‹ กลับ
เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 498 · วิ.มหา.๑. ๑/๑๖๒๐๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๙๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ภิกษุรูปหนึ่งอยู่ในไพรสณฑ์แห่งหนึ่ง แถบ ภูเขาหิมพานต์ ณ สถานที่ไม่ห่างไพรสณฑ์นั้นมีหนองน้ำใหญ่ ครั้งนั้นนกฝูงใหญ่ กลางวันเที่ยว หาอาหารที่หนองน้ำนั้น เวลาเย็นเข้าอาศัยไพรสณฑ์นั้นสำนักอยู่ ภิกษุนั้นรำคาญเพราะเสียงนกฝูง นั้น จึงเข้าไปหาเรา ครั้นกราบไหว้เราแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง เราได้ถามภิกษุนั้นว่า ดูกรภิกษุ ยังพอทนอยู่หรือ ยังพอครองอยู่หรือ เธอเดินทางมาด้วยความลำบากน้อยหรือ ก็นี่ เธอมาจากไหนเล่า ภิกษุนั้นกราบทูลว่า ยังพอทนอยู่ ยังพอครองอยู่ พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระพุทธเจ้าเดินทาง มาด้วยความลำบากเล็กน้อย พระพุทธเจ้าข้า มีไพรสณฑ์ใหญ่อยู่แถบภูเขาหิมพานต์ ณ สถานที่ไม่ ห่างไพรสณฑ์นั้นแล ๑- มีหนองน้ำใหญ่ ครั้นเวลากลางวัน นกฝูงใหญ่เที่ยวหาอาหารที่หนองน้ำนั้น เวลาเย็นก็เข้าอาศัยไพรสณฑ์นั้นสำนักอยู่ ข้าพระพุทธเจ้าถูกเสียงนกฝูงนั้นรบกวน จึงหนีมาจาก ไพรสณฑ์นั้น พระพุทธเจ้าข้า ร. ดูกรภิกษุ ก็เธอต้องการจะไม่ให้นกฝูงนั้นมาหรือ? ภิ. ข้าพระพุทธเจ้าต้องการไม่ให้นกฝูงนั้นมา พระพุทธเจ้าข้า ร. ดูกรภิกษุ ถ้าเช่นนั้นเธอจงกลับไปที่ไพรสณฑ์นั้น เข้าอาศัยไพรสณฑ์นั้นแล้ว ใน ปฐมยามแห่งราตรี จงประกาศ ๓ ครั้ง ว่าดังนี้ แน่นกผู้เจริญทั้งหลาย นกทั้งหลายที่อาศัยอยู่ ในไพรสณฑ์นี้มีประมาณเท่าใด จงฟังเราๆ ต้องการขน นกทั้งหลายจงให้ขนแก่เรานกละหนึ่งขน ในมัชฌิมยามแห่งราตรีก็จงประกาศ ๓ ครั้ง ว่าดังนี้ แน่นกผู้เจริญทั้งหลาย นกทั้งหลายที่อาศัยอยู่ใน ไพรสณฑ์นี้ มีประมาณเท่าใด จงฟังเราๆ ต้องการขน นกทั้งหลายจงให้ขนแก่เรานกละหนึ่งขน ในปัจฉิมยามแห่งราตรี ก็จงประกาศ ๓ ครั้ง ว่าดังนี้ แน่นกผู้เจริญทั้งหลาย นกทั้งหลายที่อาศัย อยู่ในไพรสณฑ์นี้ มีประมาณเท่าใด จงฟังเราๆ ต้องการขน นกทั้งหลายจงให้ขนแก่เรานกละ หนึ่งขน จึงภิกษุรูปนั้นกลับไปที่ไพรสณฑ์นั้น เข้าอาศัยไพรสณฑ์นั้นแล้ว ในปฐมยามแห่งราตรี ประกาศ ๓ ครั้งว่าดังนี้ แน่นกผู้เจริญทั้งหลาย ... ในมัชฌิมยามแห่งราตรี ประกาศ ๓ ครั้งว่าดังนี้ แน่นกผู้เจริญทั้งหลาย ... ในปัจฉิมยามแห่งราตรี ประกาศ ๓ ครั้ง ว่าดังนี้ แน่นกผู้เจริญทั้งหลาย ... ครั้นนกฝูงนั้นทราบว่า ภิกษุขอขน ภิกษุต้องการขนดังนี้ ได้หลีกไปจากไพรสณฑ์นั้น ได้หลีกไป อย่างนั้นเทียว ไม่กลับมาอีก ดูกรภิกษุทั้งหลาย ขึ้นชื่อว่าการวิงวอน การขอ จักไม่ได้เป็นที่พึงใจของพวกสัตว์ดิรัจฉาน เหล่านั้นแล้ว ก็จะป่วยกล่าวไปไยเล่าถึงหมู่สัตว์ที่เกิดมาเป็นมนุษย์.
เทียบรายประโยค (19 ประโยค)
ss6:1.2.1 #
อถโข ภควา ราชคเห ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน อาฬวี เตน จาริกํ ปกฺกามิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā rājagahe yathābhirantaṁ viharitvā yena āḷavī tena cārikaṁ pakkāmi.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.225
ss6:1.2.2 #
อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน อาฬวี ตทวสริ ฯ✎ ร่าง
Anupubbena cārikaṁ caramāno yena āḷavī tadavasari.
ss6:1.2.3 #
ตตฺร สุทํ ภควา อาฬวิยํ วิหรติ อคฺคาฬเว เจติเย ฯ✎ ร่าง
Tatra sudaṁ bhagavā āḷaviyaṁ viharati aggāḷave cetiye.
ss6:1.2.4 #
อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā mahākassapo yena bhagavā tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
ss6:1.2.5 #
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา มหากสฺสโป ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinno kho āyasmā mahākassapo bhagavato etamatthaṁ ārocesi.
ss6:1.2.6 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา อาฬวิเก ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe bhikkhusaṅghaṁ sannipātāpetvā āḷavake bhikkhū paṭipucchi—
อ้างอิงสยามรัฐ 1.331
ss6:1.2.7 #
สจฺจํ กิร ตุมฺเห ภิกฺขเว สญฺญาจิกาโย กุฏิกาโย การาเปถ อสฺสามิกาโย อตฺตุทฺเทสิกาโย @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ม. โปตฺถเกสุ อยํ ปาโฐ น โหติ ฯ อปฺปมาณิกาโย✎ ร่าง
“saccaṁ kira tumhe, bhikkhave, saññācikāyo kuṭiyo kārāpetha assāmikāyo attuddesikāyo appamāṇikāyo.
ss6:1.2.8 #
ตาโย น นิฏฺฐานํ คจฺฉนฺติ✎ ร่าง
Tāyo na niṭṭhānaṁ gacchanti.
ss6:1.2.9 #
เต ตุมฺเห ยาจนพหุลา วิญฺญตฺติพหุลา วิหรถ✎ ร่าง
Te tumhe yācanabahulā viññattibahulā viharatha—
ss6:1.2.10 #
ปุริสํ เทถ ปุริสตฺถกรํ เทถ โคณํ เทถ สกฏํ เทถ วาสึ เทถ ผรุสํ เทถ กุฐารึ เทถ กุทฺทาลํ เทถ นิขาทนํ เทถ วลฺลึ เทถ เวฬุํ เทถ มุญฺชํ เทถ ปพฺพชํ เทถ ติณํ เทถ มตฺติกํ เทถาติ✎ ร่าง
‘purisaṁ detha purisatthakaraṁ detha …pe… tiṇaṁ detha mattikaṁ dethā’ti.
ss6:1.2.11 #
มนุสฺสา อุปทฺทุตา ยาจนาย อุปทฺทุตา วิญฺญตฺติยา ภิกฺขู ทิสฺวา อุพฺพิชฺชนฺติปิ อุตฺตสนฺติปิ ปลายนฺติปิ อญฺเญนปิ คจฺฉนฺติ อญฺเญนปิ มุขํ กโรนฺติ ทฺวารํปิ ถเกนฺติ คาวีปิ ทิสฺวา ปลายนฺติ ภิกฺขูติ มญฺญมานาติ ฯ✎ ร่าง
Manussā upaddutā yācanāya upaddutā viññattiyā bhikkhū disvā ubbijjantipi uttasantipi palāyantipi aññenapi gacchanti aññenapi mukhaṁ karonti dvārampi thakenti, gāvimpi disvā palāyanti bhikkhūti maññamānā”ti?
ss6:1.2.12 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
ss6:1.2.13 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา อนนุจฺฉวิกํ โมฆปุริสา ฯเปฯ อกรณียํ✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
ss6:1.2.14 #
กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา สญฺญาจิกาโย กุฏิกาโย การาเปสฺสถ {๔๙๘.๒} อสฺสามิกาโย อตฺตุทฺเทสิกาโย อปฺปมาณิกาโย✎ ร่าง
kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, saṁyācikāyo kuṭiyo kārāpessatha assāmikāyo attuddesikāyo appamāṇikāyo.
ss6:1.2.15 #
ตาโย น นิฏฺฐานํ คจฺฉนฺติ✎ ร่าง
Tāyo na niṭṭhānaṁ gacchanti.
ss6:1.2.16 #
เต ตุเมฺห ยาจนพหุลา วิญฺญตฺติพหุลา วิหริสฺสถ✎ ร่าง
Te tumhe yācanabahulā viññattibahulā viharissatha—
ss6:1.2.17 #
ปุริสํ เทถ ปุริสตฺถกรํ เทถ โคณํ เทถ สกฏํ เทถ วาสึ เทถ ผรุสํ เทถ กุฐารึ เทถ กุทฺทาลํ เทถ นิขาทนํ เทถ วลฺลึ เทถ เวฬุํ เทถ มุญฺชํ เทถ ปพฺพชํ เทถ ติณํ เทถ มตฺติกํ เทถาติ✎ ร่าง
“purisaṁ detha purisatthakaraṁ detha …pe… tiṇaṁ detha mattikaṁ dethā”ti.
ss6:1.2.18 #
เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ อญฺญถตฺตายาติ ฯ อถโข ภควา อาฬวิเก ภิกฺขู อเนกปริยาเยน✎ ร่าง
Netaṁ moghapurisā, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
ss6:1.2.19 #
วิครหิตฺวา ฯเปฯ ภิกฺขูนํ ตทนุจฺฉวิกํ ตทนุโลมิกํ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
vigarahitvā dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน