‹ กลับ
ลักษณะสิกขาที่ไม่เป็นอันบอกคืน [๑๖๐ บท]
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 31 · วิ.มหา.๑. ๑/๘๐๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็การทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาก็เป็นอันบอกคืน เป็นอย่างไร? ๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็น ผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ข้าพเจ้าบอกคืนพระพุทธเจ้า. ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย แม้อย่างนี้ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาก็เป็นอันบอกคืน. ๒. ... ข้าพเจ้าบอกคืนพระธรรม ... ๓. ... ข้าพเจ้าบอกคืนพระสงฆ์ ... ๔. ... ข้าพเจ้าบอกคืนสิกขา ... ๕. ... ข้าพเจ้าบอกคืนวินัย ... ๖. ... ข้าพเจ้าบอกคืนปาติโมกข์ ... ๗. ... ข้าพเจ้าบอกคืนอุเทศ ... ๘. ... ข้าพเจ้าบอกคืนพระอุปัชฌายะ ... ๙. ... ข้าพเจ้าบอกคืนพระอาจารย์ ... ๑๐. ... ข้าพเจ้าบอกคืนพระสัทธิวิหาริก ... ๑๑. ... ข้าพเจ้าบอกคืนพระอันเตวาสิก ... ๑๒. ... ข้าพเจ้าบอกคืนพระผู้ร่วมอุปัชฌายะ ... ๑๓. ... ข้าพเจ้าบอกคืนพระผู้ร่วมอาจารย์ ... ๑๔. ... ข้าพเจ้าบอกคืนพระเพื่อนพรหมจารี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำ ความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาก็เป็นอันบอกคืน. ๑. อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็นผู้ มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ขอท่านจงจำข้าพเจ้าไว้ว่าเป็นคฤหัสถ์. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาก็เป็นอันบอกคืน. ๒. ... ขอท่านจงจำข้าพเจ้าไว้ว่าเป็นอุบาสก ... ๓. ... ขอท่านจงจำข้าพเจ้าไว้ว่าเป็นอารามิก ... ๔. ... ขอท่านจงจำข้าพเจ้าไว้ว่าเป็นสามเณร ... ๕. ... ขอท่านจงจำข้าพเจ้าไว้ว่าเป็นเดียรถีย์ ... ๖. ... ขอท่านจงจำข้าพเจ้าไว้ว่าเป็นสาวกเดียรถีย์ ... ๗. ... ขอท่านจงจำข้าพเจ้าไว้ว่าเป็นผู้มิใช่สมณะ ... ๘. ... ขอท่านจงจำข้าพเจ้าไว้ว่าเป็นผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาก็เป็นอันบอกคืน. ๑. ก็อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็น ผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ข้าพเจ้าไม่เกี่ยวข้องด้วยพระพุทธเจ้า ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาก็เป็นอันบอกคืน. ๒. ... ข้าพเจ้าไม่เกี่ยวข้องด้วยพระธรรม ... ๓. ... ข้าพเจ้าไม่เกี่ยวข้องด้วยพระสงฆ์ ... ๔. ... ข้าพเจ้าไม่เกี่ยวข้องด้วยสิกขา ... ๕. ... ข้าพเจ้าไม่เกี่ยวข้องด้วยวินัย ... ๖. ... ข้าพเจ้าไม่เกี่ยวข้องด้วยปาติโมกข์ ... ๗. ... ข้าพเจ้าไม่เกี่ยวข้องด้วยอุเทศ ... ๘. ... ข้าพเจ้าไม่เกี่ยวข้องด้วยพระอุปัชฌายะ ... ๙. ... ข้าพเจ้าไม่เกี่ยวข้องด้วยพระอาจารย์ ... ๑๐. ... ข้าพเจ้าไม่เกี่ยวข้องด้วยพระสัทธิวิหาริก ... ๑๑. ... ข้าพเจ้าไม่เกี่ยวข้องด้วยพระอันเตวาสิก ... ๑๒. ... ข้าพเจ้าไม่เกี่ยวข้องด้วยพระผู้ร่วมอุปัชฌายะ ... ๑๓. ... ข้าพเจ้าไม่เกี่ยวข้องด้วยพระผู้ร่วมอาจารย์ ... ๑๔. ... ข้าพเจ้าไม่เกี่ยวข้องด้วยพระเพื่อนพรหมจารี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่า การทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาก็เป็นอันบอกคืน. ๑. ก็อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็น ผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ข้าพเจ้าจะต้องการอะไรด้วยพระพุทธเจ้า. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาก็เป็นอันบอกคืน. ๒. ... ข้าพเจ้าจะต้องการอะไรด้วยพระธรรม ... ๓. ... ข้าพเจ้าจะต้องการอะไรด้วยพระสงฆ์ ... ๔. ... ข้าพเจ้าจะต้องการอะไรด้วยสิกขา ... ๕. ... ข้าพเจ้าจะต้องการอะไรด้วยวินัย ... ๖. ... ข้าพเจ้าจะต้องการอะไรด้วยปาติโมกข์ ... ๗. ... ข้าพเจ้าจะต้องการอะไรด้วยอุเทศ ... ๘. ... ข้าพเจ้าจะต้องการอะไรด้วยพระอุปัชฌายะ ... ๙. ... ข้าพเจ้าจะต้องการอะไรด้วยพระอาจารย์ ... ๑๐. ... ข้าพเจ้าจะต้องการอะไรด้วยพระสัทธิวิหาริก ... ๑๑. ... ข้าพเจ้าจะต้องการอะไรด้วยพระอันเตวาสิก ... ๑๒. ... ข้าพเจ้าจะต้องการอะไรด้วยพระผู้ร่วมอุปัชฌายะ ... ๑๓. ... ข้าพเจ้าจะต้องการอะไรด้วยพระผู้ร่วมอาจารย์ ... ๑๔. ... ข้าพเจ้าจะต้องการอะไรด้วยพระเพื่อนพรหมจารี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาก็เป็นอันบอกคืน. ๑. ก็อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็น ผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ข้าพเจ้าไม่ต้องการด้วยพระพุทธเจ้า. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาก็เป็นอันบอกคืน. ๒. ... ข้าพเจ้าไม่ต้องการด้วยพระธรรม ... ๓. ... ข้าพเจ้าไม่ต้องการด้วยพระสงฆ์ ... ๔. ... ข้าพเจ้าไม่ต้องการด้วยสิกขา ... ๕. ... ข้าพเจ้าไม่ต้องการด้วยวินัย ... ๖. ... ข้าพเจ้าไม่ต้องการด้วยปาติโมกข์ ... ๗. ... ข้าพเจ้าไม่ต้องการด้วยอุเทศ ... ๘. ... ข้าพเจ้าไม่ต้องการด้วยพระอุปัชฌายะ ... ๙. ... ข้าพเจ้าไม่ต้องการด้วยพระอาจารย์ ... ๑๐. ... ข้าพเจ้าไม่ต้องการด้วยพระสิทธิวิหาริก ... ๑๑. ... ข้าพเจ้าไม่ต้องการด้วยพระอันเตวาสิก ... ๑๒. ... ข้าพเจ้าไม่ต้องการด้วยพระผู้ร่วมอุปัชฌายะ ... ๑๓. ... ข้าพเจ้าไม่ต้องการด้วยพระผู้ร่วมอาจารย์ ... ๑๔. ... ข้าพเจ้าไม่ต้องการด้วยพระเพื่อนพรหมจารี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่า การทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาก็เป็นอันบอกคืน. ๑. ก็อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความ เป็นสมณะ อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนา ความเป็นอุบาสก ปรารถนาความเป็นอารามิก ปรารถนาความเป็นสามเณร ปรารถนาความเป็น เดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นสาวกเดียรถีย์ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็นผู้ มิใช่สมณะ ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ข้าพเจ้า พ้นดีแล้วจากพระพุทธเจ้า. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาก็เป็นอันบอกคืน. ๒. ... ข้าพเจ้าพ้นดีแล้วจากพระธรรม ... ๓. ... ข้าพเจ้าพ้นดีแล้วจากพระสงฆ์ ... ๔. ... ข้าพเจ้าพ้นดีแล้วจากสิกขา ... ๕. ... ข้าพเจ้าพ้นดีแล้วจากวินัย ... ๖. ... ข้าพเจ้าพ้นดีแล้วจากปาติโมกข์ ... ๗. ... ข้าพเจ้าพ้นดีแล้วจากอุเทศ ... ๘. ... ข้าพเจ้าพ้นดีแล้วจากพระอุปัชฌายะ ... ๙. ... ข้าพเจ้าพ้นดีแล้วจากพระอาจารย์ ... ๑๐. ... ข้าพเจ้าพ้นดีแล้วจากพระสัทธิวิหาริก ... ๑๑. ... ข้าพเจ้าพ้นดีแล้วจากพระอันเตวาสิก ... ๑๒. ... ข้าพเจ้าพ้นดีแล้วจากพระผู้ร่วมอุปัชฌายะ ... ๑๓. ... ข้าพเจ้าพ้นดีแล้วจากพระผู้ร่วมอาจารย์ ... ๑๔. ... ข้าพเจ้าพ้นดีแล้วจากพระเพื่อนพรหมจารี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่า การทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาก็เป็นอันบอกคืน. ก็อีกอย่างหนึ่ง ไวพจน์แห่งพระพุทธเจ้าก็ดี ไวพจน์แห่งพระธรรมก็ดี ไวพจน์แห่ง พระสงฆ์ก็ดี ไวพจน์แห่งสิกขาก็ดี ไวพจน์แห่งวินัยก็ดี ไวพจน์แห่งปาติโมกข์ก็ดี ไวพจน์แห่ง อุเทศก็ดี ไวพจน์แห่งพระอุปัชฌายะก็ดี ไวพจน์แห่งพระอาจารย์ก็ดี ไวพจน์แห่งพระสัทธิวิหาริก ก็ดี ไวพจน์แห่งพระอันเตวาสิกก็ดี ไวพจน์แห่งพระผู้ร่วมอุปัชฌายะก็ดี ไวพจน์แห่งพระผู้ร่วม อาจารย์ก็ดี ไวพจน์แห่งพระเพื่อนพรหมจารีก็ดี ไวพจน์แห่งคฤหัสถ์ก็ดี ไวพจน์แห่งอุบาสกก็ดี ไวพจน์แห่งอารามิกก็ดี ไวพจน์แห่งสามเณรก็ดี ไวพจน์แห่งเดียรถีย์ก็ดี ไวพจน์แห่งสาวก- *เดียรถีย์ก็ดี ไวพจน์แห่งบุคคลผู้มิใช่สมณะก็ดี ไวพจน์แห่งบุคคลผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตรก็ดี แม้อย่างอื่นใด มีอยู่ ภิกษุย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบด้วยไวพจน์เหล่านั้น อันเป็นอาการ เป็นลักษณะ เป็นนิมิต. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาก็เป็น อันบอกคืน.
เทียบรายประโยค (51 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 10
pj1:8.3.1 #
กถญฺจ ภิกฺขเว ทุพฺพลฺยาวิกมฺมญฺเจว โหติ สิกฺขา จ ปจฺจกฺขาตา ฯ✎ ร่าง
Kathañca, bhikkhave, dubbalyāvikammañceva hoti sikkhā ca paccakkhātā?
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็การทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาก็เป็นอันบอกคืน เป็นอย่างไร?🤖 AI จับคู่
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.29
pj1:8.3.2 #
อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อุกฺกณฺฐิโต อนภิรโต สามญฺญา จวิตุกาโม✎ ร่าง
Idha, bhikkhave, bhikkhu ukkaṇṭhito anabhirato sāmaññā cavitukāmo
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กระสัน ไม่ยินดี ใคร่จะเคลื่อนจากความเป็นสมณะ🤖 AI จับคู่
pj1:8.3.3 #
ภิกฺขุภาวํ อฏฺฏิยมาโน หรายมาโน ชิคุจฺฉมาโน✎ ร่าง
bhikkhubhāvaṁ aṭṭīyamāno harāyamāno jigucchamāno
อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังความเป็นภิกษุ🤖 AI จับคู่
pj1:8.3.4 #
คิหิภาวํ ปตฺถยมาโน ฯเปฯ✎ ร่าง
gihibhāvaṁ patthayamāno …pe…
ปรารถนาความเป็นคฤหัสถ์🤖 AI จับคู่
pj1:8.3.5 #
อสกฺยปุตฺติยภาวํ ปตฺถยมาโน✎ ร่าง
asakyaputtiyabhāvaṁ patthayamāno—
ปรารถนาความเป็นผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร🤖 AI จับคู่
pj1:8.3.6 #
พุทฺธํ ปจฺจกฺขามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“buddhaṁ paccakkhāmī”ti vadati viññāpeti.
ย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบว่า ข้าพเจ้าบอกคืนพระพุทธเจ้า🤖 AI จับคู่
pj1:8.3.7 #
เอวํปิ ภิกฺขเว ทุพฺพลฺยาวิกมฺมญฺเจว โหติ สิกฺขา จ ปจฺจกฺขาตา ฯ✎ ร่าง
Evampi, bhikkhave, dubbalyāvikammañceva hoti sikkhā ca paccakkhātā.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาก็เป็นอันบอกคืน🤖 AI จับคู่
pj1:8.3.8 #
อถวา ปน อุกฺกณฺฐิโต อนภิรโต สามญฺญา จวิตุกาโม✎ ร่าง
Atha vā pana ukkaṇṭhito anabhirato sāmaññā cavitukāmo
อ้างอิงสยามรัฐ 1.49 · พุทธชยันตี 1.64
pj1:8.3.9 #
ภิกฺขุภาวํ อฏฺฏิยมาโน หรายมาโน ชิคุจฺฉมาโน✎ ร่าง
bhikkhubhāvaṁ aṭṭīyamāno harāyamāno jigucchamāno
pj1:8.3.10 #
คิหิภาวํ ปตฺถยมาโน ฯเปฯ✎ ร่าง
gihibhāvaṁ patthayamāno …pe…
pj1:8.3.11 #
อสกฺยปุตฺติยภาวํ ปตฺถยมาโน✎ ร่าง
asakyaputtiyabhāvaṁ patthayamāno—
pj1:8.3.12 #
ธมฺมํ ปจฺจกฺขามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“dhammaṁ paccakkhāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.13 #
สงฺฆํ ปจฺจกฺขามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“saṅghaṁ paccakkhāmī”ti vadati viññāpeti …
อ้างอิงPTS 3.27
pj1:8.3.14 #
สิกฺขํ ปจฺจกฺขามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“sikkhaṁ paccakkhāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.15 #
วินยํ ปจฺจกฺขามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“vinayaṁ paccakkhāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.16 #
ปาติโมกฺขํ ปจฺจกฺขามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“pātimokkhaṁ paccakkhāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.17 #
อุทฺเทสํ ปจฺจกฺขามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“uddesaṁ paccakkhāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.18 #
อุปชฺฌายํ ปจฺจกฺขามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“upajjhāyaṁ paccakkhāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.19 #
อาจริยํ ปจฺจกฺขามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“ācariyaṁ paccakkhāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.20 #
สทฺธิวิหาริกํ ปจฺจกฺขามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“saddhivihārikaṁ paccakkhāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.21 #
อนฺเตวาสิกํ ปจฺจกฺขามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“antevāsikaṁ paccakkhāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.22 #
สมานุปชฺฌายกํ ปจฺจกฺขามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“samānupajjhāyakaṁ paccakkhāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.23 #
สมานาจริยกํ ปจฺจกฺขามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“samānācariyakaṁ paccakkhāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.24 #
สพฺรหฺมจารึ ปจฺจกฺขามีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“sabrahmacāriṁ paccakkhāmī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.25 #
คิหีติ มํ ธาเรหีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“gihīti maṁ dhārehī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.26 #
อุปาสโกติ มํ ธาเรหีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“upāsakoti maṁ dhārehī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.27 #
อารามิโกติ มํ ธาเรหีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“ārāmikoti maṁ dhārehī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.28 #
สามเณโรติ มํ ธาเรหีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“sāmaṇeroti maṁ dhārehī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.29 #
ติตฺถิโยติ มํ ธาเรหีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“titthiyoti maṁ dhārehī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.30 #
ติตฺถิยสาวโกติ มํ ธาเรหีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“titthiyasāvakoti maṁ dhārehī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.31 #
อสฺสมโณติ มํ ธาเรหีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“assamaṇoti maṁ dhārehī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.32 #
อสกฺยปุตฺติโยติ มํ ธาเรหีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“asakyaputtiyoti maṁ dhārehī”ti vadati viññāpeti.
pj1:8.3.33 #
เอวํปิ ภิกฺขเว ทุพฺพลฺยาวิกมฺมญฺเจว โหติ สิกฺขา จ ปจฺจกฺขาตา ฯ✎ ร่าง
Evampi, bhikkhave, dubbalyāvikammañceva hoti sikkhā ca paccakkhātā.
pj1:8.3.34 #
อถวา ปน อุกฺกณฺฐิโต อนภิรโต สามญฺญา จวิตุกาโม✎ ร่าง
Atha vā pana ukkaṇṭhito anabhirato sāmaññā cavitukāmo
pj1:8.3.35 #
ภิกฺขุภาวํ อฏฺฏิยมาโน หรายมาโน ชิคุจฺฉมาโน✎ ร่าง
bhikkhubhāvaṁ aṭṭīyamāno harāyamāno jigucchamāno
pj1:8.3.36 #
คิหิภาวํ ปตฺถยมาโน ฯเปฯ✎ ร่าง
gihibhāvaṁ patthayamāno …pe…
pj1:8.3.37 #
อสกฺยปุตฺติยภาวํ ปตฺถยมาโน✎ ร่าง
asakyaputtiyabhāvaṁ patthayamāno—
pj1:8.3.38 #
อลํ เม พุทฺเธนาติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“alaṁ me buddhenā”ti vadati viññāpeti …pe…
pj1:8.3.39 #
อลํ เม สพฺรหฺมจารีหีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“alaṁ me sabrahmacārīhī”ti vadati viññāpeti.
pj1:8.3.40 #
เอวํปิ ภิกฺขเว ฯเปฯ✎ ร่าง
Evampi …pe…
pj1:8.3.41 #
อถวา ปน ฯเปฯ✎ ร่าง
atha vā pana …pe…
pj1:8.3.42 #
กินฺนุ เม พุทฺเธนาติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“kiṁ nu me buddhenā”ti vadati viññāpeti …pe…
pj1:8.3.43 #
กินฺนุ เม สพฺรหฺมจารีหีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ เอวํปิ ฯเปฯ อถวา ปน ฯเปฯ✎ ร่าง
“kiṁ nu me sabrahmacārīhī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.44 #
น มมตฺโถ พุทฺเธนาติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“na mamattho buddhenā”ti vadati viññāpeti …pe…
pj1:8.3.45 #
น มมตฺโถ สพฺรหฺมจารีหีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ เอวํปิ ฯเปฯ อถวา ปน ฯเปฯ✎ ร่าง
“na mamattho sabrahmacārīhī”ti vadati viññāpeti …
pj1:8.3.46 #
สุมุตฺตาหํ พุทฺเธนาติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“sumuttāhaṁ buddhenā”ti vadati viññāpeti …pe…
pj1:8.3.47 #
สุมุตฺตาหํ สพฺรหฺมจารีหีติ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
“sumuttāhaṁ sabrahmacārīhī”ti vadati viññāpeti.
pj1:8.3.48 #
เอวํปิ ภิกฺขเว ทุพฺพลฺยาวิกมฺมญฺเจว โหติ สิกฺขา จ ปจฺจกฺขาตา ฯ✎ ร่าง
Evampi, bhikkhave, dubbalyāvikammañceva hoti sikkhā ca paccakkhātā.
pj1:8.3.49 #
ยานิ วา ปนญฺญานิปิ อตฺถิ พุทฺธเววจนานิ วา ธมฺมเววจนานิ วา สงฺฆเววจนานิ วา สิกฺขาเววจนานิ วา วินยเววจนานิ วา ปาติโมกฺขเววจนานิ วา อุทฺเทสเววจนานิ วา อุปชฺฌายเววจนานิ วา อาจริยเววจนานิ วา สทฺธิวิหาริกเววจนานิ วา อนฺเตวาสิกเววจนานิ วา สมานุปชฺฌายกเววจนานิ วา สมานาจริยกเววจนานิ วา สพฺรหฺมจาริเววจนานิ วา คิหิเววจนานิ วา อุปาสกเววจนานิ วา อารามิกเววจนานิ วา สามเณรเววจนานิ วา ติตฺถิยเววจนานิ วา ติตฺถิยสาวกเววจนานิ วา อสฺสมณเววจนานิ วา อสกฺยปุตฺติยเววจนานิ วา✎ ร่าง
Yāni vā panaññānipi atthi buddhavevacanāni vā dhammavevacanāni vā saṅghavevacanāni vā sikkhāvevacanāni vā vinayavevacanāni vā pātimokkhavevacanāni vā uddesavevacanāni vā upajjhāyavevacanāni vā ācariyavevacanāni vā saddhivihārikavevacanāni vā antevāsikavevacanāni vā samānupajjhāyakavevacanāni vā samānācariyakavevacanāni vā sabrahmacārivevacanāni vā gihivevacanāni vā upāsakavevacanāni vā ārāmikavevacanāni vā sāmaṇeravevacanāni vā titthiyavevacanāni vā titthiyasāvakavevacanāni vā assamaṇavevacanāni vā asakyaputtiyavevacanāni vā,
ก็อีกอย่างหนึ่ง ไวพจน์แห่งพระพุทธเจ้าก็ดี ไวพจน์แห่งพระธรรมก็ดี ไวพจน์แห่งพระสงฆ์ก็ดี ไวพจน์แห่งสิกขาก็ดี ไวพจน์แห่งวินัยก็ดี ไวพจน์แห่งปาติโมกข์ก็ดี ไวพจน์แห่งอุเทศก็ดี ไวพจน์แห่งพระอุปัชฌายะก็ดี ไวพจน์แห่งพระอาจารย์ก็ดี ไวพจน์แห่งพระสัทธิวิหาริกก็ดี ไวพจน์แห่งพระอันเตวาสิกก็ดี ไวพจน์แห่งพระผู้ร่วมอุปัชฌายะก็ดี ไวพจน์แห่งพระผู้ร่วมอาจารย์ก็ดี ไวพจน์แห่งพระเพื่อนพรหมจารีก็ดี ไวพจน์แห่งคฤหัสถ์ก็ดี ไวพจน์แห่งอุบาสกก็ดี ไวพจน์แห่งอารามิกก็ดี ไวพจน์แห่งสามเณรก็ดี ไวพจน์แห่งเดียรถีย์ก็ดี ไวพจน์แห่งสาวกเดียรถีย์ก็ดี ไวพจน์แห่งบุคคลผู้มิใช่สมณะก็ดี ไวพจน์แห่งบุคคลผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตรก็ดี แม้อย่างอื่นใด มีอยู่🤖 AI จับคู่
อ้างอิงสยามรัฐ 1.50 · ฉัฏฐสังคายนา 87.30
pj1:8.3.50 #
เตหิ อากาเรหิ เตหิ ลิงฺเคหิ เตหิ นิมิตฺเตหิ วทติ วิญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
tehi ākārehi tehi liṅgehi tehi nimittehi vadati viññāpeti.
ภิกษุย่อมกล่าวให้ผู้อื่นทราบด้วยไวพจน์เหล่านั้น อันเป็นอาการ เป็นลักษณะ เป็นนิมิต🤖 AI จับคู่
pj1:8.3.51 #
เอวํปิ โข ภิกฺขเว ทุพฺพลฺยาวิกมฺมญฺเจว โหติ สิกฺขา จ ปจฺจกฺขาตา ฯ✎ ร่าง
Evaṁ kho, bhikkhave, dubbalyāvikammañceva hoti sikkhā ca paccakkhātā.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่าการทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง และสิกขาก็เป็นอันบอกคืน🤖 AI จับคู่
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน