เนื้อความทั้งข้อ
[๓๙๘] บทว่า อนึ่ง...ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด มีการงานอย่างใด มีชาติอย่างใด
มีชื่ออย่างใด มีโคตรอย่างใด มีปกติอย่างใด มีธรรมเครื่องอยู่อย่างใด มีอารมณ์อย่างใด เป็นเถระ
ก็ตาม เป็นนวกะก็ตาม เป็นมัชฌิมะก็ตาม นี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่า อนึ่ง...ใด
บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้ขอ ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถ
ว่า ประพฤติภิกขาจริยวัตร ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า ทรงผืนผ้าที่ถูกทำลายแล้ว ชื่อว่า ภิกษุ
โดยสมญา ชื่อว่า ภิกษุ โดยปฏิญญาชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นเอหิภิกษุ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะ
อรรถว่า เป็นผู้อุปสมบทแล้วด้วยไตรสรณคมน์ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้เจริญ ชื่อว่า
ภิกษุ เพราะอรรถว่า มีสารธรรม ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นพระเสขะ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะ
อรรถว่า เป็นพระอเสขะ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้อันสงฆ์พร้อมเพรียงกันอุปสมบท
ให้ด้วยญัตติจตุตถกรรม อันไม่กำเริบควรแก่ฐานะ บรรดาภิกษุเหล่านั้น ภิกษุที่สงฆ์พร้อมเพรียง
กันอุปสมบทให้ด้วยญัตติจตุถกรรมอันไม่กำเริบควรแก่ฐานะนี้ พระผู้มีพระภาคทรงประสงค์ว่า
ภิกษุ ในอรรถนี้
ที่ชื่อว่า กำหนัดแล้ว คือมีความยินดี มีความเพ่งเล็ง มีจิตปฏิพัทธ์
บทว่า แปรปรวนแล้ว ความว่า จิตแม้อันราคะย้อมแล้ว ก็แปรปรวน แม้อันโทสะ
ประทุษร้ายแล้ว ก็แปรปรวน แม้อันโมหะให้ลุ่มหลงแล้วก็แปรปรวนแต่ที่ว่า แปรปรวนแล้ว
ในอรรถนี้ ทรงประสงค์จิตอันราคะย้อมแล้ว
ที่ชื่อว่า มาตุคาม ได้แก่หญิงมนุษย์ ไม่ใช่หญิงยักษ์ ไม่ใช่หญิงเปรต ไม่ใช่สัตว์
ดิรัจฉานตัวเมีย เป็นหญิงที่รู้เดียงสา สามารถทราบถ้อยคำที่เป็นสุภาษิต ทุพภาษิต วาจาชั่วหยาบ
และสุภาพ
วาจาที่ชื่อว่า ชั่วหยาบ ได้แก่ วาจาที่พาดพิงวัจจมรรค ปัสสาวมรรค และเมถุนธรรม
บทว่า พูดเคาะ คือที่เรียกกันว่า ประพฤติล่วงเกิน
คำว่า เหมือนชายหนุ่มหญิงสาว ได้แก่เด็กชายรุ่นกับเด็กหญิงรุ่น คือหนุ่มกับสาว
ชายบริโภคกามกับหญิงบริโภคกาม
บทว่า ด้วยวาจาพาดพิงเมถุน ได้แก่ถ้อยคำที่เกี่ยวด้วยเมถุนธรรม
บทว่า สังฆาทิเสส ความว่า สงฆ์เท่านั้นให้ปริวาสเพื่ออาบัตินั้น ชักเข้าหาอาบัติเดิม
ให้มานัต เรียกเข้าหมู่ ไม่ใช่คณะมากรูปด้วยกัน ไม่ใช่บุคคลรูปเดียว เพราะฉะนั้นจึงตรัสเรียก
ว่า สังฆาทิเสส คำว่า สังฆาทิเสส เป็นการขนานนาม คือเป็นชื่อของอาบัตินิกายนั้นแล
แม้เพราะเหตุนั้น จึงตรัสเรียกว่า สังฆาทิเสส.
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ สารตฺโต อิตฺถึ
ปตฺเตน ปณาเมสิ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro bhikkhu sāratto itthiṁ pattena paṇāmesi.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.188
ตสฺส กุกฺกุจฺจํ อโหสิ ฯเปฯ✎ ร่าง
Tassa kukkuccaṁ ahosi …pe…
อนาปตฺติ ภิกฺขุ
สงฺฆาทิเสสสฺส✎ ร่าง
“anāpatti, bhikkhu, saṅghādisesassa;
อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
āpatti thullaccayassā”ti.
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ อิตฺถิยา วนฺทนฺติยา
สารตฺโต ปาทํ อุจฺจาเรสิ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro bhikkhu itthiyā vandantiyā sāratto pādaṁ uccāresi.
ตสฺส กุกฺกุจฺจํ อโหสิ ฯเปฯ✎ ร่าง
Tassa kukkuccaṁ ahosi …pe…
อาปตฺตึ ตฺวํ
ภิกฺขุ อาปนฺโน สงฺฆาทิเสสนฺติ ฯ✎ ร่าง
“āpattiṁ tvaṁ, bhikkhu, āpanno saṅghādisesan”ti.
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร
ภิกฺขุ อิตฺถึ คเหสฺสามีติ วายมิตฺวา น ฉุปิ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro bhikkhu itthiṁ gahessāmīti vāyamitvā na chupi.
อ้างอิงสยามรัฐ 1.272
ตสฺส กุกฺกุจฺจํ
อโหสิ กจฺจิ นุ โข อหํ สงฺฆาทิเสสํ อาปตฺตึ อาปนฺโนติ ฯ
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ✎ ร่าง
Tassa kukkuccaṁ ahosi …pe…
อนาปตฺติ ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสสฺส✎ ร่าง
“anāpatti, bhikkhu, saṅghādisesassa;
อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
āpatti dukkaṭassā”ti.
ทุติย✎ ร่าง
Kāyasaṁsaggasikkhāpadaṁ niṭṭhitaṁ dutiyaṁ.
สงฺฆาทิเสสํ นิ✎ ร่าง
Saṅghādisesakaṇḍa
ฏฺฐิตํ ฯ
---------
ตติยสงฺฆาทิเสสํ✎ ร่าง
3. Duṭṭhullavācāsikkhāpada