‹ กลับ
เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 497 · วิ.มหา.๑. ๑/๑๖๒๐๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๙๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ฤาษีสองพี่น้องเข้าอาศัยแม่น้ำคงคาสำนักอยู่ ครั้งนั้น มณีกัณฐนาคราชขึ้นจากแม่น้ำคงคาเข้าไปหาฤาษีผู้น้อง ครั้นแล้ววงด้วยขนด ๗ รอบ แผ่พังพานใหญ่อยู่บนศีรษะ เพราะความกลัวนาคราชนั้น ฤาษีผู้น้องได้ซูบผอม เศร้าหมอง มีผิว พรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้นๆ มีตัวสะพรั่งด้วยเอ็น ฤาษีผู้พี่เห็นฤาษีผู้น้องซูบผอม เศร้าหมอง มีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้นๆ มีตัวสะพรั่งด้วยเอ็น จึงได้ไต่ถามว่า เหตุไรเธอจึงซูบผอม เศร้าหมองมีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้นๆ มีตัวสะพรั่งด้วยเอ็น น. ท่านพี่ มณีกัณฐนาคราชขึ้นจากแม่น้ำคงคา เข้ามาหาข้าพเจ้า ณ สถานที่นี้ ครั้นแล้ว วงข้าพเจ้าด้วยขนด ๗ รอบ แผ่พังพานใหญ่บนศีรษะ เพราะความกลัวนาคราชนั้น ข้าพเจ้าจึงได้ ซูบผอม เศร้าหมอง มีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้นๆ มีตัวสะพรั่งด้วยเอ็น พ. ท่านต้องการไม่ให้นาคราชนั้นมาหรือ น. ข้าพเจ้าต้องการไม่ให้นาคราชนั้นมา พ. ท่านเห็นนาคราชนั้นมีอะไรบ้าง น. ข้าพเจ้าเห็นมีแก้วมณีประดับอยู่ที่คอ พ. ถ้าเช่นนั้น ท่านจงขอแก้วมณีกะนาคราชนั้นว่า ท่านจงให้แก้วมณีแก่ข้าพเจ้าๆ ต้องการแก้วมณี ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้นมณีกัณฐนาคราชขึ้นจากแม่น้ำคงคาเข้าไปหาฤาษีผู้น้อง หยุดอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ฤาษีผู้น้องได้กล่าวขอแก้วมณี กะมณีกัณฐนาคราชว่า ขอท่านจงให้ แก้วมณีแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าต้องการแก้วมณี จึงมณีกัณฐนาคราชรำพึงว่า ภิกษุขอแก้วมณี ภิกษุ ต้องการแก้วมณี แล้วได้รีบกลับไป แม้ครั้งที่สอง มณีกัณฐนาคราชขึ้นจากแม่น้ำคงคาเข้าไปหาฤาษี ผู้น้องๆ เห็นมณีกัณฐนาคราชมาแต่ไกล ได้กล่าวขอแก้วมณี กะมณีกัณฐนาคราชว่า ขอท่านจงให้ แก้วมณีแก่ข้าพเจ้าๆ ต้องการแก้วมณี จึงมณีกัณฐนาคราชรำพึงว่า ภิกษุขอแก้วมณี ภิกษุต้องการ แก้วมณี แล้วได้กลับแต่ที่ไกลนั้นเทียว แม้ครั้งที่สามมณีกัณฐนาคราชกำลังจะขึ้นจากแม่น้ำคงคา ฤาษีผู้น้องได้เห็นมณีกัณฐนาคราชกำลังโผล่ขึ้นจากแม่น้ำคงคา ก็ได้กล่าวขอแก้วมณี กะมณีกัณฐ- *นาคราชว่า ขอท่านจงให้แก้วมณีแก่ข้าพเจ้าๆ ต้องการแก้วมณี ขณะนั้นมณีกัณฐนาคราชได้กล่าว ตอบฤาษี ผู้น้องด้วยคาถา ความว่าดังนี้:- ข้าวน้ำ ที่ดียิ่ง มากหลาย บังเกิดแก่ข้าพเจ้า เพราะเหตุแห่งแก้วมณีดวงนี้ ข้าพเจ้าจะให้แก้วนั้นแก่ท่านไม่ได้ ท่านเป็นคนขอจัด ข้าพเจ้าจักไม่มาสู่อาศรมของท่านอีกแล้ว ท่านขอแก้วกะข้าพเจ้า ทำให้ข้าพเจ้าสะดุ้งกลัว ดังคนหนุ่มถือดาบซึ่งลับดีแล้วบนหินลับ ข้าพเจ้าจักไม่ให้แก้วนั้นแก่ท่านๆ เป็นคนขอจัด ข้าพเจ้าจักไม่มาสู่อาศรมของท่านอีกแล้ว ครั้งนั้นมณีกัณฐนาคราชได้หลีกไป พลางรำพึงว่า ภิกษุขอแก้วมณี ภิกษุต้องการแก้วมณี ได้หลีกไปอย่างนั้นแล้ว ไม่กลับมาอีก ดูกรภิกษุทั้งหลาย ต่อมาฤาษีผู้น้องได้ซูบผอม เศร้าหมอง มีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้นๆ มีตัวสะพรั่งด้วยเอ็นยิ่งกว่าเก่า เพราะไม่ได้เห็นนาคราชผู้น่าดูนั้น ฤาษีผู้พี่ได้เห็นฤาษีผู้น้องซูบผอม เศร้าหมอง มีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้นๆ มีตัวสะพรั่งด้วย เอ็นยิ่งกว่าเก่าจึงได้ถามดูว่า เพราะเหตุไรท่านจึงซูบผอม เศร้าหมอง มีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลือง ขึ้นๆ มีตัวสะพรั่งด้วยเอ็นยิ่งกว่าเก่า ฤาษีผู้น้องตอบว่า เพราะไม่ได้เห็นนาคราชผู้น่าดูนั้น จึงฤาษี ผู้พี่ได้กล่าวกะฤาษีผู้น้องด้วยคาถา ความว่าดังนี้:- บุคคลรู้ว่าสิ่งใดเป็นที่รักของเขา ไม่ควรขอสิ่งนั้น อนึ่ง คนย่อมเป็นที่เกลียดชัง ก็เพราะขอจัด นาคที่ถูกพราหมณ์ขอแก้วมณี จึงไม่มาให้พราหมณ์นั้นเห็นอีกเลย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย การวิงวอน การขอ ไม่เป็นที่พอใจของสัตว์ดิรัจฉานเหล่านั้นแล้ว ก็จะป่วยกล่าวไปไยถึงหมู่มนุษย์เล่า.
เทียบรายประโยค (10 ประโยค)
ss6:1.1.8 #
อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป ราชคเห วสฺสํ วุตฺโถ เยน อาฬวี เตน ปกฺกามิ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā mahākassapo rājagahe vassaṁvuṭṭho yena āḷavī tena pakkāmi.
อ้างอิงสยามรัฐ 1.330 · พุทธชยันตี 1.376
ss6:1.1.9 #
อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน ๓- เยน อาฬวี ตทวสริ ฯ✎ ร่าง
Anupubbena yena āḷavī tadavasari.
ss6:1.1.10 #
ตตฺร สุทํ อายสฺมา มหากสฺสโป อาฬวิยํ วิหรติ อคฺคาฬเว เจติเย ฯ✎ ร่าง
Tatra sudaṁ āyasmā mahākassapo āḷaviyaṁ viharati aggāḷave cetiye.
ss6:1.1.11 #
อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย อาฬวึ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā mahākassapo pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaramādāya āḷaviṁ piṇḍāya pāvisi.
ss6:1.1.12 #
มนุสฺสา อายสฺมนฺตํ มหากสฺสปํ ปสฺสิตฺวา อุพฺพิชฺชนฺติปิ อุตฺตสนฺติปิ ปลายนฺติปิ อญฺเญนปิ คจฺฉนฺติ อญฺเญนปิ มุขํ กโรนฺติ ทฺวารํปิ ถเกนฺติ ฯ✎ ร่าง
Manussā āyasmantaṁ mahākassapaṁ passitvā ubbijjantipi uttasantipi palāyantipi aññenapi gacchanti aññenapi mukhaṁ karonti dvārampi thakenti.
ss6:1.1.13 #
อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป อาฬวิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā mahākassapo āḷaviyaṁ piṇḍāya caritvā pacchābhattaṁ piṇḍapātapaṭikkanto bhikkhū āmantesi—
ss6:1.1.14 #
ปุพฺพายํ อาวุโส อาฬวี สุภิกฺขา อโหสิ สุลภปิณฺฑา สุกรา อุญฺเฉน ปคฺคเหน ยาเปตุํ✎ ร่าง
“pubbāyaṁ, āvuso, āḷavī subhikkhā ahosi sulabhapiṇḍā sukarā uñchena paggahena yāpetuṁ;
ss6:1.1.15 #
เอตรหิ โข ๑- ปนายํ อาฬวี ทุพฺภิกฺขา ทุลฺลภปิณฺฑา น สุกรา อุญฺเฉน ปคฺคเหน ยาเปตุํ✎ ร่าง
etarahi panāyaṁ āḷavī dubbhikkhā dullabhapiṇḍā, na sukarā uñchena paggahena yāpetuṁ.
ss6:1.1.16 #
โก นุ โข อาวุโส เหตุ โก ปจฺจโย เยนายํ อาฬวี ทุพฺภิกฺขา ทุลฺลภปิณฺฑา น สุกรา อุญฺเฉน ปคฺคเหน ยาเปตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
Ko nu kho, āvuso, hetu ko paccayo, yenāyaṁ āḷavī dubbhikkhā dullabhapiṇḍā, na sukarā uñchena paggahena yāpetun”ti?
ss6:1.1.17 #
อถโข เต ภิกฺขู อายสฺมโต มหากสฺสปสฺส เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū āyasmato mahākassapassa etamatthaṁ ārocesuṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน