṁ assādeti abhinandati, taṁ ārabbha rāgo uppajjati …pe… pubbe …pe… jhānā …pe… cakkhuṁ …pe… vatthuṁ, araṇe khandhe assādeti abhinandati, taṁ ārabbha rāgo uppajjati …pe… domanassaṁ uppajjati.
อ้างอิงสยามรัฐ 43.524 · ฉัฏฐสังคายนา 123.223
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๔๓ — อภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน