‹ กลับ
อนาปัตติวาร
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 290 · วิ.มหา.๑. ๑/๑๐๘๓๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๙๐] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธ ภิกษุทั้งหลายได้พากันถามภิกษุนั้นว่า อุตตริมนุสสธรรมของคุณมีหรือ? ภิกษุนั้นตอบว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย การทำพระอรหัตตผลให้แจ้งไม่ใช่ของทำได้ยาก แล้วมีความรังเกียจว่า เฉพาะท่านที่เป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคเท่านั้น จึงควรพูดอย่างนั้น ส่วนเราสิ หาได้เป็นสาวกของพระองค์ไม่ เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุ เธอคิดอย่างไร? ภิ. ข้าพระพุทธเจ้ามิได้มีความประสงค์จะพูดอวด พระพุทธเจ้าข้า ภ. ดูกรภิกษุ ภิกษุผู้ไม่มีความประสงค์จะพูดอวด ไม่ต้องอาบัติ. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธ ภิกษุทั้งหลายได้พากันถามภิกษุนั้นว่า อุตตริ- *มนุสสธรรมของคุณมีหรือ? ภิกษุนั้นตอบว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย อันท่านผู้ปรารภความเพียรแล้ว พึงยังธรรมให้ สัมฤทธิผลได้ แล้วมีความรังเกียจว่า เฉพาะท่านที่เป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคเท่านั้น จึงควร พูดอย่างนั้น ส่วนเราสิ หาได้เป็นสาวกของพระองค์ไม่ เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุ เธอคิดอย่างไร? ภิ. ข้าพระพุทธเจ้ามิได้มีความประสงค์จะพูดอวด พระพุทธเจ้าข้า ภ. ดูกรภิกษุ ภิกษุผู้ไม่มีความประสงค์จะพูดอวด ไม่ต้องอาบัติ. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธ ภิกษุทั้งหลายได้พูดกะภิกษุนั้นว่า ดูกรอาวุโส ท่านอย่าได้กลัวเลย ภิกษุนั้นตอบว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ผมไม่กลัวต่อความตาย แล้วมีความรังเกียจว่า เฉพาะท่านเป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคเท่านั้น จึงควรพูดอย่างนั้น ส่วนเราสิ หาได้เป็นสาวก ของพระองค์ไม่ เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่ผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุ เธอคิดอย่างไร? ภิ. ข้าพระพุทธเจ้ามิได้มีความประสงค์จะพูดอวด พระพุทธเจ้าข้า ภ. ดูกรภิกษุ ภิกษุผู้ไม่มีความประสงค์จะพูดอวด ไม่ต้องอาบัติ. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธ ภิกษุทั้งหลายได้พูดกับภิกษุนั้นว่า ดูกรอาวุโส ท่านอย่าได้กลัวเลย ภิกษุนั้นตอบว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย สำหรับท่านผู้มีความกินแหนงแคลงใจต้องกลัวแน่ แล้วมีความรังเกียจว่า เฉพาะท่านที่เป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคเท่านั้น จึงควรพูดอย่างนั้น ส่วน เราสิ หาได้เป็นสาวกของพระองค์ไม่ เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่อง นั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุ เธอคิดอย่างไร? ภิ. ข้าพระพุทธเจ้ามิได้มีความประสงค์จะพูดอวด พระพุทธเจ้าข้า ภ. ดูกรภิกษุ ภิกษุผู้ไม่มีความประสงค์จะพูดอวด ไม่ต้องอาบัติ. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธ ภิกษุทั้งหลายได้พากันถามภิกษุนั้นว่า อุตตริ- *มนุสสธรรมของคุณมีหรือ? ภิกษุนั้นตอบว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย อันท่านผู้ประกอบโดยชอบ พึงยังธรรมให้ สัมฤทธิผลได้ แล้วมีความรังเกียจว่า เฉพาะท่านที่เป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคเท่านั้น จึงควร พูดอย่างนั้น ส่วนเราสิ หาได้เป็นสาวกของพระองค์ไม่ เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุ เธอคิดอย่างไร? ภิ. ข้าพระพุทธเจ้ามิได้มีความประสงค์จะพูดอวด พระพุทธเจ้าข้า ภ. ดูกรภิกษุ ภิกษุผู้ไม่ประสงค์จะพูดอวด ไม่ต้องอาบัติ. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธ ภิกษุทั้งหลายได้พากันถามภิกษุนั้นว่า อุตตริ- *มนุสสธรรมของคุณมีหรือ? ภิกษุนั้นตอบว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ท่านผู้มีความเพียรอันปรารภแล้ว พึงยังธรรมให้ สัมฤทธิผลได้ แล้วมีความรังเกียจว่า เฉพาะท่านที่เป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคเท่านั้น จึงควร พูดอย่างนั้น ส่วนเราสิ หาได้เป็นสาวกของพระองค์ไม่ เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุ เธอคิดอย่างไร? ภิ. ข้าพระพุทธเจ้ามิได้มีความประสงค์จะพูดอวด พระพุทธเจ้าข้า ภ. ดูกรภิกษุ ภิกษุผู้ไม่มีความประสงค์จะพูดอวด ไม่ต้องอาบัติ. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธ ภิกษุทั้งหลายได้พากันถามภิกษุนั้นว่า อุตตริ- *มนุสสธรรมของคุณมีหรือ? ภิกษุนั้นตอบว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ท่านที่มีความเพียรอันประกอบแล้ว พึงยังธรรม ให้สัมฤทธิผลได้ แล้วมีความรังเกียจว่า เฉพาะท่านที่เป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคเท่านั้น จึง ควรพูดอย่างนั้น ส่วนเราสิ หาได้เป็นสาวกของพระองค์ไม่ เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุ เธอคิดอย่างไร? ภิ. ข้าพระพุทธเจ้ามิได้มีความประสงค์จะพูดอวด พระพุทธเจ้าข้า ภ. ดูกรภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะพูดอวด ไม่ต้องอาบัติ. ๑. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธ ภิกษุทั้งหลายได้พากันถามภิกษุนั้นว่า ดูกร อาวุโส คุณยังพออดทนต่อทุกขเวทนาได้หรือ ยังพอประทังชีวิตไปได้หรือ? ภิกษุนั้นตอบว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย อันคนพอดีพอร้ายไม่สามารถจะอดกลั้นได้ แล้ว มีความรังเกียจว่า เฉพาะท่านที่เป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคเท่านั้น จึงควรพูดอย่างนั้น ส่วนเราสิ หาได้เป็นสาวกของพระองค์ไม่ เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุ เธอคิดอย่างไร? ภิ. ข้าพระพุทธเจ้ามิได้มีความประสงค์จะพูดอวด พระพุทธเจ้าข้า ภ. ดูกรภิกษุ ภิกษุผู้ไม่มีความประสงค์จะพูดอวด ไม่ต้องอาบัติ. ๒. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธ ภิกษุทั้งหลายได้พากันถามภิกษุนั้นว่า ดูกร อาวุโส ท่านยังพออดทนต่อทุกขเวทนาได้หรือ ยังพอประทังชีวิตไปได้หรือ? ภิกษุนั้นตอบว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย อันปุถุชนไม่สามารถจะอดกลั้นได้ แล้วมีความ รังเกียจว่า เฉพาะท่านที่เป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคเท่านั้น จึงควรพูดอย่างนั้น ส่วนเราสิ หาได้เป็นสาวกของพระองค์ไม่ เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุ เธอคิดอย่างไร? ภิ. ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะพูดอวด พระพุทธเจ้าข้า ภ. ดูกรภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติปาราชิก แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
เทียบรายประโยค (63 ประโยค)
pj4:8.8.1 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ คิลาโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro bhikkhu gilāno hoti.
อ้างอิงสยามรัฐ 1.206
pj4:8.8.2 #
ตํ ภิกฺขู เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Taṁ bhikkhū etadavocuṁ—
pj4:8.8.3 #
อตฺถายสฺมโต อุตฺตริมนุสฺสธมฺโมติ ฯ✎ ร่าง
“atthāyasmato uttarimanussadhammo”ti?
pj4:8.8.4 #
นาวุโส ทุกฺกรํ อญฺญํ พฺยากาตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Nāvuso, dukkaraṁ aññaṁ byākātun”ti.
pj4:8.8.5 #
ตสฺส กุกฺกุจฺจํ อโหสิ✎ ร่าง
Tassa kukkuccaṁ ahosi—
pj4:8.8.6 #
เย โข เต ภควโต สาวกา เต เอวํ วเทยฺยุํ✎ ร่าง
“ye kho te bhagavato sāvakā te evaṁ vadeyyuṁ.
pj4:8.8.7 #
อหญฺจมฺหิ น ภควโต สาวโก✎ ร่าง
Ahañcamhi na bhagavato sāvako.
pj4:8.8.8 #
กจฺจิ นุ โข อหํ ปาราชิกํ อาปตฺตึ อาปนฺโนติ ฯ✎ ร่าง
Kacci nu kho ahaṁ pārājikaṁ āpattiṁ āpanno”ti?
pj4:8.8.9 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesi.
pj4:8.8.10 #
กึจิตฺโต ตฺวํ ภิกฺขูติ ฯ✎ ร่าง
“Kiṁcitto tvaṁ, bhikkhū”ti?
pj4:8.8.11 #
อนุลฺลปนาธิปฺปาโย อหํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Anullapanādhippāyo ahaṁ, bhagavā”ti.
pj4:8.8.12 #
อนาปตฺติ ภิกฺขุ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ม. โปตฺถเกสุ อยํ ปาโฐ น ปญฺญายติ ฯ ๒ ยุ. ม. อุปฏฺเฐสิ ฯ@๓ ยุ. ม. อุปฏฺเฐติ ฯ อนุลฺลปนาธิปฺปายสฺสาติ ๑- ฯ✎ ร่าง
“Anāpatti, bhikkhu, anullapanādhippāyassā”ti.
pj4:8.9.1 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ คิลาโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro bhikkhu gilāno hoti.
pj4:8.9.2 #
ตํ ภิกฺขู เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Taṁ bhikkhū etadavocuṁ—
pj4:8.9.3 #
อตฺถายสฺมโต อุตฺตริมนุสฺสธมฺโมติ ฯ✎ ร่าง
“atthāyasmato uttarimanussadhammo”ti?
pj4:8.9.4 #
อาราธนีโย โข อาวุโส ธมฺโม อารทฺธวิริเยนาติ ฯ✎ ร่าง
“Ārādhanīyo kho, āvuso, dhammo āraddhavīriyenā”ti.
pj4:8.9.5 #
ตสฺส กุกฺกุจฺจํ อโหสิ ฯเปฯ✎ ร่าง
Tassa kukkuccaṁ ahosi …pe…
pj4:8.9.6 #
อนาปตฺติ ภิกฺขุ อนุลฺลปนาธิปฺปายสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
“anāpatti, bhikkhu, anullapanādhippāyassā”ti.
pj4:8.9.7 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ คิลาโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro bhikkhu gilāno hoti.
pj4:8.9.8 #
ตํ ภิกฺขู เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Taṁ bhikkhū etadavocuṁ—
pj4:8.9.9 #
มา โข อาวุโส ภายีติ ฯ✎ ร่าง
“mā kho, āvuso, bhāyī”ti.
pj4:8.9.10 #
นาหํ อาวุโส มจฺจุโน ภายามีติ ฯ✎ ร่าง
“Nāhaṁ, āvuso, maccuno bhāyāmī”ti.
pj4:8.9.11 #
ตสฺส กุกฺกุจฺจํ อโหสิ ฯเปฯ✎ ร่าง
Tassa kukkuccaṁ ahosi …pe…
pj4:8.9.12 #
อนาปตฺติ ภิกฺขุ อนุลฺลปนาธิปฺปายสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
“anāpatti, bhikkhu, anullapanādhippāyassā”ti.
pj4:8.9.13 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ คิลาโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro bhikkhu gilāno hoti.
อ้างอิงPTS 3.103
pj4:8.9.14 #
ตํ ภิกฺขู เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Taṁ bhikkhū etadavocuṁ—
pj4:8.9.15 #
มา โข อาวุโส ภายีติ ฯ✎ ร่าง
“mā kho, āvuso, bhāyī”ti.
pj4:8.9.16 #
โย นูนาวุโส วิปฺปฏิสารี อสฺส โส ภาเยยฺยาติ ฯ✎ ร่าง
“Yo nūnāvuso, vippaṭisārī assa so bhāyeyyā”ti.
pj4:8.9.17 #
ตสฺส กุกฺกุจฺจํ อโหสิ ฯเปฯ✎ ร่าง
Tassa kukkuccaṁ ahosi …pe…
pj4:8.9.18 #
อนาปตฺติ ภิกฺขุ อนุลฺลปนาธิปฺปายสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
“anāpatti, bhikkhu, anullapanādhippāyassā”ti.
pj4:8.9.19 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ คิลาโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro bhikkhu gilāno hoti.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.138
pj4:8.9.20 #
ตํ ภิกฺขู เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Taṁ bhikkhū etadavocuṁ—
pj4:8.9.21 #
อตฺถายสฺมโต อุตฺตริมนุสฺสธมฺโมติ ฯ✎ ร่าง
“atthāyasmato uttarimanussadhammo”ti?
pj4:8.9.22 #
อาราธนีโย โข อาวุโส ธมฺโม สมฺมาปยุตฺเตนาติ ฯ✎ ร่าง
“Ārādhanīyo kho, āvuso, dhammo sammāpayuttenā”ti.
pj4:8.9.23 #
ตสฺส กุกฺกุจฺจํ อโหสิ ฯเปฯ✎ ร่าง
Tassa kukkuccaṁ ahosi …pe…
pj4:8.9.24 #
อนาปตฺติ ภิกฺขุ อนุลฺลปนาธิปฺปายสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
“anāpatti, bhikkhu, anullapanādhippāyassā”ti.
pj4:8.9.25 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร@เชิงอรรถ: ๑ อิโต ปุเร ยุโรปิยโปตฺถเก เอกํ วตฺถุ อติเรกํ โหติ ฯ ตตฺถ@หิ วุตฺตํ เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ คิลาโน โหติ ฯ ตํ@ภิกฺขู เอตทโวจุํ อตฺถายสฺมโต อุตฺตริมนุสฺสธมฺโมติ ฯ น อาวุโส@ทุกฺกรํ อาราเธตุนฺติ ฯ ตสฺส กุกฺกุจฺจํ อโหสิ ฯเปฯ อนาปตฺติ@ภิกฺขุ อนุลฺลปนาธิปฺปายสฺสาติ ฯ ตํ สพฺเพสุ โปตฺถเกสุ น ทิสฺสติ ฯ ภิกฺขุ คิลาโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro bhikkhu gilāno hoti.
อ้างอิงสยามรัฐ 1.207
pj4:8.9.26 #
ตํ ภิกฺขู เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Taṁ bhikkhū etadavocuṁ—
pj4:8.9.27 #
อตฺถายสฺมโต อุตฺตริมนุสฺสธมฺโมติ ฯ✎ ร่าง
“atthāyasmato uttarimanussadhammo”ti?
pj4:8.9.28 #
อาราธนีโย โข อาวุโส ธมฺโม อารทฺธวิริเยนาติ ฯ✎ ร่าง
“Ārādhanīyo kho, āvuso, dhammo āraddhavīriyenā”ti.
pj4:8.9.29 #
ตสฺส กุกฺกุจฺจํ อโหสิ ฯเปฯ✎ ร่าง
Tassa kukkuccaṁ ahosi …pe…
pj4:8.9.30 #
อนาปตฺติ ภิกฺขุ อนุลฺลปนาธิปฺปายสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
“anāpatti, bhikkhu, anullapanādhippāyassā”ti.
pj4:8.9.31 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ คิลาโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro bhikkhu gilāno hoti.
อ้างอิงพุทธชยันตี 1.242
pj4:8.9.32 #
ตํ ภิกฺขู เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Taṁ bhikkhū etadavocuṁ—
pj4:8.9.33 #
อตฺถายสฺมโต อุตฺตริมนุสฺสธมฺโมติ ฯ✎ ร่าง
“atthāyasmato uttarimanussadhammo”ti?
pj4:8.9.34 #
อาราธนีโย โข อาวุโส ธมฺโม ยุตฺตโยเคนาติ ฯ✎ ร่าง
“Ārādhanīyo kho, āvuso, dhammo yuttayogenā”ti.
pj4:8.9.35 #
ตสฺส กุกฺกุจฺจํ อโหสิ ฯเปฯ✎ ร่าง
Tassa kukkuccaṁ ahosi …pe…
pj4:8.9.36 #
อนาปตฺติ ภิกฺขุ อนุลฺลปนาธิปฺปายสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
“anāpatti, bhikkhu, anullapanādhippāyassā”ti.
pj4:8.10.1 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ คิลาโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro bhikkhu gilāno hoti.
pj4:8.10.2 #
ตํ ภิกฺขู เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Taṁ bhikkhū etadavocuṁ—
pj4:8.10.3 #
กจฺจาวุโส ขมนียํ กจฺจิ ยาปนียนฺติ ฯ✎ ร่าง
“kaccāvuso, khamanīyaṁ, kacci yāpanīyan”ti?
pj4:8.10.4 #
นาวุโส สกฺกา เยน วา เตน วา อธิวาเสตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Nāvuso, sakkā yena vā tena vā adhivāsetun”ti.
pj4:8.10.5 #
ตสฺส กุกฺกุจฺจํ อโหสิ ฯเปฯ✎ ร่าง
Tassa kukkuccaṁ ahosi …pe…
pj4:8.10.6 #
อนาปตฺติ ภิกฺขุ อนุลฺลปนาธิปฺปายสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
“anāpatti, bhikkhu, anullapanādhippāyassā”ti.
pj4:8.10.7 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ คิลาโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro bhikkhu gilāno hoti.
pj4:8.10.8 #
ตํ ภิกฺขู เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Taṁ bhikkhū etadavocuṁ—
pj4:8.10.9 #
กจฺจาวุโส ขมนียํ กจฺจิ ยาปนียนฺติ ฯ✎ ร่าง
“kaccāvuso, khamanīyaṁ, kacci yāpanīyan”ti?
pj4:8.10.10 #
นาวุโส สกฺกา ปุถุชฺชเนน อธิวาเสตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Nāvuso, sakkā puthujjanena adhivāsetun”ti.
pj4:8.10.11 #
ตสฺส กุกฺกุจฺจํ อโหสิ ฯเปฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ✎ ร่าง
Tassa kukkuccaṁ ahosi …pe…
pj4:8.10.12 #
กึจิตฺโต ตฺวํ ภิกฺขูติ ฯ✎ ร่าง
“kiṁcitto tvaṁ, bhikkhū”ti?
pj4:8.10.13 #
อุลฺลปนาธิปฺปาโย อหํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Ullapanādhippāyo ahaṁ, bhagavā”ti.
pj4:8.10.14 #
อนาปตฺติ ภิกฺขุ ปาราชิกสฺส✎ ร่าง
“Anāpatti, bhikkhu, pārājikassa;
pj4:8.10.15 #
อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
āpatti thullaccayassā”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน