‹ กลับ
สิกขาบทวิภังค์
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 518 · วิ.มหา.๑. ๑/๑๖๓๗๖ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๑๘] ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้าง กุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎี นั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้ว สร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้ว สร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอ กลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือ ไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมาพึงให้ กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้ว สร้างใหม่ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส. ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสีย แล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้น แก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อ เสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ แก่เธอ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้น แก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ แก่เธอ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุ รูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุ รูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ แก่เธอ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตัว. ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ แก่เธอ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้น แก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ แก่เธอ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุ รูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติ ทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ แก่เธอ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้น แก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้แก่เธอ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ. ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้เกินประมาณ มีผู้จองไว้ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้เกินประมาณ มีผู้จองไว้มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือ ไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำ ค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุ รูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว กับอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์มิได้แสดงให้ เกินประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว. ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอ กลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือ ไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ ถ้าเมื่อเขาทำค้างไว้ เธอกลับมา พึงให้กุฎีนั้นแก่ภิกษุรูปอื่น หรือพึงรื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ถ้าไม่ให้แก่ภิกษุรูปอื่น หรือไม่รื้อเสียแล้วสร้างใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว ภิกษุสั่งว่า จงช่วยกันสร้างกุฎีให้แก่ข้าพเจ้า แล้วหลีกไปเสีย ผู้รับคำสั่งสร้างกุฎีให้ แก่เธอ ซึ่งมีพื้นที่อันสงฆ์แสดงให้ เท่าประมาณ ไม่มีผู้จองไว้ มีชานรอบ ไม่ต้องอาบัติ.
เทียบรายประโยค (38 ประโยค)
ss6:3.10.1 #
ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ✎ ร่าง
Bhikkhu samādisitvā pakkamati— “kuṭiṁ me karothā”ti.
อ้างอิงสยามรัฐ 1.350 · พุทธชยันตี 1.398
ss6:3.10.2 #
สมาทิสติ จ ปมาณิกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ✎ ร่าง
Samādisati ca— “pamāṇikā ca hotu anārambhā ca saparikkamanā cā”ti.
ss6:3.10.3 #
ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ ปมาณาติกฺกนฺตํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ✎ ร่าง
Tassa kuṭiṁ karonti pamāṇātikkantaṁ sārambhaṁ aparikkamanaṁ.
ss6:3.10.4 #
โส สุณาติ กุฏี กิร เม กยิรติ ปมาณาติกฺกนฺตา สารมฺภา อปริกฺกมนาติ ฯ✎ ร่าง
So suṇāti—“kuṭi kira me kayirati pamāṇātikkantā sārambhā aparikkamanā”ti.
ss6:3.10.5 #
เตน ภิกฺขุนา สามํ วา คนฺตพฺพํ ทูโต วา ปาเหตพฺโพ✎ ร่าง
Tena bhikkhunā sāmaṁ vā gantabbaṁ dūto vā pāhetabbo—
ss6:3.10.6 #
ปมาณิกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“pamāṇikā ca hotu anārambhā ca saparikkamanā cā”ti …pe…
ss6:3.10.7 #
ปมาณิกา จ โหตุ อนารมฺภา จาติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“pamāṇikā ca hotu anārambhā cā”ti …pe…
ss6:3.10.8 #
ปมาณิกา จ โหตุ สปริกฺกมนา จาติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“pamāṇikā ca hotu saparikkamanā cā”ti …pe…
ss6:3.10.9 #
ปมาณิกา โหตูติ ฯ✎ ร่าง
“pamāṇikā hotū”ti.
ss6:3.10.10 #
โน เจ สามํ วา คจฺเฉยฺย ทูตํ วา ปหิเณยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ✎ ร่าง
No ce sāmaṁ vā gaccheyya dūtaṁ vā pahiṇeyya, āpatti dukkaṭassa.
ss6:3.10.11 #
ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ✎ ร่าง
Bhikkhu samādisitvā pakkamati— “kuṭiṁ me karothā”ti.
ss6:3.10.12 #
สมาทิสติ จ ปมาณิกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ✎ ร่าง
Samādisati ca— “pamāṇikā ca hotu anārambhā ca saparikkamanā cā”ti.
ss6:3.10.13 #
ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ ปมาณิกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ✎ ร่าง
Tassa kuṭiṁ karonti pamāṇikaṁ sārambhaṁ aparikkamanaṁ.
ss6:3.10.14 #
โส สุณาติ กุฏี กิร เม กยิรติ ปมาณิกา สารมฺภา อปริกฺกมนาติ ฯ✎ ร่าง
So suṇāti—“kuṭi kira me kayirati pamāṇikā sārambhā aparikkamanā”ti.
ss6:3.10.15 #
เตน ภิกฺขุนา สามํ วา คนฺตพฺพํ ทูโต วา ปาเหตพฺโพ✎ ร่าง
Tena bhikkhunā sāmaṁ vā gantabbaṁ dūto vā pāhetabbo—
ss6:3.10.16 #
อนารมฺภา จ โหตุ สปริกฺกมนา จาติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“anārambhā ca hotu saparikkamanā cā”ti …pe…
ss6:3.10.17 #
อนารมฺภา โหตูติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“anārambhā hotū”ti …pe…
ss6:3.10.18 #
สปริกฺกมนา โหตูติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“saparikkamanā hotū”ti …pe…
ss6:3.10.19 #
อนาปตฺติ ฯ✎ ร่าง
anāpatti.
ss6:3.11.1 #
ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ✎ ร่าง
Bhikkhu samādisitvā pakkamati— “kuṭiṁ me karothā”ti.
อ้างอิงสยามรัฐ 1.351
ss6:3.11.2 #
สมาทิสติ จ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ ปมาณิกา จ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ✎ ร่าง
Samādisati ca— “desitavatthukā ca hotu pamāṇikā ca anārambhā ca saparikkamanā cā”ti.
ss6:3.11.3 #
ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ อเทสิตวตฺถุกํ ปมาณาติกฺกนฺตํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ✎ ร่าง
Tassa kuṭiṁ karonti adesitavatthukaṁ pamāṇātikkantaṁ sārambhaṁ aparikkamanaṁ.
ss6:3.11.4 #
โส สุณาติ กุฏี กิร เม กยิรติ อเทสิตวตฺถุกา ปมาณาติกฺกนฺตา สารมฺภา อปริกฺกมนาติ ฯ✎ ร่าง
So suṇāti—“kuṭi kira me kayirati adesitavatthukā pamāṇātikkantā sārambhā aparikkamanā”ti.
ss6:3.11.5 #
เตน ภิกฺขุนา สามํ วา คนฺตพฺพํ ทูโต วา ปาเหตพฺโพ✎ ร่าง
Tena bhikkhunā sāmaṁ vā gantabbaṁ dūto vā pāhetabbo—
ss6:3.11.6 #
เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ ปมาณิกา จ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“desitavatthukā ca hotu pamāṇikā ca anārambhā ca saparikkamanā cā”ti …pe…
ss6:3.11.7 #
เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ ปมาณิกา จ อนารมฺภา จาติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“desitavatthukā ca hotu pamāṇikā ca anārambhā cā”ti …pe…
ss6:3.11.8 #
เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ ปมาณิกา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“desitavatthukā ca hotu pamāṇikā ca saparikkamanā cā”ti …pe…
ss6:3.11.9 #
เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ ปมาณิกา จาติ ฯ✎ ร่าง
“desitavatthukā ca hotu pamāṇikā cā”ti.
ss6:3.11.10 #
โน เจ สามํ วา คจฺเฉยฺย ทูตํ วา ปหิเณยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ✎ ร่าง
No ce sāmaṁ vā gaccheyya dūtaṁ vā pahiṇeyya, āpatti dukkaṭassa.
ss6:3.11.11 #
ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ กุฏึ เม กโรถาติ✎ ร่าง
Bhikkhu samādisitvā pakkamati— “kuṭiṁ me karothā”ti.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.239
ss6:3.11.12 #
สมาทิสติ จ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ ปมาณิกา จ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ ฯ✎ ร่าง
Samādisati ca— “desitavatthukā ca hotu pamāṇikā ca anārambhā ca saparikkamanā cā”ti.
ss6:3.11.13 #
ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ ฯ✎ ร่าง
Tassa kuṭiṁ karonti desitavatthukaṁ pamāṇikaṁ sārambhaṁ aparikkamanaṁ.
ss6:3.11.14 #
โส สุณาติ กุฏี กิร เม กยิรติ เทสิตวตฺถุกา ปมาณิกา สารมฺภา อปริกฺกมนาติ ฯ✎ ร่าง
So suṇāti—“kuṭi kira me kayirati desitavatthukā pamāṇikā sārambhā aparikkamanā”ti.
ss6:3.11.15 #
เตน ภิกฺขุนา สามํ วา คนฺตพฺพํ ทูโต วา ปาเหตพฺโพ✎ ร่าง
Tena bhikkhunā sāmaṁ vā gantabbaṁ dūto vā pāhetabbo—
ss6:3.11.16 #
อนารมฺภา จ โหตุ สปริกฺกมนา จาติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“anārambhā ca hotu saparikkamanā cā”ti …pe…
ss6:3.11.17 #
อนารมฺภา โหตูติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“anārambhā hotū”ti …pe…
ss6:3.11.18 #
สปริกฺกมนา โหตูติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“saparikkamanā hotū”ti …pe…
ss6:3.11.19 #
อนาปตฺติ ฯ✎ ร่าง
anāpatti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน