‹ กลับ
ลักษณะสิกขาที่ไม่เป็นอันบอกคืน [๑๖๐ บท]
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 30 · วิ.มหา.๑. ๑/๘๐๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็การกระทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอัน บอกคืน เป็นอย่างไร? ๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็น ผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระพุทธเจ้า ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๒. ก็อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นอุบาสก ปรารถนา ความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็นเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็น สาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระธรรม. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน ๓. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระสงฆ์ ... ๔. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงบอกคืนสิกขา ... ๕. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงบอกคืนวินัย ... ๖. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงบอกคืนปาติโมกข์ ... ๗. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงบอกคืนอุเทศ ... ๘. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระอุปัชฌายะ ... ๙. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระอาจารย์ ... ๑๐. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระสัทธิวิหาริก ... ๑๑. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระอันเตวาสิก ... ๑๒. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระผู้ร่วมอุปัชฌายะ ... ๑๓. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระผู้ร่วมอาจารย์ ... ๑๔. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระเพื่อนพรหมจารี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๑. ก็อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความเป็น สมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็น ผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงเป็นคฤหัสถ์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๒. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงเป็นอุบาสก ... ๓. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงเป็นอารามิก ... ๔. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงเป็นสามเณร ... ๕. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงเป็นเดียรถีย์ ... ๖. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงเป็นสาวกเดียรถีย์ ... ๗. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มิใช่สมณะ ... ๘. ... ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้ อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๑. ก็อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็น ผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระพุทธเจ้า ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๒. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระธรรม ... ๓. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระสงฆ์ ... ๔. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนสิกขา ... ๕. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนวินัย ... ๖. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนปาติโมกข์ ... ๗. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนอุเทศ ... ๘. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระอุปัชฌายะ ... ๙. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระอาจารย์ ... ๑๐. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระสัทธิวิหาริก ... ๑๑. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระอันเตวาสิก ... ๑๒. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระผู้ร่วมอุปัชฌายะ ... ๑๓. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระผู้ร่วมอาจารย์ ... ๑๔. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระเพื่อนพรหมจารี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๑. ก็อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็น ผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นคฤหัสถ์ ดูกร ภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๒. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นอุบาสก ... ๓. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นอารามิก ... ๔. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นสามเณร ... ๕. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นเดียรถีย์ ... ๖. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นสาวกเดียรถีย์ ... ๗. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มิใช่สมณะ ... ๘. ... ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๑. ก็อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่เป็นสมณะ ปรารถนาความ เป็นผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า หากว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระ- *พุทธเจ้า. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็น อันบอกคืน. ๒. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระธรรม ... ๓. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระสงฆ์ ... ๔. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนสิกขา ... ๕. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนวินัย ... ๖. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนปาติโมกข์ ... ๗. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนอุเทศ ... ๘. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระอุปัชฌายะ ... ๙. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระอาจารย์ ... ๑๐. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระสัทธิหาริก ... ๑๑. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระอันเตวาสิก ... ๑๒. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระผู้ร่วมอุปัชฌายะ ... ๑๓. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระผู้ร่วมอาจารย์ ... ๑๔. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระเพื่อนพรหมจารี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๑. ก็อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็น ผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า หากว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นคฤหัสถ์. ดูกร ภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๒. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นอุบาสก ... ๓. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นอารามิก ... ๔. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นสามเณร ... ๕. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นเดียรถีย์ ... ๖. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นสาวกเดียรถีย์ ... ๗. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มิใช่สมณะ ... ๘. ... หากว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๑. อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่เป็นสมณะ ปรารถนาความ เป็นผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ผิว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระพุทธเจ้า. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอัน บอกคืน. ๒. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระธรรม ... ๓. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระสงฆ์ ... ๔. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนสิกขา ... ๕. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนวินัย ... ๖. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนปาติโมกข์ ... ๗. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนอุเทศ ... ๘. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระอุปัชฌายะ ... ๙. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระอาจารย์ ... ๑๐. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระสัทธิวิหาริก ... ๑๑. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระอันเตวาสิก ... ๑๒. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระผู้ร่วมอุปัชฌายะ ... ๑๓. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระผู้ร่วมอาจารย์ ... ๑๔. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระเพื่อนพรหมจารี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาบทไม่เป็นอันบอกคืน. ๑. ก็อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็น ผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ผิว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นคฤหัสถ์. ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๒. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นอุบาสก ... ๓. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นอารามิก ... ๔. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นสามเณร ... ๕. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นเดียรถีย์ ... ๖. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นสาวกเดียรถีย์ ... ๗. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มิใช่สมณะ ... ๘. ... ผิว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๑. ก็อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็น ผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ข้าพเจ้ามีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงบอก คืนพระพุทธเจ้า. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่ เป็นอันบอกคืน. ๒. ... มีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระธรรม ... ๓. ... มีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระสงฆ์ ... ๔. ... มีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนสิกขา ... ๕. ... มีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนวินัย ... ๖. ... มีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนปาติโมกข์ ... ๗. ... มีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนอุเทศ ... ๘. ... มีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระอุปัชฌายะ ... ๙. ... มีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระอาจารย์ ... ๑๐. ... มีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระสัทธิวิหาริก ... ๑๑. ... มีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระอันเตวาสิก ... ๑๒. ... มีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระผู้ร่วมอุปัชฌายะ ... ๑๓. ... มีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระผู้ร่วมอาจารย์ ... ๑๔. ... มีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระเพื่อนพรหมจารี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่าง นี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๑. ก็อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินยอม ใคร่จะเคลื่อนจากความ สมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็น ผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ข้าพเจ้ามีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงเป็น คฤหัสถ์. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอัน บอกคืน ๒. ... ข้าพเจ้ามีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นอุบาสก ... ๓. ... ข้าพเจ้ามีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นอารามิก ... ๔. ... ข้าพเจ้ามีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นสามเณร ... ๕. ... ข้าพเจ้ามีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นเดียรถีย์ ... ๖. ... ข้าพเจ้ามีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นสาวกเดียรถีย์ ... ๗. ... ข้าพเจ้ามีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มิใช่สมณะ ... ๘. ... ข้าพเจ้ามีความดำริว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร. ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๑. ก็อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็น ผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ข้าพเจ้าระลึกถึงมารดา. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๒. ... ข้าพเจ้าระลึกถึงบิดา ... ๓. ... ข้าพเจ้าระลึกถึงพี่ชายน้องชาย ... ๔. ... ข้าพเจ้าระลึกถึงพี่หญิงน้องหญิง ... ๕. ... ข้าพเจ้าระลึกถึงบุตร ... ๖. ... ข้าพเจ้าระลึกถึงธิดา ... ๗. ... ข้าพเจ้าระลึกถึงภริยา ... ๘. ... ข้าพเจ้าระลึกถึงหมู่ญาติ ... ๙. ... ข้าพเจ้าระลึกถึงหมู่มิตร ... ๑๐. ... ข้าพเจ้าระลึกถึงบ้าน ... ๑๑. ... ข้าพเจ้าระลึกถึงนิคม ... ๑๒. ... ข้าพเจ้าระลึกถึงนา ... ๑๓. ... ข้าพเจ้าระลึกถึงสวน ... ๑๔. ... ข้าพเจ้าระลึกถึงเงิน ... ๑๕. ... ข้าพเจ้าระลึกถึงทอง ... ๑๖. ... ข้าพเจ้าระลึกถึงศิลปะ ... ๑๗. ... ข้าพเจ้าหวนรำลึกถึงการหัวเราะ การเจรจา การเล่นในครั้งก่อน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๑. ก็อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความเป็น สมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา- *ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็น ผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า มารดาของข้าพเจ้ามี ข้าพเจ้าต้องเลี้ยงดู ท่าน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขา ไม่เป็นอัน บอกคืน. ๒. ... บิดาของข้าพเจ้ามี ข้าพเจ้าต้องเลี้ยงดูท่าน ... ๓. ... พี่ชายน้องชายของข้าพเจ้ามี ข้าพเจ้าต้องเลี้ยงดูเขา ... ๔. ... พี่หญิงน้องหญิงของข้าพเจ้ามี ข้าพเจ้าต้องเลี้ยงดูเขา ... ๕. ... บุตรของข้าพเจ้ามี ข้าพเจ้าต้องเลี้ยงดูเขา ... ๖. ... ธิดาของข้าพเจ้ามี ข้าพเจ้าต้องเลี้ยงดูเขา ... ๗. ... ภริยาของข้าพเจ้ามี ข้าพเจ้าต้องเลี้ยงดูเขา ... ๘. ... หมู่ญาติของข้าพเจ้ามี ข้าพเจ้าต้องเลี้ยงดูเขา ... ๙. ... หมู่มิตรของข้าพเจ้ามี ข้าพเจ้าต้องเลี้ยงดูเขา. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่า การทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๑. ก็อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็น ผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า มารดาของข้าพเจ้ามี ท่านจักเลี้ยงดูข้าพเจ้า ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๒. ... บิดาของข้าพเจ้ามี ท่านจักเลี้ยงดูข้าพเจ้า ... ๓. ... พี่ชายน้องชายของข้าพเจ้ามี เขาจักเลี้ยงดูข้าพเจ้า ... ๔. ... พี่หญิงน้องหญิงของข้าพเจ้ามี เขาจักเลี้ยงดูข้าพเจ้า ... ๕. ... บุตรของข้าพเจ้ามี เขาจักเลี้ยงดูข้าพเจ้า ... ๖. ... ธิดาของข้าพเจ้ามี เขาจักเลี้ยงดูข้าพเจ้า ... ๗. ... ภริยาของข้าพเจ้ามี เขาจักเลี้ยงดูข้าพเจ้า ... ๘. ... หมู่ญาติของข้าพเจ้ามี พวกเขาจักเลี้ยงดูข้าพเจ้า ... ๙. ... หมู่มิตรของข้าพเจ้ามี พวกเขาจักเลี้ยงดูข้าพเจ้า ... ๑๐. ... บ้านของข้าพเจ้ามี ข้าพเจ้าจักเลี้ยงชีพได้แม้ด้วยบ้านนั้น ... ๑๑. ... นิคมของข้าพเจ้ามี ข้าพเจ้าจักเลี้ยงชีพได้แม้ด้วยนิคมนั้น ... ๑๒. ... นาของข้าพเจ้ามี ข้าพเจ้าจักเลี้ยงชีพได้แม้ด้วยนานั้น ... ๑๓. ... สวนของข้าพเจ้ามี ข้าพเจ้าจักเลี้ยงชีพได้แม้ด้วยสวนนั้น ... ๑๔. ... เงินของข้าพเจ้ามี ข้าพเจ้าจักเลี้ยงชีพได้แม้ด้วยเงินนั้น ... ๑๕. ... ทองของข้าพเจ้ามี ข้าพเจ้าจักเลี้ยงชีพได้แม้ด้วยทองนั้น ... ๑๖. ... ศิลปะของข้าพเจ้ามี ข้าพเจ้าจักเลี้ยงชีพได้แม้ด้วยศิลปะนั้น ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๑. ก็อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็น ผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า พรหมจรรย์ทำได้ยาก. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน. ๒. ... พรหมจรรย์ทำไม่ได้ง่าย ... ๓. ... พรหมจรรย์ประพฤติได้ยาก ... ๔. ... พรหมจรรย์ประพฤติไม่ได้ง่าย ... ๕. ... ข้าพเจ้าไม่อาจ ... ๖. ... ข้าพเจ้าไม่สามารถ ... ๗. ... ข้าพเจ้าไม่ยินดี ... ๘. ... ข้าพเจ้าไม่ยินดียิ่ง. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพล ให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน.
เทียบรายประโยค (123 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 13
pj1:8.2.4 #
กถญฺจ ภิกฺขเว ทุพฺพลฺยาวิกมฺมญฺเจว โหติ สิกฺขา จ อปฺปจฺจกฺขาตา ฯ✎ ร่าง
Kathañca, bhikkhave, dubbalyāvikammañceva hoti sikkhā ca apaccakkhātā.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็การกระทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน เป็นอย่างไร?🤖 AI จับคู่
pj1:8.2.5 #
อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อุกฺกณฺฐิโต อนภิรโต สามญฺญา จวิตุกาโม✎ ร่าง
Idha, bhikkhave, bhikkhu ukkaṇṭhito anabhirato sāmaññā cavitukāmo
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความเป็นสมณะ🤖 AI จับคู่
pj1:8.2.6 #
ภิกฺขุภาวํ อฏฺฏิยมาโน หรายมาโน ชิคุจฺฉมาโน✎ ร่าง
bhikkhubhāvaṁ aṭṭīyamāno harāyamāno jigucchamāno
อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ🤖 AI จับคู่
pj1:8.2.7 #
คิหิภาวํ ปตฺถยมาโน✎ ร่าง
gihibhāvaṁ patthayamāno
ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์🤖 AI จับคู่
pj1:8.2.8 #
อุปาสกภาวํ ปตฺถยมาโน✎ ร่าง
upāsakabhāvaṁ patthayamāno
ปรารถนาความเป็นอุบาสก🤖 AI จับคู่
pj1:8.2.9 #
อารามิกภาวํ ปตฺถยมาโน✎ ร่าง
ārāmikabhāvaṁ patthayamāno
ปรารถนาความเป็นอารามิก🤖 AI จับคู่
pj1:8.2.10 #
สามเณรภาวํ ปตฺถยมาโน✎ ร่าง
sāmaṇerabhāvaṁ patthayamāno
ปรารถนาความเป็นสามเณร🤖 AI จับคู่
pj1:8.2.11 #
ติตฺถิยภาวํ ปตฺถยมาโน✎ ร่าง
titthiyabhāvaṁ patthayamāno
ปรารถนาความเป็นเดียรถีย์🤖 AI จับคู่
pj1:8.2.12 #
ติตฺถิยสาวกภาวํ ปตฺถยมาโน✎ ร่าง
titthiyasāvakabhāvaṁ patthayamāno
ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์🤖 AI จับคู่
pj1:8.2.13 #
อสฺสมณภาวํ ปตฺถยมาโน✎ ร่าง
assamaṇabhāvaṁ patthayamāno
ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ🤖 AI จับคู่
pj1:8.2.14 #
อสกฺยปุตฺติยภาวํ ปตฺถยมาโน✎ ร่าง
asakyaputtiyabhāvaṁ patthayamāno—
ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร🤖 AI จับคู่
pj1:8.2.15 #
ยนฺนูนาหํ พุทฺธํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“yannūnāhaṁ buddhaṁ paccakkheyyan”ti vadati viññāpeti.
ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระพุทธเจ้า🤖 AI จับคู่
pj1:8.2.16 #
เอวํปิ ภิกฺขเว ทุพฺพลฺยาวิกมฺมญฺเจว โหติ สิกฺขา จ อปฺปจฺจกฺขาตา ฯ✎ ร่าง
Evampi, bhikkhave, dubbalyāvikammañceva hoti sikkhā ca apaccakkhātā.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาไม่เป็นอันบอกคืน🤖 AI จับคู่
pj1:8.2.17 #
อถวา ปน อุกฺกณฺฐิโต อนภิรโต สามญฺญา จวิตุกาโม✎ ร่าง
Atha vā pana ukkaṇṭhito anabhirato sāmaññā cavitukāmo
อ้างอิงสยามรัฐ 1.44
pj1:8.2.18 #
ภิกฺขุภาวํ อฏฺฏิยมาโน หรายมาโน ชิคุจฺฉมาโน✎ ร่าง
bhikkhubhāvaṁ aṭṭīyamāno harāyamāno jigucchamāno
pj1:8.2.19 #
คิหิภาวํ ปตฺถยมาโน ฯเปฯ✎ ร่าง
gihibhāvaṁ patthayamāno …pe…
pj1:8.2.20 #
อสกฺยปุตฺติยภาวํ ปตฺถยมาโน✎ ร่าง
asakyaputtiyabhāvaṁ patthayamāno—
pj1:8.2.21 #
ยนฺนูนาหํ ธมฺมํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“yannūnāhaṁ dhammaṁ paccakkheyyan”ti vadati viññāpeti …pe…
pj1:8.2.22 #
ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“yannūnāhaṁ saṅghaṁ …
pj1:8.2.23 #
ยนฺนูนาหํ สิกฺขํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
yannūnāhaṁ sikkhaṁ …
pj1:8.2.24 #
ยนฺนูนาหํ วินยํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
yannūnāhaṁ vinayaṁ …
pj1:8.2.25 #
ยนฺนูนาหํ ปาติโมกฺขํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
yannūnāhaṁ pātimokkhaṁ …
pj1:8.2.26 #
ยนฺนูนาหํ อุทฺเทสํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
yannūnāhaṁ uddesaṁ …
pj1:8.2.27 #
ยนฺนูนาหํ อุปชฺฌายํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
yannūnāhaṁ upajjhāyaṁ …
อ้างอิงPTS 3.25
pj1:8.2.28 #
ยนฺนูนาหํ อาจริยํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
yannūnāhaṁ ācariyaṁ …
pj1:8.2.29 #
ยนฺนูนาหํ สทฺธิวิหาริกํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
yannūnāhaṁ saddhivihārikaṁ …
pj1:8.2.30 #
ยนฺนูนาหํ อนฺเตวาสิกํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
yannūnāhaṁ antevāsikaṁ …
pj1:8.2.31 #
ยนฺนูนาหํ สมานุปชฺฌายกํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
yannūnāhaṁ samānupajjhāyakaṁ …
pj1:8.2.32 #
ยนฺนูนาหํ สมานาจริยกํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
yannūnāhaṁ samānācariyakaṁ …
pj1:8.2.33 #
ยนฺนูนาหํ สพฺรหฺมจารึ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
yannūnāhaṁ sabrahmacāriṁ paccakkheyyan”ti vadati viññāpeti.
pj1:8.2.34 #
ยนฺนูนาหํ คิหี อสฺสนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“Yannūnāhaṁ gihī assan”ti vadati viññāpeti.
pj1:8.2.35 #
ยนฺนูนาหํ อุปาสโก อสฺสนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“Yannūnāhaṁ upāsako assan”ti …
pj1:8.2.36 #
ยนฺนูนาหํ อารามิโก อสฺสนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“yannūnāhaṁ ārāmiko assan”ti …
pj1:8.2.37 #
ยนฺนูนาหํ สามเณโร อสฺสนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“yannūnāhaṁ sāmaṇero assan”ti …
pj1:8.2.38 #
ยนฺนูนาหํ ติตฺถิโย อสฺสนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“yannūnāhaṁ titthiyo assan”ti …
pj1:8.2.39 #
ยนฺนูนาหํ ติตฺถิยสาวโก อสฺสนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“yannūnāhaṁ titthiyasāvako assan”ti …
pj1:8.2.40 #
ยนฺนูนาหํ อสฺสมโณ อสฺสนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“yannūnāhaṁ assamaṇo assan”ti …
pj1:8.2.41 #
ยนฺนูนาหํ อสกฺยปุตฺติโย อสฺสนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“yannūnāhaṁ asakyaputtiyo assan”ti vadati viññāpeti.
pj1:8.2.42 #
เอวํปิ ภิกฺขเว ทุพฺพลฺยาวิกมฺมญฺเจว โหติ สิกฺขา จ อปฺปจฺจกฺขาตา ฯ✎ ร่าง
Evampi, bhikkhave, dubbalyāvikammañceva hoti sikkhā ca apaccakkhātā.
pj1:8.2.43 #
อถวา ปน อุกฺกณฺฐิโต อนภิรโต สามญฺญา จวิตุกาโม✎ ร่าง
Atha vā pana ukkaṇṭhito anabhirato sāmaññā cavitukāmo
อ้างอิงสยามรัฐ 1.45 · ฉัฏฐสังคายนา 87.27 · พุทธชยันตี 1.60
pj1:8.2.44 #
ภิกฺขุภาวํ อฏฺฏิยมาโน หรายมาโน ชิคุจฺฉมาโน✎ ร่าง
bhikkhubhāvaṁ aṭṭīyamāno harāyamāno jigucchamāno
pj1:8.2.45 #
คิหิภาวํ ปตฺถยมาโน ฯเปฯ✎ ร่าง
gihibhāvaṁ patthayamāno …pe…
pj1:8.2.46 #
อสกฺยปุตฺติยภาวํ ปตฺถยมาโน✎ ร่าง
asakyaputtiyabhāvaṁ patthayamāno—
pj1:8.2.47 #
ยทิ ปนาหํ พุทฺธํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“yadi panāhaṁ buddhaṁ paccakkheyyan”ti vadati viññāpeti …pe…
pj1:8.2.48 #
ยทิ ปนาหํ อสกฺยปุตฺติโย อสฺสนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“yadi panāhaṁ asakyaputtiyo assan”ti vadati viññāpeti …pe…
pj1:8.2.49 #
อถาหํ ๑- พุทฺธํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“apāhaṁ buddhaṁ paccakkheyyan”ti vadati viññāpeti …pe…
pj1:8.2.50 #
อถาหํ อสกฺยปุตฺติโย อสฺสนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“apāhaṁ asakyaputtiyo assan”ti vadati viññāpeti …pe…
pj1:8.2.51 #
หนฺทาหํ พุทฺธํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“handāhaṁ buddhaṁ paccakkheyyan”ti vadati viññāpeti …pe…
pj1:8.2.52 #
หนฺทาหํ อสกฺยปุตฺติโย อสฺสนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“handāhaṁ asakyaputtiyo assan”ti vadati viññāpeti …pe…
pj1:8.2.53 #
โหตุ เม พุทฺธํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“hoti me buddhaṁ paccakkheyyan”ti vadati viññāpeti …pe…
pj1:8.2.54 #
โหตุ เม อสกฺยปุตฺติโย อสฺสนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“hoti me asakyaputtiyo assan”ti vadati viññāpeti.
pj1:8.2.55 #
เอวํปิ ภิกฺขเว ทุพฺพลฺยาวิกมฺมญฺเจว โหติ สิกฺขา จ อปฺปจฺจกฺขาตา ฯ✎ ร่าง
Evampi, bhikkhave, dubbalyāvikammañceva hoti sikkhā ca apaccakkhātā.
pj1:8.2.56 #
อถวา ปน อุกฺกณฺฐิโต อนภิรโต สามญฺญา จวิตุกาโม✎ ร่าง
Atha vā pana ukkaṇṭhito anabhirato sāmaññā cavitukāmo
อ้างอิงสยามรัฐ 1.46
pj1:8.2.57 #
ภิกฺขุภาวํ อฏฺฏิยมาโน หรายมาโน ชิคุจฺฉมาโน✎ ร่าง
bhikkhubhāvaṁ aṭṭīyamāno harāyamāno jigucchamāno
pj1:8.2.58 #
คิหิภาวํ ปตฺถยมาโน ฯเปฯ✎ ร่าง
gihibhāvaṁ patthayamāno …pe…
pj1:8.2.59 #
อสกฺยปุตฺติยภาวํ ปตฺถยมาโน✎ ร่าง
asakyaputtiyabhāvaṁ patthayamāno
pj1:8.2.60 #
มาตรํ สรามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“mātaraṁ sarāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.61 #
ปิตรํ สรามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“pitaraṁ sarāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.62 #
ภาตรํ สรามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“bhātaraṁ sarāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.63 #
ภคินึ สรามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“bhaginiṁ sarāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.64 #
ปุตฺตํ สรามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“puttaṁ sarāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.65 #
ธีตรํ สรามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“dhītaraṁ sarāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.66 #
ปชาปตึ สรามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“pajāpatiṁ sarāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.67 #
ญาตเก สรามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“ñātake sarāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.68 #
มิตฺเต สรามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“mitte sarāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.69 #
คามํ สรามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“gāmaṁ sarāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.70 #
นิคมํ สรามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“nigamaṁ sarāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.71 #
เขตฺตํ สรามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“khettaṁ sarāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.72 #
วตฺถุํ สรามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“vatthuṁ sarāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.73 #
หิรญฺญํ สรามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“hiraññaṁ sarāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.74 #
สุวณฺณํ สรามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“suvaṇṇaṁ sarāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.75 #
สิปฺปํ สรามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“sippaṁ sarāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.76 #
ปุพฺเพ หสิตํ ลปิตํ กีฬิตํ สมนุสฺสรามีติ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ม. อปาหํ ฯ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“pubbe hasitaṁ lapitaṁ kīḷitaṁ samanussarāmī”ti vadati viññāpeti.
pj1:8.2.77 #
เอวํปิ ภิกฺขเว ทุพฺพลฺยาวิกมฺมญฺเจว โหติ สิกฺขา จ อปฺปจฺจกฺขาตา ฯ✎ ร่าง
Evampi, bhikkhave, dubbalyāvikammañceva hoti sikkhā ca apaccakkhātā.
อ้างอิงPTS 3.26
pj1:8.2.78 #
อถวา ปน อุกฺกณฺฐิโต อนภิรโต สามญฺญา จวิตุกาโม✎ ร่าง
Atha vā pana ukkaṇṭhito anabhirato sāmaññā cavitukāmo
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.28
pj1:8.2.79 #
ภิกฺขุภาวํ อฏฺฏิยมาโน หรายมาโน ชิคุจฺฉมาโน✎ ร่าง
bhikkhubhāvaṁ aṭṭīyamāno harāyamāno jigucchamāno
pj1:8.2.80 #
คิหิภาวํ ปตฺถยมาโน ฯเปฯ✎ ร่าง
gihibhāvaṁ patthayamāno …pe…
pj1:8.2.81 #
อสกฺยปุตฺติยภาวํ ปตฺถยมาโน✎ ร่าง
asakyaputtiyabhāvaṁ patthayamāno—
pj1:8.2.82 #
มาตา เม อตฺถิ สา มยา โปเสตพฺพาติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“mātā me atthi, sā mayā posetabbā”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.83 #
ปิตา เม อตฺถิ โส มยา โปเสตพฺโพติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“pitā me atthi, so mayā posetabbo”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.84 #
ภาตา เม อตฺถิ โส มยา โปเสตพฺโพติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“bhātā me atthi, so mayā posetabbo”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.85 #
ภคินี เม อตฺถิ สา มยา โปเสตพฺพาติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“bhaginī me atthi, sā mayā posetabbā”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.86 #
ปุตฺโต เม อตฺถิ โส มยา โปเสตพฺโพติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“putto me atthi, so mayā posetabbo”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.87 #
ธีตา เม อตฺถิ สา มยา โปเสตพฺพาติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“dhītā me atthi, sā mayā posetabbā”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.88 #
ปชาปตี เม อตฺถิ สา มยา โปเสตพฺพาติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“pajāpati me atthi, sā mayā posetabbā”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.89 #
ญาตกา เม อตฺถิ เต มยา โปเสตพฺพาติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“ñātakā me atthi, te mayā posetabbā”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.90 #
มิตฺตา เม อตฺถิ เต มยา โปเสตพฺพาติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“mittā me atthi, te mayā posetabbā”ti vadati viññāpeti.
pj1:8.2.91 #
เอวํปิ ภิกฺขเว ทุพฺพลฺยาวิกมฺมญฺเจว โหติ สิกฺขา จ อปฺปจฺจกฺขาตา ฯ✎ ร่าง
Evampi, bhikkhave, dubbalyāvikammañceva hoti sikkhā ca apaccakkhātā.
pj1:8.2.92 #
อถวา ปน อุกฺกณฺฐิโก อนภิรโต สามญฺญา จวิตุกาโม✎ ร่าง
Atha vā pana ukkaṇṭhito anabhirato sāmaññā cavitukāmo
อ้างอิงสยามรัฐ 1.47 · พุทธชยันตี 1.62
pj1:8.2.93 #
ภิกฺขุภาวํ อฏฺฏิยมาโน หรายมาโน ชิคุจฺฉมาโน✎ ร่าง
bhikkhubhāvaṁ aṭṭīyamāno harāyamāno jigucchamāno
pj1:8.2.94 #
คิหิภาวํ ปตฺถยมาโน ฯเปฯ✎ ร่าง
gihibhāvaṁ patthayamāno …pe…
pj1:8.2.95 #
อสกฺยปุตฺติยภาวํ ปตฺถยมาโน✎ ร่าง
asakyaputtiyabhāvaṁ patthayamāno—
pj1:8.2.96 #
มาตา เม อตฺถิ สา มํ โปเสสฺสตีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“mātā me atthi, sā maṁ posessatī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.97 #
ปิตา เม อตฺถิ โส มํ โปเสสฺสตีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“pitā me atthi, so maṁ posessatī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.98 #
ภาตา เม อตฺถิ โส มํ โปเสสฺสตีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“bhātā me atthi, so maṁ posessatī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.99 #
ภคินี เม อตฺถิ สา มํ โปเสสฺสตีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“bhaginī me atthi, sā maṁ posessatī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.100 #
ปุตฺโต เม อตฺถิ โส มํ โปเสสฺสตีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“putto me atthi, so maṁ posessatī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.101 #
ธีตา เม อตฺถิ สา มํ โปเสสฺสตีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“dhītā me atthi, sā maṁ posessatī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.102 #
ปชาปตี เม อตฺถิ สา มํ โปเสสฺสตีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“pajāpati me atthi, sā maṁ posessatī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.103 #
ญาตกา เม อตฺถิ เต มํ โปเสสฺสนฺตีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“ñātakā me atthi, te maṁ posessantī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.104 #
มิตฺตา เม อตฺถิ เต มํ โปเสสฺสนฺตีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“mittā me atthi, te maṁ posessantī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.105 #
คาโม เม อตฺถิ เตนปาหํ ๑- ชีวิสฺสามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“gāmo me atthi, tenāhaṁ jīvissāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:9.4.14 #
pamattaṁ …
pj1:8.2.106 #
นิคโม เม อตฺถิ เตนปาหํ ชีวิสฺสามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“nigamo me atthi, tenāhaṁ jīvissāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.107 #
เขตฺตํ เม อตฺถิ เตนปาหํ ชีวิสฺสามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“khettaṁ me atthi, tenāhaṁ jīvissāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.108 #
วตฺถุํ เม อตฺถิ เตนปาหํ ชีวิสฺสามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“vatthu me atthi, tenāhaṁ jīvissāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.109 #
หิรญฺญํ เม อตฺถิ เตนปาหํ ชีวิสฺสามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“hiraññaṁ me atthi, tenāhaṁ jīvissāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.110 #
สุวณฺณํ เม อตฺถิ เตนปาหํ ชีวิสฺสามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“suvaṇṇaṁ me atthi, tenāhaṁ jīvissāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.111 #
สิปฺปํ เม อตฺถิ เตนปาหํ ชีวิสฺสามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“sippaṁ me atthi, tenāhaṁ jīvissāmī”ti vadati viññāpeti.
pj1:8.2.112 #
เอวํปิ ภิกฺขเว ทุพฺพลฺยาวิกมฺมญฺเจว โหติ สิกฺขา จ อปฺปจฺจกฺขาตา ฯ✎ ร่าง
Evampi, bhikkhave, dubbalyāvikammañceva hoti sikkhā ca apaccakkhātā.
pj1:8.2.113 #
อถวา ปน อุกฺกณฺฐิโต อนภิรโต สามญฺญา จวิตุกาโม✎ ร่าง
Atha vā pana ukkaṇṭhito anabhirato sāmaññā cavitukāmo
อ้างอิงสยามรัฐ 1.48
pj1:8.2.114 #
ภิกฺขุภาวํ อฏฺฏิยมาโน หรายมาโน ชิคุจฺฉมาโน✎ ร่าง
bhikkhubhāvaṁ aṭṭīyamāno harāyamāno jigucchamāno
pj1:8.2.115 #
คิหิภาวํ ปตฺถยมาโน ฯเปฯ✎ ร่าง
gihibhāvaṁ patthayamāno …pe…
pj1:8.2.116 #
อสกฺยปุตฺติยภาวํ ปตฺถยมาโน✎ ร่าง
asakyaputtiyabhāvaṁ patthayamāno
pj1:8.2.117 #
ทุกฺกรนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“dukkaran”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.118 #
น สุกรนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“na sukaran”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.119 #
ทุจฺจรนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“duccaran”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.120 #
น สุจรนฺติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“na sucaran”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.121 #
น อุสฺสหามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“na ussahāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.122 #
น วิสหามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“na visahāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.123 #
น รมามีติ @เชิงอรรถ: ๑ เตน จาหนฺติปิ ปาโฐ ฯ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“na ramāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.2.124 #
นาภิรมามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“nābhiramāmī”ti vadati viññāpeti.
pj1:8.2.125 #
เอวํปิ โข ภิกฺขเว ทุพฺพลฺยาวิกมฺมญฺเจว โหติ สิกฺขา จ อปฺปจฺจกฺขาตา ฯ✎ ร่าง
Evampi kho, bhikkhave, dubbalyāvikammañceva hoti sikkhā ca apaccakkhātā.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน