‹ กลับ
เรื่องพระทัพพมัลลบุตร
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 544 · วิ.มหา.๑. ๑/๑๗๓๑๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๔๔] ครั้งนั้นแล ภิกษุณีเมตติยาเข้าไปหาพระเมตติยะและพระภุมมชกะถึงสำนัก ครั้นแล้วได้กล่าวคำนี้ว่า ดิฉันไหว้ เจ้าค่ะ เมื่อนางกล่าวอย่างนั้นแล้ว พระเมตติยะและพระภุมมชกะก็มิได้ทักทายปราศรัย นางจึง กล่าวว่าดิฉันไหว้ เจ้าค่ะ เป็นครั้งที่สอง แม้ครั้งที่สอง พระเมตติยะและพระภุมมชกะก็มิได้ ทักทายปราศรัย นางจึงได้กล่าวอีกเป็นครั้งที่สามว่า ดิฉันไหว้เจ้าค่ะ แม้ครั้งที่สาม พระเมตติยะ และพระภุมมชกะก็มิได้ทักทายปราศรัย ภิกษุณีเมตติยาถามว่า ดิฉันผิดอย่างไรต่อพระคุณเจ้าๆ ไม่ทักทายปราศรัยกับดิฉัน เพื่อ ประสงค์อะไร? ภิกษุทั้งสองตอบว่า ก็จริงอย่างนั้นแหละ น้องหญิง พวกเราถูกพระทัพพมัลลบุตร เบียดเบียนอยู่ เธอยังเพิกเฉยได้ เม. ดิฉันจะช่วยเหลืออย่างไร เจ้าคะ ภิ. น้องหญิง ถ้าเธอเต็มใจช่วย วันนี้แหละพระผู้มีพระภาคต้องให้พระทัพพมัลลบุตรสึก เม. ดิฉันจะทำอย่างไร ดิฉันสามารถจะช่วยเหลือได้ด้วยวิธีไหน ภิ. มาเถิด น้องหญิง เธอจงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วจึงกราบทูล อย่างนี้ว่า พระพุทธเจ้าข้า กรรมนี้ไม่มิดเม้น ไม่สมควร ทิศที่ไม่มีภัย ไม่มีจัญไร ไม่มีอันตราย บัดนี้กลับมามีภัย มีจัญไร มีอันตราย ณ สถานที่ไม่มีลม บัดนี้กลับมามีลมแรงขึ้น หม่อมฉัน ถูกพระคุณเจ้าทัพพมัลลบุตรประทุษร้ายคล้ายน้ำถูกไฟเผา พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุณีเมตติยา รับคำของพระเมตติยะและพระภุมมชกะ ว่าตกลงเจ้าค่ะ แล้วเข้าไป เฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นถวายบังคมแล้ว ได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรข้างหนึ่งกราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า กรรมนี้ไม่มิดเม้น ไม่สมควร ทิศที่ไม่มีภัย ไม่มีจัญไร ไม่มีอันตราย บัดนี้ กลับมามีภัย มีจัญไร มีอันตราย ณ สถานที่ไม่มีลม บัดนี้กลับมามีลมแรงขึ้น หม่อมฉันถูก พระคุณเจ้า ทัพพมัลลบุตร ประทุษร้าย คล้ายน้ำถูกไฟเผา พระพุทธเจ้าข้า.
เทียบรายประโยค (10 ประโยค)
ss8:1.5.1 #
เตน โข ปน สมเยน เมตฺติยภุมฺมชกา ภิกฺขู นวกา เจว โหนฺติ อปฺปปุญฺญา จ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena mettiyabhūmajakā bhikkhū navakā ceva honti appapuññā ca.
อ้างอิงพุทธชยันตี 1.420
ss8:1.5.2 #
ยานิ สงฺฆสฺส ลามกานิ เสนาสนานิ ตานิ เตสํ ปาปุณนฺติ ลามกานิ จ ภตฺตานิ ฯ✎ ร่าง
Yāni saṅghassa lāmakāni senāsanāni tāni tesaṁ pāpuṇanti lāmakāni ca bhattāni.
ss8:1.5.3 #
เตน โข ปน สมเยน ราชคเห มนุสฺสา อิจฺฉนฺติ เถรานํ ภิกฺขูนํ อภิสงฺขาริกํ ๑- ทาตุํ สปฺปึปิ เตลํปิ อุตฺตริภงฺคํปิ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena rājagahe manussā icchanti therānaṁ bhikkhūnaṁ abhisaṅkhārikaṁ piṇḍapātaṁ dātuṁ sappimpi telampi uttaribhaṅgampi.
ss8:1.5.4 #
เมตฺติยภุมฺมชกานํ ปน ภิกฺขูนํ ปากติกํ เทนฺติ ยถารทฺธํ กาณาชกํ พิลงฺคทุติยํ ฯ✎ ร่าง
Mettiyabhūmajakānaṁ pana bhikkhūnaṁ pākatikaṁ denti yathārandhaṁ kaṇājakaṁ bilaṅgadutiyaṁ.
ss8:1.5.5 #
เต ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา เถเร ภิกฺขู ปุจฺฉนฺติ✎ ร่าง
Te pacchābhattaṁ piṇḍapātapaṭikkantā there bhikkhū pucchanti—
ss8:1.5.6 #
ตุมฺหากํ อาวุโส ภตฺตคฺเค กึ อโหสิ ตุมฺหากํ อาวุโส ภตฺตคฺเค กึ อโหสีติ ๒- ฯ✎ ร่าง
“tumhākaṁ, āvuso, bhattagge kiṁ ahosi? Tumhākaṁ, āvuso, bhattagge kiṁ ahosī”ti?
ss8:1.5.7 #
เอกจฺเจ เถรา เอวํ วเทนฺติ✎ ร่าง
Ekacce therā evaṁ vadanti—
ss8:1.5.8 #
อมฺหากํ อาวุโส สปฺปิ อโหสิ เตลํ อโหสิ อุตฺตริภงฺคํ อโหสีติ ฯ✎ ร่าง
“amhākaṁ, āvuso, sappi ahosi telaṁ ahosi uttaribhaṅgaṁ ahosī”ti.
ss8:1.5.9 #
เมตฺติยภุมฺมชกา ปน ภิกฺขู เอวํ วเทนฺติ✎ ร่าง
Mettiyabhūmajakā pana bhikkhū evaṁ vadanti—
ss8:1.5.10 #
อมฺหากํ อาวุโส น กิญฺจิ อโหสิ ปากติกํ ยถารทฺธํ กาณาชกํ พิลงฺคทุติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“amhākaṁ, āvuso, na kiñci ahosi, pākatikaṁ yathārandhaṁ kaṇājakaṁ bilaṅgadutiyan”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน