‹ กลับ
เรื่องพระทัพพมัลลบุตร
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 545 · วิ.มหา.๑. ๑/๑๗๓๑๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๔๕] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามท่านพระทัพพมัลลบุตรว่า ดูกรทัพพะ เธอยังระลึกได้ หรือว่า เป็นผู้ทำกรรมดังนางภิกษุณีนี้กล่าวหา ท่านพระทัพพมัลลบุตรกราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า พระองค์ย่อมทรงทราบว่า ข้าพระ- *พุทธเจ้าเป็นฉันใด แม้ครั้งที่สองแล พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามท่านพระทัพพมัลลบุตรว่า ดูกรทัพพะ เธอยังระลึกได้หรือว่า เป็นผู้ทำกรรมดังนางภิกษุณีนี้กล่าวหา ท่านพระทัพพมัลลบุตรกราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า พระองค์ย่อมทรงทราบว่า ข้าพระพุทธ- *เจ้าเป็นฉันใด แม้ครั้งที่สามแล พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามท่านพระทัพพมัลลบุตรว่า ดูกรทัพพะ เธอยังระลึกได้หรือว่า เป็นผู้ทำกรรมดังนางภิกษุณีนี้กล่าวหา ท่านพระทัพพมัลลบุตรกราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า พระองค์ย่อมทรงทราบว่า ข้าพระพุทธ- *เจ้าเป็นฉันใด ภ. ดูกรทัพพะ บัณฑิตย่อมไม่กล่าวแก้คำกล่าวหาเช่นนี้ ถ้าเธอทำก็จงบอกว่าทำ ถ้าเธอ ไม่ได้ทำ ก็จงบอกว่าไม่ได้ทำ ท. พระพุทธเจ้าข้า ตั้งแต่ข้าพระพุทธเจ้าเกิดมา แม้โดยความฝันก็ยังไม่รู้จักเสพเมถุน ธรรม จะกล่าวไยถึงเมื่อตอนตื่นอยู่เล่า ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น แล พวกเธอจงให้ภิกษุณีเมตติยาสึกเสีย และจงสอบสวนภิกษุเหล่านี้ รับสั่งดังนี้แล้ว พระองค์เสด็จลุกขึ้นจากที่ประทับ เข้าพระวิหาร หลังจากนั้น ภิกษุทั้งหลายได้ให้ภิกษุณีเมตติยาสึก จึงพระเมตติยะและพระภุมมชกะ ได้แถลงเรื่องนี้กะภิกษุทั้งหลายว่า อาวุโสทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลาย อย่าให้ภิกษุณีเมตติยาสึก เลย นางไม่ผิดอะไร พวกกระผมแค้นเคือง ไม่พอใจ มีความประสงค์จะให้ท่านพระทัพพมัลล- *บุตร เคลื่อนจากพรหมจรรย์ จึงได้ให้นางใส่ไคล้ ภิกษุทั้งหลายกล่าวว่า อาวุโสทั้งหลาย ก็นี่พวกคุณโจทท่านพระทัพพมัลลบุตรด้วยธรรม มีโทษถึงปาราชิก อันหามูลมิได้หรือ ภิกษุสองรูปนั้นสารภาพว่า อย่างนั้น ขอรับ บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่สิกขา ต่างพากัน เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระเมตติยะและพระภุมมชกะ จึงได้โจทท่านพระทัพพ- *มัลลบุตรด้วยธรรมมีโทษถึงปาราชิก อันหามูลมิได้เล่า แล้วกราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ใน เพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามพระเมตติยะและพระภุมมชกะว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอโจททัพพมัลลบุตร ด้วยธรรมมีโทษถึงปาราชิก อันหามูลมิได้ จริงหรือ ภิกษุสองรูปนั้นทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉน พวกเธอจึงได้ โจททัพพมัลลบุตรด้วยธรรมมีโทษถึงปาราชิกอันหามูลมิได้เล่า การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่ เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใส แล้ว โดยที่แท้ การกระทำของพวกเธอนั่นเป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่น ของชนบางพวกที่เลื่อมใสแล้ว ครั้นพระผู้มีพระภาคทรงติเตียนพระเมตติยะและพระภุมมชกะ โดยเอนกปริยาย ดังนี้ แล้ว ตรัสโทษแห่งความเป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความ เป็นคนไม่สันโดษ ความคลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็น คนบำรุงง่าย ความมักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การ ไม่สะสม การปรารภความเพียร โดยเอนกปริยาย แล้วทรงกระทำธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสมแก่เรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัย อำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อ ข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบัง เกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยัง ไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระ สัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๑๒. ๘. อนึ่ง ภิกษุใด ขัดใจ มีโทสะ ไม่แช่มชื่น ตามกำจัด ซึ่งภิกษุ ด้วยธรรมมีโทษถึงปาราชิก อันหามูลมิได้ ด้วยหมายว่า แม้ไฉนเราจะยังเธอให้ เคลื่อนจากพรหมจรรย์นี้ได้ ครั้นสมัยอื่นแต่นั้นอันผู้ใดผู้หนึ่ง ถือเอาตามก็ตาม ไม่ ถือเอาตามก็ตาม แต่อธิกรณ์นั้น เป็นเรื่องหามูลมิได้ แลภิกษุยันอิงโทสะอยู่ เป็น สังฆาทิเสส.
เทียบรายประโยค (36 ประโยค)
ss8:1.6.1 #
เตน โข ปน สมเยน กลฺยาณภตฺติโก คหปติ สงฺฆสฺส จตุกฺกภตฺตํ เทติ นิจฺจภตฺตํ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena kalyāṇabhattiko gahapati saṅghassa catukkabhattaṁ deti niccabhattaṁ.
อ้างอิงPTS 3.161 · สยามรัฐ 1.372
ss8:1.6.2 #
โส ภตฺตคฺเค สปุตฺตทาโร อุปติฏฺฐิตฺวา @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ม. โปตฺถเกสุ อิโต ปรํ ปิณฺฑปาตนฺติปิ ทิสฺสติ ฯ@๒ มรมฺมรามญฺญโปตฺถเกสุ อาเมณฺฑิตํ อกตํ โหติ ฯ ยุโรปิยโปตฺถเก ปน@ตุมฺหากํ อาวุโส ภตฺตคฺเค กึ อโหสิ ตุมฺหากํ กึ อโหสีติ อาคตํ ฯ ปริวิสติ ฯ✎ ร่าง
So bhattagge saputtadāro upatiṭṭhitvā parivisati.
ss8:1.6.3 #
อญฺเญ โอทเนน ปุจฺฉนฺติ อญฺเญ สูเปน ปุจฺฉนฺติ อญฺเญ เตเลน ปุจฺฉนฺติ อญฺเญ อุตฺตริภงฺเคน ปุจฺฉนฺติ ฯ✎ ร่าง
Aññe odanena pucchanti, aññe sūpena pucchanti, aññe telena pucchanti, aññe uttaribhaṅgena pucchanti.
ss8:1.6.4 #
เตน โข ปน สมเยน กลฺยาณภตฺติกสฺส คหปติโน ภตฺตํ สฺวาตนาย เมตฺติยภุมฺมชกานํ ภิกฺขูนํ อุทฺทิฏฺฐํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena kalyāṇabhattikassa gahapatino bhattaṁ svātanāya mettiyabhūmajakānaṁ bhikkhūnaṁ uddiṭṭhaṁ hoti.
ss8:1.6.5 #
อถโข กลฺยาณภตฺติโก คหปติ อารามํ อคมาสิ เกนจิเทว กรณีเยน ฯ✎ ร่าง
Atha kho kalyāṇabhattiko gahapati ārāmaṁ agamāsi kenacideva karaṇīyena.
ss8:1.6.6 #
โส เยนายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
So yenāyasmā dabbo mallaputto tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā āyasmantaṁ dabbaṁ mallaputtaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
ss8:1.6.7 #
เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข กลฺยาณภตฺติกํ คหปตึ อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ ฯ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinnaṁ kho kalyāṇabhattikaṁ gahapatiṁ āyasmā dabbo mallaputto dhammiyā kathāya sandassesi samādapesi samuttejesi sampahaṁsesi.
ss8:1.6.8 #
อถโข กลฺยาณภตฺติโก คหปติ อายสฺมตา ทพฺเพน มลฺลปุตฺเตน ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิโต สมาทปิโต สมุตฺเตชิโต สมฺปหํสิโต อายสฺมนฺตํ ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho kalyāṇabhattiko gahapati āyasmatā dabbena mallaputtena dhammiyā kathāya sandassito samādapito samuttejito sampahaṁsito āyasmantaṁ dabbaṁ mallaputtaṁ etadavoca—
ss8:1.6.9 #
กสฺส ภนฺเต อมฺหากํ ฆเร สฺวาตนาย ภตฺตํ อุทฺทิฏฺฐนฺติ ฯ✎ ร่าง
“kassa, bhante, amhākaṁ ghare svātanāya bhattaṁ uddiṭṭhan”ti?
ss8:1.6.10 #
เมตฺติยภุมฺมชกานํ โข คหปติ ภิกฺขูนํ ตุมฺหากํ ฆเร สฺวาตนาย ภตฺตํ อุทฺทิฏฺฐนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Mettiyabhūmajakānaṁ kho, gahapati, bhikkhūnaṁ tumhākaṁ ghare svātanāya bhattaṁ uddiṭṭhan”ti.
ss8:1.6.11 #
อถโข กลฺยาณภตฺติโก คหปติ อนตฺตมโน อโหสิ✎ ร่าง
Atha kho kalyāṇabhattiko gahapati anattamano ahosi—
ss8:1.6.12 #
กถํ หิ นาม ปาปภิกฺขู อมฺหากํ ฆเร ภุญฺชิสฺสนฺตีติ✎ ร่าง
“kathañhi nāma pāpabhikkhū amhākaṁ ghare bhuñjissantī”ti.
ss8:1.6.13 #
ฆรํ คนฺตฺวา ทาสึ อาณาเปสิ✎ ร่าง
Gharaṁ gantvā dāsiṁ āṇāpesi—
ss8:1.6.14 #
เย เช เสฺว ภตฺติกา อาคจฺฉนฺติ เต โกฏฺฐเก อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา กาณาชเกน พิลงฺคทุติเยน ปริวิสาติ ฯ✎ ร่าง
“ye, je, sve bhattikā āgacchanti te koṭṭhake āsanaṁ paññapetvā kaṇājakena bilaṅgadutiyena parivisā”ti.
ss8:1.6.15 #
เอวํ อยฺยาติ โข สา ทาสี กลฺยาณภตฺติกสฺส คหปติโน ปจฺจสฺโสสิ ฯ✎ ร่าง
“Evaṁ, ayyā”ti kho sā dāsī kalyāṇabhattikassa gahapatino paccassosi.
ss8:1.7.1 #
อถโข เมตฺติยภุมฺมชกา ภิกฺขู✎ ร่าง
Atha kho mettiyabhūmajakā bhikkhū—
อ้างอิงสยามรัฐ 1.373 · ฉัฏฐสังคายนา 87.253
ss8:1.7.2 #
หิยฺโย โข อาวุโส อมฺหากํ กลฺยาณภตฺติกสฺส คหปติโน ฆเร ๑- ภตฺตํ อุทฺทิฏฺฐํ✎ ร่าง
“hiyyo kho, āvuso, amhākaṁ kalyāṇabhattikassa gahapatino bhattaṁ uddiṭṭhaṁ,
ss8:1.7.3 #
เสฺว อเมฺห กลฺยาณภตฺติโก คหปติ สปุตฺตทาโร อุปติฏฺฐิตฺวา ปริวิสิสฺสติ✎ ร่าง
sve amhe kalyāṇabhattiko gahapati saputtadāro upatiṭṭhitvā parivisissati;
ss8:1.7.4 #
อญฺเญ โอทเนน ปุจฺฉิสฺสนฺติ อญฺเญ สูเปน ปุจฺฉิสฺสนฺติ อญฺเญ เตเลน ปุจฺฉิสฺสนฺติ อญฺเญ อุตฺตริภงฺเคน ปุจฺฉิสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
aññe odanena pucchissanti, aññe sūpena pucchissanti, aññe telena pucchissanti, aññe uttaribhaṅgena pucchissantī”ti.
ss8:1.7.5 #
เต เตเนว โสมนสฺเสน น จิตฺตรูปํ รตฺติยา สุปึสุ ฯ✎ ร่าง
Te teneva somanassena na cittarūpaṁ rattiyā supiṁsu.
ss8:1.7.6 #
อถโข เมตฺติยภุมฺมชกา ภิกฺขู ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน กลฺยาณภตฺติกสฺส คหปติโน นิเวสนํ เตนุปสงฺกมึสุ ฯ✎ ร่าง
Atha kho mettiyabhūmajakā bhikkhū pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaraṁ ādāya yena kalyāṇabhattikassa gahapatino nivesanaṁ tenupasaṅkamiṁsu.
อ้างอิงPTS 3.162 · สยามรัฐ 1.374 · พุทธชยันตี 1.422
ss8:1.7.7 #
อทฺทสา โข สา ทาสี เมตฺติยภุมฺมชเก ภิกฺขู ทูรโต ว อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวาน โกฏฺฐเก อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา เมตฺติยภุมฺมชเก ภิกฺขู เอตทโวจ✎ ร่าง
Addasā kho sā dāsī mettiyabhūmajake bhikkhū dūratova āgacchante. Disvāna koṭṭhake āsanaṁ paññapetvā mettiyabhūmajake bhikkhū etadavoca—
ss8:1.7.8 #
นิสีทถ ภนฺเตติ ฯ✎ ร่าง
“nisīdatha, bhante”ti.
ss8:1.7.9 #
อถโข เมตฺติยภุมฺมชกานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho mettiyabhūmajakānaṁ bhikkhūnaṁ etadahosi—
ss8:1.7.10 #
นิสฺสํสยํ โข น ตาว ภตฺตํ สิทฺธํ ภวิสฺสติ ยถา มยํ โกฏฺฐเก นิสีทาปิยามาติ ๒- ฯ✎ ร่าง
“nissaṁsayaṁ kho na tāva bhattaṁ siddhaṁ bhavissati. Yathā mayaṁ koṭṭhake nisīdeyyāmā”ti.
ss8:1.7.11 #
อถโข สา ทาสี กาณาชเกน พิลงฺคทุติเยน อุปคญฺฉิ✎ ร่าง
Atha kho sā dāsī kaṇājakena bilaṅgadutiyena upagacchi—
ss8:1.7.12 #
ภุญฺชถ ภนฺเตติ ฯ✎ ร่าง
“bhuñjatha, bhante”ti.
ss8:1.7.13 #
มยํ โข ภคินิ นิจฺจภตฺติกาติ ฯ✎ ร่าง
“Mayaṁ kho, bhagini, niccabhattikā”ti.
ss8:1.7.14 #
ชานามิ อยฺยา นิจฺจภตฺติกาติ✎ ร่าง
“Jānāmi, ayyā, niccabhattikāti.
ss8:1.7.15 #
อปิจาหํ หิยฺโย ว คหปตินา อาณตฺตา เย เช เสฺว ภตฺติกา อาคจฺฉนฺติ เต โกฏฺฐเก อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา กาณาชเกน พิลงฺคทุติเยน ปริวิสาติ✎ ร่าง
Api cāhaṁ hiyyova gahapatinā āṇattā— ‘ye, je, sve bhattikā āgacchanti te koṭṭhake āsanaṁ paññapetvā kaṇājakena bilaṅgadutiyena parivisā’ti.
ss8:1.7.16 #
ภุญฺชถ ภนฺเตติ ฯ✎ ร่าง
Bhuñjatha, bhante”ti.
ss8:1.7.17 #
อถโข เมตฺติยภุมฺมชกา ภิกฺขู✎ ร่าง
Atha kho mettiyabhūmajakā bhikkhū—
ss8:1.7.18 #
หิยฺโย โข อาวุโส กลฺยาณภตฺติโก คหปติ อารามํ อคมาสิ ทพฺพสฺส มลฺลปุตฺตสฺส สนฺติเก✎ ร่าง
“hiyyo kho, āvuso, kalyāṇabhattiko gahapati ārāmaṁ agamāsi dabbassa mallaputtassa santike.
ss8:1.7.19 #
นิสฺสํสยํ โข มยํ ทพฺเพน มลฺลปุตฺเตน คหปติโน สนฺติเก ปริภินฺนาติ ฯ✎ ร่าง
Nissaṁsayaṁ kho mayaṁ dabbena mallaputtena gahapatino antare paribhinnā”ti.
ss8:1.7.20 #
เต เตเนว @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ม. โปตฺถเกสุ น ทิสฺสติ ฯ ๒ สพฺพตฺถ นิสีทาเปยฺยามาติ@ทิสฺสติ ฯ ๓ ยุ. รา. อุปคจฺฉิ ฯ โทมนสฺเสน น จิตฺตรูปํ ภุญฺชึสุ ฯ✎ ร่าง
Te teneva domanassena na cittarūpaṁ bhuñjiṁsu.
ss8:1.7.21 #
อถโข เมตฺติยภุมฺมชกา ภิกฺขู ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา อารามํ คนฺตฺวา ปตฺตจีวรํ ปฏิสาเมตฺวา พหารามโกฏฺฐเก สงฺฆาฏิปลฺลตฺถิกาย นิสีทึสุ ตุณฺหีภูตา มงฺกุภูตา ปตฺตกฺขนฺธา อโธมุขา ปชฺฌายนฺตา อปฺปฏิภาณา ฯ✎ ร่าง
Atha kho mettiyabhūmajakā bhikkhū pacchābhattaṁ piṇḍapātapaṭikkantā ārāmaṁ gantvā pattacīvaraṁ paṭisāmetvā bahārāmakoṭṭhake saṅghāṭipallatthikāya nisīdiṁsu tuṇhībhūtā maṅkubhūtā pattakkhandhā adhomukhā pajjhāyantā appaṭibhānā.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน