‹ กลับ
เรื่องพระฉัพพัคคีย์
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 84 · วิ.มหา.๑. ๑/๖๒๓๕ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๘๔] ก็โดยสมัยนั้นแล พระฉัพพัคคีย์ชวนกันไปสู่ลานตากผ้าของช่างย้อม ได้ลัก ห่อผ้าของช่างย้อม นำมาสู่อารามแล้วแบ่งปันกัน ภิกษุทั้งหลายพูดขึ้นอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย พวกท่านเป็นผู้มีบุญมาก เพราะผ้าเกิดแก่พวกท่านมาก ฉ. ท่านทั้งหลาย บุญของพวกผมจักมีแต่ไหน พวกผมไปสู่ลานตากผ้าของช่างย้อม แล้วได้ลักห่อผ้าของช่างย้อมมาเดี๋ยวนี้ ภ. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้วมิใช่หรือ เหตุไรพวกท่านจึงได้ลักห่อผ้า ของช่างย้อมมา. ฉ. จริงขอรับ พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้ว แต่สิกขาบทนั้นแล พระองค์ ทรงบัญญัติเพราะในเขตบ้าน มิได้ทรงบัญญัติไปถึงในป่า. ภิ. ท่านทั้งหลาย พระบัญญัตินั้นย่อมเป็นได้เหมือนกันทั้งนั้นมิใช่หรือ การกระทำของ พวกท่านนั้นไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉนพวกท่าน จึงได้ลักห่อผ้าของช่างย้อมมาเล่า การกระทำของพวกท่านนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของ ชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของผู้ที่เลื่อมใสแล้ว โดยที่แท้ การกระทำของ พวกท่านนั่น เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่น ของชนบางพวกที่เลื่อมใสแล้ว ครั้นภิกษุเหล่านั้น ติเตียนพระฉัพพัคคีย์ โดยอเนกปริยายแล้ว ได้กราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นมูลเค้านั้น ใน เพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอ ไปสู่ลานตากผ้าของช่างย้อม แล้วลักห่อผ้าของช่างย้อมมา จริงหรือ? พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร มิใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉนพวกเธอจึงได้ลักห่อผ้า ของช่างย้อมมาเล่า การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่ เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใส แล้วโดยที่แท้ การกระทำของพวกเธอ นั้นเป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนยังที่ไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่นของคนบาง พวกที่เลื่อมใสแล้ว ครั้นทรงติเตียนพระฉัพพัคคีย์โดยอเนกปริยายแล้ว จึงตรัสโทษแห่งความเป็น คนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความคลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความมักน้อย ความ สันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สะสม การปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย ทรงกระทำธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสมแก่เรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้ง หลายแล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัยอำนาจ ประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคล ผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อ ความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระ- *วินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๒. ก. อนึ่ง ภิกษุใด ถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้ด้วย ส่วนแห่งความ เป็นขโมย จากบ้านก็ดี จากป่าก็ดี พระราชาทั้งหลาย จับโจรได้แล้ว ประหารเสีย- *บ้าง จองจำไว้บ้าง เนรเทศเสียบ้าง ด้วยบริภาษว่า เจ้าเป็นโจร เจ้าเป็นคนพาล เจ้าเป็นคนหลง เจ้าเป็นขโมย ดังนี้ ในเพราะถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้เห็น ปานใด ภิกษุถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้เห็นปานนั้น แม้ภิกษุนี้ ก็เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้.
เทียบรายประโยค (30 ประโยค)
pj2:2.1 #
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู รชกตฺถรณํ คนฺตฺวา รชกภณฺฑิกํ อวหริตฺวา อารามํ อวหริตฺวา ภาเชสุํ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena chabbaggiyā bhikkhū rajakattharaṇaṁ gantvā rajakabhaṇḍikaṁ avaharitvā ārāmaṁ haritvā bhājesuṁ.
อ้างอิงสยามรัฐ 1.84 · พุทธชยันตี 1.104
pj2:2.2 #
ภิกฺขู เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Bhikkhū evamāhaṁsu—
pj2:2.3 #
มหาปุญฺญตฺถ ตุเมฺห อาวุโส✎ ร่าง
“mahāpuññattha tumhe, āvuso.
pj2:2.4 #
พหุํ ตุมฺหากํ จีวรํ อุปฺปนฺนนฺติ ฯ✎ ร่าง
Bahuṁ tumhākaṁ cīvaraṁ uppannan”ti.
pj2:2.5 #
กุโต อาวุโส อมฺหากํ ปุญฺญํ✎ ร่าง
“Kuto, āvuso, amhākaṁ puññaṁ,
pj2:2.6 #
อิทานิ มยํ รชกตฺถรณํ คนฺตฺวา รชกภณฺฑิกํ อวหริมฺหาติ ฯ✎ ร่าง
idāni mayaṁ rajakattharaṇaṁ gantvā rajakabhaṇḍikaṁ avaharimhā”ti.
pj2:2.7 #
นนุ อาวุโส ภควตา สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ✎ ร่าง
“Nanu, āvuso, bhagavatā sikkhāpadaṁ paññattaṁ.
pj2:2.8 #
กิสฺส ตุเมฺห อาวุโส รชกภณฺฑิกํ อวหริตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
Kissa tumhe, āvuso, rajakabhaṇḍikaṁ avaharitthā”ti?
pj2:2.9 #
สจฺจํ อาวุโส ภควตา สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ✎ ร่าง
“Saccaṁ, āvuso, bhagavatā sikkhāpadaṁ paññattaṁ.
pj2:2.10 #
ตญฺจ โข คาเม โน อรญฺเญติ ฯ✎ ร่าง
Tañca kho gāme, no araññe”ti.
pj2:2.11 #
นนุ อาวุโส ตเถว ตํ โหติ✎ ร่าง
“Nanu, āvuso, tathevetaṁ hoti.
pj2:2.12 #
อนนุจฺฉวิกํ อาวุโส อนนุโลมิกํ อปฺปฏิรูปํ อสฺสามณกํ อกปฺปิยํ อกรณียํ✎ ร่าง
Ananucchavikaṁ, āvuso, ananulomikaṁ appatirūpaṁ assāmaṇakaṁ akappiyaṁ akaraṇīyaṁ.
pj2:2.13 #
กถํ หิ นาม ตุเมฺห อาวุโส รชกภณฺฑิกํ อวหริสฺสถ✎ ร่าง
Kathañhi nāma tumhe, āvuso, rajakabhaṇḍikaṁ avaharissatha.
pj2:2.14 #
เนตํ อาวุโส อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย✎ ร่าง
Netaṁ, āvuso, appasannānaṁ vā pasādāya pasannānaṁ vā bhiyyobhāvāya;
pj2:2.15 #
อถเขฺวตํ อาวุโส อปฺปสนฺนานญฺเจว อปฺปสาทาย ปสนฺนานญฺจ เอกจฺจานํ อญฺญถตฺตายาติ ฯ✎ ร่าง
atha khvetaṁ, āvuso, appasannānañceva appasādāya pasannānañca ekaccānaṁ aññathattāyā”ti.
pj2:2.16 #
อถโข เต ภิกฺขู ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู อเนกปริยาเยน วิครหิตฺวา ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū chabbaggiye bhikkhū anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อ้างอิงPTS 3.46
pj2:2.17 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe bhikkhusaṅghaṁ sannipātāpetvā chabbaggiye bhikkhū paṭipucchi—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.52
pj2:2.18 #
สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว รชกตฺถรณํ คนฺตฺวา รชกภณฺฑิกํ อวหริตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tumhe, bhikkhave, rajakattharaṇaṁ gantvā rajakabhaṇḍikaṁ avaharitthā”ti?
pj2:2.19 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
pj2:2.20 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā—
pj2:2.21 #
อนนุจฺฉวิกํ โมฆปุริสา อนนุโลมิกํ อปฺปฏิรูปํ อสฺสามณกํ อกปฺปิยํ อกรณียํ✎ ร่าง
“ananucchavikaṁ, moghapurisā, ananulomikaṁ appaṭirūpaṁ assāmaṇakaṁ akappiyaṁ akaraṇīyaṁ.
pj2:2.22 #
กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา รชกภณฺฑิกํ อวหริสฺสถ✎ ร่าง
Kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, rajakabhaṇḍikaṁ avaharissatha.
pj2:2.23 #
เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisā, appasannānaṁ vā pasādāya pasannānaṁ vā bhiyyobhāvāya;
pj2:2.24 #
เปฯ ปสนฺนานญฺจ เอกจฺจานํ อญฺญถตฺตายาติ ฯ✎ ร่าง
atha khvetaṁ, moghapurisā, appasannānañceva appasādāya pasannānañca ekaccānaṁ aññathattāyā”ti.
pj2:2.25 #
อถโข ภควา ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู อเนกปริยาเยน วิครหิตฺวา ทุพฺภรตาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā chabbaggiye bhikkhū anekapariyāyena vigarahitvā dubbharatāya …pe…
pj2:2.26 #
วิริยารมฺภสฺส วณฺณํ ภาสิตฺวา ภิกฺขูนํ ตทนุจฺฉวิกํ ตทนุโลมิกํ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ฯเปฯ✎ ร่าง
vīriyārambhassa vaṇṇaṁ bhāsitvā bhikkhūnaṁ tadanucchavikaṁ tadanulomikaṁ dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi … pe
pj2:2.27 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
… evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
pj2:2.28.1 #
โย ปน ภิกฺขุ คามา วา อรญฺญา วา อทินฺนํ เถยฺยสงฺขาตํ อาทิเยยฺย✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu gāmā vā araññā vā adinnaṁ theyyasaṅkhātaṁ ādiyeyya,
อ้างอิงสยามรัฐ 1.85
pj2:2.29 #
ยถารูเป อทินฺนาทาเน ราชาโน โจรํ คเหตฺวา หเนยฺยุํ วา พนฺเธยฺยุํ วา ปพฺพาเชยฺยุํ วา โจโรสิ พาโลสิ มูโฬฺหสิ เถโนสีติ ตถารูปํ ภิกฺขุ อทินฺนํ อาทิยมาโน✎ ร่าง
yathārūpe adinnādāne rājāno coraṁ gahetvā haneyyuṁ vā bandheyyuṁ vā pabbājeyyuṁ vā—‘corosi bālosi mūḷhosi thenosī’ti, tathārūpaṁ bhikkhu adinnaṁ ādiyamāno
pj2:2.30 #
อยมฺปิ ปาราชิโก โหติ อสํวาโสติ ฯ✎ ร่าง
ayampi pārājiko hoti asaṁvāso”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน