‹ กลับ
เรื่องพระทัพพมัลลบุตร
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 543 · วิ.มหา.๑. ๑/๑๗๓๑๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๔๓] สมัยต่อมา คหบดีผู้ชอบถวายอาหารที่ดี ถวายภัตตาหารวันละ ๔ ที่แก่สงฆ์ เป็นนิจภัต เขาพร้อมด้วยบุตรภรรยาอังคาสอยู่ใกล้ๆ ในโรงฉัน คนอื่นๆ ย่อมถามด้วยข้าวสุก กับข้าว น้ำมัน แกงที่มีรสอร่อย คราวนั้น ภัตตุเทสก์ ได้ถวายภัตตาหารของคหบดีผู้ชอบ ถวายอาหารที่ดี แก่พระเมตติยะและพระภุมมชกะ เพื่อฉันในวันรุ่งขึ้น ขณะนั้นท่านคหบดีไปสู่ อารามด้วยกรณียะบางอย่าง แล้วเข้าไปหาท่านพระทัพพมัลลบุตรถึงที่สำนัก ครั้นนมัสการท่าน ทัพพมัลลบุตรแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ท่านพระทัพพมัลลบุตรยังท่านคหบดีผู้นั่งแล้ว ให้ เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริงด้วยธรรมีกถา ครั้นแล้วท่านคหบดีได้เรียนถาม ท่านว่า ภัตตาหารเพื่อจะฉันในวันพรุ่งนี้ที่เรือนของเกล้ากระผม พระคุณเจ้าจัดถวายแก่ภิกษุรูปไหน ขอรับ ท่านพระทัพพมัลลบุตรตอบว่า อาตมาจัดให้แก่พระเมตติยะกับพระภุมมชกะแล้ว จ้ะ ขณะนั้น ท่านคหบดีได้มีความน้อยใจว่า ไฉนภิกษุผู้ลามกจักฉันภัตตาหารในเรือนเราเล่า แล้วไปเรือนสั่งหญิงคนใช้ไว้ว่า แม่สาวใช้ เจ้าจงจัดอาสนะไว้ที่ซุ้มประตู แล้วอังคาสภิกษุผู้จะ มาฉันภัตตาหารในวันพรุ่งนี้ ด้วยปลายข้าว มีน้ำส้มเป็นกับ หญิงคนใช้รับคำของท่านคหบดีว่า อย่างนั้น เจ้าค่ะ ครั้งนั้น พระเมตติยะและพระภุมมชกะกล่าวแก่กันว่า คุณเมื่อวานนี้ ท่านภัตตุเทสก์ จัดภัตตาหารในเรือนท่านกัลยาณถัตติกคหบดีให้พวกเรา พรุ่งนี้ท่านคหบดีพร้อมด้วยบุตรภรรยาจัก อังคาสเราอยู่ใกล้ๆ คนอื่นๆ จักถามด้วยข้าวสุก กับข้าว น้ำมัน แกงที่มีรสอร่อยๆ ด้วย ความดีใจนั้น แล ตกกลางคืนเธอทั้งสองนั้นจำวัดหลับไม่เต็มตื่น ครั้นเวลาเช้า พระเมตติยะ และพระภุมมชกะ ครองอันตรวาสกแล้ว ถือบาตรและจีวรเดินเข้าไปยังนิเวศน์ของกัลยาณภัตติก คหบดี หญิงใช้นั้นได้แลเห็นพระเมตติยะและพระภุมมชกะ กำลังเดินมาแต่ไกล ครั้นแล้วจึงปู อาสนะถวายที่ซุ้มประตู แล้วกล่าวว่า นิมนต์นั่ง เจ้าค่ะ จึงพระเมตติยะและพระภุมมชกะนึกว่า ภัตตาหารจะยังไม่เสร็จเป็นแน่ เขาจึงให้เรานั่ง พักที่ซุ้มประตูก่อน ขณะนั้นหญิงคนใช้นำอาหารปลายข้าว ซึ่งมีน้ำผักดองเป็นกับเข้าไปถวายกล่าวอาราธนา ว่านิมนต์ฉันเถิด เจ้าค่ะ พ. น้องหญิง พวกฉันเป็นพระรับฉันนิจภัต จ้ะ ญ. ดิฉันทราบแล้วเจ้าค่ะว่า พระคุณเจ้าเป็นพระรับฉันนิจภัต แต่เมื่อวานนี้เอง ท่าน คหบดีได้สั่งดิฉันไว้ว่า แม่สาวใช้ เจ้าจงจัดอาสนะไว้ที่ซุ้มประตู แล้วอังคาสภิกษุผู้จะมาฉัน ภัตตาหารในวันพรุ่งนี้ ด้วยปลายข้าว มีน้ำส้มเป็นกับ ดังนี้ นิมนต์ฉันเถิด เจ้าค่ะ จึงพระเมตติยะและพระภุมมชกะปรึกษากันว่า อาวุโส เมื่อวานนี้เอง ท่านคหบดีไป สู่อารามในสำนักพระทัพพมัลลบุตร พวกเราคงถูกพระทัพพมัลลบุตร ยุยงในสำนักคหบดีเป็น แน่นอนทีเดียว เพราะความเสียใจนั้นแล เธอทั้งสองรูปนั้นฉันไม่ได้ดังใจนึก ครั้นกลับจาก บิณฑบาตถึงอารามในเวลาหลังอาหาร เก็บบาตรและจีวรแล้ว นั่งรัดเข่าด้วยผ้าสังฆาฏิอยู่ภายนอก ซุ้มประตูอาราม นิ่งอั้น เก้อเขิน คอตก ก้มหน้า ซบเซา ไม่พูดจา.
เทียบรายประโยค (36 ประโยค)
ss8:1.4.1 #
สมฺมโต จ ปนายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต สภาคานํ สภาคานํ ๑- ภิกฺขูนํ เอกชฺฌํ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ✎ ร่าง
Sammato ca panāyasmā dabbo mallaputto sabhāgānaṁ bhikkhūnaṁ ekajjhaṁ senāsanaṁ paññapeti.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.251
ss8:1.4.2 #
เย เต ภิกฺขู สุตฺตนฺติกา เตสํ เอกชฺฌํ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū suttantikā tesaṁ ekajjhaṁ senāsanaṁ paññapeti—
ss8:1.4.3 #
เต อญฺญมญฺญํ สุตฺตนฺตํ สงฺคายิสฺสนฺตีติ✎ ร่าง
“te aññamaññaṁ suttantaṁ saṅgāyissantī”ti.
ss8:1.4.4 #
เย เต ภิกฺขู วินยธรา เตสํ เอกชฺฌํ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū vinayadharā tesaṁ ekajjhaṁ senāsanaṁ paññapeti—
ss8:1.4.5 #
เต อญฺญมญฺญํ วินยํ วินิจฺฉินิสฺสนฺตีติ✎ ร่าง
“te aññamaññaṁ vinayaṁ vinicchinissantī”ti.
ss8:1.4.6 #
เย เต ภิกฺขู อาภิธมฺมิกา ๓- เตสํ เอกชฺฌํ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū dhammakathikā tesaṁ ekajjhaṁ senāsanaṁ paññapeti—
ss8:1.4.7 #
เต อญฺญมญฺญํ อภิธมฺมํ ๔- สากจฺฉิสฺสนฺตีติ✎ ร่าง
“te aññamaññaṁ dhammaṁ sākacchissantī”ti.
ss8:1.4.8 #
เย เต ภิกฺขู ฌายิโน เตสํ เอกชฺฌํ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū jhāyino tesaṁ ekajjhaṁ senāsanaṁ paññapeti—
ss8:1.4.9 #
เต อญฺญมญฺญํ น พฺยาพาธิสฺสนฺตีติ✎ ร่าง
“te aññamaññaṁ na byābādhissantī”ti.
ss8:1.4.10 #
เย เต ภิกฺขู ติรจฺฉานกถิกา กายทฬฺหีพหุลา วิหรนฺติ เตสํปิ เอกชฺฌํ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū tiracchānakathikā kāyadaḷhibahulā viharanti tesampi ekajjhaṁ senāsanaṁ paññapeti—
ss8:1.4.11 #
อิมายปีเม อายสฺมนฺโต ๕- รติยา อจฺฉิสฺสนฺตีติ✎ ร่าง
“imāyapime āyasmanto ratiyā acchissantī”ti.
ss8:1.4.12 #
เย เต ๖- ภิกฺขู วิกาเล อาคจฺฉนฺติ เตสํปิ เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา เตเนว อาโลเกน เสนาสนํ ปญฺญาเปติ ฯ✎ ร่าง
Yepi te bhikkhū vikāle āgacchanti tesampi tejodhātuṁ samāpajjitvā teneva ālokena senāsanaṁ paññapeti.
ss8:2.25 #
อปิสฺสุ ภิกฺขู สญฺจิจฺจ วิกาเล อาคจฺฉนฺติ✎ ร่าง
Adhikaraṇaṁ nāma
ss8:1.4.14 #
มยํ อายสฺมโต ทพฺพสฺส มลฺลปุตฺตสฺส อิทฺธิปาฏิหาริยํ ปสฺสิสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
“mayaṁ āyasmato dabbassa mallaputtassa iddhipāṭihāriyaṁ passissāmā”ti.
ss8:1.4.15 #
เต อายสฺมนฺตํ ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วเทนฺติ✎ ร่าง
Te āyasmantaṁ dabbaṁ mallaputtaṁ upasaṅkamitvā evaṁ vadanti—
อ้างอิงPTS 3.160 · สยามรัฐ 1.370
ss8:1.4.16 #
อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ เสนาสนํ ปญฺญาเปหีติ ฯ✎ ร่าง
“amhākaṁ, āvuso dabba, senāsanaṁ paññapehī”ti.
ss8:1.4.17 #
เต อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต เอวํ วเทติ✎ ร่าง
Te āyasmā dabbo mallaputto evaṁ vadeti—
ss8:1.4.18 #
กตฺถายสฺมนฺโต ๑- อิจฺฉนฺติ กตฺถ ปญฺญาเปมีติ ฯ✎ ร่าง
“katthāyasmantā icchanti, kattha paññapemī”ti?
ss8:1.4.19 #
เต สญฺจิจฺจ ทูเร อปทิสฺสนฺติ✎ ร่าง
Te sañcicca dūre apadisanti—
ss8:1.4.20 #
อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ✎ ร่าง
“amhākaṁ, āvuso dabba, gijjhakūṭe pabbate senāsanaṁ paññapehi.
ss8:1.4.21 #
อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ ๒- โจรปฺปปาเต เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ✎ ร่าง
Amhākaṁ, āvuso, corapapāte senāsanaṁ paññapehi.
ss8:1.4.22 #
อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ อิสิคิลิปสฺเส กาฬสิลายํ เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ✎ ร่าง
Amhākaṁ, āvuso, isigilipasse kāḷasilāyaṁ senāsanaṁ paññapehi.
ss8:1.4.23 #
อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ เวภารปสฺเส สตฺตปณฺณคุหายํ เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ✎ ร่าง
Amhākaṁ, āvuso, vebhārapasse sattapaṇṇiguhāyaṁ senāsanaṁ paññapehi.
ss8:1.4.24 #
อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ สีตวเน สปฺปโสณฺฑิก- ปพฺภาเร เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ✎ ร่าง
Amhākaṁ, āvuso, sītavane sappasoṇḍikapabbhāre senāsanaṁ paññapehi.
ss8:1.4.25 #
อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ โคมฏกนฺทรายํ เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ✎ ร่าง
Amhākaṁ, āvuso, gotamakakandarāyaṁ senāsanaṁ paññapehi.
ss8:1.4.26 #
อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ ตินฺทุกกนฺทรายํ ๓- เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ✎ ร่าง
Amhākaṁ, āvuso, tindukakandarāyaṁ senāsanaṁ paññapehi.
ss8:1.4.27 #
อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ กโปตกนฺทรายํ ๔- เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ✎ ร่าง
Amhākaṁ, āvuso, tapodakandarāyaṁ senāsanaṁ paññapehi.
ss8:1.4.28 #
อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ ตโปทาราเม เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ✎ ร่าง
Amhākaṁ, āvuso, tapodārāme senāsanaṁ paññapehi.
ss8:1.4.29 #
อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ ชีวกมฺพวเน เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ✎ ร่าง
Amhākaṁ, āvuso, jīvakambavane senāsanaṁ paññapehi.
ss8:1.4.30 #
อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ มทฺทกุจฺฉิสฺมึ มิคทาเย เสนาสนํ ปญฺญาเปหีติ ฯ✎ ร่าง
Amhākaṁ, āvuso, maddakucchismiṁ migadāye senāsanaṁ paññapehī”ti.
ss8:1.4.31 #
เตสํ อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา องฺคุลิยา ชลมานาย ปุรโต ปุรโต คจฺฉติ ฯ✎ ร่าง
Tesaṁ āyasmā dabbo mallaputto tejodhātuṁ samāpajjitvā aṅguliyā jalamānāya purato purato gacchati.
อ้างอิงสยามรัฐ 1.371 · ฉัฏฐสังคายนา 87.252
ss8:1.4.32 #
เตปิ เตเนว อาโลเกน อายสฺมโต ทพฺพสฺส มลฺลปุตฺตสฺส ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต คจฺฉนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tepi teneva ālokena āyasmato dabbassa mallaputtassa piṭṭhito piṭṭhito gacchanti.
ss8:1.4.33 #
เตสํ อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต เอวํ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ✎ ร่าง
Tesaṁ āyasmā dabbo mallaputto evaṁ senāsanaṁ paññapeti—
ss8:1.4.34 #
อยํ มญฺโจ อิทํ ปีฐํ อยํ ภิสี อิทํ พิมฺโพหนํ อิทํ วจฺจฏฺฐานํ อิทํ ปสฺสาวฏฺฐานํ อิทํ ปานียํ อิทํ ปริโภชนียํ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. รา. กตฺถายสฺมนฺตา ฯ ๒ อิโต ปรํ ทพฺพาตฺยาลปนํ สพฺพตฺถ@น ทิสฺสติ ฯ ๓ ยุ. รา. ตินฺทุกนฺทรายํ ฯ ๔ ยุ. ม. ตโปทกนฺทรายํ ฯ อยํ กตฺตรทณฺโฑ✎ ร่าง
“ayaṁ mañco, idaṁ pīṭhaṁ, ayaṁ bhisi, idaṁ bibbohanaṁ, idaṁ vaccaṭṭhānaṁ, idaṁ passāvaṭṭhānaṁ, idaṁ pānīyaṁ, idaṁ paribhojanīyaṁ, ayaṁ kattaradaṇḍo,
ss8:1.4.35 #
อิทํ สงฺฆสฺส กติกสณฺฐานํ อิมํ กาลํ ปวิสิตพฺพํ อิมํ กาลํ นิกฺขมิตพฺพนฺติ ฯ✎ ร่าง
idaṁ saṅghassa katikasaṇṭhānaṁ, imaṁ kālaṁ pavisitabbaṁ, imaṁ kālaṁ nikkhamitabban”ti.
ss8:1.4.36 #
เตสํ อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต เอวํ เสนาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ปุนเทว เวฬุวนํ ปจฺจาคจฺฉติ ฯ✎ ร่าง
Tesaṁ āyasmā dabbo mallaputto evaṁ senāsanaṁ paññapetvā punadeva veḷuvanaṁ paccāgacchati.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน