‹ กลับ
เรื่องพระอุทายี
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 416 · วิ.มหา.๑. ๑/๑๔๒๐๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๑๖] สตรี ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นสตรี มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่งการ บำเรอกามของตนในสำนักสตรี ต้องอาบัติสังฆาทิเสส สตรี ภิกษุมีความสงสัย มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่งการบำเรอกามของตนใน สำนักสตรี ต้องอาบัติถุลลัจจัย สตรี ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นบัณเฑาะก์ มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่งการบำเรอกาม ของตนในสำนักสตรี ต้องอาบัติถุลลัจจัย สตรี ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นบุรุษ มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่งการบำเรอกาม ของตนในสำนักสตรี ต้องอาบัติถุลลัจจัย สตรี ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉาน มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่งการ บำเรอกามของตนในสำนักสตรี ต้องอาบัติถุลลัจจัย บัณเฑาะก์ ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นบัณเฑาะก์ มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่งการ บำเรอกามของตนในสำนักบัณเฑาะก์ ต้องอาบัติถุลลัจจัย บัณเฑาะก์ ภิกษุมีความสงสัย มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่งการบำเรอกามของตน ในสำนักบัณเฑาะก์ ต้องอาบัติทุกกฏ บัณเฑาะก์ ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นบุรุษ มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่งการบำเรอ กามของตนในสำนักบัณเฑาะก์ ต้องอาบัติทุกกฏ บัณเฑาะก์ ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉาน มีความกำหนัด และกล่าวคุณ แห่งการบำเรอกามของตนในสำนักบัณเฑาะก์ ต้องอาบัติทุกกฏ บัณเฑาะก์ ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นสตรี มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่งการบำเรอ กามของตนในสำนักบัณเฑาะก์ ต้องอาบัติทุกกฏ บุรุษ ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นบุรุษ มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่งการบำเรอกาม ของตนในสำนักบุรุษ ต้องอาบัติทุกกฏ บุรุษ ภิกษุมีความสงสัย มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่งการบำเรอกามของตนใน สำนักบุรุษ ต้องอาบัติทุกกฏ บุรุษ ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉาน มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่งการ บำเรอกามของตนในสำนักบุรุษ ต้องอาบัติทุกกฏ บุรุษ ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นสตรี มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่งการบำเรอกาม ของตนในสำนักบุรุษ ต้องอาบัติทุกกฏ บุรุษ ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นบัณเฑาะก์ มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่งการบำเรอกาม ของตนในสำนักบุรุษ ต้องอาบัติทุกกฏ สัตว์ดิรัจฉาน ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉาน มีความกำหนัด และกล่าวคุณ- *แห่งการบำเรอกามของตนในสำนักสัตว์ดิรัจฉาน ต้องอาบัติทุกกฏ สัตว์ดิรัจฉาน ภิกษุมีความสงสัย มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่งการบำเรอกามของ ตนในสำนักสัตว์ดิรัจฉาน ต้องอาบัติทุกกฏ สัตว์ดิรัจฉาน ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นสตรี มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่งการ บำเรอกามของตนในสำนักสัตว์ดิรัจฉาน ต้องอาบัติทุกกฏ สัตว์ดิรัจฉาน ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นบัณเฑาะก์ มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่ง การบำเรอกามของตนในสำนักสัตว์ดิรัจฉาน ต้องอาบัติทุกกฏ สัตว์ดิรัจฉาน ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นบุรุษ มีความกำหนัด และกล่าวคุณแห่งการ บำเรอกามของตนในสำนักสัตว์ดิรัจฉาน ต้องอาบัติทุกกฏ.
เทียบรายประโยค (48 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 47
ss4:1.1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันอารามของอนาถบัณฑิกะคหบดี เขตพระนครสาวัตถี🤖 AI จับคู่
อ้างอิงPTS 3.132 · สยามรัฐ 1.286 · ฉัฏฐสังคายนา 87.195 · พุทธชยันตี 1.330
ss4:1.1.2 #
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อุทายิ สาวตฺถิยํ กุลูปโก โหติ พหุกานิ กุลานิ อุปสงฺกมติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā udāyī sāvatthiyaṁ kulūpako hoti, bahukāni kulāni upasaṅkamati.
ครั้งนั้น ท่านพระอุทายีเป็นพระกุลุปกะในพระนครสาวัตถี เข้าไปสู่สกุลเป็นอันมาก🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.3 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรา อิตฺถี มตปติกา อภิรูปา โหติ ทสฺสนียา ปาสาทิกา ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññatarā itthī matapatikā abhirūpā hoti dassanīyā pāsādikā.
ครั้งนั้น มีสตรีหม้ายผู้หนึ่ง รูปงาม น่าดู น่าชม🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.4 #
อถโข อายสฺมา อุทายิ ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน ตสฺสา อิตฺถิยา นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā udāyī pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaramādāya yena tassā itthiyā nivesanaṁ tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā paññatte āsane nisīdi.
ครั้นเวลาเช้า ท่านพระอุทายีครองอันตรวาสกแล้ว ถือบาตรและจีวรเดินไปทางเรือนของสตรีหม้ายนั้น ครั้นแล้วนั่งเหนืออาสนะที่เขาจัดถวาย🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.5 #
อถโข สา อิตฺถี เยนายสฺมา อุทายิ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อุทายึ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho sā itthī yenāyasmā udāyī tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā āyasmantaṁ udāyiṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
จึงสตรีหม้ายนั้นเข้าไปหาท่านพระอุทายี กราบแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.6 #
เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข ตํ อิตฺถึ อายสฺมา อุทายิ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ ฯ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinnaṁ kho taṁ itthiṁ āyasmā udāyī dhammiyā kathāya sandassesi samādapesi samuttejesi sampahaṁsesi.
ท่านพระอุทายีได้ยังสตรีหม้ายนั้น ให้เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถา🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.7 #
อถโข สา อิตฺถี อายสฺมตา อุทายินา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิตา สมาทปิตา สมุตฺเตชิตา สมฺปหํสิตา อายสฺมนฺตํ อุทายึ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho sā itthī āyasmatā udāyinā dhammiyā kathāya sandassitā samādapitā samuttejitā sampahaṁsitā āyasmantaṁ udāyiṁ etadavoca—
ครั้นแล้วสตรีหม้ายนั้นได้กล่าวปวารณาท่านพระอุทายีว่า โปรดบอกเถิด เจ้าข้า ต้องการสิ่งใดซึ่งดิฉันสามารถจัดหาถวายพระคุณเจ้าได้ คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ เภสัชบริขารอันเป็นปัจจัยของภิกษุไข้🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.8 #
วเทยฺยาถ ภนฺเต เยน อตฺโถ✎ ร่าง
“vadeyyātha, bhante, yena attho.
โปรดบอกเถิด เจ้าข้า ต้องการสิ่งใดซึ่งดิฉันสามารถจัดหาถวายพระคุณเจ้าได้🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.9 #
ปฏิพลา มยํ อยฺยสฺส ทาตุํ ยทิทํ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารนฺติ ๑- ฯ✎ ร่าง
Paṭibalā mayaṁ ayyassa dātuṁ yadidaṁ cīvarapiṇḍapātasenāsanagilānappaccayabhesajjaparikkhāran”ti.
คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ เภสัชบริขารอันเป็นปัจจัยของภิกษุไข้🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.10 #
น โข เต ภคินิ อมฺหากํ ทุลฺลภา ยทิทํ จีวรปิณฺฑปาต- เสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารา✎ ร่าง
“Na kho te, bhagini, amhākaṁ dullabhā yadidaṁ cīvarapiṇḍapātasenāsanagilānappaccayabhesajjaparikkhārā.
พระอุทายีขอร้องว่า น้องหญิง ปัจจัยเหล่านั้น ไม่เป็นของหาได้ยากสำหรับฉัน ขอจงให้ของที่หาได้ยากสำหรับฉันเถิด🤖 AI จับคู่
อ้างอิงสยามรัฐ 1.287
ss4:1.1.11 #
อปิจ โข ๒- โย อมฺหากํ ทุลฺลโภ ตํ อมฺหากํ เทหีติ ฯ✎ ร่าง
Api ca yo amhākaṁ dullabho taṁ dehī”ti.
ขอจงให้ของที่หาได้ยากสำหรับฉันเถิด🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.12 #
กึ ภนฺเตติ ฯ✎ ร่าง
“Kiṁ, bhante”ti?
สตรีหม้ายถามว่า ของอะไร เจ้าขา🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.13 #
เมถุนธมฺมนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Methunadhamman”ti.
อุ. เมถุนธรรม จ้ะ🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.14 #
อตฺโถ ภนฺเตติ ฯ✎ ร่าง
“Attho, bhante”ti?
ส. พระคุณเจ้าต้องการหรือ เจ้าคะ🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.15 #
อตฺโถ ภคินีติ ฯ✎ ร่าง
“Attho, bhaginī”ti.
อุ. ต้องการ จ้ะ🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.16 #
เอหิ ภนฺเตติ✎ ร่าง
“Ehi, bhante”ti,
สตรีหม้ายนั้นกล่าวว่า นิมนต์มาเถิด เจ้าค่ะ🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.17 #
โอวรกํ ปวิสิตฺวา สาฏกํ นิกฺขิปิตฺวา มญฺจเก อุตฺตานา นิปชฺชิ ฯ✎ ร่าง
ovarakaṁ pavisitvā sāṭakaṁ nikkhipitvā mañcake uttānā nipajji.
แล้วเดินเข้าห้อง เลิกผ้าสาฎกนอนหงายบนเตียง🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.18 #
อถโข อายสฺมา อุทายิ เยน สา อิตฺถี เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา✎ ร่าง
Atha kho āyasmā udāyī yena sā itthī tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā—
ทันใดนั้น ท่านพระอุทายีตามเข้าไปหานางถึงเตียง🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.19 #
โก อิมํ วสลํ ทุคฺคนฺธํ อามสิสฺสตีติ✎ ร่าง
“ko imaṁ vasalaṁ duggandhaṁ āmasissatī”ti,
ครั้นแล้วถ่มเขฬะรดพูดว่า ใครจักถูกต้องหญิงถ่อย มีกลิ่นเหม็นนี้ได้🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.20 #
นุฏฺฐุหิตฺวา ปกฺกามิ ฯ✎ ร่าง
niṭṭhubhitvā pakkāmi.
ดังนี้แล้วหลีกไป🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.21 #
อถโข สา อิตฺถี อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ✎ ร่าง
Atha kho sā itthī ujjhāyati khiyyati vipāceti—
จึงสตรีหม้ายนั้นเพ่งโทษว่า🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.22 #
อลชฺชิโน อิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา ทุสฺสีลา มุสาวาทิโน✎ ร่าง
“alajjino ime samaṇā sakyaputtiyā dussīlā musāvādino.
พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้ เป็นผู้ไม่ละอาย ทุศีล พูดเท็จ🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.23 #
อิเม หิ นาม สมจาริโน ธมฺมจาริโน พฺรหฺมจาริโน สจฺจวาทิโน สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา ปฏิชานิสฺสนฺติ✎ ร่าง
Ime hi nāma dhammacārino samacārino brahmacārino saccavādino sīlavanto kalyāṇadhammā paṭijānissanti.
พระสมณะเหล่านี้ยังจักปฏิญาณว่า เป็นผู้ประพฤติธรรม ประพฤติเรียบร้อย ประพฤติพรหมจรรย์ พูดจริง มีศีล มีกัลยาณธรรม ดังนี้เล่า🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.24 #
นตฺถิ อิเมสํ สามญฺญํ นตฺถิ อิเมสํ พฺรหฺมญฺญํ นฏฺฐํ อิเมสํ สามญฺญํ นฏฺฐํ อิเมสํ พฺรหฺมญฺญํ กุโต อิเมสํ สามญฺญํ กุโต อิเมสํ พฺรหฺมญฺญํ✎ ร่าง
Natthi imesaṁ sāmaññaṁ natthi imesaṁ brahmaññaṁ, naṭṭhaṁ imesaṁ sāmaññaṁ naṭṭhaṁ imesaṁ brahmaññaṁ, kuto imesaṁ sāmaññaṁ kuto imesaṁ brahmaññaṁ,
ติเตียนว่า ความเป็นสมณะของพระสมณะเหล่านี้ไม่มี ความเป็นพราหมณ์ของพระสมณะเหล่านี้ไม่มี ความเป็นสมณะของพระสมณะเหล่านี้พินาศแล้ว ความเป็นพราหมณ์ของพระสมณะเหล่านี้พินาศแล้ว🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.25 #
อปคตา อิเม สามญฺญา อปคตา อิเม พฺรหฺมญฺญา✎ ร่าง
apagatā ime sāmaññā apagatā ime brahmaññā.
ความเป็นสมณะของพระสมณะเหล่านี้ จะมีแต่ไหน ความเป็นพราหมณ์ของพระสมณะเหล่านี้ จะมีแต่ไหน🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.26 #
กถํ หิ นาม สมโณ อุทายิ มํ สามํ เมถุนธมฺมํ ยาจิตฺวา โก อิมํ วสลํ ทุคฺคนฺธํ อามสิสฺสตีติ นุฏฺฐุหิตฺวา ปกฺกมิสฺสติ✎ ร่าง
Kathañhi nāma samaṇo udāyī maṁ sāmaṁ methunadhammaṁ yācitvā, ‘ko imaṁ vasalaṁ duggandhaṁ āmasissatī’ti niṭṭhubhitvā pakkamissati.
และโพนทะนาว่า พระสมณะเหล่านี้ขาดจากความเป็นสมณะแล้ว พระสมณะเหล่านี้ขาดจากความเป็นพราหมณ์แล้ว ไฉนพระสมณะอุทายีจึงได้ขอเมถุนธรรมต่อเราด้วยตนเอง🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.27 #
กึ เม ปาปกํ กึ เม ทุคฺคนฺธํ✎ ร่าง
Kiṁ me pāpakaṁ kiṁ me duggandhaṁ,
แล้วถ่มเขฬะรดพูดว่า ใครจักถูกต้องหญิงถ่อยมีกลิ่นเหม็นนี้ได้ ดังนี้แล้วหลีกไป เรามีอะไรชั่วช้า เรามีอะไรที่มีกลิ่นเหม็น🤖 AI จับคู่
ss4:1.1.28 #
กิสฺสาหํ เกน หายามีติ ฯ✎ ร่าง
kassāhaṁ kena hāyāmī”ti?
เราเลวกว่าหญิงคนไหนอย่างไร ดังนี้🤖 AI จับคู่
ss4:1.2.1 #
อญฺญาปิ อิตฺถิโย อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Aññāpi itthiyo ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
แม้สตรีเหล่าอื่นก็เพ่งโทษว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้เป็นผู้ไม่ละอาย ทุศีล พูดเท็จ🤖 AI จับคู่
อ้างอิงสยามรัฐ 1.288 · ฉัฏฐสังคายนา 87.196
ss4:1.2.2 #
อลชฺชิโน อิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา ทุสฺสีลา มุสาวาทิโน อิเม หิ นาม สมจาริโน พฺรหฺมจาริโน สจฺจวาทิโน สีลวนฺโต✎ ร่าง
“alajjino ime samaṇā sakyaputtiyā dussīlā musāvādino …pe…
พระสมณะเหล่านี้ยังจักปฏิญาณว่า เป็นผู้ประพฤติธรรม ประพฤติเรียบร้อย ประพฤติพรหมจรรย์ พูดจริง มีศีล มีกัลยาณธรรมดังนี้เล่า🤖 AI จับคู่
ss4:1.2.3 #
กลฺยาณธมฺมา ปฏิชานิสฺสนฺติ นตฺถิ อิเมสํ สามญฺญํ นตฺถิ อิเมสํ พฺรหฺมญฺญํ นฏฺฐํ อิเมสํ สามญฺญํ นฏฺฐํ อิเมสํ พฺรหฺมญฺญํ กุโต อิเมสํ สามญฺญํ กุโต อิเมสํ พฺรหฺมญฺญํ อปคตา อิเม สามญฺญา อปคตา อิเม พฺรหฺมญฺญา กถํ หิ นาม สมโณ อุทายิ อิมิสฺสา สามํ เมถุนธมฺมํ ยาจิตฺวา โก อิมํ วสลํ ทุคฺคนฺธํ อามสิสฺสตีติ นุฏฺฐุหิตฺวา ปกฺกมิสฺสติ✎ ร่าง
kathañhi nāma samaṇo udāyī imissā sāmaṁ methunadhammaṁ yācitvā, ‘ko imaṁ vasalaṁ duggandhaṁ āmasissatī’ti niṭṭhubhitvā pakkamissati.
ไฉน พระอุทายีจึงได้ขอเมถุนธรรมต่อสตรีนี้ด้วยตนเอง แล้วจึงถ่มเขฬะรดพูดว่า ใครจักถูกต้องหญิงถ่อยมีกลิ่นเหม็นนี้ได้ดังนี้ แล้วหลีกไป🤖 AI จับคู่
ss4:1.2.4 #
กึ อิมิสฺสา ปาปกํ กึ อิมิสฺสา ทุคฺคนฺธํ กิสฺสายํ เกน หายตีติ ฯ✎ ร่าง
Kiṁ imissā pāpakaṁ kiṁ imissā duggandhaṁ, kassāyaṁ kena hāyatī”ti?
นางคนนี้มีอะไรชั่วช้า นางคนนี้มีอะไรที่มีกลิ่นเหม็น นางคนนี้เลวกว่าสตรีคนไหน อย่างไร ดังนี้🤖 AI จับคู่
ss4:1.2.5 #
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู ตาสํ อิตฺถีนํ อุชฺฌายนฺตีนํ ขียนฺตีนํ วิปาเจนฺตีนํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tāsaṁ itthīnaṁ ujjhāyantīnaṁ khiyyantīnaṁ vipācentīnaṁ.
ภิกษุทั้งหลายได้ยินสตรีพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่🤖 AI จับคู่
ss4:1.2.6 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา สนฺตุฏฺฐา ลชฺชิโน กุกฺกุจฺจกา สิกฺขากามา เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
บรรดาที่เป็นผู้มักน้อยสันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า🤖 AI จับคู่
ss4:1.2.7 #
กถํ หิ นาม อายสฺมา อุทายิ มาตุคามสฺส สนฺติเก อตฺตกามปาริจริยาย วณฺณํ ภาสิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma āyasmā udāyī mātugāmassa santike attakāmapāricariyāya vaṇṇaṁ bhāsissatī”ti.
ไฉนท่านพระอุทายีจึงได้กล่าวคุณแห่งการบำเรอตนด้วยกามในสำนักมาตุคามเล่า🤖 AI จับคู่
ss4:1.2.8 #
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū āyasmantaṁ udāyiṁ anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค🤖 AI จับคู่
อ้างอิงPTS 3.133 · พุทธชยันตี 1.332
ss4:1.2.9 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา อายสฺมนฺตํ อุทายึ ปฏิปุจฺฉิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe bhikkhusaṅghaṁ sannipātāpetvā āyasmantaṁ udāyiṁ paṭipucchi—
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค รับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามท่านพระอุทายีว่า ดูกรอุทายี ข่าวว่า เธอกล่าวคุณแห่งการบำเรอตนด้วยกามในสำนักมาตุคามจริงหรือ?🤖 AI จับคู่
ss4:2.33 #
methunadhammappaṭisaṁyuttena.
ss4:1.2.10 #
สจฺจํ กิร ตฺวํ อุทายิ มาตุคามสฺส สนฺติเก อตฺตกามปาริจริยาย วณฺณํ ภาสสีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tvaṁ, udāyi, mātugāmassa santike attakāmapāricariyāya vaṇṇaṁ bhāsasī”ti?
ท่านพระอุทายีทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า🤖 AI จับคู่
ss4:1.2.11 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
ท่านพระอุทายีทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า🤖 AI จับคู่
ss4:1.2.12 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā—
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า🤖 AI จับคู่
ss4:1.2.13 #
อนนุจฺฉวิกํ โมฆปุริส อนนุโลมิกํ อปฺปฏิรูปํ อสฺสามณกํ อกปฺปิยํ อกรณียํ✎ ร่าง
“ananucchavikaṁ, moghapurisa, ananulomikaṁ appatirūpaṁ assāmaṇakaṁ akappiyaṁ akaraṇīyaṁ.
ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉนเธอจึงได้กล่าวคุณแห่งการบำเรอตนด้วยกาม ในสำนักมาตุคามเล่า🤖 AI จับคู่
ss4:1.2.14 #
กถํ หิ นาม ตฺวํ โมฆปุริส มาตุคามสฺส สนฺติเก อตฺตกามปาริจริยาย วณฺณํ ภาสิสฺสสิ✎ ร่าง
Kathañhi nāma tvaṁ, moghapurisa, mātugāmassa santike attakāmapāricariyāya vaṇṇaṁ bhāsissasi.
ดูกรโมฆบุรุษ ธรรมอันเราแสดงแล้วโดยอเนกปริยาย เพื่อคลายความกำหนัด ไม่ใช่เพื่อมีความกำหนัด เพื่อความพราก ไม่ใช่เพื่อความประกอบ เพื่อความไม่ถือมั่น ไม่ใช่เพื่อมีความถือมั่น มิใช่หรือ🤖 AI จับคู่
ss4:1.2.15 #
นนุ มยา โมฆปุริส อเนกปริยาเยน วิราคาย ธมฺโม เทสิโต โน สราคาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Nanu mayā, moghapurisa, anekapariyāyena virāgāya dhammo desito no sarāgāya …pe…
ดูกรโมฆบุรุษ ธรรมอันเราแสดงแล้วโดยอเนกปริยาย เพื่อเป็นที่สำรอกแห่งราคะ เพื่อเป็นที่สร่างแห่งความเมา เพื่อเป็นที่ดับสูญแห่งความระหาย เพื่อเป็นที่หลุดถอนแห่งอาลัย เพื่อเป็นที่เข้าไปตัดแห่งวัฏฏะ เพื่อเป็นที่สิ้นแห่งตัณหา เพื่อคลายความกำหนัด เพื่อความดับทุกข์ เพื่อปราศจากตัณหาเครื่องร้อยรัดมิใช่หรือ🤖 AI จับคู่
ss4:1.2.16 #
กามปริฬาหานํ วูปสโม อกฺขาโต✎ ร่าง
kāmapariḷāhānaṁ vūpasamo akkhāto?
ดูกรโมฆบุรุษ การละกาม การกำหนดรู้ความหมายในกาม การกำจัดความระหายในกาม การเพิกถอนความตรึกอันเกี่ยวด้วยกาม การระงับความกลัดกลุ้ม เพราะกาม เราบอกไว้แล้วโดยอเนกปริยาย มิใช่หรือ🤖 AI จับคู่
ss4:1.2.17 #
เนตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisa, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว โดยที่แท้ การกระทำของเธอนั่น เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่นของชนบางพวกที่เลื่อมใสแล้ว🤖 AI จับคู่
ss4:1.2.18 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑🤖 AI จับคู่
ss4:1.2.19.1 #
โย ปน ภิกฺขุ โอติณฺโณ วิปริณเตน จิตฺเตน มาตุคามสฺส สนฺติเก อตฺตกามปาริจริยาย วณฺณํ ภาเสยฺย เอตทคฺคํ ภคินิ ปาริจริยานํ ยา มาทิสํ สีลวนฺตํ กลฺยาณธมฺมํ พฺรหฺมจารึ เอเตน ธมฺเมน ปริจเรยฺยาติ เมถุนูปสญฺหิเตน สงฺฆาทิเสโสติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu otiṇṇo vipariṇatena cittena mātugāmassa santike attakāmapāricariyāya vaṇṇaṁ bhāseyya— ‘etadaggaṁ, bhagini, pāricariyānaṁ yā mādisaṁ sīlavantaṁ kalyāṇadhammaṁ brahmacāriṁ etena dhammena paricareyyāti methunupasaṁhitena’, saṅghādiseso”ti.
อนึ่ง ภิกษุใด กำหนัดแล้ว มีจิตแปรปรวนแล้ว กล่าวคุณแห่งการบำเรอกามของตนในสำนักมาตุคาม ด้วยถ้อยคำพาดพิงเมถุนว่า น้องหญิง สตรีใด บำเรอผู้ประพฤติพรหมจรรย์ มีศีล มีกัลยาณธรรม เช่นเรา ด้วยธรรมนั่น นั่นเป็นยอดแห่งความบำเรอทั้งหลาย เป็นสังฆาทิเสส🤖 AI จับคู่
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน