เนื้อความทั้งข้อ
[๒๙๑] ๑. ก็โดยสมัยนั้นแล พราหมณ์ผู้หนึ่ง นิมนต์ภิกษุทั้งหลายมาแล้วได้กล่าวว่า
นิมนต์พระอรหันต์ทั้งหลาย จงมาเถิดเจ้าข้า ภิกษุเหล่านั้นมีความรังเกียจว่า พวกเราหาได้เป็น
พระอรหันต์ไม่ ก็พราหมณ์นี้มาร้องเรียกพวกเราด้วยวาทะว่าอรหันต์ พวกเราจะพึงปฏิบัติ
อย่างไรหนอ แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ไม่ต้องอาบัติ เพราะเขากล่าวด้วยความเลื่อมใส.
๒. ก็โดยสมัยนั้นแล พราหมณ์ผู้หนึ่ง นิมนต์ภิกษุทั้งหลายมาแล้วได้กล่าวว่า นิมนต์พระ
อรหันต์ทั้งหลาย จงนั่งเถิดเจ้าข้า ภิกษุเหล่านั้นมีความรังเกียจว่า พวกเราหาได้เป็นพระอรหันต์ไม่
ก็พราหมณ์นี้มาร้องเรียกพวกเราด้วยวาทะว่าอรหันต์ พวกเราจะพึงปฏิบัติอย่างไรหนอ
แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม่เป็นอาบัติ
เพราะเขากล่าวด้วยความเลื่อมใส
๓. ก็โดยสมัยนั้นแล พราหมณ์ผู้หนึ่ง นิมนต์ภิกษุทั้งหลายมาแล้วได้กล่าวว่า นิมนต์
พระอรหันต์ทั้งหลาย จงบริโภคเถิดเจ้าข้า ภิกษุเหล่านั้นมีความรังเกียจว่า พวกเราหาได้เป็นพระ
อรหันต์ไม่ ก็พราหมณ์นี้มาร้องเรียกพวกเราด้วยวาทะว่าอรหันต์ พวกเราจะพึงปฏิบัติอย่างไรหนอ
แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม่เป็นอาบัติ
เพราะเขากล่าวด้วยความเลื่อมใส
๔. ก็โดยสมัยนั้นแล พราหมณ์ผู้หนึ่ง นิมนต์ภิกษุทั้งหลายมาแล้วได้กล่าวว่า นิมนต์
พระอรหันต์ทั้งหลาย จงฉันให้อิ่มเถิดเจ้าข้า ภิกษุเหล่านั้นมีความรังเกียจว่า พวกเราหาได้
เป็นพระอรหันต์ไม่ ก็พราหมณ์นี้มาร้องเรียกพวกเราด้วยวาทะว่าอรหันต์ พวกเราจะพึงปฏิบัติ
อย่างไรหนอ แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ไม่เป็นอาบัติ เพราะเขากล่าวด้วยความเลื่อมใส
๕. ก็โดยสมัยนั้นแล พราหมณ์ผู้หนึ่ง นิมนต์ภิกษุทั้งหลายมาแล้วได้กล่าวว่า นิมนต์
พระอรหันต์ทั้งหลาย จงกลับไปเถิดเจ้าข้า ภิกษุเหล่านั้นมีความรังเกียจว่า พวกเราหาได้เป็นพระ
อรหันต์ไม่ ก็พราหมณ์นี้มาร้องเรียกพวกเราด้วยวาทะว่าอรหันต์ พวกเราจะพึงปฏิบัติอย่างไรหนอ
แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม่เป็นอาบัติ
เพราะเขากล่าวด้วยความเลื่อมใส.
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร พฺราหฺมโณ ภิกฺขู
นิมนฺเตตฺวา เอตทโวจ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro brāhmaṇo bhikkhū nimantetvā etadavoca—
อ้างอิงสยามรัฐ 1.208
อายนฺตุ โภนฺโต อรหนฺโตติ ฯ✎ ร่าง
“āyantu bhonto arahanto”ti.
เตสํ
กุกฺกุจฺจํ อโหสิ✎ ร่าง
Tesaṁ kukkuccaṁ ahosi—
มยญฺจมฺหา น อรหนฺโต✎ ร่าง
“mayañcamha na arahanto.
อยญฺจ พฺราหฺมโณ
@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ม. อนรหนฺโต ฯ
อเมฺห อรหนฺตวาเทน สมุทาจรติ✎ ร่าง
Ayañca brāhmaṇo amhe arahantavādena samudācarati.
กถํ นุ โข อเมฺหหิ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ nu kho amhehi paṭipajjitabban”ti?
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อนาปตฺติ ภิกฺขเว ปสาทภญฺเญติ ฯ✎ ร่าง
“Anāpatti, bhikkhave, pasādabhaññe”ti.
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร พฺราหฺมโณ ภิกฺขู
นิมนฺเตตฺวา เอตทโวจ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro brāhmaṇo bhikkhū nimantetvā etadavoca—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.139
นิสีทนฺตุ โภนฺโต อรหนฺโตติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“nisīdantu bhonto arahanto”ti …
ภุญฺชนฺตุ โภนฺโต อรหนฺโตติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“bhuñjantu bhonto arahanto”ti …
ตปฺเปนฺตุ โภนฺโต อรหนฺโตติ
ฯเปฯ✎ ร่าง
“tappentu bhonto arahanto”ti …
คจฺฉนฺตุ โภนฺโต อรหนฺโตติ ฯ✎ ร่าง
“gacchantu, bhonto arahanto”ti.
เตสํ กุกฺกุจฺจํ อโหสิ✎ ร่าง
Tesaṁ kukkuccaṁ ahosi—
มยญฺจมฺหา น อรหนฺโต✎ ร่าง
“mayañcamha na arahanto.
อยญฺจ พฺราหฺมโณ อเมฺห อรหนฺตวาเทน
สมุทาจรติ✎ ร่าง
Ayañca brāhmaṇo amhe arahantavādena samudācarati.
กถํ นุ โข อเมฺหหิ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ nu kho amhehi paṭipajjitabban”ti?
ภควโต
เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อนาปตฺติ ภิกฺขเว ปสาทภญฺเญติ ฯ✎ ร่าง
“Anāpatti, bhikkhave, pasādabhaññe”ti.